- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์: จากนักเรียนศิลปะตกอับ สู่นักสร้างการ์ดเวทมนตร์
- บทที่ 23 [ประตูมิติ]
บทที่ 23 [ประตูมิติ]
บทที่ 23 [ประตูมิติ]
“ลูน่า เพื่อนรักและสนิทที่สุดของฉัน”
“ฉันตกลง”
...
เมื่อนึกถึงภาพนกฮูกคาบจดหมายของเขาแล้วค่อย ๆ บินหายไปบนท้องฟ้าสีคราม ริมฝีปากของอีธานก็โค้งขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาตั้งตารอคริสต์มาสมากขนาดนี้ นับตั้งแต่จำความได้
แต่พอลองนับวันแล้ว เหลืออีกตั้งสองเดือนกว่า ๆ ระหว่างนั้นก็ยังมีวันฮาโลวีนคั่นอยู่
อีธานวางแผนจะจัด “นิทรรศการศิลปะเล็ก ๆ” ของตัวเองที่ฮอกวอตส์ในวันฮาโลวีน
แต่เขายังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น
อีธานตั้งใจจะเอาภาพวาดของเขาไปปนกับภาพเคลื่อนไหวที่มีอยู่แล้ว แล้วแขวนไว้ตามผนังที่คนเดินผ่านไปมา
เขาอยากมอบเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ ให้กับผู้ที่เดินผ่าน และเพิ่มสีสันให้กับงานฮาโลวีน
แล้วใครกันจะโชคดีได้เจอ?
อีธานยิ้มมุมปาก อุ้มกล่องอุปกรณ์ศิลปะ เดินก้าวฉับ ๆ ไปตามทางเดิน
ในบ่ายวันนี้ เขาตั้งใจจะลงมือวาดใหม่อีกครั้ง ภาพที่มีชื่อว่า ‘แวบหนึ่งของห้องโถงใหญ่’
นักเรียนรอบข้างต่างรีบหลีกทางให้ และความเงียบก็ปกคลุมทุกที่ที่เขาเดินผ่าน
พวกเขาจ้องเขาด้วยสายตาผสมกันทั้งความนับถือและความหวาดกลัว
บางคนถึงกับแอบควักไม้กายสิทธิ์ออกมาเงียบ ๆ ราวกับกลัวว่าอีธานจะคลั่งขึ้นมาแล้วร่ายคำสาปใส่ทีละคน
นับตั้งแต่คืนที่ศาสตราจารย์สเนปลงโทษมัลฟอย อีธานก็โด่งดังขึ้นอีกครั้ง
ยังแค่ช่วงต้นเทอมแท้ ๆ แต่ทรายในนาฬิกาทรายของสลิธีรินก็หายไปยี่สิบคะแนนแบบฉับพลัน จนสะดุดตาทุกคน
ลองสืบถามนิดหน่อยก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
คุณชายหัวแพลทตินัมเผชิญหน้ากับบุคคลสุดโหดราวกับสัตว์ประหลาด ต่อให้พยายามเต็มที่ก็ยังสู้ไม่ได้
และสิ่งที่สร้างกระแสฮือฮาอีกครั้งก็คือ “ฮาวเลอร์” ที่มัลฟอยได้รับระหว่างมื้อกลางวันในวันนี้
ใช่แล้ว..ฮาวเลอร์!
ซองจดหมายสีแดงสดลอยกลางอากาศ และเสียงเข้มขรึมเกรี้ยวกราดของลูเซียส พ่อของมัลฟอย ก็ดังก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่:
“ข้อสันนิษฐานงี่เง่าของนายมันเป็นแค่ข้ออ้าง ศักดิ์ศรีของตระกูลมัลฟอยไม่มีวันถูกเหยียบย่ำ จงปกป้องมัน!”
อีธานฟังไม่เข้าใจนักว่าหมายความว่ายังไง แต่เดรโก มัลฟอยเข้าใจดีแน่นอน
เพราะหลังเสียงนั้นดับลง ใบหน้ามัลฟอยที่แดงก่ำเพราะความอาย ก็กลับกลายเป็นซีดเผือดในทันที
ข้าง ๆ เขา แพนซี่ พาร์กินสันผู้หน้าตาอัปลักษณ์ ก็กำลังตบหลังเขาอยู่แทบตายเหมือนกลัวมัลฟอยจะเป็นลม
เธอก้มหน้าพึมพำพูดอะไรบางอย่าง เหมือนกำลังพยายามปลอบใจ
ที่โต๊ะกริฟฟินดอร์ รอนอ้าปากค้าง จนไม่ทันสังเกตเลยว่าแซนด์วิชที่กัดค้างไว้ครึ่งหนึ่งร่วงลงจากปาก (เฮอร์ไมโอนี่รีบเลื่อนจานตัวเองออกไปอย่างรังเกียจ)
“ชุดชั้นในของเมอร์ลินเวอร์ชันอ้วนสุด ๆ นี่มันอะไรเนี่ย” รอนพึมพำ “ฮาวเลอร์… ส่งถึงมัลฟอยจริง ๆ เหรอ?”
