- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์: จากนักเรียนศิลปะตกอับ สู่นักสร้างการ์ดเวทมนตร์
- บทที่ 3 ตอนที่เงียบที่สุดของโอลลิแวนเดอร์
บทที่ 3 ตอนที่เงียบที่สุดของโอลลิแวนเดอร์
บทที่ 3 ตอนที่เงียบที่สุดของโอลลิแวนเดอร์
“แอ๊ดดดด...”
บานพับประตูเก่าร้องเอี๊ยดอ๊าดอย่างน่ารำคาญ
อีธานผลักประตูเข้าไป ดวงตาสีน้ำเงินเข้มกระพริบถี่ ๆ อย่างไม่ค่อยสบายตากับบรรยากาศที่มืดเกินไป
พ่อมดไม่กี่คนในบาร์ ที่ดูเหมือนจะเป็นพวกชายขอบของสังคม หันมามองเขาแวบหนึ่งก่อนเบือนหน้ากลับไปอย่างไม่สนใจ
มีเพียงแม่มดคนหนึ่ง ปากหนา หน้าอกใหญ่ ที่ส่งเสียงผิวปากหยอกเขาอย่างมีนัยยะ
อีธานยิ้มให้เธอกลับไป กลับกลายเป็นว่าเธอนิ่งค้างไปแทน
ฮึ่ยย…หมอนี่หล่อจริง!
“ก๊อก ก๊อก”
อีธานเขย่งเท้าเคาะเคาน์เตอร์ เอ่ยอย่างสุภาพกับชายหลังค่อมที่กำลังเช็ดแก้วอยู่ด้านหลัง
“สวัสดีครับ ผมเป็นนักเรียนใหม่ที่ฮอกวอตส์ แล้วยังไม่มีไม้กายสิทธิ์ คุณช่วยพาผมไปแตะกำแพงอิฐได้ไหมครับ?”
ได้ยินดังนั้น ทอม เจ้าของบาร์หม้อใหญ่รั่วก็เงยเปลือกตาขึ้น มองเด็กหนุ่มพ่อมดที่พูดจาฉะฉานอยู่ตรงหน้า
เด็กคนนั้นร่างผอมสูง แต่งตัวเรียบง่าย ผิวขาวจัด ผมสีดำหยักศกเล็กน้อย และรูปหน้าคมชัดราวกับสลักมา
ทั้งที่ยังเด็ก แต่ก็เดาได้เลยว่า พอโตขึ้นต้องทำสาว ๆ น้ำตาตกกันเป็นแถวแน่
บนใบหน้าซีดขาวคู่นั้น มีเพียงดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่เป็นประกาย
เหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนกว้างใหญ่ สงบนิ่ง และเต็มไปด้วยดวงดาวพร่างพราย
ให้ความรู้สึกสุขุมเกินวัย
มาคนเดียวสินะ...
ทอมจ้องอีธานอยู่อีกสองสามวินาทีเพราะรูปร่างหน้าตา แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรไปมากกว่านั้น
เขาแค่พูดสั้น ๆ ว่า “ตามมา” แล้ววางแก้ว เดินไปทางประตูด้านหลัง
ก็แน่นอน...ไม่ได้มีใครเขาได้รับการปฏิบัติแบบ ‘ผู้กอบกู้โลก’ หรอก
อีธานคิด พลางสังเกตท่าทีเฉยเมยของทอม
แต่เขาไม่ใส่ใจ กลับหันไปมองการตกแต่งภายในบาร์ด้วยความสนใจแทน
อืม…เรียบง่ายดีจริง ๆ
ภาพเขียนชามผลไม้ที่แขวนบนผนังเต็มไปด้วยใยแมงมุม กรอบภาพแทบจะกลืนไปกับกำแพง
ไม่ใหม่ ไม่สด ไม่ชวนกินสักนิด
“การจัดของให้แตกต่างออกไป บางครั้งก็สร้างความรู้สึกใหม่ ๆ ให้แขกได้นะครับ คุณทอม ภาพวาดพวกนั้นก็ดูเก่าไปหน่อยแล้ว” อีธานเอ่ยขึ้น
ทอมโบกมือ ตอบเสียงเรียบ “ลูกค้าที่นี่ก็พวกหน้าเดิมทั้งนั้น เงียบ ๆ คนไม่เยอะก็ดีแล้ว อีกอย่างก็แค่ภาพวาดไม่กี่รูป จะต่างอะไรนักหนา”
อีธานไม่ได้เถียงอะไรต่อ แค่จดบันทึกในใจไว้เงียบ ๆ เกี่ยวกับปัญหาภาพแขวนในบาร์หม้อใหญ่รั่ว
ที่นี่เชื่อมตรงไปยังตรอกไดแอกอน มีคนสัญจรมหาศาล
ถ้าเขาอยากสร้างชื่อเสียง แขวนภาพตัวเองที่นี่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่...
