- หน้าแรก
- ระบบศัลยแพทย์ขั้นเทพ
- บทที่ 7 - กำราบจางหลิน
บทที่ 7 - กำราบจางหลิน
บทที่ 7 - กำราบจางหลิน
บทที่ 7 - กำราบจางหลิน
หัวหน้าหานยกกาน้ำชาดินเผาสีม่วงใบโปรดขึ้นจิบเบาๆ ท่ามกลางไออุ่นที่ลอยกรุ่น ภายในใจเขาได้วางหมากกระดานนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว
แม้หยางผิงจะมีคุณวุฒิระดับแพทย์เจ้าของไข้ แต่โควตาตำแหน่งในแผนกตอนนี้เต็มหมดแล้ว การรับเข้ามาในครั้งนี้จึงใช้โควตาของแพทย์ประจำบ้านไปก่อน ถือเป็นการใช้งานแบบอ้อมๆ เพชรแท้ย่อมเปล่งประกายเสมอ รอให้เขาแสดงฝีมือให้เป็นที่ประจักษ์ แล้วค่อยหาทางดันขึ้นสู่ตำแหน่งแพทย์เจ้าของไข้ก็ยังไม่สาย
"เอาอย่างนี้ คุณไปอยู่ทีมผมก่อนก็แล้วกัน" หัวหน้าหานวางถ้วยชาลง "ในทีมผมยังมีอีกสองคน คือแพทย์เจ้าของไข้ซ่งจื่อมั่ว กับแพทย์ประจำบ้านจางหลิน ช่วงนี้ผมกับเสี่ยวซ่งต้องไปประชุมข้างนอก คุณก็คอยตามจางหลินเพื่อทำความคุ้นเคยกับระบบงานไปก่อน"
หยางผิงพยักหน้ารับทราบ
ระบบการทำงานในแผนกของโรงพยาบาลใหญ่ๆ มักจะเป็นเช่นนี้ หนึ่งทีมการรักษาเปรียบเสมือนหน่วยรบย่อยๆ มีหัวหน้าแพทย์หรือรองหัวหน้าแพทย์ผู้ชากลศึกเป็นหัวหน้าทีม มีแพทย์เจ้าของไข้เป็นกำลังรบหลัก และมีแพทย์ประจำบ้านหนึ่งถึงสองคนคอยจัดการงานจุกจิก และถ้าเป็นโรงพยาบาลที่พ่วงตำแหน่งสถาบันการสอนด้วย ด้านหลังก็จะมีขบวน "หางเครื่อง" ยาวเหยียด ทั้งนักศึกษาปริญญาโท แพทย์เฉพาะทางต่อยอด และนักศึกษาแพทย์ฝึกงานเดินตามกันเป็นพรวน ซึ่งในทางปฏิบัติ นักศึกษาปริญญาโทกับแพทย์เฉพาะทางต่อยอดก็ต้องรับบทเป็นแพทย์ประจำบ้านนั่นแหละ
แพทย์ประจำบ้าน พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ "กรรมกรด่านหน้า" รับคนไข้ใหม่ เขียนเวชระเบียน เปลี่ยนยาทำแผล จัดคิวผ่าตัด... งานสากกะเบือยันเรือรบล้วนเหมาหมด ส่วนแพทย์เจ้าของไข้จะเน้นไปที่การลงมีดผ่าตัดและการชี้แนะแพทย์ประจำบ้าน ถือว่าหลุดพ้นจากวงจรงานกรรมกรขั้นพื้นฐานมาแล้ว
แต่ละทีมคือหน่วยปฏิบัติการอิสระ หัวหน้าทีมมีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาด หัวหน้าหานเองก็คุมอยู่หนึ่งทีม โดยมีขุนพลคู่กายคือซ่งจื่อมั่วและจางหลิน
"ช่วงนี้ในแผนก คุณก็ช่วยแบ่งเบาภาระจางหลินไปก่อนนะ ถ้าเจอเคสไหนที่ตัดสินใจไม่ได้ ให้ข้ามไปรายงานหัวหน้าเถียนได้เลย เถียนหยวนคนนี้ถึงลุคจะดูเป็นหนอนหนังสือไปหน่อย แต่นิสัยใจคอเชื่อถือได้เต็มร้อย" หัวหน้าหานจงใจชี้แนะเป็นพิเศษ "เหมือนเหตุการณ์วันนี้ ที่คุณกล้าค้านเขาต่อหน้าธารกำนัล เขาไม่เพียงไม่โกรธ แต่ยังรับฟังและปรับเปลี่ยนตามความเห็นที่ถูกต้องทันที คุณทำถูกแล้ว และทำได้ดีมาก! คนทำงานสายเรา มันต้องมีจิตวิญญาณแบบนี้แหละ 'ไม่สนยศ ไม่สนตำรา สนแค่ความจริง'!"
