เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 เถ้าแก่ ท่านเขียนเมนูผิดหรือเปล่า

บทที่ 14 เถ้าแก่ ท่านเขียนเมนูผิดหรือเปล่า

บทที่ 14 เถ้าแก่ ท่านเขียนเมนูผิดหรือเปล่า


บทที่ 14 เถ้าแก่ ท่านเขียนเมนูผิดหรือเปล่า

"ร้านอาหารม่ายหมี่? ร้านอาหารร้านนี้โผล่มาจากไหนกัน?" โม่ไป๋ยืนอยู่หน้าร้านอาหาร ค้อนยักษ์สีดำที่มีความสูงพอๆ กับตัวเขาถูกพาดไว้บนบ่าอย่างลวกๆ หยาดเหงื่อไหลย้อยผ่านเคราดกหนาสีเทาขาว หยดลงบนแผงอกสีแดงคล้ำที่เปิดเปลือยอยู่ครึ่งหนึ่ง ใบหน้าสีแดงเข้มที่ผ่านการถูกไฟจากเตาหลอมแผดเผาเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย

ชัดเจนว่าเมื่อวานตอนเที่ยงเขายังเห็นที่นี่เป็นกระท่อมไม้ผุพัง ด้านในมีสองพ่อลูกอาศัยอยู่ด้วยกัน ผู้ชายเป็นคนพิการที่แค่จะเดินเหินยังลำบาก ไม่เคยพูดจากับเขา ส่วนลูกสาวตัวน้อยสวมหมวกสีเทาอยู่ตลอดเวลา หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู บางครั้งก็นั่งยองๆ อยู่หน้าโรงตีเหล็กดูเขาตีอาวุธ

แต่เพียงแค่ผ่านไปคืนเดียว กระท่อมไม้ที่จวนเจียนจะพังมิพังแหล่กลับเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นตึกสองชั้นที่สวยงามถึงเพียงนี้ ชั้นหนึ่งถึงขั้นใช้ผลึกใสแทนผนังทั้งแถบ ทำให้มองเห็นร้านอาหารที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้านใน ทำเอาโม่ไป๋ปรับอารมณ์ตามแทบไม่ทัน

ต่อให้เป็นบนจัตุรัสย่าติงแห่งนี้ ก็คงหาร้านอาหารแห่งที่สองที่สวยงามกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว เพราะผนังผลึกใสทั้งแถบนั้นช่างดูบางเบาและโปร่งใสเหลือเกิน โต๊ะเก้าอี้แต่ละตัวก็ดูสะอาดตาน่านั่ง โคมไฟระย้าผลึกแก้วกึ่งโปร่งแสนั่นยังดูประณีตงดงามยิ่งกว่าของในพระราชวังเสียอีก

"หรือว่ามนุษย์พิการคนนั้นแท้จริงแล้วเป็นจอมเวทผู้เก่งกาจ? แล้วเสกให้กลายเป็นร้านอาหารแบบนี้ในชั่วข้ามคืน เพื่อตัดสินใจลงมือทำอาหาร?" โม่ไป๋ลูบเครา ส่ายหน้าไปมา "จิตใจของมนุษย์เจ้าเล่ห์ช่างยากแท้หยั่งถึงจริงๆ แต่ในเมื่อร้านอาหารมาเปิดอยู่ที่นี่ ลองเข้าไปชิมรสชาติดูหน่อยจะเป็นไรไป ถ้าอร่อย วันหลังจะได้ไม่ต้องวิ่งไปหาของกินไกลๆ"

เขามั่นใจว่าร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านที่สองพ่อลูกคู่นั้นเปิด เพราะมองผ่านผนังผลึกใสเข้าไป เขาเห็นเด็กผู้หญิงตัวน้อยนั่งเหม่ออยู่หลังเคาน์เตอร์ วันนี้นางไม่ได้สวมหมวก ดูน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

เขาหิ้วค้อนยักษ์ ยื่นมือไปผลักประตู เสียงกระดิ่งที่ดังขึ้นบนประตูทำให้โม่ไป๋สะดุ้งตกใจ เงยหน้าขึ้นมองกระดิ่งลมใบเล็กสองใบที่แขวนอยู่ แล้วยิ้มเยาะตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้ามาด้านใน

เมื่อเข้ามาในร้านอาหาร บรรยากาศภายในกลับดูสะอาดและสบายตายิ่งกว่าที่มองจากภายนอกเสียอีก แม้การตกแต่งจะดูวิจิตรตระการตา แต่โทนสีน้ำตาลเทาของร้านกลับทำให้รู้สึกสบายใจ ไม่รู้สึกแสบตา แต่กลับให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด

โม่ไป๋ก้มลงมองเสื้อผ้าหนังสัตว์บนร่างกายที่ถูกสะเก็ดไฟไหม้จนเป็นรูพรุน และรองเท้าหนังที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ แล้วมองดูพื้นร้านที่สะอาดสะอ้านแวววาว ชั่วขณะหนึ่งก็เกิดความลังเลใจขึ้นมา

...

"ท่านพ่อ! มีแขกมาแล้ว! เป็นคุณปู่คนแคระข้างบ้านล่ะ" อ้ายหมี่ที่ฟุบรอข้าวอยู่บนเคาน์เตอร์ดวงตาเป็นประกาย เมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามา ก็หันกลับไปตะโกนบอกทางห้องครัวด้วยความตื่นเต้น

ม่ายเก๋อที่เพิ่งจะเตรียมวัตถุดิบเสร็จและกำลังจะเริ่มผัดข้าวได้ยินเสียงกระดิ่งและเสียงของอ้ายหมี่ ก็หันไปมองทางประตูด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ประตูถูกผลักเปิดออก ผู้ที่เดินเข้ามาคือชายชราเผ่าคนแคระที่แบกค้อนยักษ์สีดำไว้บนบ่า ผมสั้น เคราดกหนาสีเทาขาวรุงรัง แผงอกที่เปิดกว้างเผยให้เห็นกล้ามเนื้ออันกำยำล่ำสัน แขนทั้งสองข้างหนาพอๆ กับต้นขาของคนปกติ สวมชุดหนังสัตว์ที่มีรูพรุนเต็มไปหมด ที่เอวแขวนถุงหนังใส่เหล้าที่ขัดจนขึ้นเงา

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นคนแคระตัวเป็นๆ ความสูงประมาณเอวของเขาเท่านั้น เพราะกล้ามเนื้อที่แน่นปึ้ก เลยทำให้ดูตัวตันๆ เหมือนกับกล่องสี่เหลี่ยมแนวตั้งอย่างไรอย่างนั้น

นี่คือเถ้าแก่ร้านขายอาวุธข้างๆ ช่างตีเหล็กเผ่าคนแคระ โม่ไป๋ เป็นช่างตีเหล็กที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในเมืองแห่งความโกลาหล คนแคระมีอายุขัยยืนยาว เขาคนนี้น่าจะมีอายุราวสองร้อยปีแล้ว แต่ร่างกายยังคงแข็งแรงบึกบึน ในตอนแรกเจ้าของร่างเดิมได้สังเกตและทำความเข้าใจเจ้าของร้านและผู้คนที่สัญจรไปมาในละแวกนี้อย่างละเอียด แม้จะไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามทั้งหมด แต่ก็พอจะรู้ฐานะคร่าวๆ

นี่คือลูกค้าคนแรกที่เดินเข้าร้าน ม่ายเก๋อย่อมรู้สึกดีใจและคาดหวังอยู่บ้าง เขาหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดมือ เดินออกจากห้องครัว มองดูโม่ไป๋ที่ยืนลังเลอยู่ที่หน้าประตู กวาดตามองรองเท้าหนังสีเทาดำคู่นั้นแวบหนึ่ง ในใจก็เข้าใจสถานการณ์ทันที เขาไม่ได้เดินเข้าไปต้อนรับ แต่ยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ลูบศีรษะอ้ายหมี่เป็นเชิงบอกให้นางเงียบก่อน แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า "สวัสดี จะรับอาหารเลยไหม?"

โม่ไป๋มองม่ายเก๋อด้วยความประหลาดใจ ชายหนุ่มที่เคยสวมเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อ ร่างกายโค้งงอ ตอนนี้กลับสวมใส่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บอย่างประณีตพอดีตัว แม้จะยังดูผอมแห้ง แต่แผ่นหลังที่เหยียดตรงทำให้บุคลิกดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ผู้ชายเผ่ามนุษย์ในสายตาของเขามักจะดูตุ้งติ้ง โดยเฉพาะพวกผู้ชายผอมแห้ง ยิ่งทำให้เขารู้สึกขัดหูขัดตา

แต่ชายคนนี้แม้จะดูผอม แต่ท่ายืนกลับดูเหมือนดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก ไม่มีความตุ้งติ้งเลยแม้แต่น้อย ชายคนนี้ไม่ธรรมดา

ทว่ารอยยิ้มที่เป็นมิตรบนใบหน้า กลับช่วยลดทอนความแหลมคมนั้นลงไปได้มากโข ความแตกต่างที่ลงตัวนี้สร้างความรู้สึกถึงระยะห่างที่พอดีๆ กลับทำให้โม่ไป๋ที่เพิ่งเคยเข้าร้านอาหารแห่งนี้เป็นครั้งแรกสลัดความอึดอัดทิ้งไป และรู้สึกสบายใจขึ้น

โลลิต้าน้อยที่ยืนอยู่ข้างกายเขา วันนี้ไม่ได้สวมหมวก สวมชุดกระโปรงสีดำตัวเล็ก ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความดีใจและความคาดหวัง ดูน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นกว่าเดิม

ไม่รู้ว่าในคืนเดียวที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้นกับชายคนนี้ ราวกับผลัดกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็นใหม่ก็ไม่ปาน ทำให้โม่ไป๋อดสงสัยไม่ได้ว่าร้านอาหารที่ชายมนุษย์ผู้นี้เปิดขายอะไรกันแน่ จะสมศักดิ์ศรีกับการตกแต่งร้านหรือไม่

"ใช่ ข้าจะกินข้าว ที่นี่มีอะไรกินบ้าง?" โม่ไป๋ไม่ลังเลอีกต่อไป พยักหน้า หิ้วค้อนเดินเข้ามาด้านใน ลากเก้าอี้ออกมาตัวหนึ่งแล้วนั่งลง วางค้อนยักษ์ในมือลงกับพื้น มองม่ายเก๋อแล้วเอ่ยถาม

"บนโต๊ะมีเมนู ลูกค้าสามารถเปิดดูก่อนได้" ม่ายเก๋อชี้ไปที่เมนูบนโต๊ะ

"หือ?" โม่ไป๋หยิบเมนูบนโต๊ะขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ ผิวหยาบกร้านที่เต็มไปด้วยตาปลาสัมผัสผ่านปกเมนู บนใบหน้าอดไม่ได้ที่จะเผยความประหลาดใจออกมา สัมผัสที่ละเอียดอ่อนนี้ นี่มันหนังวัวป่าชั้นยอดที่ผ่านการฟอกมาอย่างดีชัดๆ ลำพังแค่หนังผืนนี้ก็ขายได้หนึ่งเหรียญมังกรแล้ว โต๊ะละหนึ่งเล่ม ช่างฟุ่มเฟือยเสียจริง ขนาดเมนูของร้านเหล้าเฟรยาที่กิจการดีที่สุดในจัตุรัสย่าติง ยังใช้แค่ปกหนังวัวธรรมดาเลย

สิ่งนี้ทำให้ในใจของโม่ไป๋ยิ่งคาดหวังมากขึ้น ร้านอาหารที่ตกแต่งหรูหราขนาดนี้ เมนูที่ฟุ่มเฟือยขนาดนี้ รายการอาหารจะต้องหลากหลายมากแน่ๆ ปกตินอกจากดื่มเหล้าแล้ว สิ่งที่เขาชอบที่สุดก็คือของอร่อย ต้องยอมรับเลยว่าแม้มนุษย์จะอ่อนแอ แต่เรื่องการกินนี่เผ่าพันธุ์อื่นเทียบไม่ติดจริงๆ

เปิดปกเมนูออก โม่ไป๋มองดูด้วยความคาดหวัง ทว่ากลับต้องตะลึงงันไป

เมนูเล่มเบ้อเริ่ม เปิดออกมาข้างในกลับว่างเปล่า

ไม่สิ ไม่ได้ว่างเปล่าเสียทีเดียว ตรงมุมซ้ายบน มีตัวหนังสือแถวเล็กๆ เขียนอยู่ โม่ไป๋หรี่ตามอง แล้วอ่านออกเสียงเบาๆ ว่า "ข้าวผัดทรงเครื่อง — 600 เหรียญทองแดงต่อจาน"

"600 เหรียญทองแดง?" โม่ไป๋ชะงัก กะพริบตาปริบๆ รู้สึกว่าเมื่อเช้าจ้องเตาหลอมนานไปหน่อย ตาคงจะลาย หยิบเมนูขึ้นมาเพ่งดูใกล้ๆ อีกครั้ง บนเมนูนั้นยังคงเขียนว่า : ข้าวผัดทรงเครื่อง — 600 เหรียญทองแดงต่อจาน

"เถ้าแก่ ท่านเขียนเมนูผิดหรือเปล่า?" โม่ไป๋วางเมนูลง มองม่ายเก๋อด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย

จบบทที่ บทที่ 14 เถ้าแก่ ท่านเขียนเมนูผิดหรือเปล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว