- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 208 นกขมิ้นอยู่ข้างหลัง
ตอนที่ 208 นกขมิ้นอยู่ข้างหลัง
ตอนที่ 208 นกขมิ้นอยู่ข้างหลัง
"ได้เลย!"
จิ่วจวนรับคำอย่างเบิกบานใจ ในที่สุดมันก็มีโอกาสได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้านายอย่างเป็นทางการเสียที
เสิ่นเยียนยกมือขึ้นรับเจดีย์สยบมารเก้าชั้นขนาดเล็กกะทัดรัด ในหัวพลันนึกถึงกระบวนท่าที่เฟิงซิงเหยาเคยสอนนาง: รูปแบบค่ายกลที่หนึ่ง สยบสัตว์อสูร
นางเงยหน้าขึ้นฉับพลัน ข่มกลั้นรสคาวหวานที่ตีตื้นขึ้นมาในลำคอ
นางส่งกระแสเสียงบอกพวกจูเก่อโย่วหลินทั้งเจ็ดคน
"ข้าต้องการให้พวกเจ้าช่วยตรึงมังกรปีศาจปฐพีไว้ชั่วคราว เพราะข้าจะใช้วิชาสะกดสัตว์วิญญาณ"
อวี๋ฉางอิงส่งกระแสเสียงกลับมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ตอนนี้เจ้าบาดเจ็บสาหัส ยังจะฝืนใช้พลังมหาศาลเพื่อเปิดใช้งานท่านี้ไหวหรือ?"
"ไหว"
เสิ่นเยียนตอบสั้นกระชับได้ใจความ
"ได้ เพียงแต่เจ้าต้องเร็วหน่อย พวกเราประเมินพลังการต่อสู้ในน้ำของมังกรปีศาจปฐพีต่ำเกินไป แต่เมื่อครู่เจ้าแทงตาของมันจนบอด ทำให้มันใช้วิชาลวงตาไม่ได้ นี่นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเรา"
เผยอู๋ซูส่งกระแสเสียงตอบกลับมา
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของมังกรปีศาจปฐพีไม่ใช่พลังโจมตี แต่เป็นวิชาลวงตา
มันสามารถใช้วิชาลวงตาทำให้คนสับสน แล้วฉวยโอกาสตอนที่เหยื่อตกอยู่ในภวังค์ จัดการสังหารในรวดเดียว
อีกทั้งตอนนี้มังกรปีศาจปฐพีเสียตาไปข้างหนึ่ง พลังย่อมลดทอนลงไปบ้างแน่นอน
"เยียนเยียน พวกเรารอเจ้า!"
เจียงเสวียนเยว่ส่งกระแสเสียงตอบรับ พลางวาดตรีศูลกวาดใส่มังกรปีศาจปฐพี
เวินอวี้ชู
"เวินคนนี้ย่อมฟังคำสั่งหัวหน้ากลุ่ม หวังว่าหัวหน้ากลุ่มคงไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง"
กล่าวจบ นิ้วมือของเวินอวี้ชูก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนบทเพลง
บทเพลงนี้มีผลในการสะกดจิต สามารถกระตุ้นความปรารถนาสูงสุดของคนหรือสัตว์อสูร แล้วกักขังจิตใจไว้ในห้วงฝันอันแสนวิเศษ
เจิง
เวินอวี้ชูดีดสายฉินเบาๆ เขาค้อมศีรษะลงเล็กน้อย ราวกับจมดิ่งอยู่ในโลกของตนเอง ตัวโน้ตที่บรรเลงออกมานั้นไพเราะจับใจ ให้ความรู้สึกอบอุ่นราวกับกำลังพรรณนาเรื่องราวอย่างเนิบช้า
บทเพลงนี้ไม่ได้ดุดันฮึกเหิมเหมือนเพลงก่อนหน้า
แม้เป้าหมายการโจมตีด้วยเสียงของเขาคือมังกรปีศาจปฐพี แต่พวกเผยอู๋ซูก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบไปบ้าง จนเกือบจะเผลอไผลไปชั่วขณะ
มังกรปีศาจปฐพีได้รับผลกระทบเต็มๆ ทะเลจิตสำนึกของมันไม่เจ็บปวดแล้ว ทว่าอารมณ์ของมันกลับสงบลงอย่างประหลาด ทั้งยังรู้สึกอิ่มเอิบใจอย่างยิ่ง ราวกับสิ่งที่ปรารถนาทั้งหมดได้มาครอบครองแล้ว
สีหน้าของมังกรปีศาจปฐพีดูเลื่อนลอย ความเร็วก็ช้าลง เหมือนเคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณเท่านั้น แต่ภายใต้การระดมโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าของพวกเผยอู๋ซู ความเจ็บปวดรุนแรงก็เข้ามาแทนที่ความสงบในใจของมันจนได้
หางมังกรท่อนเล็กๆ ของมันถูกกระบี่ของเผยอู๋ซูตัดขาดกระเด็น
"โฮก"
มังกรปีศาจปฐพีกรีดร้องยาวด้วยความเจ็บปวด
ผิวหนังทั่วร่างของมันฉีกขาดเละเทะ ดูน่าสยดสยองยิ่งนัก
"แย่แล้ว!"
สีหน้าของเซียวเจ๋อชวนเปลี่ยนไป
เห็นเพียงมังกรปีศาจปฐพีเผาผลาญโลหิตแก่นแท้จากหัวใจของตนเองออกมาหนึ่งหยด ทันใดนั้นร่างของมันก็ถูกปกคลุมด้วยแสงสีเลือด พลังพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน เพียงเสียงคำรามเดียว ก็กระแทกพวกเผยอู๋ซูจนกระเด็นไปอัดกับต้นปะการัง
พวกเขาต่างกระอักเลือดเสียออกมา อวัยวะภายในบอบช้ำจากแรงสั่นสะเทือน
มังกรปีศาจปฐพีโกรธจัดจนลั่นวาจาภาษามนุษย์
"ตาย!"
สิ้นเสียง พวกเผยอู๋ซูรู้สึกเหมือนมีพลังที่มองไม่เห็นกระแทกใส่ร่างอย่างจัง จนพวกเขาไม่อาจต้านทานได้
และในจังหวะนั้นเอง
ใต้เท้าของเด็กสาวชุดม่วงพลันปรากฏภาพค่ายกลสีดำขึ้น ทันใดนั้น มันก็ขยายขอบเขตไปครอบคลุมพื้นที่ที่มังกรปีศาจปฐพีอยู่
มังกรปีศาจปฐพีได้สติกลับมาทันควัน ลางสังหรณ์แห่งความไม่ปลอดภัยผุดขึ้นในใจ มันขยับตัวจะหนีออกจากตรงนี้โดยสัญชาตญาณ แต่กลับได้ยินเสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นเสียก่อน
"รูปแบบค่ายกลที่หนึ่ง"
"สยบสัตว์อสูร!"
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่น เจดีย์โบราณสีดำขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ แล้วร่วงหล่นลงมาทับร่างมังกรปีศาจปฐพีอย่างจัง ป่าปะการังทั้งหมดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง น้ำที่เคยใสสะอาดถูกกวนจนขุ่นคลั่ก
มังกรปีศาจปฐพีถูกเจดีย์สยบมารเก้าชั้นกดทับเอาไว้
"โฮก!"
มังกรปีศาจปฐพีดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิต จนเจดีย์สยบมารเก้าชั้นเริ่มสั่นไหวไปมา
ร่างของเด็กสาวชุดม่วงอ่อนยวบลงทันที นางจำต้องทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง เลือดไหลซึมออกจากมุมปาก ริมฝีปากซีดเผือดไร้สีเลือด นางรีบเงยหน้ามองพวกเผยอู๋ซู
"ตาพวกเจ้าแล้ว!"
พวกเผยอู๋ซูได้ยินดังนั้น ก็กัดฟันฝืนลุกขึ้น แล้วพุ่งโจมตีใส่มังกรปีศาจปฐพีที่ถูกเจดีย์กดทับอยู่อย่างรวดเร็วที่สุด
เคร้ง
การโจมตีที่แทบจะทุ่มสุดกำลังของพวกเขา ระดมใส่ร่างของมังกรปีศาจปฐพีจนหมดสิ้น
มังกรปีศาจปฐพีกรีดร้องโหยหวน สุดท้ายเป็นเผยอู๋ซูที่ใช้กระบี่ผ่าศีรษะของมันจนแบะออก การต่อสู้ครั้งนี้จึงยุติลง
เลือดสดๆ ย้อมบริเวณรอบข้างเป็นสีแดงฉานทันตา
เจดีย์สยบมารเก้าชั้นขนาดมหึมาก็หายวับไปในวินาทีนั้นเช่นกัน
เสิ่นเยียนฝืนสังขาร เดินไปที่ซากศพของมังกรปีศาจปฐพี ยื่นมือไปดึงกระบี่เทพหงส์วิญญาณของตนออกมา จากนั้นแทงเข้าไปที่ตำแหน่งกลางหน้าผากของมัน เพื่อควักเอาผลึกอสูรสีแดงเลือดออกมา
ผลึกอสูรเม็ดนี้เหมือนกับอัญมณีสีแดงทับทิม ดูงดงามยิ่งนัก แต่มันแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายพลังอันแข็งแกร่งมหาศาล
เสิ่นเยียนยังควักเอาโอสถอสูรของมังกรปีศาจปฐพีออกมาด้วย
โอสถอสูรมีลักษณะกลมเกลี้ยงและมีสีแดงเช่นกัน
เสิ่นเยียนมองผลึกอสูรและโอสถอสูรในมือ แล้วหันไปมองพรรคพวกที่หน้าซีดเผือด
"พวกเราทำภารกิจแรกสำเร็จแล้ว"
พวกเผยอู๋ซูคลายปมคิ้วลง อารมณ์ความรู้สึกในใจค่อนข้างซับซ้อน
หากไม่มีอีกฝ่าย พวกเขาคงไม่มีทางทำภารกิจสังหารมังกรปีศาจปฐพีนี้ให้สำเร็จได้ด้วยตัวเองแน่
เสิ่นเยียน
"ผลึกอสูรและโอสถอสูรนี้ ข้าจะเก็บไว้ก่อน พวกเจ้ามีความเห็นหรือไม่?"
