เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ตอนที่เงียบที่สุดของโอลลิแวนเดอร์

บทที่ 3 ตอนที่เงียบที่สุดของโอลลิแวนเดอร์

บทที่ 3 ตอนที่เงียบที่สุดของโอลลิแวนเดอร์


“แอ๊ดดดด...”

บานพับประตูเก่าร้องเอี๊ยดอ๊าดอย่างน่ารำคาญ

อีธานผลักประตูเข้าไป ดวงตาสีน้ำเงินเข้มกระพริบถี่ ๆ อย่างไม่ค่อยสบายตากับบรรยากาศที่มืดเกินไป

พ่อมดไม่กี่คนในบาร์ ที่ดูเหมือนจะเป็นพวกชายขอบของสังคม หันมามองเขาแวบหนึ่งก่อนเบือนหน้ากลับไปอย่างไม่สนใจ

มีเพียงแม่มดคนหนึ่ง ปากหนา หน้าอกใหญ่ ที่ส่งเสียงผิวปากหยอกเขาอย่างมีนัยยะ

อีธานยิ้มให้เธอกลับไป  กลับกลายเป็นว่าเธอนิ่งค้างไปแทน

ฮึ่ยย…หมอนี่หล่อจริง!

“ก๊อก ก๊อก”

อีธานเขย่งเท้าเคาะเคาน์เตอร์ เอ่ยอย่างสุภาพกับชายหลังค่อมที่กำลังเช็ดแก้วอยู่ด้านหลัง

“สวัสดีครับ ผมเป็นนักเรียนใหม่ที่ฮอกวอตส์ แล้วยังไม่มีไม้กายสิทธิ์ คุณช่วยพาผมไปแตะกำแพงอิฐได้ไหมครับ?”

ได้ยินดังนั้น ทอม เจ้าของบาร์หม้อใหญ่รั่วก็เงยเปลือกตาขึ้น มองเด็กหนุ่มพ่อมดที่พูดจาฉะฉานอยู่ตรงหน้า

เด็กคนนั้นร่างผอมสูง แต่งตัวเรียบง่าย ผิวขาวจัด ผมสีดำหยักศกเล็กน้อย และรูปหน้าคมชัดราวกับสลักมา

ทั้งที่ยังเด็ก แต่ก็เดาได้เลยว่า พอโตขึ้นต้องทำสาว ๆ น้ำตาตกกันเป็นแถวแน่

บนใบหน้าซีดขาวคู่นั้น มีเพียงดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่เป็นประกาย

เหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนกว้างใหญ่ สงบนิ่ง และเต็มไปด้วยดวงดาวพร่างพราย

ให้ความรู้สึกสุขุมเกินวัย

มาคนเดียวสินะ...

ทอมจ้องอีธานอยู่อีกสองสามวินาทีเพราะรูปร่างหน้าตา แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรไปมากกว่านั้น

เขาแค่พูดสั้น ๆ ว่า “ตามมา” แล้ววางแก้ว เดินไปทางประตูด้านหลัง

ก็แน่นอน...ไม่ได้มีใครเขาได้รับการปฏิบัติแบบ ‘ผู้กอบกู้โลก’ หรอก

อีธานคิด พลางสังเกตท่าทีเฉยเมยของทอม

แต่เขาไม่ใส่ใจ กลับหันไปมองการตกแต่งภายในบาร์ด้วยความสนใจแทน

อืม…เรียบง่ายดีจริง ๆ

ภาพเขียนชามผลไม้ที่แขวนบนผนังเต็มไปด้วยใยแมงมุม กรอบภาพแทบจะกลืนไปกับกำแพง

ไม่ใหม่ ไม่สด ไม่ชวนกินสักนิด

“การจัดของให้แตกต่างออกไป บางครั้งก็สร้างความรู้สึกใหม่ ๆ ให้แขกได้นะครับ คุณทอม ภาพวาดพวกนั้นก็ดูเก่าไปหน่อยแล้ว” อีธานเอ่ยขึ้น