“แฮร์รี่ บีบแขนฉันที! นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย? โอ๊ยย!”
เซมัส ฟินนิกันหัวเราะร่าแล้วบีบแขนรอนเต็มแรง
“เลิกบ้าได้แล้ว”
รอนฟาดเซมัสทีหนึ่ง ดวงตาเปล่งประกาย ก่อนหันไปพูดกับแฮร์รี่:
“นี่มันวันหยุดชัด ๆ! ฉันจะเขียนจดหมายบอกพ่อทันทีเลยว่ามีข่าวดีแบบนี้!”
“ฮึ่ม! ถ้าฉันได้เจอพ่อของมัลฟอยเมื่อไร ฉันจะล้อเขาให้หนำใจเลย! ฮะฮะฮ่า..”
แฮร์รี่ก็หัวเราะตามไปด้วย
ไม่มีอะไรสะใจไปกว่าการได้เห็นมัลฟอยเจอเรื่องอัปยศครั้งใหญ่แบบนี้อีกแล้ว
และทั้งหมดนี้… ก็ต้องขอบคุณอีธาน
มันทำให้แฮร์รี่นึกย้อนไปถึงคาบเรียนปรุงยาครั้งแรกของเขา...
ตอนแรกมันคือหายนะชัด ๆ
ศาสตราจารย์สเนปเหมือนค้างคาวตัวใหญ่แววตาลื่น ๆ ไว้ใจไม่ได้ ซักถามแฮร์รี่ด้วยกระสุนคำถามรัว ๆ
“ผมไม่รู้ครับ ศาสตราจารย์”
พอแฮร์รี่เริ่มจะทนไม่ไหว อยากสวนกลับไปว่าทำไมไม่ถามเฮอร์ไมโอนี่บ้าง จู่ ๆ เขาก็นึกถึงคำพูดของอีธานขึ้นมา
“ถ้านายเจอศาตราจารย์ที่ชอบหาเรื่อง จงใช้ดวงตาสีเขียวจ้องเขาแรง ๆ”
ถึงมันจะฟังดูไร้สาระ แต่แฮร์รี่ก็ทำตามแบบงง ๆ
เขากำริมฝีปาก กว้างตาให้โตสุด ๆ แล้วจ้องตรงไปที่ศาสตราจารย์สเนป
จ้องจนตาแสบ ตาแดงเลยทีเดียว
แล้วเหตุการณ์เหลือเชื่อก็เกิดขึ้น
ค้างคาวตัวร้ายที่กำลังบุกหนักอยู่ดี ๆ ก็ค้างไปเฉย ๆ อ้าปากค้าง จ้องแฮร์รี่อย่างเลื่อนลอย
ผ่านไปหลายวินาที ศาสตราจารย์สเนปสะบัดแขนเสื้อแรง ๆ ก้าวกลับไปที่โพเดียม แล้วพูดเสียงแหบพร่า:
“...เนื่องจากคุณพอตเตอร์ซื่อสัตย์ กริฟฟินดอร์ได้บวกสองคะแนน”
แฮร์รี่: ???
กริฟฟินดอร์ สลิธีริน: ???
อะ… อะไรนะ?!
ศาสตราจารย์สเนปให้คะแนนกริฟฟินดอร์?
แถมด้วยเหตุผลโคตรงงอย่าง “ซื่อสัตย์” ??
สเนป ศาสตราจารย์ คุณโดนคำสาปสะกดใจ อิมพีเรียล ไปแล้วรึไง?!
แฮร์รี่ตะโกนในใจ: อีธาน นายมันเทพเจ้า!!!
ต่อให้วันหนึ่งอีธานลุกขึ้นตบเก้าอี้ดัมเบิลดอร์แล้วประกาศเป็นศาสตราจารย์ใหญ่แทน แฮร์รี่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองคงยอมรับได้หน้าตาเฉย
...เอ่อ ถึงจะยังตกใจอยู่นิดหน่อยก็เถอะ
“เฮ้ เพื่อน กำลังเหม่ออะไรอยู่?”
เสียงรอนดึงแฮร์รี่กลับสู่ความจริง
"ไปกันเถอะ เรามีคาบเรียนบินครั้งแรกแล้ว"
“ฟังฉันนะ ตอนนั้นฉันขี่ไม้กวาดเก่าของบ้าน แล้วเกือบชนเครื่องบินของมักเกิ้ลเข้าแล้วสิ…”
“นายบอกว่าพุ่งเอาหมูแก่ที่บ้านขึ้นฟ้าเหรอ?”
