- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 2 เผชิญหน้าบุรุษปีศาจ
ตอนที่ 2 เผชิญหน้าบุรุษปีศาจ
ตอนที่ 2 เผชิญหน้าบุรุษปีศาจ
หลังจากที่เสิ่นเยียนหนีออกจากคุกใต้ดิน ได้ ยามค่ำคืนก็ล่วงลึกแล้ว นางพบว่าที่นี่คือป่าทึบอันกว้างใหญ่ ทั้งยังมีสัตว์วิญญาณระดับต่ำ จำนวนไม่น้อยเคลื่อนไหวอยู่โดยรอบ
นางมองแสงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้า พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย นางค้นหาในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมอยู่ครู่หนึ่ง จึงนึกขึ้นได้ว่าบริเวณชายแดนแคว้นหนานเซียวมีผืนป่าแห่งหนึ่งนามว่า ป่าเพลิงวิญญาณ
ตอนนี้นางน่าจะอยู่ในป่าเพลิงวิญญาณ
คาดไม่ถึงว่าหนานกงอวี๋ จะอุตส่าห์มาสร้างคุกใต้ดิน ลับไว้ที่นี่ ช่างลำบากลำบนเสียจริง!
สีหน้าของเสิ่นเยียนเยียบเย็นลงเล็กน้อย ไม่ลังเลอีกต่อไป นางก้มลงสำรวจร่องรอยบนพื้นอย่างละเอียด พลางมุ่งหน้าตามทิศทางของรอยเท้านั้น เตรียมที่จะออกจากป่าแห่งนี้
แต่ในขณะนั้นเอง—
กระแสอากาศในห้วงมิติเหนือศีรษะพลันบิดเบี้ยวอย่างกะทันหัน ตามมาด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แผ่กระจายออกมา จนทำให้เหล่าสัตว์วิญญาณทั่วทั้งป่าเพลิงวิญญาณ ตื่นตระหนกสับสนอลหม่าน เสียงคำรามของอสูรที่ทั้งโกรธเกรี้ยว หวาดหวั่น และข่มขู่ดังระงมขึ้นจากทั่วทุกสารทิศในบัดดล
“เฟิงสิงเหยาตอนนี้เจ้าบาดเจ็บสาหัส เส้นชีพจรขาดสะบั้น พลังวิญญาณก็เหือดแห้ง มอบเจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวมาเสียดี ๆ! ยังพอจะรักษาศพของเจ้าไว้ให้ครบสมบูรณ์ได้!”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยอันแหบแห้งดังขึ้น
เสิ่นเยียนสัมผัสได้ถึงไอสังหารจากเบื้องบน สัญชาตญาณทำให้นางเคลื่อนไหวในทันที บัดนี้นางหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่อย่างแนบเนียน
หัวใจของนางเต้นระรัว สีหน้าเคร่งขรึม นางค่อย ๆ แหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปยังห้วงมิติเบื้องบน
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือกลุ่มคนชุดดำ สวมหน้ากาก พวกเขากำลังเหยียบย่ำอากาศ ท่วงท่าองอาจเปี่ยมพลัง แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวพวกเขายิ่งทำให้นางรู้สึกหายใจติดขัด
และตรงข้ามกับกลุ่มคนชุดดำเหล่านั้น คือบุรุษหนุ่มรูปงามในอาภรณ์สีแดง รูปร่างสูงโปร่งสง่างาม เขามีใบหน้างดงามดุจปีศาจโดยแท้ เรือนผมสีนิลดุจน้ำตกทิ้งตัวลงบนบ่า วงหน้านั้นเรียกได้ว่างดงามล่มเมือง เพียงแรกเห็นก็ต้องตะลึงงัน บริเวณสันคิ้วของเขามีคราบเลือดติดอยู่ ยิ่งขับเน้นให้เขาดูเย้ายวนปานปีศาจเจ้าเสน่ห์
ทว่าแขนขาทั้งสี่ของเขากลับถูกโซ่เหล็กเส้นหนาหนักร้อยทะลุ ปล่อยให้ห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ
ริมฝีปากของเขาซีดขาวราวกับกระดาษ บนหน้าผากชื้นเหงื่อเย็นเยียบ
ในยามนี้ สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเสิ่นเยียนกลับเป็น...
การเหาะเหินเดินอากาศ!
หัวใจของเสิ่นเยียนสั่นสะท้านเล็กน้อย ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ทั่วทั้งแคว้นหนานเซียวไม่มีผู้ใดเลยที่มีความสามารถถึงขั้นเหาะเหินเดินอากาศได้! ต่อให้เป็นทั่วทั้งแดนประจิมผิงเจ๋อ ผู้แข็งแกร่งที่มีความสามารถเช่นนี้ก็นับนิ้วได้!
