เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 29 -- คุณสมบัติ

ตอนที่ 29 -- คุณสมบัติ

ตอนที่ 29 -- คุณสมบัติ


แปลโดย Mikky

Edit โดย check2534

 

ตอนที่ 29 -- คุณสมบัติ

 

“เสร็จแล้ว! พวกนายคิดว่ายังไงกันบ้าง?”

 

เห็นได้ชัดว่ามิลลี่ยังคงไม่ยอมตัดใจหยุดวาดเอ็มเบลม โคล้ดที่ไม่อาจทนเฉยได้อีกต่อไปจึงอาสาเป็นคนวาดแบบเอ็มเบลมเอง

 

ตรากิลด์ที่เสร็จสมบูรณ์นั้นเป็นรูปนักล่าหญิงที่กำลังขึ้นสายธนู โคล้ดได้แก้ไปภาพที่มิลลี่วาด ซึ่งดูเหมือนกับไส้เดือนยึกยือจนเหมือนกับวงเวทย์ลึกลับ

 

ด้วยเหตุผลบางอย่าง ภาพของนักล่าหญิงนั้นดูคล้ายกับมิลลี่เล็กน้อย ผมรู้สีกได้ถึงความน่าเคารพที่ไหลออกมาจากตัวมิลลี่

 

“หวาา….โคล้ด เธอนี่เก่งจริงๆ!”

 

“เก่งงานผู้หญิงเหมือนกันนะเนี่ย”

 

“บอกแล้วไงว่าผมเป็นผู้หญิง!”

 

“อืม ♪ มันน่ารักและดูเท่จริงๆ! เอาอันนี้แหละ!”

 

มิลลี่ดูค่อนข้างจะถูกใจรูปนี้มากทีเดียว

 

สำหรับผมแล้ว ผมไม่ได้สนใจว่าภาพนั้นจะเป็นยังไง ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ปัญหาของผม

 

โคล้ดดูมีความสุขมากที่ถูกมิลลี่ชม

 

ดูจากรูปเอ็มเบลมแล้ว รู้สึกว่าโคล้ดจะวาดมิลลี่ออกมาด้วยความเคารพอย่างมาก

 

“โคล้ด เธอตีค่ามิลลี่สูงไปรึเปล่า?”

 

“มันก็ปกติไม่ใช่หรอ ยังไงเธอก็เป็นเทพธิดาสงครามของผมนะ!”

 

หล่อนหันหน้ามาหาผมพร้อมกับรอยยิ้มอันเปล่งประกาย

 

จะส่งรอยยิ้มหนุ่มหล่อมาให้ทำไมเนี่ย

 

แต่ยังไงหล่อนก็ยังหล่อไม่เท่าผมอยู่ดี

 

การที่คนอย่างโคล้ดเทิดทูนคนอย่างมิลลี่มากขนาดนี้ ก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

 

มิลลี่เองก็ดูจะชอบโคล้ดพอสมควร ซึ่งผมเองก็รู้สึกชอบโคล้ดเหมือนกัน

 

ในเมื่อผมอยู่กับมิลลี่ตั้งแต่ตอนแรก บางทีผมอาจจะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นก็ได้

 

พยายามคิดในแง่ดีเข้าไว้ดีกว่า

 

“โทษทีนะ...เซฟคุง มีอะไรหรอ? ถึงได้จ้องหน้าผมแบบนี้….”

 

“ก็แค่คิดว่าเธอเป็นไบโชเน็นรึเปล่า”

 

“ก็บอกแล้วไงว่าผมเป็นผู้หญิง!”

