- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 176 ศัสตราวิญญาณ โล่พรางตา
ตอนที่ 176 ศัสตราวิญญาณ โล่พรางตา
ตอนที่ 176 ศัสตราวิญญาณ โล่พรางตา
เซียวเจ๋อชวนเห็นเสิ่นเยียนจัดการกับหมอกโลหิตได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ในใจก็อดประหลาดใจมิได้
"ดี ตามข้ามา!"
เซียวเจ๋อชวนมุ่งหน้าไปทางซ้ายทันที เขาตวัดดาบฟันเหล่าองครักษ์ที่ขวางทางจนแตกพ่าย
ส่วนพวกเสิ่นเยียนนั้นพลางต้านรับการโจมตี พลางเร่งฝีเท้าตามไปติดๆ
บนพื้นมีองครักษ์ล้มลงไปกว่ายี่สิบนาย แต่ก็ยังมีอีกยี่สิบสามสิบนายที่ยังคงไล่ล่าอย่างไม่ลดละ และนี่ยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะทหารไล่ล่ากลุ่มอื่นในเมืองใต้ดินกำลังเร่งรุดมาด้วยความเร็วสูงสุด
เส้นทางในเมืองใต้ดินนี้คดเคี้ยวเลี้ยวลด อีกทั้งยังติดตั้งกลไกกับดักไว้ไม่น้อย
หากไม่มีเซียวเจ๋อชวนนำทาง เกรงว่าพวกเขาคงถูกกลไกอันตรายเหล่านี้ถ่วงเวลาไว้เป็นแน่
"อย่าให้พวกมันหนีไปได้!"
หัวหน้าองครักษ์ตะโกนด้วยใบหน้าดำทะมึน
"เตรียมตัวยิง!"
สิ้นเสียงคำสั่งของหัวหน้าองครักษ์ องครักษ์เกือบยี่สิบนายก็หยิบธนูออกมาจากมิติเก็บของ พวกเขาถ่ายเทพลังวิญญาณคลุมลูกธนูอย่างชำนาญ แล้วเล็งไปยังทั้งเจ็ดคนที่กำลังหลบหนีอยู่เบื้องหน้า
ง้างสาย
ยิง
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ลูกธนูที่ห่อหุ้มด้วยพลังวิญญาณทรงพลังขึ้นเกือบสิบเท่า ความเร็วเองก็น่าตกใจยิ่งนัก
เสิ่นเยียนยกกระบี่ขึ้นปัดป้องพายุธนู ถูกบีบให้ต้องถอยร่นต่อเนื่อง
นางกล่าวเสียงเย็น
"ไม่ควรพัวพัน! ไป!"
พายุธนูที่สาดซัดเข้ามาอย่างหนาแน่น ทำให้ความเร็วในการหลบหนีของพวกเสิ่นเยียนทั้งเจ็ดชะลอลงอย่างกะทันหัน
ด้านหลังมีพายุธนู ด้านหน้าก็มีทหารไล่ล่าปรากฏตัวขึ้นอีก ปิดล้อมพวกเขาไว้ในทางเดิน
ถูกกระหนาบตีสองด้าน สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก
หัวหน้าองครักษ์ที่บัญชาการยิงธนูหรี่ตาลง กวาดตามองเซียวเจ๋อชวนแวบหนึ่ง ก่อนจะจับจ้องไปที่เหล่าเด็กหนุ่มสาวหน้าตาดีพวกนี้ แล้วกล่าวเสียงขรึม
"พวกเจ้าเป็นใครกันแน่? ถึงกล้าบุกรุกฮวากูแห่งแคว้นหนานซางของข้า?"
"ทุกคนหยุดมือ!"
เซียวเจ๋อชวนพลันหยิบป้ายคำสั่งทองม่วงออกมา ตวาดเสียงดังลั่น แล้วกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"พวกเจ้าจำเปิ่นไท่จื่อไม่ได้หรือ?!"
น้ำเสียงของเขาเจือความเกรี้ยวกราด ผนวกกับการใช้พลังวิญญาณขยายเสียง ทำให้เหล่าองครักษ์ในที่นั้นต่างตะลึงงันไปชั่วขณะ
"องค์รัชทายาท..."
สีหน้าของหัวหน้าองครักษ์แปรเปลี่ยนเป็นอ่านยาก
แขนของเซียวเจ๋อชวนถูกลูกธนูพลังวิญญาณเฉี่ยวจนบาดเจ็บ เขาตวัดสายตาอำมหิตมองไปยังพวกมัน
"ไล่ล่าสังหารเปิ่นเตี้ยน พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่ามีความผิดสถานใด?!"
เหล่าองครักษ์พลันตื่นตระหนกตกใจ
ไล่ล่าสังหารองค์รัชทายาท ย่อมเป็นโทษประหารสถานเดียว!