"เจ้าเป็นหัวหน้ากลุ่ม เจ้าก็เก็บไว้ก่อนสิ"
จูเก่อโย่วหลินโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
คนอื่นก็ไม่มีข้อโต้แย้ง
เสิ่นเยียนจึงเก็บของเหล่านั้นไว้ชั่วคราว
เจียงเสวียนเยว่เห็นร่างที่โอนเอนของเสิ่นเยียน จึงรีบเข้าไปพยุงนางไว้ แล้วเหลือบมองบาดแผลเหวอะหวะที่ด้านหลังของนาง สีหน้าพลันเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เอ่ยว่า
"เยียนเยียน ข้าจะหาที่เหมาะๆ ช่วยทายารรักษาแผลให้เจ้า"
"ได้ ขอบใจนะ"
เสิ่นเยียนคลายสีหน้าลง
ระหว่างที่เจียงเสวียนเยว่พาเสิ่นเยียนไปรักษาแผลในจุดที่ค่อนข้างมิดชิดของป่าปะการัง อวี๋ฉางอิงก็ตามมาด้วย บอกว่าจะมาช่วย
เสื้อด้านหลังของเสิ่นเยียนถูกฉีกออก เผยให้เห็นรอยแผลยาวและกว้างบนแผ่นหลังขาวเนียน ดูน่ากลัวจนเจียงเสวียนเยว่ตกใจสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่
อวี๋ฉางอิงแววตาสั่นไหว
"ขอบคุณนะ"
หากตอนนั้นไม่มีเสิ่นเยียนและพวกเขอปรากฏตัวขึ้นทันเวลา นางคงถูกมังกรปีศาจปฐพีกลืนลงท้องไปแล้ว
เสิ่นเยียนหันมามองนาง ใบหน้าสวยเฉี่ยวของนางดูซีดเซียวเล็กน้อย ริมฝีปากยกยิ้มจางๆ
"ไม่ต้องขอบคุณหรอก ยามที่พวกเราต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน ในขณะที่รักษาชีวิตตนเอง ก็ต้องปกป้องสหายร่วมกลุ่มด้วย"
สหายร่วมกลุ่มงั้นหรือ?
อวี๋ฉางอิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา ในแววตามีความจริงใจเพิ่มขึ้นมาอีกส่วนหนึ่ง
...
อีกด้านหนึ่ง
จูเก่อโย่วหลินแม้จะบาดเจ็บหนัก แต่เขาก็ยังกระดี๊กระด๊าอยู่
เขากำลังชำแหละซากมังกรปีศาจปฐพีอย่างอารมณ์ดี เลือกตัดเอาเฉพาะส่วนที่เนื้อดีเก็บเข้าในมิติเก็บของของตนเอง
เซียวเจ๋อชวนกลืนยาวิเศษลงไปช้าๆ จากนั้นเงยดวงตาอันลึกล้ำขึ้น สายตาคมกริบจ้องมองคนของสำนักมังกรหลวงทั้งหกคนที่ขดตัวอยู่ในมุม รวมถึงเด็กหนุ่มชุดน้ำเงินอีกคนที่กำลังตัวสั่นงันงกเช่นกัน
ส่วนเจ้าไข่ดำนั้น กลิ้งเข้ามาในเขตของกลุ่มอสุราอย่างรู้หน้าที่
เจ้าไข่ดำในยามนี้สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ในใจรู้สึกตุ้มๆ ต่อมๆ: มนุษย์กลุ่มนี้ช่างดุร้ายป่าเถื่อนยิ่งนัก! ขนาดมังกรปีศาจปฐพีที่เป็นเจ้าถิ่นสระสุริยันจันทรายังถูกพวกเขาฆ่าตาย! ถ้าพวกเขาได้กุญแจสีทองไป มิใช่ว่าข้าต้องจบเห่หรอกหรือ?
แต่ทว่า... หากไม่ยืมมือพวกเขา มันก็ไม่มีทางได้กุญแจสีทองมาเช่นกัน
เพราะต้องมีคนผ่านการทดสอบสืบทอดมรดกของเฉวียนหยางชิว กุญแจสีทองถึงจะปรากฏออกมา!
ไม่ได้การ ข้าต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวไว้ก่อน ชั่วคราวนี้จะล่วงเกินพวกเขาไม่ได้ มนุษย์มีคำกล่าวว่าอะไรนะ ตั๊กแตนตำข้าวจับจักจั่น นกขมิ้นจ้องจับอยู่ข้างหลัง?
อื้ม ข้าจะเป็นนกขมิ้นตัวนั้นแหละ!!!