ก่อนอื่น ต้องสร้างงานที่คู่ควรกับการถูกเรียกว่า “งานศิลป์” เสียก่อน
สเก็ตช์หรือภาพฝึกฝนธรรมดา ๆ มันไม่พอ
ความคิดยังคงวนเวียนในหัว ขณะอีธานเดินตามเจ้าของบาร์ไปยังลานเล็ก ๆ ที่ถูกล้อมด้วยกำแพงสี่ด้าน
ถังขยะเก่าก็ยังปฏิบัติหน้าที่ซื่อสัตย์เหมือนเดิม
“สามขึ้น สองขวา แตะสามครั้งด้วยไม้กายสิทธิ์”
“แตะ แตะ”
ไม้กายสิทธิ์เก่าของทอมแตะลงบนอิฐก้อนนั้น
แล้วเสียง ครืดดด!! ดังขึ้นพร้อมกับภาพที่เหลือเชื่อ
อิฐตรงกลางค่อย ๆ ขยับ แผ่ออกไปทีละก้อนเหมือนพับเข้าสู่มิติอื่น ช่องตรงกลางขยายจากเล็กไปใหญ่ จนกลายเป็นซุ้มโค้งกว้างขวาง
ทันใดนั้น เสียงจอแจพลันทะลักเข้ามา
สองข้างทางปูหินกรวดเรียงรายไปด้วยร้านค้าต่าง ๆ
ร่มหลากสีสะบัดพลิ้ว แสงแดดส่องลอดลงมา เหมือนกำลังเดินเข้าสู่ทะเลดอกไม้
“จริงดิ! มีคนบุกเข้าไปที่กริงก็อตส์? ใครมันบ้าได้ขนาดนั้น...?”
“เธอยังเด็กไป ไม่ต้องใช้ยาสวยของมาดามพริมเพอร์เนลหรอกลูก”
“แมลงตั๊กแตนตั้งสองเกลเลียน! บ้าไปแล้ว!”
ผู้คนในชุดคลุมพ่อมดแม่มดเดินขวักไขว่ บางคนใส่เสื้อผ้ามักเกิ้ลด้วย เสียงเด็ก ๆ กรี๊ดกร๊าดดังแข่งกับเสียงฝูงชน
ถึงแม้อีธานจะเตรียมใจมาแล้ว แต่ก็ยังอดตะลึงกับภาพตรงหน้าไม่ได้
“ว้าว..”
เขาอ้าปาก ดวงตาเบิกกว้าง ราวกับอยากจะมีแปดตาไว้กวาดมองทุกสิ่งตรงหน้า
“เฮะ ๆ สนุกกับชีวิตใหม่ของเธอให้เต็มที่นะ ไอ้หนู” ทอม เจ้าของบาร์หม้อใหญ่รั่ว ยิ้มแหย ๆ พร้อมหัวเราะในคอ
อีธานได้สติกลับมาแล้วเอ่ยว่า
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือครับ คุณทอม”
“ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นหรอก”
ทอมโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
ถึงพูดแบบนั้น แต่ใครบ้างจะไม่ชอบเด็กที่มารยาทดี ว่าง่าย น่ารักน่าเอ็นดู?