หัวหน้าองครักษ์หรี่ตาลง
"พวกข้าน้อยเพียงแค่ปฏิบัติตามคำสั่งของท่านเทพบุปผาเท่านั้น องค์รัชทายาท คนกลุ่มนี้ที่ท่านพามาฝีมือไม่ธรรมดา ดูไม่เหมือนเครื่องสังเวยเลยนะพะยะค่ะ..."
เซียวเจ๋อชวนปาสายตาราวกับมีดดาบใส่หัวหน้าองครักษ์
"เจ้ากำลังสงสัยว่าเปิ่นเตี้ยนคิดกบฏงั้นรึ?"
"ข้าน้อยมิกล้า"
หัวหน้าองครักษ์แสร้งทำท่าประสานมือขอขมา ทว่าท่าทีกลับไม่ได้มีความเคารพสักเท่าไรนัก
เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มอีกว่า
"องค์รัชทายาท คนกลุ่มนี้น่าสงสัยจริงๆ มิสู้ท่านสังหารพวกเขาเสียให้หมด อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นเครื่องสังเวย จะอยู่หรือตายก็ไม่สำคัญ"
เซียวเจ๋อชวนหน้าดำทะมึน แสยะยิ้มเย็น
"ได้ หากเปิ่นเตี้ยนสังหารพวกเขา ก็พิสูจน์ได้ว่าเปิ่นเตี้ยนไม่มีจิตคิดคด ส่วนโทษฐานที่เจ้าล่วงเกินเปิ่นเตี้ยน เปิ่นเตี้ยนจะให้พวกเจ้าชดใช้!"
หัวหน้าองครักษ์ได้ยินดังนั้น หัวใจก็กระตุกวูบ
หรือว่าองค์รัชทายาทจะไม่ได้มีจิตคิดกบฏจริงๆ? เช่นนั้นเหตุใดท่านเทพบุปผาถึงใช้หมอกโลหิตชี้ทางให้พวกเขามาล้อมสังหารผู้บุกรุกเล่า?
เหล่าองครักษ์ถูกสายตาเฉียบคมของเซียวเจ๋อชวนกวาดมอง ก็ตกใจจนรีบคุกเข่าลงทันที
พวกเขาหวาดกลัวจนตัวสั่น
แต่พวกเขาก็ยังจับจ้องการกระทำของเซียวเจ๋อชวน เห็นเพียงเขายกดาบขึ้น ทำท่าจะฟันลงไปที่หนึ่งใน ผู้บุกรุก
"ไปตายซะ! ลองลิ้มรสอาวุธลับของแม่หน่อยเป็นไง!"
อวี๋ฉางอิงเปลี่ยนเข้าสู่โหมดหุ่นเหล็กกำยำทันที นางยกมือทั้งสองข้างขึ้น ข้างหนึ่งหน้าข้างหนึ่งหลัง แขนกลเหล็กพลันยิงอาวุธลับออกมานับไม่ถ้วนในชั่วพริบตา
อาวุธลับเหล่านี้รวดเร็วยิ่งกว่าพายุธนูเมื่อครู่เสียอีก!
เหล่าองครักษ์ไม่ทันคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ กว่าพวกเขาจะทันได้ตอบสนอง อาวุธลับของอวี๋ฉางอิงก็เจาะทะลุร่างของพวกเขาไปแล้ว
อาวุธลับยังคงพุ่งพล่านไปมาในร่างของพวกเขา ปั่นป่วนจนเจ็บปวดเจียนตาย
เพียงครู่เดียว องครักษ์ก็ล้มลงไปกองใหญ่ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
และในจังหวะนั้นเอง เซียวเจ๋อชวนก็เอ่ยเสียงขรึม
"ไป!"
พอเซียวเจ๋อชวนส่งเสียง สีหน้าของหัวหน้าองครักษ์ก็เปลี่ยนไปทันที เขาตะโกนก้อง
"ฆ่าพวกมัน! จับเป็นเซียวเจ๋อชวน ส่งให้ท่านเทพบุปผาลงทัณฑ์!"
อวี๋ฉางอิงเห็นหัวหน้าองครักษ์พุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วสูง นัยน์ตาของนางฉายแววเคร่งขรึม นางปลดโหมดหุ่นเหล็กกำยำทันที จากนั้นประสานมือทั้งสองข้าง ร่ายเคล็ดวิชาศัสตราวิญญาณอันน่าตื่นตะลึงออกมา
"ศัสตราวิญญาณโล่พรางตา จงปรากฏ!"
ท่ามกลางความว่างเปล่า โล่ศัสตราวิญญาณขนาดมหึมาปรากฏขึ้น
นางพลิกมือซัดโล่ศัสตราวิญญาณใส่เหล่าทหารไล่ล่า
ตูม
เสียงระเบิดดังสนั่น หัวหน้าองครักษ์และพรรคพวกถูกบีบให้ถอยร่นไปช่วงหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังจะพุ่งเข้าหาตำแหน่งของอวี๋ฉางอิงอีกครั้ง ก็สัมผัสได้ถึงม่านพลังที่มองไม่เห็นชั้นหนึ่งอย่างชัดเจน!
"โล่ศัสตราวิญญาณ!"
สีหน้าของหัวหน้าองครักษ์ดูไม่ได้ นักหลอมศาสตราที่มีพรสวรรค์โดดเด่นเท่านั้นถึงจะหลอมศัสตราวิญญาณออกมาได้ และนักหลอมศาสตราที่สามารถใช้กระบวนท่าโล่ศัสตราวิญญาณนี้ได้ ก็มีน้อยยิ่งกว่าน้อย
เมื่อโล่ศัสตราวิญญาณปรากฏ จะสามารถต้านทานผู้ฝึกตนที่มีระดับพลังต่ำกว่าผู้ร่ายคาถาได้ทั้งหมด รวมไปถึงการโจมตีด้วย!
ผู้บุกรุกเหล่านี้เป็นใครกันแน่?!
ระดับพลังของหัวหน้าองครักษ์คือขั้นปฐพีระดับห้า ส่วนอวี๋ฉางอิงมีระดับพลังเพียงขั้นปฐพีระดับสี่ ดังนั้นเขาจึงสามารถทำลายโล่ศัสตราวิญญาณได้
เพียงแต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ เขาใช้เวลานานเกินไป
รอจนกระทั่งโล่ศัสตราวิญญาณถูกทำลาย ร่างของพวกเซียวเจ๋อชวนทั้งเจ็ดก็หายไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงซากศพของเหล่าองครักษ์เกลื่อนพื้น
หัวหน้าองครักษ์สีหน้าตื่นตระหนก
"ตาม!"
...
พวกเสิ่นเยียนตามเซียวเจ๋อชวนเข้าไปในทางเดินอีกเส้นหนึ่ง พวกเขาสลัดทหารไล่ล่าหลุดแล้ว และมุ่งหน้าลึกลงไปเรื่อยๆ
ท่ามกลางแสงสลัว เงาร่างของคนทั้งกี่ดูเลือนราง
จู่ๆ เจียงเสียนเยว่ก็เอ่ยขึ้น
"ข้ารู้สึกว่ากลิ่นคาวเลือดเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แล้ว"
"ไอ้พวกปีศาจบัดซบนั่น!"
อวี๋ฉางอิงสบถออกมา
เวินอวี้ชูหันกลับมามองอวี๋ฉางอิงแวบหนึ่ง ยิ้มอย่างจนใจแล้วกล่าวว่า
"น้องหญิงฉางอิง เบาเสียงหน่อย"
"หุบปาก แม่กำลังอารมณ์ไม่ดี!"
อวี๋ฉางอิงถลึงตาใส่เขา แล้วหันไปมองเซียวเจ๋อชวน
"เซียวเจ๋อชวน แม่จะบอกเจ้าไว้ ถ้าเจ้ากล้าวางแผนเล่นงานข้าอีก ข้าจะตบเจ้าให้ร่วงลงบ่อขี้เลยคอยดู!"
เซียวเจ๋อชวน
"..."
"เจ้าเป็นใบ้รึไง!"
อวี๋ฉางอิงขยับกายวูบ ยกมือตบเข้าที่ท้ายทอยของเซียวเจ๋อชวนฉาดหนึ่ง น้ำเสียงเจือความนักเลงเต็มเปี่ยม
เซียวเจ๋อชวนถูกตบอย่างกะทันหันก็มึนงง พอได้สติ แววตาก็ฉายแววอำมหิต
อวี๋ฉางอิงแสยะยิ้ม
"ยังกล้าถลึงตาใส่แม่อีก?"
เซียวเจ๋อชวนเม้มริมฝีปาก เก็บสายตากลับมา
ตอนนี้อวี๋ฉางอิงกำลังหงุดหงิดงุ่นง่าน เต็มไปด้วยความรำคาญใจ นางหันไปด่าจูเก่อโย่วหลินอีก
"ไอ้เด็กบ้า ถ้าแม่จับเจ้าได้ จะเตะให้กระเด็นเลย!"
เสิ่นเยียนหลุบตามองป้ายหยกประจำตัวในมือ มันกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง นางใจเต้นระรัว นี่พิสูจน์ได้ว่าระยะห่างระหว่างพวกเขากับจูเก่อโย่วหลินนั้นใกล้กันมากแล้ว
เสิ่นเยียนรีบสาวเท้าก้าวไปข้างหน้า คนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของเสิ่นเยียน จึงรีบเร่งฝีเท้าตามไปโดยสัญชาตญาณ
ไม่นานนัก พวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่สับสนปนเป ดังมาพร้อมกับเสียงของเด็กหนุ่มที่เจือความหวาดกลัวและเหนื่อยล้า
"พวกเจ้าเลิกตามได้แล้ว! ข้าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว! ข้าไม่สำรวจแล้ว ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ!"
"น้องสาวตัวน้อย ข้าเตือนเจ้าว่าอย่ากระโดดเข้ามานะ! ข้าจะแยกชิ้นส่วนเจ้าจริงๆ ด้วย!"
"แม่จ๋า! อย่าเข้ามานะเว้ย!"