พวกเขาเป็นใครกันแน่?
แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใคร ด้วยพลังฝีมือของนางในตอนนี้ ล้วนไม่สามารถต่อกรได้ทั้งสิ้น
“อยากได้เจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวรึ? ฝันไปเถอะ” น้ำเสียงเจือแววสรวลของบุรุษอาภรณ์แดง เฟิงสิงเหยา ค่อย ๆ ดังขึ้น แฝงไว้ด้วยเสน่ห์อันชั่วร้ายที่ยากจะบรรยาย
“เฟิงสิงเหยา เจ้าคิดว่าเจ้ายังเป็น...”
เฟิงสิงเหยาเอ่ยขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ต่อให้ข้าผู้นี้จะทำลายมันทิ้ง ก็จะไม่ยกให้พวกเจ้า”
ขณะที่พูด บนฝ่ามือของเขาก็ค่อย ๆ ปรากฏเจดีย์โบราณสีดำองค์หนึ่งขึ้น ภายใต้สายตาตื่นตระหนกของกลุ่มคนชุดดำเหล่านั้น เขาทำท่าทางราวกับจะบดขยี้เจดีย์โบราณสีดำองค์นั้น
“ไม่—”
กลุ่มคนชุดดำกรีดร้อง พุ่งทะยานเข้าไปหมายจะหยุดยั้งการกระทำของเฟิงสิงเหยาทันที
แต่ในฉับพลันนั้นเอง เจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวก็ระเบิดแสงสว่างจ้าออกมา ไออสูรอันน่าสะพรึงกลัวแผ่พุ่งออกมาดุจเมฆทะมึนบดบังตะวัน สะกดกลุ่มคนชุดดำเหล่านั้นให้หยุดนิ่งอยู่กับที่
ไออสูรเข้าพันธนาการกลุ่มคนชุดดำ ขัดขวางการเคลื่อนไหวของพวกเขา
กลุ่มคนชุดดำพลันได้สติ
“แย่แล้ว พวกเราหลงกลมัน!”
มุมปากของเฟิงสิงเหยายกขึ้นเล็กน้อย พอกำลังจะหันหลังและฉีกมิติเพื่อหนีจากไป พลันเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น! เจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวพลันหลุดออกจากฝ่ามือของเขา พุ่งตรงไปยังทิศทางเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว
ความเร็วนั้นน่าตกตะลึงอย่างยิ่ง!
“จิ่วจ่วน ...” สีหน้าของเฟิงสิงเหยาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ร่างของเขาไหววูบ ไล่ตามทิศทางที่เจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวหายไป ในพริบตาก็มาถึงใจกลางป่าเพลิงวิญญาณ
เมื่อเขาเห็นว่าเจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวไปตกอยู่ในมือของเด็กสาวสภาพซอมซ่อคนหนึ่ง ก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
เด็กสาวที่อยู่ไม่ไกลนั้นทั่วร่างปราศจากไอพลังวิญญาณแม้แต่น้อย เสื้อผ้าถูกเฆี่ยนตีจนขาดวิ่น บาดแผลที่เผยออกมาบางแห่งถึงกับเนื้อหนังฉีกขาดเปิดอ้า นางดูผอมแห้งอย่างมาก อายุราวสิบห้าปีโดยประมาณ
ทว่าสีหน้าของนางกลับสงบนิ่งไม่ไหวติง
เฟิงสิงเหยามีสีหน้าเรียบเฉย เขาเลื่อนสายตาไปจับจ้องที่เจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยว และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า: “จิ่วจ่วนกลับมา”
เจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวกลับไม่ตอบสนองใด ๆ
ในยามนี้ กลุ่มคนชุดดำได้สลัดหลุดจากการพันธนาการของไออสูรแล้ว และกำลังมุ่งหน้ามายังที่นี่ด้วยความเร็วสูงสุด
เสิ่นเยียนสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึงได้อย่างฉับไว นางก้มมองเจดีย์โบราณสีดำ ที่จู่ ๆ ก็ติดหนึบ อยู่บนฝ่ามือขวาของตน แล้วตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมองเฟิงสิงเหยาในทันที
“ข้าจะโยนให้ท่าน ท่านรีบหนีไป!”
เฟิงสิงเหยาได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ใบหน้างดงามดุจปีศาจนั้นคล้ายจะเจือไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนมากขึ้นหลายส่วน
เด็กสาวผู้นี้ช่างฉลาดนัก เกรงว่าเขาจะนำพาหายนะมาสู่ตัวนาง
แม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดเจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวถึงได้ไปตกลงบนมือของนาง? แต่ยามนี้ไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องนั้นแล้ว
“ได้”
เสิ่นเยียนพูดจบ ก็ออกแรงโยนเจดีย์โบราณสีดำในมือไปทางเฟิงสิงเหยาทันที
ฟุ่บ—
เจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวถูกโยนไปกลางอากาศ ทว่ามันกลับหยุดชะงักกลางคัน ก่อนจะหันกลับมาด้วยความเร็วที่มองด้วยตาเปล่าไม่ทัน
จากนั้น ก็กลับมาติดหนึบอยู่บนฝ่ามือขวาของเสิ่นเยียนอย่างมั่นคง
เสิ่นเยียน: “???”
ไม่ว่าเสิ่นเยียนจะสะบัดอย่างไร จะแกะอย่างไร ก็ไม่สามารถเอาเจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวนี้ออกไปได้
กลุ่มคนชุดดำมาถึงแล้ว คราวนี้พวกเขาไม่เสียเวลาพูดพล่ามทำเพลงกับเฟิงสิงเหยาอีกต่อไป รวบรวมกระบวนท่าเข้าจู่โจมเขาทันที แต่ทว่า เมื่อพวกเขาเห็นว่าเจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยว ไปตกอยู่ในมือของสาวน้อยไร้ค่าคนหนึ่ง ก็เผยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะตามมาด้วยความยินดีปรีดาอย่างบ้าคลั่ง
“ฆ่านางซะ!”
กลุ่มคนชุดดำส่วนหนึ่งเบนเป้าหมายมาทางเสิ่นเยียนทันที พวกเขาคิดจะสังหารเสิ่นเยียนในกระบวนท่าเดียว
สีหน้าของเสิ่นเยียนเปลี่ยนไป แววตาเย็นเยียบเข้มข้น ท่าร่าง ของนางคล่องแคล่วว่องไว หลบหลีกการโจมตีไปได้หลายกระบวนท่าติดต่อกัน
ทำเอาเหล่ากลุ่มคนชุดดำ ลึกลับพวกนั้นตกตะลึงอย่างมาก
เพราะเห็นได้ชัดว่าทั่วร่างของเสิ่นเยียนไม่มีไอพลังวิญญาณแม้แต่น้อย นางหลบหลีกกระบวนท่าสังหารของพวกเขาได้อย่างไร?
ทันใดนั้น คนชุดดำคนหนึ่งก็ฟาดกระบี่ยาวเข้าใส่เสิ่นเยียน เสียง ‘แคร๊ง’ ดังขึ้น
คนชุดดำผู้นั้นเห็นภาพตรงหน้าถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เพราะเสิ่นเยียนในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น นางยกมือขวาขึ้นใช้เจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวรับกระบี่ของเขาโดยตรง!
นางกล้าดียังไง!
นี่มันอาวุธเทวะล้ำค่า!
ช่างเป็นสาวน้อยไร้ค่า ที่โง่เขลาเสียจริง!
กลุ่มคนชุดดำ ปลดปล่อยแรงกดดัน มหาศาลออกมา ทำให้เสิ่นเยียนต้านรับไม่ไหวอีกต่อไป ในลำคอของนางมีรสคาวเลือดตีตื้นขึ้นมา แผ่นหลังของนางงอลงเล็กน้อย
ในขณะที่กระบวนท่าสังหารของพวกเขากำลังจะจู่โจมมาอีกครั้ง เสิ่นเยียนก็รู้สึกได้ว่ามีท่อนแขนอันแข็งแกร่งทรงพลังโอบรัดเข้าที่เอวของนาง บนข้อมือของคนผู้นั้นยังมีโซ่เหล็กเย็นเยียบพันธนาการอยู่ ไอเย็นยะเยือกแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของนาง ในขณะเดียวกันกลิ่นไม้จันทน์จาง ๆ ก็ลอยอบอวลอยู่ที่ปลายจมูก ร่างทั้งร่างของนางถูกดึงเข้าไปสู่อ้อมกอดของบุรุษผู้นั้น
ข้างหูมีลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารด
นางได้ยินเพียงเสียงทุ้มเรียบเฉยของเขาเอ่ยว่า: “ตอนนี้ ข้าผู้นี้ไปไหนไม่ได้แล้ว ส่วนเจ้าก็หนีไม่รอดเช่นกัน”
“ไม่แน่เสมอไป” ในยามนี้เสิ่นเยียนกลับสงบนิ่งอย่างถึงที่สุด
เฟิงสิงเหยาก้มมองนางแวบหนึ่ง นัยน์ตาดำมืดจนยากจะอ่านความรู้สึก
ทรวงอกของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อย พร้อมกับเปล่งเสียงหัวเราะเบา ๆ : “เช่นนั้นเจ้าก็ช่วยข้าผู้นี้สิ แล้วข้าผู้นี้จะมอบของวิเศษเจดีย์สะกดอสูรเก้าเลี้ยวให้เจ้า”