“ลูกสาวฉัน ฮันนาห์ แอบบอต ก็จะไปฮอกวอตส์ปีนี้เหมือนกัน บางทีนายอาจได้เจอกัน โชคดีนะ ไอ้หนู”
อีธานพยักหน้า มองตามแผ่นหลังของทอมที่เดินหายไป
จากนั้น เขาก็ย่างก้าวเข้าสู่ตรอกไดแอกอนด้วยหัวใจเต้นแรง
เขาไม่มีตู้นิรภัยที่กริงก็อตส์ เลยไม่ต้องไปเบิกเงิน
ดังนั้นจุดหมายแรกจึงเป็นร้านที่เขาตั้งตารอที่สุด ร้านไม้กายสิทธิ์โอลลิแวนเดอร์
กริ๊งงง...
ทันทีที่อีธานผลักประตูกระจกฝุ่นจับเข้าไป เสียงกระดิ่งเล็ก ๆ ก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังร้าน
สิ่งที่ปรากฏต่อสายตา คือชั้นวางเรียงเป็นแถวสูงท่วมหัว เต็มไปด้วยกล่องสี่เหลี่ยมเหมือนกำลังหลงเข้ามาในห้องสมุด
เสียงจอแจจากตรอกไดแอกอนถูกกั้นออกไปทันที ที่นี่แม้แต่ฝุ่นที่ลอยอยู่ยังให้ความรู้สึกสงบขรึม
อีธานกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความสนใจ ความสงบและความสุขปะปนอยู่ในใจ
ทันใดนั้น…
“กึกกก...”
เสียงล้อเก่ากรุ๊งกริ๊งกลิ้งไปบนพื้นดังมาจากลึก ๆ ในร้าน
ชายชราผมขาวยืนอยู่บนบันได ดวงตาสีเทาราวแสงจันทร์จ้องเขม็งมาที่อีธาน แล้วเปล่งเสียงออกมาเพียงว่า..
“โอ…”
อีธานยิ้มตอบเขา
แต่หลังจาก “โอ..” อยู่พักใหญ่ โอลลิแวนเดอร์ก็ไม่พูดอะไรอีก
บรรยากาศอึดอัดเงียบงันปกคลุมร้าน
...ก็ไม่มีอะไรหรอก
เพราะบรรพบุรุษของอีธานไม่เคยซื้อไม้กายสิทธิ์ และเขาเองก็ไม่มีพ่อมดคนไหนพามาที่นี่
จึงไม่มีโอกาสให้โอลลิแวนเดอร์ได้อวดความทรงจำมหาเทพของเขา (ซึ่งมักชอบอวดอยู่แล้ว)
ปกติแล้ว แม้แต่นักเรียนจากครอบครัวมักเกิ้ลก็มักจะมีศาสตราจารย์หรืออาสาสมัครมาดูแล
เพราะตรอกไดแอกอนซับซ้อน ถ้าเผลอเดินหลงไปเข้าตรอกน็อกเทิร์นเข้าล่ะก็...แย่แน่!
สถานการณ์ที่ไม่ปกตินี้ทำให้โอลลิแวนเดอร์อดนึกถึงเด็กชายผมดำเมื่อหลายสิบปีก่อนไม่ได้... เด็กที่เดินเข้ามาคนเดียว และไม้กายสิทธิ์ยูว์อันพิเศษนั่น...
“เอ่อ..ยินดีต้อนรับสู่ร้านไม้กายสิทธิ์โอลลิแวนเดอร์ หนุ่มน้อยพ่อมดคนใหม่”
โอลลิแวนเดอร์รีบเปลี่ยนเรื่องทันที พูดด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง
“มาเถอะ ให้ฉันเลือกไม้กายสิทธิ์ที่เหมาะกับนายที่สุด...แน่นอน ว่าไม้กายสิทธิ์ต่างหากที่จะเป็นฝ่ายเลือกพ่อมด”
“เธอถนัดมือไหน?”