“โอ๊ย…เงียบไปเลย ดีนนน!”
“โอ้ พระเจ้า ของขวัญเตือนความจำที่ยายส่งมาให้ฉันมันเรืองแสงอีกแล้ว…”
แฮร์รี่เดินออกจากห้องโถงใหญ่พร้อมเพื่อน ๆ พลางหัวเราะหยอกล้อกันไปมา
และในไม่ช้า พวกเขาก็ลืมเรื่องฮาวเลอร์ก่อนหน้านี้ไปหมด เพราะตื่นเต้นกับคาบบินที่จะถึง
ไม่นานหลังจากที่พวกเขาออกไป อีธานซึ่งไม่มีเรียนช่วงบ่าย ก็เช็ดปากช้า ๆ และไม่ได้ไปทำงานรับจ้างเหมือนปกติ
แต่กลับหิ้วถุงเล็กถุงใหญ่มุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกับแฮร์รี่และพวกเพื่อน
“อีธาน นายจะไปไหนน่ะ?”
ไมเคิลรีบกลืนน้ำผลไม้คำสุดท้าย ก่อนจะลุกขึ้นถามทันที
“ไปวาดภาพที่สนามหญ้านอกปราสาทน่ะ ภาพก่อนหน้านี้เสียหายไป เลยจะวาดใหม่ด้วยวัสดุที่ดีกว่า”
พูดจบ อีธานก็ยกเฟรมผ้าใบสูงเกือบครึ่งตัวให้ดู
“ฉันไปด้วย! เอานี่มา เดี๋ยวช่วยถือเอง!”
ไมเคิลพูดอย่างกระตือรือร้น รีบคว้าอุปกรณ์ศิลปะจากมืออีธานแล้ววิ่งตามไปติด ๆ
ล้อเล่นรึไง?
อีธานเป็นอัจฉริยะชัด ๆ ใครมันจะโง่ไม่รีบสร้างมิตรภาพกับเขา!
พระเจ้าพ่อทูนหัว! อย่าทิ้งฉันไว้ข้างหลังนะ!!
เพื่อนร่วมห้องอีกคน แมนดี้ ปรับแว่นขึ้นเล็กน้อย ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนหยิบหนังสือแล้วเดินออกไปด้านนอกเหมือนกัน
ฮึ่ม… เธอไม่ได้อยากจะไปดูหรอกนะ ว่าอีธานกำลังทำอะไร
ไม่ใช่เลยสักนิด
…
นอกปราสาทฮอกวอตส์ ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใสปกคลุมด้วยเมฆขาว สนามหญ้าเขียวชอุ่มทอดยาว
พื้นสนามหญ้าลอนคลื่นราวกับเกลียวคลื่นที่ซัดอยู่ใต้ฝ่าเท้า
ที่ปลายสายตา มองเห็นป่าทึบมืดดำหนาแน่นทอดยาวออกไป
อีธานเลือกเนินลาดอ่อน ๆ ตั้งขาตั้งภาพ วางผ้าใบลง
เขาจัดพาเลต น้ำยาละลายสี และสีกระป๋องต่าง ๆ วางเรียงไว้ข้างตัว
ทันใดนั้น อีธานก็รู้สึกอารมณ์พลุ่งพล่านพุ่งขึ้นมา
อุปกรณ์ศิลปะที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของสามัญในชีวิตก่อนของเขา บัดนี้กลับเป็นสิ่งที่ต้องแลกมาด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการหามาเอง
ด้วยจิตใจที่ต่างออกไป คราวนี้เมื่อเขาหยิบพู่กันขึ้นมา ก็รู้สึกถึงความหลงใหลและความตื่นเต้นพลุ่งพล่านจากก้นบึ้งหัวใจ
นอกจากพู่กันในมือแล้ว อีธานยังซื้อพู่กันหลากหลายขนาด ความหนา ความยาว เตรียมไว้เต็มที่
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเตรียมพร้อมจะเปลี่ยน “ไม้กายสิทธิ์” ของเขาให้กลายเป็น “พู่กันที่สมบูรณ์แบบที่สุด”
แม้อีธานจะเป็นคนแรกที่ทำการแปลงร่างแบบ “ไม้ให้กลายเข็ม” ได้สำเร็จ แต่ไม้กายสิทธิ์ของเขาก็ยังไม่เคยเปลี่ยนรูปได้สักที
ตามที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเคยอธิบาย วัตถุที่มี “วัสดุเวทมนตร์” อย่างไม้กายสิทธิ์ จะยิ่งแปลงร่างยากขึ้น และต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
เพราะแค่พลาดเพียงครั้งเดียว อาจสร้างความเสียหายถาวรที่แก้ไขไม่ได้
สิ่งที่เขาต้องทำก่อนคือใช้พู่กันสารพัดรูปแบบ แล้วสัมผัสด้วยตัวเองถึงข้อดีข้อเสียของมัน
เพื่อที่เขาจะได้รู้ชัด ๆ ว่า “พู่กันสมบูรณ์แบบ” ที่แท้จริงในใจเขาเป็นแบบไหนกันแน่
เขาเริ่มด้วยการร่างด้วยดินสอ จากนั้นผสมสีกับน้ำมันสน แล้วลงสี
บนผืนผ้าใบถูกปกคลุมไปด้วยบล็อกสีดำขนาดใหญ่
แต่ภายใต้การควบคุมตั้งใจของอีธาน เฉดความเข้มอ่อนและทิศทางการปาดพู่กันกลับทำให้ความมืดนั้นดูคล้าย “ความว่างเปล่า” ที่ไร้ทิศทาง ไม่มีบน ไม่มีล่าง ไม่มีซ้าย ไม่มีขวา… หรือบางทีอาจเป็น “ด้านกลับ” ของโลกแห่งความจริง
แล้วในห้วงว่างเปล่านี้ ประตูลึกลับสีขาวก็ค่อย ๆ เปิดออก
อีธานทุ่มสมาธิอย่างเต็มที่ ม่านตาขยายกว้างจนเห็นวงตาขาวรอบดวงตา ทำให้เขาดูน่าขนลุกชวนขยะแขยงขึ้นมาทันที
ไม่ไกลจากตรงนั้น กริฟฟินดอร์กับสลิธีรินกำลังมีเรียนคาบบิน “ขึ้น! ขึ้น!” เสียงตะโกนดังต่อเนื่อง
ส่วนเรเวนคลอกับฮัฟเฟิลพัฟเรียนไปแล้ว ไม่มีเรื่องใหญ่อะไร เกิดก็แต่พวกที่บินเอียง ๆ หลายคน
ยกเว้นแฟนคลับคลั่งควิดดิชไม่กี่คน ส่วนใหญ่เด็กเรเวนคลอชอบนั่งอ่านหนังสือบนพื้นมากกว่า
อ้อ… ยังมีเด็กที่ฝันอยากขี่ไม้กวาดบินเข้าห้องรวมด้วยนะ
แน่นอนว่าความพยายามพวกนั้นจะไม่หยุด จนกว่าจะมี ‘เหยื่อรายใหม่’ โผล่ไปนอนโรงพยาบาล
ทุกปีพวกอินทรีน้อยก็จะเล่นพิเรนทร์แบบนี้ ถือเป็น “ธรรมเนียมบ้าน” ไปแล้ว
บนสนามหญ้า อากาศสดใส แดดส่องเจิดจ้า บรรยากาศควรจะผ่อนคลายและชวนสบายใจ
แต่ไมเคิลกับแมนดีกลับเหงื่อแตกซึม
เพราะพลังเย็นเยือกประหลาดกำลังแผ่ออกมาจากภาพวาดนั้นอย่างต่อเนื่อง
"มันเหมือน ‘กุญแจพอร์ต’ ที่กำลังค่อย ๆ ก่อตัว ยื่นหนวดออกมาดึงพวกเขาไปยังอีกฟากหนึ่งที่ไม่รู้จัก"
และในอีกฟากนั้น… ไม่มีความสุข ไม่มีความอบอุ่น มีแต่ความหนาวเย็นเงียบงัน
อีธาน นี่นายกำลังทำอะไรในโรงเรียนเวทมนตร์ที่ควรเป็น “ฝ่ายธรรมะ” กันเนี่ย?!
มันหลอนเกินไปแล้ว!!
ไมเคิลกับแมนดีสบตากัน ความตกใจและความกลัวฉายชัดในดวงตาทั้งคู่
นี่มันทรมานสุด ๆ เลยนะ!
จนกระทั่งคาบบินอีกฝั่งดำเนินมาถึงครึ่งทาง และเสียงกรีดร้องดังขึ้น อีธานถึงจะหยุดพู่กันอันชั่วร้ายของเขาเสียที
“เสร็จแล้ว!”
อีธานพึมพำ ดวงตาจ้องแน่วแน่ไปที่ภาพเบื้องหน้า
ทันใดนั้น หน้าจอแสงสีน้ำเงินอันเงียบสงบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า:
“ยินดีด้วย! คุณได้สร้างผลงานอันยอดเยี่ยมอีกชิ้นหนึ่ง!”
【แวบหนึ่งของห้องโถงใหญ่】 ได้อัปเกรดเป็น 【ประตูมิติ】!
“ระดับ: ชั้นหนึ่ง · โกลเด้น เลเจนด์!”