- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 206 บทเพลงใต้น้ำ
ตอนที่ 206 บทเพลงใต้น้ำ
ตอนที่ 206 บทเพลงใต้น้ำ
"ก่อนหน้านี้ข่าวเรื่องที่ข้าเป็นไข่มังกรแพร่ออกไป มีคนมากมายบุกมาที่หุบเขามังกรเพื่อแย่งชิงตัวข้า คนของหุบเขามังกรเหล่านั้นจึงพาข้าหนีหัวซุกหัวซุน นึกไม่ถึงว่าจะพาข้าหนีมาถึงเขตสระสุริยันจันทรา แล้วข้าก็ได้มาเจอกับพวกเจ้านี่แหละ"
"เรื่องต่อจากนั้น เจ้าก็น่าจะรู้แล้ว"
เจ้าไข่ดำร่ายยาวเหยียด แต่กลับไม่เอ่ยถึงเรื่องกุญแจสีทองนั่นเลยแม้แต่น้อย
ทว่าเสิ่นเยียนไม่ได้ลืมเรื่องนี้ นางถามย้ำอีกครั้ง
"แล้วทำไมกุญแจสีทองนั่นถึงทำลายเปลือกของเจ้าได้?"
เจ้าไข่ดำอึกอัก ไม่ยอมพูดออกมาท่าเดียว
"ทุบ"
เสิ่นเยียนเอ่ยเสียงเรียบ
เจดีย์สยบมารเก้าชั้นกระแทกใส่เจ้าไข่ดำอย่างแรงในทันที ปัง เสียงหนึ่งดังขึ้น บนผิวเปลือกไข่สีดำปรากฏรอยร้าวเล็กๆ เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งสาย
"อ๊ากกก!"
เจ้าไข่ดำกรีดร้อง รีบตะโกนบอกทันควัน
"กุญแจสีทองนั่นมีเศษเสี้ยววิญญาณของเฉวียนหยางชิวอยู่! ขอแค่ได้มันมา ก็จะสามารถยึดครองตำหนักทองคำทั้งหมดเป็นของตนเองได้! รวมถึงตัวข้าด้วย ฮือๆๆ..."
เจ้าไข่ดำรู้สึกรันทดใจยิ่งนัก
ก่อนที่เฉวียนหยางชิวจะตาย เขาได้ลงตราประทับจิตไว้ในของที่ฝังร่วมกับศพทุกชิ้น หากมีใครมาแย่งชิงของเหล่านั้นไป ไม่เพียงแต่คนผู้นั้นจะโดนผลสะท้อนกลับอย่างรุนแรง แม้แต่ของสิ่งนั้นก็จะถูกทำลายไปด้วย
นี่คือความหวงแหนของเฉวียนหยางชิว!
สาเหตุที่เจ้าไข่ดำยังไม่ฟักออกมาสักที ก็เป็นเพราะตราประทับจิตของเฉวียนหยางชิว เนื่องจากเฉวียนหยางชิวตายไปแล้ว ตราประทับจิตของเขาจึงมีไอแห่งความตายเจือปนและปกคลุมอยู่บนตัวมัน ซึ่งตัวมันขัดแย้งกับไอความตาย ดังนั้นมันจึงไม่สามารถขจัดไอความตายแล้วฟักออกมาได้
ตราประทับจิตที่เฉวียนหยางชิวทิ้งไว้แข็งแกร่งมาก
ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นนภาระดับสูงสุดก็ยังไม่แน่ว่าจะลบมันออกไปได้
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้"
เสิ่นเยียนเข้าใจแจ่มแจ้ง
แต่นางยังมีเรื่องหนึ่งที่ไม่เข้าใจ นางจ้องมองเจ้าไข่ดำด้วยสายตาเย็นเยียบ
"แล้วเหตุใดถึงต้องใส่ร้ายพวกเราครั้งแล้วครั้งเล่า?"
เจ้าไข่ดำถูกสายตาอันเฉียบคมของเสิ่นเยียนทำให้หวาดกลัว ตัวไข่สั่นระริก ก่อนจะอธิบายเสียงอ่อย
"เพราะข้าอยากทดสอบความแข็งแกร่งของพวกเจ้า ดูว่าพวกเจ้ามีคุณสมบัติพอที่จะเข้าไปในตำหนักทองคำหรือไม่"
เสิ่นเยียนได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมา
เป็นรอยยิ้มที่ดูอันตรายอยู่บ้าง
"เจ้าช่างมองการณ์ไกลเสียจริงนะ"
"ข้าผิดไปแล้ว ขอโทษด้วย!"
เจ้าไข่ดำรีบขอขมาเพื่อรักษาชีวิต ทว่าในใจกลับนึกเสียใจว่าทำไมถึงเลือกปลุกมนุษย์ผู้นี้ขึ้นมาก่อน ตอนนี้ข่าวคราวอะไรก็ถูกนางหลอกถามไปจนหมด รู้อย่างนี้มันน่าจะเลือกคนที่ดูโง่หน่อย... อย่างเช่นเด็กหนุ่มผมแดงคนนั้น
เพียงแต่... หากโง่เกินไป ก็น่าจะทำการใหญ่ไม่สำเร็จกระมัง?!
เสิ่นเยียนลุกขึ้น สั่งให้เจดีย์สยบมารเก้าชั้นเฝ้าเจ้าไข่ดำไว้ จากนั้นจึงเดินไปปลุกเจียงเสวียนเยว่และคนอื่นๆ ทีละคน
จูเก่อโย่วหลินขยี้ตาแรงๆ จ้องมองตำหนักทองคำตรงหน้าด้วยความปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง พลางร้องเสียงหลง
"ว้าวๆๆ มีตำหนักทองคำอยู่จริงๆ ด้วย!"
พวกเจียงเสวียนเยว่เองก็ตื่นตะลึงกับความยิ่งใหญ่ของตำหนักทองคำนี้เช่นกัน
เผยอู๋ซูขมวดคิ้ว ในใจระแวดระวังขึ้นมา เขาหันไปมองเสิ่นเยียน
"เสิ่นเยียน นี่มันเรื่องอะไรกัน?"
เสิ่นเยียนถ่ายทอดข้อมูลที่หลอกถามมาจากเจ้าไข่ดำให้พวกเขาฟัง
เวินอวี้ชูฟังต้นสายปลายเหตุจบ ก็มองเสิ่นเยียนอย่างครุ่นคิดแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มบางๆ
"หัวหน้ากลุ่ม นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะยอมบอกข่าวสำคัญขนาดนี้กับพวกเรา หากเป็นคนอื่น ย่อมไม่ป่าวประกาศเรื่องกุญแจสีทองให้ใครรู้อย่างแน่นอน"
เสิ่นเยียนน้ำเสียงราบเรียบ
"กลุ่มเดียวกัน ไม่มีอะไรต้องปิดบัง"
เวินอวี้ชูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหลุดยิ้มออกมา
เสิ่นเยียนจอมปลอม? หรือเขาเป็นคนใจแคบเกินไป?
"นั่นสิ พวกเรากลุ่มเดียวกัน จะปิดบังกันไปมาทำไม ไร้สาระ!"
จูเก่อโย่วหลินส่งเสียงหึเห็นด้วย แล้วกล่าวต่อ
"เหมือนอย่างเรื่องพี่สาวของเซียวเจ๋อชวน ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องปิดบังพวกเราเลย"
เซียวเจ๋อชวนเลิกนัยน์ตาจิ้งจอกขึ้นเล็กน้อย ฉวยโอกาสถามแทรกขึ้นมา
"ถ้าตอนนั้นข้าพูดตามตรง พวกเจ้าจะช่วยข้าไหม?"
"เอ่อ... ไม่"
จูเก่อโย่วหลินหัวเราะแห้งๆ สองสามที
เจียงเสวียนเยว่เสริม
"ตอนนั้นพวกเรายังไม่สนิทกันนี่นา"
อวี๋ฉางอิงหัวเราะเบาๆ เอ่ยหยอกเย้า
"ถึงตอนนี้จะสนิทกันขึ้นมานิดนึง แต่น้องสาวอย่างข้าก็คงไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเองหรอกนะ น้องสาวไม่อยากเอาตัวไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากของคนอื่นจริงๆ"
เวินอวี้ชูก็ยิ้มเช่นกัน
"เรื่องที่ไม่มีผลประโยชน์ เวินคนนี้ไม่ทำ"
ฉือเยว่และเผยอู๋ซูไม่ได้พูดอะไร แต่เห็นได้ชัดว่ามีทัศนคติไม่ต่างกัน
สีหน้าของเซียวเจ๋อชวนดูซับซ้อน
"......"
นี่มันต่างอะไรกับการหาเรื่องใส่ตัว?
เซียวเจ๋อชวนอดไม่ได้ที่จะมองไปทางเสิ่นเยียน เสิ่นเยียนไม่ได้ตอบคำถามนี้ตรงๆ แต่กลับพูดว่า
"เจ้าใส่รองเท้าก่อนเถอะ"
เซียวเจ๋อชวนก้มลงมอง พบว่าเท้าข้างหนึ่งของเขาเปลือยเปล่าอยู่ นิ้วเท้าขยับดุ๊กดิ๊กไปมาโดยไม่รู้ตัว
ร่างกายของเขาแข็งทื่อ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
พวกจูเก่อโย่วหลินมองไปที่เท้าของเขาพร้อมกัน สีหน้าของแต่ละคนแตกต่างกันไป
"ฮ่าๆๆๆๆ..."
จูเก่อโย่วหลินหัวเราะเยาะอย่างไร้ความปรานี
"เจ้าดูอนาถกว่าข้าอีก!"
เสื้อด้านหลังของจูเก่อโย่วหลินถูกเกี่ยวจนขาด แต่ก็ยังไม่ถือว่าน่าอายเท่าไหร่
แต่กรณีของเซียวเจ๋อชวนนั้นน่าอายกว่า โดยเฉพาะคนที่มีภาพลักษณ์เย็นชาถือตัวอย่างเขา ความแตกต่างมันเลยดูมากเกินไป
แก้มของเซียวเจ๋อชวนขึ้นสีแดงระเรื่อ เขารีบล้วงรองเท้าบูทข้างยาวออกมาจากมิติเก็บของ หันหลังให้ทุกคน แล้วรีบสวมมันอย่างว่องไว
อวี๋ฉางอิงเลิกคิ้วยิ้ม
"พี่เจ๋อชวน ตอนท่านหน้าแดงนี่ดูดีจริงๆ เลยนะ"
เซียวเจ๋อชวนกระแอมไอหลายทีเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน
ทันใดนั้นเอง
"...กุรุ ช่วย... รุรุ ช่วยด้วย!"
มีเสียงความเคลื่อนไหวจากป่าปะการัง
เสิ่นเยียนและพรรคพวกหันไปมองตามเสียง เห็นเพียงคนชุดขาวนับสิบและเด็กหนุ่มชุดน้ำเงินปรากฏตัวขึ้นในป่าปะการัง พวกเขาดูทำตัวไม่ถูกในน้ำ ดิ้นรนตะเกียกตะกาย ไม่มีจุดยึดเกาะ และไม่มีอากาศหายใจ
"นั่นคนของสำนักมังกรหลวง..."
เวินอวี้ชูหรี่ตามอง
เด็กหนุ่มชุดน้ำเงินกลั้นหายใจ พอเห็นพวกเสิ่นเยียนที่อยู่นอกป่าปะการัง ดวงตาก็ดูเหมือนจะเป็นประกายขึ้นมา เขาว่ายน้ำท่าลูกหมามุ่งตรงมาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว
เสิ่นเยียนเห็นดังนั้นจึงหันไปถามคนอื่น
"พวกเจ้ารู้จักหรือ?"
"ไม่รู้จัก"
พวกเวินอวี้ชูส่ายหน้าปฏิเสธ
เสิ่นเยียนขมวดคิ้วสงสัย แล้วทำไมเด็กหนุ่มชุดน้ำเงินคนนั้นถึงมองมาเหมือนเจอคนรู้จัก?
ในบรรดาคนของสำนักมังกรหลวงนับสิบคน มีเพียงหกคนที่มีลูกแก้วกันน้ำ คนที่เหลือไม่มี จึงหายใจไม่ออกและจมน้ำตายไป ศพลอยล่องอยู่ในป่าปะการัง
"โฮก"
เสียงคำรามดังขึ้น ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนไปทั่วป่าปะการัง กระแสน้ำม้วนตัวเป็นคลื่นลูกใหญ่
เสิ่นเยียนเพ่งมอง แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"มังกรปีศาจปฐพี!"
มังกรยักษ์สีแดงชาดแผ่รังสีสังหารทั่วร่าง นัยน์ตาสัตว์ร้ายเต็มไปด้วยความโกรธแค้นอย่างลึกซึ้ง มันพุ่งทะยานจากอีกฝั่งของป่าปะการังตรงดิ่งมาทางนี้อย่างบ้าคลั่งไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
ร่างของมันชนปะการังจนล้มระเนระนาด แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เจ้าไข่ดำเห็นมังกรปีศาจปฐพีมาก็ตัวสั่นงันงก รีบร้องบอกพวกเสิ่นเยียนอย่างร้อนรน
"พวกเจ้ารีบเข้าไปในตำหนักเร็ว!"
จูเก่อโย่วหลินสะดุ้งโหยง
"ใคร? ใครพูดน่ะ?"
เจ้าไข่ดำ
"......"
เสิ่นเยียนไม่ได้ฟังคำของเจ้าไข่ดำ นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เอ่ยเสียงเรียบ
"สังหารมังกรปีศาจปฐพี คือภารกิจหลักของพวกเรา"
เผยอู๋ซูกระชับกระบี่ดำในมือ "ยื้อกับมันต่อไปไม่ได้แล้ว"
"เช่นนั้นก็บรรเลงบทเพลงใต้น้ำสักเพลงเถอะ"
เวินอวี้ชูยิ้ม เขาเรียกฉินโบราณออกมา ปลายนิ้วลองดีดสายฉินเบาๆ
เจิง
จูเก่อโย่วหลินยืดตัวตรง ใบหน้าหล่อเหลาดูจริงจังขึ้น มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย
"เนื้อของมังกรปีศาจปฐพีตัวนี้น่าจะรสชาติไม่เลว รอมันถูกแล่เป็นชิ้นๆ แล้ว ข้าจะย่างให้พวกเจ้ากินเอง"