"ครับหัวหน้า ผมจะจำให้ขึ้นใจเลยครับ" หยางผิงรับคำจากใจจริง
"อืม ตั้งใจทำงานล่ะ! เวทีของซานป๋อนั้นไม่ธรรมดา ทีมกระดูกของเราก็ถือเป็นระดับแนวหน้า อยู่ไปเดี๋ยวคุณก็จะสัมผัสได้เอง" หัวหน้าหานยังมีธุระด่วน จึงรั้งตัวไว้คุยนานไม่ได้
หยางผิงเดินไปหาจางหลินตามคำสั่ง
ทว่าในห้องพักแพทย์กลับไร้เงาเป้าหมาย แพทย์เฉพาะทางต่อยอดจากทีมข้างๆ แอบชะโงกหน้ามากระซิบเสียงเบา: "พี่ชาย พี่ได้อยู่ทีมจางหลินเหรอ?... ขอให้พระคุ้มครองนะพี่ คนใต้บังคับบัญชาหมอนั่น ใช้ชีวิตเยี่ยง 'ทาสติดที่ดิน' เลยล่ะจะบอกให้"
ทิ้งบอมบ์เสร็จ เจ้าหนุ่มนั่นก็เผ่นแน่บไปทันที
หยางผิงเลิกคิ้ว ทาสติดที่ดิน? หมายความว่าไง? คงจะโดนโขกสับล่ะสิ
กำลังประมวลผลอยู่ จางหลินก็เสร็จงานเดินกลับมาพอดี เขาเพิ่งจบปริญญาโทมาได้ไม่นาน รูปร่างสูงผอม ใบหน้าประดับด้วยสิววัยรุ่น สวมแว่นตาหนาเตอะ แผ่ออร่า "คนแปลกหน้าห้ามเข้า" ออกมาแต่ไกล
"หมอจาง สวัสดีครับ ผมหยางผิง หัวหน้าหานให้ผมมา—" หยางผิงยื่นมือออกไปทักทายตามมารยาท
"รู้แล้ว" จางหลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา เมินมือที่ค้างเติ่งกลางอากาศของหยางผิงอย่างตั้งใจ แล้วทิ้งตัวลงนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เริ่มรัวคีย์บอร์ดสั่งการรักษา "เตียง 1, เตียง 3, เตียง 8, เตียง 10, เตียง 11, เตียง 12... ไปเปลี่ยนยาทำแผลให้หมด คนไข้ทุกคน ไปไล่เช็กดูด้วยว่าบันทึกพัฒนาการของโรคขาดตกบกพร่องตรงไหนไหม แล้วจัดการเขียนเติมให้ครบ" เขาขยับแว่นตา โดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอไม่ละไปไหน
"หมอจาง คุณกำลังพูดกับผมเหรอครับ?" หยางผิงถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
จางหลินของขึ้นทันที "ไม่ให้พูดกับคุณแล้วจะให้พูดกับใคร? พูดกับผีหรือไง?"
เมื่อเช้าตอนส่งเวร เขาเพิ่งโดนหัวหน้าตำหนิเพราะไอ้หมอนี่แท้ๆ ไฟแค้นกำลังสุมทรวงไม่มีที่ระบาย ตอนนี้แหละได้จังหวะเหมาะที่จะงัดข้อรับน้องใหม่ซะหน่อย
โอ้โห มาไม้นี้เลยเหรอ? หยางผิงแค่นหัวเราะในใจ ตูเป็นแพทย์เจ้าของไข้ตัวจริงเสียงจริง มึงกล้ามาไล่บี้ให้ตูเขียนเวชระเบียนกับทำแผลเนี่ยนะ? กะจะหลอกใช้เป็นแรงงานทาสฟรีๆ สินะ?