“มือขวาครับ”
อีธานตอบ พลางกลั้นหัวเราะในใจ
นั่นก็เป็นมือที่เขาใช้วาดรูปด้วยเหมือนกัน
ในขณะที่สายวัดอัตโนมัติขยับมาวัดร่างกายอย่างละเอียด โอลลิแวนเดอร์ก็เดินหายเข้าไปในชั้นไม้กายสิทธิ์ที่ซับซ้อน
“มือขวามีรอยด้าน...สงสัยจะจับปากกาหรือเครื่องมือบ่อย ๆ สินะ...ลองอันนี้ดู ไม้เอล์ม ความยาวสิบสามนิ้วครึ่ง แกนขนหางยูนิคอร์น เหมาะสำหรับเวทมนตร์ที่ทรงพลังและสง่างาม”
อีธานรับไม้เรียวยาวตรงนั้นมา พลางสะบัดเบา ๆ
แจกันข้างตัวเขาแตกดังเพล้ง!
“โอ้ ไม่นะ ๆๆ! ไม่ใช่อันนี้แน่ ๆ ให้ฉันคิดก่อน...บางทีซีดาร์อาจจะเหมาะกับเธอ พ่อมดที่มีบุคลิกเด็ดเดี่ยวและสายตาเฉียบแหลม มักจะเข้ากับมันได้ดีที่สุด”
แต่ก็ไม่ใช่อันนี้อีกเหมือนกัน...
อีธานเริ่มคิดว่า ตัวเองคงต้องลองไม้กายสิทธิ์อยู่นี่อีกนานเลยทีเดียว
ทันใดนั้น โอลลิแวนเดอร์ก็ร้อง “อ่า!” ขึ้นมาอย่างตื่นเต้น ก่อนรีบวิ่งไปที่ชั้นหนึ่ง ดึงกล่องไม้กายสิทธิ์ออกมา
“ใช่เลย! ใช่แล้ว! ตอนที่ฉันเห็นรอยด้านบนมือนาย ฉันควรจะนึกถึงไม้กายสิทธิ์อันนี้ตั้งแต่แรกแล้ว!”
“ไม้ฮอร์นบีม แกนเอ็นหัวใจมังกร ยาวสิบสี่นิ้ว”
มันเป็นไม้สีน้ำตาลอ่อน มีลายเส้นเป็นริ้วบาง ๆ ตามแนวนอน
อีธานรับมาอย่างอยากรู้อยากเห็น และทันทีที่ไม้สัมผัสกับมือ เขาก็รู้สึกถึงกระแสอุ่น ๆ ไหลผ่านไม้เข้าสู่ฝ่ามือ ก้องสะท้อนกับพลังเวทในร่างกายเขา
ใช่แล้ว! มันต้องอันนี้!
หัวใจอีธานพองโตขึ้นมา และตามแรงกระตุ้นนั้น เขาโบกไม้ในอากาศ
“ฟุ่บ”
สีสีน้ำเงินเข้มสดไหลพรั่งพรูออกมา พร้อมกับดวงจันทร์และดวงดาวที่หมุนช้า ๆ อยู่ภายใน งดงามและเต็มไปด้วยความลึกลับ
ดวงตาของโอลลิแวนเดอร์หรี่ลงเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มชื่นชม เขากล่าวช้า ๆ ว่า
“ไม้ฮอร์นบีมจะชื่นชอบพ่อมดที่มีความหลงใหลแรงกล้า บริสุทธิ์ และมุ่งมั่นกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษ”
“ดูเหมือนว่ารอยด้านบนมือขวาของเธอ...มาจากการวาดรูปสินะ”
อีธานยังคงเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สร้างขึ้นจากสีน้ำมัน ราวกับว่าสีน้ำเงินเข้มเหล่านั้นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับดวงตาของเขา
จนกระทั่งภาพวาดท้องฟ้าค่อย ๆ จางหายไป อีธานจึงได้สติกลับมา ก่อนหันไปมองโอลลิแวนเดอร์ที่กำลังยิ้ม และยื่นมือออกมาพร้อมคำพูดเรียบง่าย
“เจ็ดดเกลเลียน ขอบคุณที่มาอุดหนุน”
“....”
เสียงถุงเงินแบนแฟบเหมือนถูกดูดวิญญาณ ดึงอีธานกลับสู่ความจริงในทันที
บ้าชะมัด (╯>д<)╯!!
หาเงิน! นี่แหละคือภารกิจอันดับหนึ่ง!