 

ขณะที่กำลังฟังโคล้ดแก้ตัวอยู่ ผมก็โยนคุกกี้ชิ้นสุดท้ายเข้าปาก

 

--ป่าโคโบลด์

 

หลังจากจัดงานเลี้ยงต้อนรับโคล้ด พวกเราก็ตัดสินใจไปล่าที่ที่มิลลี่เจอเพื่อย่อยอาหาร

 

ซึ่งคนที่แนะนำเรื่องนี้ก็คือผมเอง

 

เหตุผลก็คือ ตอนที่ผมใช้สเกาท์สโคปกับมิลลี่เมื่อกี้ หล่อนได้รับการสืบทอดทักษะ “สกรีนพ้อยท์” มาด้วย ซึ่งผมอยากจะดูว่าสกิลนี้แท้จริงแล้วทำอะไรได้บ้าง

 

เมื่อนักเวทย์ได้พบเจอกับเวทย์มนต์ที่ไม่รู้จัก ย่อมเป็นธรรมดาที่พวกนั้นอยากจะตรวจสอบเกี่ยวกับทักษะนั้น

 

แต่ก็ไม่ใช่ว่าหล่อนจะใช้เวทย์นั้นออกมาให้ดูง่ายๆได้

 

ทักษะสืบทอดนั้นเป็นสิ่งที่คุณควรจะปกปิดไว้จากผู้อื่น และหากผมถามหล่อนตรงๆ เพื่อยืนยันว่าโคล้ดครอบครองทักษะสืบทอดจริงๆ มันก็เป็นเรื่องยากที่จะปกปิดการคงอยู่ของสเกาท์สโคปเหมือนกัน

 

นั่นคือเหตุผลที่แทนที่ผมจะเอ่ยชื่อออกไปตรงๆ ผมก็ลองวิธีที่ดูเป็นธรรมชาติกว่า

 

ผมก็แค่ถามโคล้ดออกไปตามปกติโดยไม่เปลี่ยนหัวข้อสนทนา

 

“โคล้ด เธอใช้เวทย์มนต์ประเภทไหนบ้าง?”

 

โคล้ดดูหน้าเปลี่ยนสีเล็กหน้อย

 

….ดูเหมือนผมจะถามตรงไปหน่อยแฮะ

 

“โง่จังเลยนะนายเนี่ย เรื่องแบบนี้นายไม่ต้องถามเธอโดยตรง แค่ใช้สเกาท์…..อืออื้ออออ!?”

 

เธอนั่นแหละที่โง่

 

ผมปิดปากเธอเอาไว้แล้วเริ่มคุยกับเธอผ่านทางข้อความกิลด์

 

(ไม่ใช่ว่าผมบอกไปแล้วหรอกหรอว่าสเกาท์สโคปถือเป็นความลับระหว่างเราสองคนน่ะ?!)

 

(อ๊ะ จริงด้วย โทษทีๆ)

 

เฮ้อ อย่างที่คาดเลยแฮะว่ามิลลี่จะต้องหลุดปากแน่ๆ

 

(ลองใช้สเกาท์สโคปใส่โคล้ดดูสิ ในหมู่เวทย์มนต์มากมายที่หล่อนเรียนรู้มา มีเวทย์แปลกๆที่ชื่อว่า “สกรีนพ้อยท์” อยู่ใช่ไหมล่ะ เธอไม่อยากรู้หรอว่ามันเป็นเวทย์มนต์แบบไหน?)

 

(อา...เข้าใจแล้ว ไม่คิดเลยว่าสเกาท์สโคปจะใช้แบบนี้ได้ด้วย...ชั้นเองก็อยากรู้เหมือนกัน!)

 

ทั้งผมและมิลลี่ต่างก็มีรอยยิ้มอันชั่วร้ายปรากฎขึ้นบนใบหน้า และเมื่อโคล้ดก็มองมาที่พวกเราด้วยสีหน้างุนงง

 

“เวทย์มนต์ที่ผมใช้ได้….สินะ? ผมใช้ได้แค่เวทย์พื้นฐานเท่านั้นเอง”

 

ข้ออ้างชัดๆ

 

ดูเหมือนว่าหล่อนไม่ต้องการบอกผม

 

เอาเถอะ ไม่ใช่ว่าผมเองก็วางแผนที่จะเปิดเผยทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเองให้โคล้ดรู้เหมือนกัน เพราะงั้นพวกเราก็เหมือนอยู่เรือลำเดียวกันทำนองนั้นแหละ

 

“ถ้าเซฟคุงอยากทำให้ผมพูดออกมา จะไม่ดีกว่าหรอถ้าใช้รางวัลที่ได้จากการเป็นผู้ชนะในการประลองของเราน่ะ?”