ทอมโบกมือ ตอบเสียงเรียบ “ลูกค้าที่นี่ก็พวกหน้าเดิมทั้งนั้น เงียบ ๆ คนไม่เยอะก็ดีแล้ว อีกอย่างก็แค่ภาพวาดไม่กี่รูป จะต่างอะไรนักหนา”

อีธานไม่ได้เถียงอะไรต่อ แค่จดบันทึกในใจไว้เงียบ ๆ เกี่ยวกับปัญหาภาพแขวนในบาร์หม้อใหญ่รั่ว

ที่นี่เชื่อมตรงไปยังตรอกไดแอกอน มีคนสัญจรมหาศาล

ถ้าเขาอยากสร้างชื่อเสียง แขวนภาพตัวเองที่นี่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

แต่...

ก่อนอื่น ต้องสร้างงานที่คู่ควรกับการถูกเรียกว่า “งานศิลป์” เสียก่อน

สเก็ตช์หรือภาพฝึกฝนธรรมดา ๆ มันไม่พอ

ความคิดยังคงวนเวียนในหัว ขณะอีธานเดินตามเจ้าของบาร์ไปยังลานเล็ก ๆ ที่ถูกล้อมด้วยกำแพงสี่ด้าน

ถังขยะเก่าก็ยังปฏิบัติหน้าที่ซื่อสัตย์เหมือนเดิม

“สามขึ้น สองขวา แตะสามครั้งด้วยไม้กายสิทธิ์”

“แตะ แตะ”

ไม้กายสิทธิ์เก่าของทอมแตะลงบนอิฐก้อนนั้น

แล้วเสียง ครืดดด!! ดังขึ้นพร้อมกับภาพที่เหลือเชื่อ

อิฐตรงกลางค่อย ๆ ขยับ แผ่ออกไปทีละก้อนเหมือนพับเข้าสู่มิติอื่น ช่องตรงกลางขยายจากเล็กไปใหญ่ จนกลายเป็นซุ้มโค้งกว้างขวาง

ทันใดนั้น เสียงจอแจพลันทะลักเข้ามา

สองข้างทางปูหินกรวดเรียงรายไปด้วยร้านค้าต่าง ๆ

ร่มหลากสีสะบัดพลิ้ว แสงแดดส่องลอดลงมา เหมือนกำลังเดินเข้าสู่ทะเลดอกไม้

“จริงดิ! มีคนบุกเข้าไปที่กริงก็อตส์? ใครมันบ้าได้ขนาดนั้น...?”

“เธอยังเด็กไป ไม่ต้องใช้ยาสวยของมาดามพริมเพอร์เนลหรอกลูก”

“แมลงตั๊กแตนตั้งสองเกลเลียน! บ้าไปแล้ว!”

ผู้คนในชุดคลุมพ่อมดแม่มดเดินขวักไขว่ บางคนใส่เสื้อผ้ามักเกิ้ลด้วย เสียงเด็ก ๆ กรี๊ดกร๊าดดังแข่งกับเสียงฝูงชน

ถึงแม้อีธานจะเตรียมใจมาแล้ว แต่ก็ยังอดตะลึงกับภาพตรงหน้าไม่ได้

“ว้าว..”

เขาอ้าปาก ดวงตาเบิกกว้าง ราวกับอยากจะมีแปดตาไว้กวาดมองทุกสิ่งตรงหน้า

“เฮะ ๆ สนุกกับชีวิตใหม่ของเธอให้เต็มที่นะ ไอ้หนู” ทอม เจ้าของบาร์หม้อใหญ่รั่ว ยิ้มแหย ๆ พร้อมหัวเราะในคอ

อีธานได้สติกลับมาแล้วเอ่ยว่า

“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือครับ คุณทอม”

“ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นหรอก”

ทอมโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

ถึงพูดแบบนั้น แต่ใครบ้างจะไม่ชอบเด็กที่มารยาทดี ว่าง่าย น่ารักน่าเอ็นดู?