เขาค่อยๆ หดมือกลับมา พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงหนามแหลมคม:
"อ๋อ งานพวกนี้เหรอครับ? ผมทำไม่เป็นหรอก ไม่ได้จับมานานจนมือแข็งไปหมดแล้ว หมอจางช่วยสาธิตให้ดูเป็นขวัญตาหน่อยได้ไหมครับ? สอนผมทีสิ"
จางหลินได้ยินปุ๊บ เลือดก็ขึ้นหน้า ไอ้เด็กใหม่นี่กล้าย้อนเหรอ? ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากด่า แพทย์เฉพาะทางต่อยอดคนหนึ่งก็โผล่หน้ามาตะโกนเรียกที่ประตู: "อาจารย์จางครับ เซ็ตเจาะหลังเตรียมพร้อมแล้วครับ!"
มีคนไข้ติดเชื้อหลังผ่าตัดกระดูกสันหลังถูกส่งตัวมาจากโรงพยาบาลอื่น จำเป็นต้องเจาะหลังเพื่อเก็บตัวอย่างน้ำไขสันหลังไปตรวจ หมอรุ่นพี่โยนงานจุกจิกนี้มาให้จางหลิน
จางหลินถลึงตาใส่หยางผิงอย่างอาฆาต แววตาฟ้องชัดว่า "ฝากไว้ก่อนเถอะมึง" ก่อนจะผุดลุกขึ้นเดินไปที่ห้องผู้ป่วย
คิดจะดัดหลังตูเหรอ? หยางผิงคร้านจะใส่ใจ คนประเภทที่พอมีอำนาจในมือนิดหน่อยก็ทำตัวกร่างเบ่งกล้าม เขากวาดตามองมานักต่อนักแล้ว แต่เรื่องเจาะหลังนี่สิ... น่าตามไปดูฝีมือสักหน่อย
คนไข้รายนี้เป็นชายร่างท้วม นอนงอตัวคุดคู้เป็นกุ้งอยู่ในท่ามาตรฐานบนเตียงแล้ว แพทย์เฉพาะทางต่อยอดทำงานคล่องแคล่ว ปูผ้าสเตอไรล์ฆ่าเชื้อรอไว้เรียบร้อย
แหม วางมาดซะใหญ่โตเชียว
หยางผิงยืนมองจางหลินที่สวมบทบาทเป็นศาสตราจารย์ใหญ่ สวมถุงมือปราศจากเชื้อ คลำหาจุดอ้างอิง แล้วจิ้มเข็มเจาะทะลวงเข้าไป
ต้องยอมรับว่าทักษะพื้นฐานของหมอจากโรงพยาบาลระดับตติยภูมินั้นแน่นปึ้ก ท่วงท่าถูกต้องตามตำราเป๊ะ แต่ทว่าพอแทงเข็มลึกลงไป เขากลับไม่สัมผัสถึง "แรงต้านที่ทะลุผ่าน" อันเป็นเอกลักษณ์ และไม่มีวี่แววของน้ำไขสันหลังไหลออกมา—ชัดเจนเลยว่าแทงไปชนกระดูกเข้าอย่างจัง
จางหลินชะงักกึก สีหน้าเริ่มเสีย "เอาฟิล์มมาให้ผมดูหน่อย!"
แพทย์เฉพาะทางต่อยอดอีกคนรีบชูฟิล์มเอ็กซเรย์ขึ้นมาส่องไฟ หยางผิงเองก็ชะโงกหน้าไปดู คนไข้รายนี้เคยผ่านการผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอวมาแล้ว แถมยังมีการปลูกถ่ายกระดูก พังผืดและแผลเป็นเกาะติดกันยุ่งเหยิง โครงสร้างกายวิภาคเดิมเละเทะไม่เหลือชิ้นดี
ความยากระดับปราบเซียนแบบนี้ ขืนให้มือเก๋าจากแผนกวิสัญญีมาทำเองก็คงมีเหงื่อตกกันบ้าง
จางหลินเริ่มรู้สึกตึงมือ เขาถอนเข็มออกมา ปรับองศาแล้วแทงเข้าไปใหม่ แต่ก็ยังล้มเหลว ลองผิดลองถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นสิบๆ ครั้ง ไม่ชนกระดูกก็ผิดตำแหน่ง เหงื่อเม็ดโป้งเริ่มผุดพรายเต็มหน้าผาก
ขืนแทงสุ่มสี่สุ่มห้าต่อไป เอวคนไข้คงพรุนเป็นรังผึ้งแน่ จางหลินตกที่นั่งลำบากสุดๆ ต่อหน้าลูกศิษย์ตั้งหลายคน หน้าตาที่สั่งสมมาคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
"หมอจางครับ... ให้ผมลองหน่อยไหม?" หยางผิงเอ่ยปากพร้อมรอยยิ้ม น้ำเสียงผ่อนคลายราวกับกำลังถามว่า "ให้ช่วยซื้อกาแฟไหมครับ"
ในมิติระบบ เขาทำการเจาะหลังมาแล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นครั้ง หลับตาแทงยังเข้าเป้า เมื่อกี้แค่ปรายตามองฟิล์มแวบเดียว ในสมองเขาก็คำนวณเส้นทางการเดินเข็มใหม่ที่สมบูรณ์แบบเสร็จสรรพแล้ว
"คุณ?... ได้! คุณมาทำ!" จางหลินกำลังหาทางลงไม่ได้อยู่พอดี รีบโยนเผือกร้อนใส่มือหยางผิงทันที แล้วถอยฉากหลบออกมา
หยางผิงทรุดตัวลงนั่ง สวมถุงมือ จางหลินทำท่าจะถอดถุงมือของตัวเองออก แต่โดนหยางผิงตวาดเสียงกร้าว:
"ใส่ถุงมือไว้! เดี๋ยวช่วยส่งเครื่องมือให้ผม!"
สิ้นคำราม หยางผิงก็คีบเข็มเจาะหลังขึ้นมา ไม่เสียเวลาเล็งให้ยืดเยื้อ เขาแทงเข็มสวนเข้าไปยังจุดหนึ่งตรงเอวคนไข้ที่ดูเหมือนจะสุ่มๆ เอา ข้อมือส่งแรงมั่นคงเด็ดขาด—
เข็มเดียวเข้าเป้า!
รวดเร็ว แม่นยำ ดุดัน ไม่มีความลังเลแม้แต่มิลลิเมตรเดียว
วินาทีถัดมา น้ำไขสันหลังขุ่นๆ ก็หยดติ๋งๆ ออกมาจากปลายเข็มอย่างไหลลื่น
ทั้งห้องผู้ป่วยตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วอึดใจ จากนั้น สายตาของแพทย์เฉพาะทางต่อยอดและนักศึกษาทุกคนที่จับจ้องมายังหยางผิง ก็แปรเปลี่ยนเป็นสายตาเทิดทูนบูชาราวกับมองเห็นเทพเจ้า
"หมอจาง! ส่งกระบอกฉีดยามา!" หยางผิงออกคำสั่ง
จางหลินยังคงยืนอึ้งวิญญาณหลุดร่าง พอโดนตะคอกเรียกก็สะดุ้งโหยง มือไม้คว้ากระบอกฉีดยาในถาดส่งให้ไปตามสัญชาตญาณ
"ขยับให้มันไวๆ หน่อยสิ ไม่ได้กินข้าวมาหรือไง?" หยางผิงตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า
จางหลินโดนด่าจนหงอ หน้าชาดิกไปหมด ตัวเองงมโข่งแทบตายเหมือนคนไร้น้ำยา พอคนอื่นลงมือแค่ฉับเดียวกลับกลายเป็นเคสตัวอย่างระดับตำราเรียนไปซะงั้น
หยางผิงดูดเก็บตัวอย่างน้ำไขสันหลังอย่างคล่องแคล่วไร้ที่ติ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน ถอดถุงมือพลางเอ่ยปากสั่งความ:
"หมอจาง รบกวนช่วยเก็บกวาดให้เรียบร้อยด้วยนะครับ! จัดการเสร็จแล้วพานักเรียนไปหาผมที่ห้องพักแพทย์ ผมจะติวให้ว่าเคสเจาะหลังที่ยากบรรลัยแบบนี้ มันต้องรับมือยังไง"
พูดจบ เขาก็โยนถุงมือลงถังขยะติดเชื้อ แล้วสะบัดชายกาวน์เดินตัวปลิวออกจากห้องไป ทิ้งรัศมีแห่งยอดฝีมือให้คนข้างหลังได้แต่มองตามตาปริบๆ
...
หยางผิงกลับมาหย่อนก้นนั่งที่ห้องพักแพทย์ได้ไม่ทันไร โทรศัพท์มือถือก็แผดเสียงร้อง เสี่ยวอู่เพื่อนรักโทรมานั่นเอง
"ลูกพี่! เรื่องบ้านเช่าเรียบร้อยแล้วนะ! อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลนี่เอง เดินข้ามสะพานลอยก็ถึงเลย! เลิกงานเดี๋ยวผมเอากุญแจไปประเคนให้ อ้อ ผมเองก็ได้รับแจ้งผลแล้วเหมือนกัน แผนกฉุกเฉินครับพี่! หน้าที่หลักคือติดรถพยาบาล! แบกเปลน่ะงานถนัดผมเลย แรงควายอย่างผมซะอย่าง!..."
"เยี่ยมมากไอ้น้อง ทางนี้ของพี่ยังติดพันอยู่นิดหน่อย ทุ่มนึงเจอกัน คืนนี้พี่เป็นเจ้ามือเอง" หยางผิงกดวางสายพลางอมยิ้ม มีเสี่ยวอู่ตัวฮาอยู่ด้วย ชีวิตการทำงานคงมีสีสันไม่เบา
เพิ่งจะวางมือถือลง เสียงอ้อมแอ้มกระมิดกระเมี้ยนก็ดังขึ้นข้างหู:
"หมอ... หมอหยางครับ..."
เงยหน้าขึ้นมาก็ปะทะเข้ากับใบหน้าของจางหลิน ที่ตอนนี้แดงก่ำเป็นสีเดียวกับสิวอักเสบบนหน้าผาก
หยางผิงสวมวิญญาณหมอรุ่นพี่ สั่งสอนด้วยความหวังดี: "การเจาะหลังที่มีความซับซ้อนระดับนี้ มันเกินขีดความสามารถของคุณในปัจจุบันไปแล้ว วันหลังถ้าเจอเคสหัตถการที่รับมือไม่ไหว ให้เรียกผมได้โดยตรงเลย ไม่ต้องมานั่งเกรงใจ ยังไงก็คนในทีมเดียวกันทั้งนั้น"
เมื่อเช้าที่ชี้เป้าจากแผ่นฟิล์มอาจจะอ้างได้ว่าฟลุ๊ค แต่ฝีมือเจาะหลังขั้นเทพเมื่อกี้ มันคือความสามารถของจริงแบบปฏิเสธไม่ได้ ถึงจางหลินจะใจแคบไปบ้าง แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าอย่างท่วมท้น เขาก็ต้องยอมจำนนแต่โดยดี
อาชีพหมอ สุดท้ายแล้วก็ต้องเอาฝีมือมาวัดกัน
"เอ่อ... เรื่องเมื่อกี้... ผมขอโทษด้วยนะครับ!" จางหลินหน้าเจื่อนสุดๆ "เรื่องเขียนเวชระเบียนกับเปลี่ยนยาเดี๋ยวให้เด็กฝึกงานจัดการก็ได้ครับ ผม... ผมพาคุณเดินทัวร์ทำความรู้จักแผนกดีกว่าไหมครับ? วันนี้หัวหน้าหานไปประชุม ทีมเราไม่มีคิวผ่าตัดพอดี"
ท่าทีพลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ
หยางผิงลอบยิ้มในใจ: อยู่ในดงนี้... มันต้องใช้ฝีมือตบหน้าให้ตาสว่างจริงๆ ถึงจะคุยกันรู้เรื่อง
(จบแล้ว)