 

โอ้ จริงด้วย คนที่แพ้จะต้องฟังคำขอของคนที่ชนะไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เกือบลืมไปเลยนะเนี่ย

 

“.....ไม่ล่ะ ไม่เป็นไร ผมจะใช้รางวัลนั่นในสถานการณ์อื่นภายหลัง”

 

“น่ากลัวจังเลยนะ”

 

โคล้ดยักไหล่แล้วมองมาที่ผมด้วยสายตาที่ไม่หวาดหวั่น

 

“....นายคงไม่ได้คิดจะใช้มันทำเรื่องลากมกอะไรใช่ไหม?..”

 

ผมเมินคำถามของมิลลี่แล้วเดินไปข้างหน้า

 

ผมเดินก้าวเท้าเร็วจนมิลลี่ต้องวิ่งเหยาะๆตามหลัง

 

หลังจากเดินมาได้สักระยะหนึ่ง พวกเราก็เจอเข้ากับต้นไม้ขนาดมหึมา ในพื้นที่โล่งกว้างที่ไม่มีต้นไม้ต้นอื่นอยู่รอบๆ

 

“ตรงนี้คือที่ๆโคล้ดถูกจู่โจม”

 

“กะ...กรุณาอย่าพูดถึงมันอีกเลย มิลลี่ซัง….”

 

โคโบลด์นั้นมีประสาทสัมผัสในการรับรู้สมาชิกในกลุ่มของตนเองสูง หากพวกมันรับรู้ได้ว่าพวกมันตัวหนึ่งกำลังจู่โจมคนที่กำลังอยู่คนเดียว พวกมันที่เหลือก็จะรวมตัวกันเข้าจู่โจมคนพวกนั้น

 

แม้ว่าคุณสมบัติทางกายภาพของโคล้ดจะค่อนข้างสูง แต่ว่าความสามารถด้านเวทย์มนต์ของหล่อนค่อนข้างต่ำ อีกทั้งเลเวลของหล่อนก็ต่ำเช่นกัน

 

ถึงแม้ว่าการรับมือกับโคโบลด์หนึ่งหรือสองตัวจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับหล่อน แต่มันก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่งนั่นทำให้หล่อนถูกโคโบลด์ล้อมเอาไว้

 

ในแง่ของลักษณะของโคโบลด์นั้น พวกมันสามารถมองเห็นได้เฉพาะสิ่งที่อยู่ด้านหน้าเท่านั้น

 

ขณะที่ผมกำลังคิดเรื่องนี้อยู่ โคโบลด์ตัวหนึ่งก็ได้ปรากฎตัวขึ้นตรงหน้าพวกเรา

 

แผงคอสีน้ำเงินกับรูปร่างที่เหมือนครึ่งคนครึ่งสัตว์ ในมือของมันถือกระบองอยู่

 

ตอนนี้ได้เวลาใช้สเกาท์สโคปแล้ว

 

โคโบลด์

 

เลเวล 21

 

พลังเวทย์ 2420/2420

 

ปีศาจที่เรียกว่าโคโบลด์นี้จัดเป็นมอนส์เตอร์ประเภทสัตว์ทั่วๆไป

 

คุณสมบัติของโคโบลด์แต่ละตัวนั้นแตกต่างกันออกไปพอสมควร ดังนั้นแล้วมันจึงไม่มีทางใช้เวทย์หมู่คุณสมบัติเดียวจัดการได้

 

แม้ว่าเหตุผลจะยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ดูเหมือนว่าคุณสมบัติของโคโบลด์แต่ละตัวจะแตกต่างออกไปตามอาวุธที่พวกมันถืออยู่

 

บางทีอาจเป็นเพราะพวกมันชอบคุณสมบัติแตกต่างกัน แต่โคโบลด์แต่ละตัวนั้นมีความชอบในการใช้อาวุธต่างกัน

 

โคโบลด์ที่ถือกระบองนั้นมีคุณสมบัติสีแดง

 

ดังนั้นการใช้เวทย์สีแดงหรือเวทย์สีฟ้าจึงไม่ค่อยได้ผลกับมันมากเท่าไหร่

 

“บลูเกล!”