“ลูกสาวฉัน ฮันนาห์ แอบบอต ก็จะไปฮอกวอตส์ปีนี้เหมือนกัน บางทีนายอาจได้เจอกัน โชคดีนะ ไอ้หนู”

อีธานพยักหน้า มองตามแผ่นหลังของทอมที่เดินหายไป

จากนั้น เขาก็ย่างก้าวเข้าสู่ตรอกไดแอกอนด้วยหัวใจเต้นแรง

เขาไม่มีตู้นิรภัยที่กริงก็อตส์ เลยไม่ต้องไปเบิกเงิน

ดังนั้นจุดหมายแรกจึงเป็นร้านที่เขาตั้งตารอที่สุด ร้านไม้กายสิทธิ์โอลลิแวนเดอร์

กริ๊งงง...

ทันทีที่อีธานผลักประตูกระจกฝุ่นจับเข้าไป เสียงกระดิ่งเล็ก ๆ ก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังร้าน

สิ่งที่ปรากฏต่อสายตา คือชั้นวางเรียงเป็นแถวสูงท่วมหัว เต็มไปด้วยกล่องสี่เหลี่ยมเหมือนกำลังหลงเข้ามาในห้องสมุด

เสียงจอแจจากตรอกไดแอกอนถูกกั้นออกไปทันที ที่นี่แม้แต่ฝุ่นที่ลอยอยู่ยังให้ความรู้สึกสงบขรึม

อีธานกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความสนใจ ความสงบและความสุขปะปนอยู่ในใจ

ทันใดนั้น…

“กึกกก...”

เสียงล้อเก่ากรุ๊งกริ๊งกลิ้งไปบนพื้นดังมาจากลึก ๆ ในร้าน

ชายชราผมขาวยืนอยู่บนบันได ดวงตาสีเทาราวแสงจันทร์จ้องเขม็งมาที่อีธาน แล้วเปล่งเสียงออกมาเพียงว่า..

“โอ…”

อีธานยิ้มตอบเขา

แต่หลังจาก “โอ..” อยู่พักใหญ่ โอลลิแวนเดอร์ก็ไม่พูดอะไรอีก

บรรยากาศอึดอัดเงียบงันปกคลุมร้าน

...ก็ไม่มีอะไรหรอก

เพราะบรรพบุรุษของอีธานไม่เคยซื้อไม้กายสิทธิ์ และเขาเองก็ไม่มีพ่อมดคนไหนพามาที่นี่

จึงไม่มีโอกาสให้โอลลิแวนเดอร์ได้อวดความทรงจำมหาเทพของเขา (ซึ่งมักชอบอวดอยู่แล้ว)

ปกติแล้ว แม้แต่นักเรียนจากครอบครัวมักเกิ้ลก็มักจะมีศาสตราจารย์หรืออาสาสมัครมาดูแล

เพราะตรอกไดแอกอนซับซ้อน ถ้าเผลอเดินหลงไปเข้าตรอกน็อกเทิร์นเข้าล่ะก็...แย่แน่!

สถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้ทำให้โอลลิแวนเดอร์อดนึกถึงเด็กชายผมดำเมื่อหลายสิบปีก่อนไม่ได้... เด็กที่เดินเข้ามาคนเดียว และไม้กายสิทธิ์ยูว์อันพิเศษนั่น...

“เอ่อ..ยินดีต้อนรับสู่ร้านไม้กายสิทธิ์โอลลิแวนเดอร์ หนุ่มน้อยพ่อมดคนใหม่”

โอลลิแวนเดอร์รีบเปลี่ยนเรื่องทันที พูดด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง

“มาเถอะ ให้ฉันเลือกไม้กายสิทธิ์ที่เหมาะกับนายที่สุด...แน่นอน ว่าไม้กายสิทธิ์ต่างหากที่จะเป็นฝ่ายเลือกพ่อมด”

“เธอถนัดมือไหน?”

“มือขวาครับ”

อีธานตอบ พลางกลั้นหัวเราะในใจ

นั่นก็เป็นมือที่เขาใช้วาดรูปด้วยเหมือนกัน

ในขณะที่สายวัดอัตโนมัติขยับมาวัดร่างกายอย่างละเอียด โอลลิแวนเดอร์ก็เดินหายเข้าไปในชั้นไม้กายสิทธิ์ที่ซับซ้อน

“มือขวามีรอยด้าน...สงสัยจะจับปากกาหรือเครื่องมือบ่อย ๆ สินะ...ลองอันนี้ดู ไม้เอล์ม ความยาวสิบสามนิ้วครึ่ง แกนขนหางยูนิคอร์น เหมาะสำหรับเวทมนตร์ที่ทรงพลังและสง่างาม”

อีธานรับไม้เรียวยาวตรงนั้นมา พลางสะบัดเบา ๆ

แจกันข้างตัวเขาแตกดังเพล้ง!

“โอ้ ไม่นะ ๆๆ! ไม่ใช่อันนี้แน่ ๆ ให้ฉันคิดก่อน...บางทีซีดาร์อาจจะเหมาะกับเธอ พ่อมดที่มีบุคลิกเด็ดเดี่ยวและสายตาเฉียบแหลม มักจะเข้ากับมันได้ดีที่สุด”

แต่ก็ไม่ใช่อันนี้อีกเหมือนกัน...

อีธานเริ่มคิดว่า ตัวเองคงต้องลองไม้กายสิทธิ์อยู่นี่อีกนานเลยทีเดียว

ทันใดนั้น โอลลิแวนเดอร์ก็ร้อง “อ่า!” ขึ้นมาอย่างตื่นเต้น ก่อนรีบวิ่งไปที่ชั้นหนึ่ง ดึงกล่องไม้กายสิทธิ์ออกมา

“ใช่เลย! ใช่แล้ว! ตอนที่ฉันเห็นรอยด้านบนมือนาย ฉันควรจะนึกถึงไม้กายสิทธิ์อันนี้ตั้งแต่แรกแล้ว!”

“ไม้ฮอร์นบีม แกนเอ็นหัวใจมังกร ยาวสิบสี่นิ้ว”

มันเป็นไม้สีน้ำตาลอ่อน มีลายเส้นเป็นริ้วบาง ๆ ตามแนวนอน

อีธานรับมาอย่างอยากรู้อยากเห็น และทันทีที่ไม้สัมผัสกับมือ เขาก็รู้สึกถึงกระแสอุ่น ๆ ไหลผ่านไม้เข้าสู่ฝ่ามือ ก้องสะท้อนกับพลังเวทในร่างกายเขา

ใช่แล้ว! มันต้องอันนี้!

หัวใจอีธานพองโตขึ้นมา และตามแรงกระตุ้นนั้น เขาโบกไม้ในอากาศ

“ฟุ่บ”

สีสีน้ำเงินเข้มสดไหลพรั่งพรูออกมา พร้อมกับดวงจันทร์และดวงดาวที่หมุนช้า ๆ อยู่ภายใน งดงามและเต็มไปด้วยความลึกลับ

ดวงตาของโอลลิแวนเดอร์หรี่ลงเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มชื่นชม เขากล่าวช้า ๆ ว่า

“ไม้ฮอร์นบีมจะชื่นชอบพ่อมดที่มีความหลงใหลแรงกล้า บริสุทธิ์ และมุ่งมั่นกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษ”

“ดูเหมือนว่ารอยด้านบนมือขวาของเธอ...มาจากการวาดรูปสินะ”

อีธานยังคงเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สร้างขึ้นจากสีน้ำมัน ราวกับว่าสีน้ำเงินเข้มเหล่านั้นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับดวงตาของเขา

จนกระทั่งภาพวาดท้องฟ้าค่อย ๆ จางหายไป อีธานจึงได้สติกลับมา ก่อนหันไปมองโอลลิแวนเดอร์ที่กำลังยิ้ม และยื่นมือออกมาพร้อมคำพูดเรียบง่าย

“เจ็ดดเกลเลียน ขอบคุณที่มาอุดหนุน”

“....”

เสียงถุงเงินแบนแฟบเหมือนถูกดูดวิญญาณ ดึงอีธานกลับสู่ความจริงในทันที

บ้าชะมัด (╯>д<)╯!!

หาเงิน! นี่แหละคือภารกิจอันดับหนึ่ง!

จบบทที่ บทที่ 3 ตอนที่เงียบที่สุดของโอลลิแวนเดอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว