เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28 -- ตราสัญลักษณ์กิลด์

ตอนที่ 28 -- ตราสัญลักษณ์กิลด์

ตอนที่ 28 -- ตราสัญลักษณ์กิลด์


แปลโดย Mikky

Edit โดย check2534

 

ตอนที่ 28 -- ตราสัญลักษณ์กิลด์

 

โคล้ด เลออนฮาร์ทที่ผมรู้มาจากอนาคต เป็นบุคคลที่นำเวทมนต์ที่รู้จักในชื่อสเกาท์สโคปมาสู่สมาพันธ์นักเวทย์จากนั้นหล่อนก็กลายเป็นนักเวทย์อัจฉริยะ

 

ฉายาเฟลมออฟเฟลมของผมถูกถอนไปหลังจากการค้นพบสเกาท์สโคปไปหนึ่งปี ยิ่งกว่านั้นหล่อนที่ปรากฎตัวออกมาราวกับสายลมก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย ผมจึงไม่ค่อยมีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับหล่อนมากนัก

 

หรือต้องบอกว่าในอนาคตที่ผมจากมา หล่อนเป็นนักเวทย์ที่ยังทำตัวเป็นปริศนา จึงไม่ค่อยมีข้อมูลสำคัญอะไรเกี่ยวกับเธอจริงๆ

 

ที่ผมรู้มีเพียงชื่อกับรูปของเธอเท่านั้น

 

แล้วผมก็ลืมเรื่องนั้นไปจนกระทั่งตอนนี้

 

รวมถึงเรื่องที่หล่อนเป็นคนนำสเกาท์สโคปมา

 

เวทย์มนต์ที่สามารถแสดงพรสวรรค์แฝงออกมาในรูปแบบของตัวเอง

 

ด้วยเวทย์มนต์นี้เพียงบทเดียว โลกแห่งเวทย์มนต์ก็ได้ก้าวหน้าขึ้นอย่างก้าวกระโดด

 

เลเวลของเวทย์ฟ้าเพิ่มขึ้นทั้งหมด และผู้คนถูกเลือกเข้าไปในตำแหน่งสูงๆจากพรสวรรค์แฝงแทนที่จะเป็นความสามารถในปัจจุบัน

 

ในทางตรงกันข้าม นักเวทย์ที่มีค่าพรสวรรค์ต่ำจะถูกไล่และปลดออกจากงาน

 

เหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมในตอนที่ผมถูกทิ้งราวกับขยะเพียงเพราะเวทย์แดงมีค่าพรสวรรค์แฝงต่ำ

 

ตอนนี้หยุดเรื่องนั้นไว้ก่อน

 

แต่ที่ผมไม่เข้าใจก็คือทำไมคนที่นำสเกาท์สโคปมาที่สมาพันธ์นักเวทย์ถึงไม่ใช่มิลลี่แต่เป็นโคล้ด

 

หากผมจำไม่ผิด ตอนที่โคล้ดนำสเกาท์สโคปมา หล่อนไม่ได้สังกัดกับกิลด์ใดๆเลย

 

เท่าที่ผมรู้มากิลด์นักล่าแห่งฟ้าครามของมิลลี่เองก็ไม่ได้ถูกบันทึกใดๆเอาไว้ ราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่

 

เมื่อคิดเรื่องนั้น เหงื่อเย็นๆก็ไหลลงมาตามหลังอย่างหยุด

 

บางทีมิลลี่อาจจะตาย? แล้วหลังจากนั้นโคล้ดก็ได้รับม้วนคัมภีร์สเกาท์สโคปมาเป็นของที่ระลึก

 

ไม่สิ ถ้าโคล้ดอยากจะนำชื่อเสียงมาให้มิลลี่จริงๆ หล่อนก็คงจะบอกตอนที่นำม้วนคัมภีร์มาแล้ว

 

เมื่อคำนึงถึงเรื่องที่โคล้ดประกาศชื่อของตนในบันทึก มันก็เหมือนกับว่าหล่อนได้ขโมยม้วนคัมภีร์สเกาท์สโคปมาจากมิลลี่

 

ม้วนคัมภีร์ของมิลลี่นั้นถูกสร้างขึ้นจากเลือดและน้ำตาด้วยความยากลำบาก

 

การไปขโมยของที่ถูกคิดค้นขึ้นแบบนั้น ก็เหมือนกับการเหยียบย่ำเจ้าของแล้วโอ้อวดเรื่องนี้

 

ในสมาพันธ์นักเวทย์นั้น นี่ถือเป็นข้อห้ามในหมู่ข้อห้าม

 

เห็นได้ชัดว่าหากมิลลี่ยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนั้น เรื่องนี้ก็คงจะแดงออกมา

 

แล้วโคล้ดขโมยมันมาได้ยังไง?