ขณะที่ผมกำลังอยู่ในห้วงความคิด มิลลี่ก็ร่ายเวทย์สีฟ้าหมู่และยิงออกไปเรียบร้อย

 

เฮ่ย เฮ่ย ที่นี่มีพวกมันแค่ตัวเดียว แถมเธอยังไม่สนใจทฤษฎีความขัดแย้งของคุณสมบัติอีก

 

โคโบลด์ตัวนั้นถูกโจมตีพายุกรรโชกแรงขนาดยักษ์ ถึงแม้ผมจะบอกว่าพลังของมันจะลดลงก็ตาม แต่ในเมื่อมิลลี่ใช้เวทย์หมู่ ก็ดูเหมือนว่าจะโดนโคโบลด์อย่างแรง

 

“กรีนสเฟียร์” (Green Sphere - ทรงกลมเขียว)

 

บอลสีเขียวอ่อนลอยเข้าหาโคโบลด์ด้วยความรวดเร็ว และในเวลาที่เวทย์นั้นโดนตัว โคโบลด์ก็ถูกปั่นและบดละเอียดกลายเป็นชิ้นๆ

 

หลังจากที่มันลอยเคลื่อนไปได้ระยะหนึ่ง บอลแสงสีเขียวก็ค่อยๆหายไปเอง

 

-มันเป็นเวทย์สายสีเขียวระดับกลาง กรีนสเฟียร์

 

หนึ่งในลักษณะเฉพาะที่ไม่ธรรมดากของเวทย์สายสีเขียวคือ มันสามารถโจมตีได้จากระยะไกล

 

กรีนสเฟียร์นั้นทำได้เพียงลอยเคลี่อนอย่างเดียวเท่านั้น เพราะงั้นมันจึงเป็นเวทย์ที่หลบค่อนข้างง่าย แต่สำหรับด้านพลังทำลายล้างนั้นพูดได้ว่ามันเป็นเวทย์ที่มีพลังสูงสำหรับเวทย์ระดับกลาง

 

เมื่ออยู่ในพื้นที่แคบหรือใช้เวทย์อย่างกรีนวอลจากระยะไกลเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของศัตรู นี่ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะจะใช้เวทย์นี้

 

“ชนะแล้ว~♪”

 

มิลลี่ทำท่าดีใจอย่างไร้เดียวสาออกมาเมื่อสามารถเอาชนะโคโบลด์ได้ แต่ผมกลับรู้สึกกังวลเล็กน้อย

 

“มิลลี่ อย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณสมบัติมอนสเตอร์เลย?”

 

“หืม? ชั้นก็รู้มานิดหน่อยนะ แต่จำไม่ได้ทั้งหมดหรอก”

 

ผมถอนหายใจขณะที่มองมิลลี่ซึ่งทำหน้าประหลาดใจ

 

สมกับที่เป็นมิลลี่แฮะ หรือผมควรจะพูดว่ายังไงดี?

 

สิ่งหนึ่งที่เหล่านักเวทย์จำเป็นต้องรู้ก็คือเรื่องความสอดคล้องของคุณสมบัติ

 

ปีศาจทุกตัวในโลกนี้ต่างก็มีคุณสมบัติของตัวเอง ความแตกต่างที่ใหญ่หลวงนี้มีผลอย่างมาก

 

ผมถูกมาสเตอร์ยัดเรื่องพื้นฐานพวกนี้เข้าใส่หัว

 

การมีคาถาจำนวนมากอยู่ในตัวไม่ได้ทำให้หล่อนอยู่บนจุดสูงสุด แต่เป็นความจริงที่หล่อนมีขีดจำกัดพรสวรรค์สูง และหล่อนก็ใช้พรสวรรค์นั้นเอาชนะในการต่อสู้

 

ในขณะที่วิธีการต่อสู้ของมิลลี่นั้นทื่อและหยาบกระด้างมาก

 

หากเป็นคู่ต่อสู้กระจอกๆเหมือนเคยล่ะก็ หล่อนก็คงจะจัดการได้อยู่ เอาเถอะยังมีตอนที่เราสู้กับราชาแห่งความตายอยู่

 

ที่สำคัญคือเธอต้องรู้จักเทคนิคการต่อสู้พื้นฐาน

 

อืม ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆ ในเมื่อพ่อที่ควรจะเป็นมาสเตอร์ของเธอดันมาตายไปซะก่อน…

 

“มิลลี่”

 

หลังจากเรียกชื่อเธอ ผมก็วางมือลงบนหัวแล้วลูบศีรษะเธอเบาๆ

 

“เดี๋ยว….จู่ๆทำอะไรของนายเนี่ย! อ๊า….โธ่…”

 

“ผมจะเป็นคนเคี่ยวเข็นเธอให้เอง ตกลงไหม?”

 

มิลลี่ก้มหน้าลงด้วยใบหน้าที่แดงด้วยความเขินอาย

 

ถ้าเธอไม่รู้เรื่องพื้นฐานล่ะก็ งั้นผมก็ทำแค่สอนเธอซะ

 

ถ้าผมฝึกฝนเธออย่างถูกต้องแล้วล่ะก็ ผมเชื่อว่าเธอจะต้องกลายหนึ่งในสุดยอดจอมเวทย์ที่ยังมีชีวิตอยู่แน่ๆ

 

แม้ว่าเธออาจจะไม่เก่งเท่าผมก็ตาม

 

“มิ..มิลลี่ซังกับเซฟคุง...มีความสัมพันธ์แบบนั้นงั้นหรอ…?”

 

“ธะ..เธอเข้าใจผิดแล้ว โคล้ด! พวกเราไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษจริงๆนะ….เซฟทำไมไม่พูดอะไรบ้างเลย!”

 

ทั้งโคล้ดและมิลลี่ที่กำลังหน้าแดงต่างก็โบกมือปฏิเสธไปมา

 

…..สองคนนี้กำลังร้อนตัวอะไรกันนะ? สงสัยจังแฮะ

 

โคโบลด์ตัวหนึ่ง (ที่กำลังถือมีด) ดูเหมือนจะแอบซ่อนอยู่หลังเงาใต้ต้นไม้ใหญ่ ผมจึงยิงเรดบลาสเตอร์ใส่มัน

 

มันก้าวถอยหลังเมื่อเห็นสายตาอันเย็นชาของผม

 

“ผมไม่รู้จริงๆว่าพวกเธอมีเรื่องอะไรกัน แต่เอาไว้หลังจากนี้ก่อน ตอนนี้พวกเรากำลังอยู่ในระหว่างต่อสู้”

 

“อะ...อืม”

 

ทั้งมิลลี่และโคล้ดที่ยังคงหน้าแดงอยู่ขณะที่เผชิญหน้ากับโคโบลด์

 

หลังจากที่จัดการโคโบลด์เสร็จแล้ว พวกเราสามคนก็ออกล่ากันต่อครู่หนึ่ง แต่ดูเหมือนพวกเธอทั้งสองคนจะมีท่าทีแปลกไปเล็กน้อยและดูค่อนข้างเหม่อลอย

 

นี่ผมพูดอะไรผิดไปงั้นหรอ?

 

==========

 

อุทิศให้คุณพ่อยุทธนา ศิริพัฒนานันทกูร

 

==========

 

ติดตามข่าวสารและตอนใหม่ๆได้ก่อนใครที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

จบบทที่ ตอนที่ 29 -- คุณสมบัติ

คัดลอกลิงก์แล้ว