 

เรื่องนั้นมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว

 

-ฆ่า

 

ก่อนที่ผมจะรู้ตัว ผมก็ได้จ้องเขม็งไปที่โคล้ดซึ่งกำลังได้รับการรักษาจากมิลลี่อยู่

 

ผมบีบคอเธอแล้วกดลงไปกับพื้น

 

“ดะ...เดี๋ยวเซฟ! นั่นนายจะทำอะไร?”

 

“เงียบซะมิลลี่”

 

“เซฟ...คุง…?”

 

ผมยังคงบีบคอโคล้ดเต็มแรง

 

แม้ผมจะคิดว่าตัวเองใจร้อนเกินไป

 

แต่ผมก็หยุดตัวเองไม่ได้

 

ผมกำหมัดแน่นแล้วยกหมัดขึ้น

 

“เซฟ!”

 

หมัดที่ผมยกเฉียดผ่านใบหน้าของโคล้ดแล้วกระแทกลงบนพื้น

 

แต่ก่อนที่ผมจะรู้ตัว มือของผมก็ถูกไขว้ไว้ข้างหลัง

 

มันถูกโคล้ดบิดจนผิดปกติ

 

หล่อนที่กำลังจับมือของผมไว้ ก็กำบีบจนแน่นขึ้นเรื่อยๆ

 

“อ๊ากก….!?”

 

“ช่วยบอกเหตุผลให้ผมฟังทีสิเซฟคุง ผมไปทำอะไรโหดร้ายหรือทำอะไรเสียมารยาทต่อคุณรึเปล่า? แต่ถ้าหากคุณไม่บอกว่ามันคืออะไร ผมก็ไม่รู้และไม่สามารถกล่าวขอโทษเรื่องนั้นได้”

 

แขนของผมกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

 

ในด้านพลังกายเพียงอย่างเดียว ดูเหมือนว่าโคล้ดจะแข็งแกร่งกว่าผม

 

ถ้าเป็นแบบนี้แล้วล่ะก็ เข้ามาเลย!

 

ผมกัดฟันทนความเจ็บปวดที่แขนแล้วเพ่งสมาธิ

 

โคล้ดเองก็ตอบสนองต่อกระแสพลังเวทย์ที่พรั่งพรูออกมาจากตัวผมอย่างรุนแรง แล้ว….!

 

“หยุดนะ!!”

 

กิ๊งงงงง เสียงที่ดังและกังวาลดังก้องเข้ามาในหูผม ทำให้ทั้งโคล้ดและผมต่างหยุดมือ

 

มิลลี่ยืนอย่างองอาจขณะที่พูดโดยไม่สนใคร

 

ผมนึกว่าแก้วหูผมจะระเบิดออกมาซะแล้ว

 

“พวกนาย พอได้แล้ว! โดยเฉพาะเซฟ!.......เกิดอะไรชึ้นกันแน่?”

 

“อ่า...ไม่…..เอ่อ….”

 

“หืม? อะไร?”

 

มิลลี่ชำเลืองมาที่ผมซึ่งกำลังก้มหน้าลง

 

สายตาทิ่มแทงที่เธอมองมาดูราวกับจะทำให้บรรยากาศอันตรายรอบตัวผมหายออกไป

 

“ผมขอโทษ ผมแค่เข้าใจผิดไปเอง”

 

“ไม่ใช่ว่านายกำลังขอโทษผิดคนหรอ? พูดกับโคล้ดสิ”

 

เธอยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่ประนีประนอม

 

นึกดูแล้ว ก่อนหน้านี้เล็กน้อยภาพที่ผมเห็นมันพร่ามัวไปด้วยสีแดงราวกับเลือดได้แล่นเข้ามาในหัว แต่หากคิดให้ดีๆล่ะก็ ยังเร็วไปที่จะสรุปแบบนั้นแล้วฆ่าโคล้ด

 

เริ่มด้วย เหตุผลที่โคล้ดเลือกที่จะนำม้วนคัมภีร์มาในอนาคตยังคงเป็นปริศนา

 

อีกอย่าง ยังมีความเป็นไปได้ที่โคล้ดไม่ได้พบมิลลี่ด้วยซ้ำ

 

….แต่ โธ่เว้ย ผมไม่สามารถขจัดความรู้สึกไม่สบายใจนี้ออกไปจากใจได้เลย

 

อย่างไรก็ตาม ผมยังไม่มีหลักฐานใดๆมัดตัวโคล้ด

 

ยิ่งไปกว่านั้น จากที่ผมเห็น โคล้ดที่อยู่ตรงหน้าของผมนั้นดูเหมือนไม่มีอะไรเลยนอกจากเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง

 

หล่อนเริ่มสร้างความเชื่อมั่นดีๆในตัวมิลลี่ และเป็นไปได้ว่าพวกหล่อนจะกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้

 

ผมสวมหน้าเยือกเย็นมากเท่าที่จะเป็นไปได้ขณะที่ขอจับมือ

 

“ผมต้องขอโทษด้วย พอดีมีแมลงอยู่บนหน้าเธอ”

 

“หุ….หุหุ คำแก้ตัวน่าอายนั่นมันอะไรกัน งั้นก็ลืมๆมันไปซะเถอะ”

 

“ขอบคุณ”

 

ขณะที่เราจับมือกันอย่างเคอะเขิน มิลลี่เองก็วางมือลงบนมือของพวกเรา

 

“เอาล่ะ! ในเมื่อเสร็จเรื่องราวหมดแล้ว งั้นก็กลับบ้านไปหาคุ้กกี้หรืออย่างอื่นกินกันเถอะ!”

 

“ฟังดูดีนี่ ที่จริงแล้วผมอบคุ้กกี้เก่งนะ”

 

“อย่างกับผู้หญิงเลยไม่ใช่หรือไง?”

 

“ก็ผมเป็นผู้หญิงจริงๆนี่นา!”

 

โคล้ดทำราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเรื่องที่ไม่สำคัญอะไรขณะที่เธอพูด

 

ตามธรรมดาแล้วถ้าผมบีบคอใครสักคนจนหายใจไม่ออก ปฏิกริยาโดยธรรมชาติก็ควรที่จะมองมาที่ผมด้วยสายตาโกรธเคือง แต่ผมไม่สามารถหาคำพูดที่เย้ยหยันหรือเกียจชังจากน้ำเสียงเธอเลย

 

บอกตามความจริง ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าที่จริงแล้วมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างมิลลี่กับโคล้ด

 

อย่างไรก็ตามผมจำเป็นต้องระมัดระวังมากเท่าที่เป็นไปได้เพื่อประโยชน์ของมิลลี่ ใช่ไหมล่ะ?

 

ผู้คนสามารถเปลี่ยนเป็นสิ่งที่หน้ากลัวได้เมื่อเวลาผ่านไป

 

(มิลลี่)

 

เมื่อผมได้ส่งข้อความโดยตรงผ่านระบบการส่งข้อความของกิลด์ สายตาของมิลลี่ก็ได้หันมาที่ผม

 

(เห็นแก่ผม เธออย่าสอนเวทย์สเกาท์สโคปให้โคล้ดได้มั้ย?)

 

(.......เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเหตุผลที่นายต่อสู้กับโคล้ดเมื่อกี้นี้สินะ?)

 

(อา...แต่ผมยังบอกรายละเอียดให้เธอฟังไม่ได้จริงๆ)

 

(เกิดอะไรขึ้นล่ะนั่น?)

 

(ได้โปรดล่ะ ผมขอร้อง….!)

 

ผมขอเธออย่างจริงจังด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม และมิลลี่ก็มองมาที่ผมอย่างระมัดระวัง

 

พวกเราอยู่อย่างนั้นประมาณสอง.....ไม่สิอาจสามวินาทีล่ะมั้ง?

 

(เข้าใจแล้ว แต่ว่าฉันไม่สามารถซ่อนสิ่งนี้จากโคล้ดไว้ได้ตลอดหรอกนะไม่ว่าอย่างไรฉันก็เป็นคนพูดมากอยู่แล้ว)

 

(ผมรู้)

 

โป๊ก!! มิลลี่เขกหัวผม

 

(ทำอะไรของเธอเนี่ย?)

 

(นี่! มันไม่ดีเลยนะที่ยืนยันอะไรอย่างนั้นเกี่ยวผู้หญิง นี่นายไม่ได้อ่านสถานการณ์สักนิดเลยเหรอ?)

 

(แต่ มันเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่หรอ?)

 

(อ้าา..พอกันที! ถ้านายเป็นอย่างนี้ล่ะก็ ฉันจะบอกโคล้ดเรื่องสเกาท์สโคปให้หมดเลย)

 

(อย่าทำอะไรโง่ ๆ นะ! ไม่ใช่ว่าเธอเพิ่งบอกว่าจะไม่พูดอะไรหรอกหรอ?!)

 

“ขอโทษนะ.....จะเป็นไรไหมถ้าเธอสองคนหยุดพูดคุยกันในหัวของพวกเธอ? หากฉันไม่สามารถเข้าร่วมในการสนทนาไม่ใช่ว่าฉันถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวตามลำพังหรอกหรอ?”

 

โคล้ดเกาแก้มของเธอเบา ๆ ด้วยใบหน้าที่ดูเป็นทุกข์

 

อ้ะ ผมลืมไปซะสนิทเลยว่าที่จริงแล้วโคล้ดเองก็อยู่ที่นี่

 

มิลลี่เองก็แสดงสีหน้าแบบเดียวกันกับผม

 

-ที่บ้านมิลลี่

 

ในตอนนี้พวกเรากำลังเพลิดเพลินไปกับกาแฟที่ชงโดยมิลลี่และคุกกี้ที่อบโดยโคล้ด

 

“ยังไงซะ ผมก็อยากจะเข้ารรวมวงสนทนาของพวกเธอในตอนที่พวกเธอพูดคุยกันผ่านความคิด .......ผมต้องทำยังไงถึงจะทำแบบนั้นได้?”

 

“มันก็ง่าย ๆ เพียงแค่เธอเข้าร่วมกิลด์”

 

“แล้วผมต้องทำยังไงบ้าง?”

 

“ต้องได้รับตราสัญลักษณ์ของกิลด์ก่อน ตราสัญลักษณ์กิลด์เป็นเครื่องประดับที่แสดงว่าได้รับการยอมรับจากกิลด์มาสเตอร์ให้เข้าร่วมกิลด์ได้ นี่คือขั้นตอนทั่วๆไป ว่าแต่มิลลี่ เธอทำตรากิลด์รึยัง?”

 

ในขณะที่มิลลี่กำลังเคี้ยวคุกกี้อยู่ หล่อนก็ทำหน้าเหมือนมีปัญหาเล็กน้อยตอนที่ตอบคำถามของผมด้วยความลังเล

 

“อ่า...เอิ่มมม....เอ่อ....ความจริงคือฉันยังอย่ในช่วงกำลังคิดอยู่”

 

อ้าฮ่ะฮ่ะ เธอหัวเราะออกมาอย่างเคอะเขินในขณะที่เกาหัวตัวเอง

 

ถ้าผมดูไม่ผิด ผมมักจะเห็นเธอร่างอะไรบางอย่างแบบลวก ๆ ในสมุดที่โรงเรียน นั่นคือการออกแบบตรากิลด์ของเธองั้นหรอ ?

 

แต่เมื่อคำนึงถึงเรื่องที่เธอสร้างกิลด์ขึ้นมาหลายเดือนแล้วแต่ยังไม่ได้สร้างตราสัญลักษณ์กิลด์มันก็ดูจะเป็นปัญหาอยู่หน่อย….

 

“เธอไม่ต้องสร้างตราสัญลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบออกมาก็ได้ มันใช่สิ่งที่แสดงให้เห็นพลังที่แท้จริงกิลด์ซักหน่อย นอกจากนี้แม้ว่าจะทำมันออกมาเงอะงะไปหน่อย แต่นั่นมันจะเป็นเอกลักษณ์ส่วนหนึ่งของกิลด์”

 

“นายคิดอย่างนั้นหรอ...?”

 

“มิลลี่ซังมันอาจเป็นยากหากคิดเรื่องนั้นทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว แต่ถ้าหากว่าคุณเลือกที่จะแสดงตัวเลือกที่ดีให้พวกเราดู พวกเราก็สามารถตัดสินใจร่วมกันได้นะ?”

 

“อืมม....งั้นพวกนายอยากเห็นมันใช่มั้ย?”

 

มิลลี่หยิบเอาสมุดของตัวเองออกจากกระเป๋านักเรียนด้วยความเขินอาย

 

โห่ย ๆ กระเป๋านักเรียนไม่ใช่ที่สำหรับเก็บของอย่างนั้นไว้นะเว้ย?

 

เมื่อทั้งผมและโคล้ดมองไปที่สมุดโน้ตที่เปิดออกมา เราทั้งคู่ก็หายใจเข้าตามสัญชาตญาณ

 

สิ่งที่เห็นนั้นคือตัวอักษรที่เหมือนกับใส้เดือนและหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยการขีดเขียนอย่างลวก ๆ

 

สมุดทั้งเล่มเต็มไปด้วยรูปร่างแปลก ๆ และวงกลม

 

บางอันดูเหมือนกับวงเวทย์ลึกลับ

 

“พวกนายคิดว่าอันไหนดี?

 

เมื่อมิลลี่ถามความเห็นของพวกเราในขณะที่กำลังเขินอาย ทั้งโคล้ดและผมต่างก็พูดอะไรไม่ออก

 

==========

 

อุทิศให้คุณพ่อยุทธนา ศิริพัฒนานันทกูร

 

==========

 

ติดตามข่าวสารและตอนใหม่ๆได้ก่อนใครที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

จบบทที่ ตอนที่ 28 -- ตราสัญลักษณ์กิลด์

คัดลอกลิงก์แล้ว