เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 : ตกปลาตอนกลางคืน ย่อมต้องได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาอยู่แล้ว

บทที่ 13 : ตกปลาตอนกลางคืน ย่อมต้องได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาอยู่แล้ว

บทที่ 13 : ตกปลาตอนกลางคืน ย่อมต้องได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาอยู่แล้ว


บรรยากาศในห้องถ่ายทอดสดของแคว้นมังกรผ่อนคลายลงทันตา

【ไฟ! นั่นมันไฟ! เปลวไฟแห่งอารยธรรม!】

【ฮือออ ในที่สุดท่านเทพก็ไม่ต้องทนแทะเนื้อแดดเดียวดิบๆ อีกแล้ว! สุดยอดไปเลย!】

【นี่แหละลูกผู้ชายตัวจริง! ถึงจะใช้แท่งจุดไฟแมกนีเซียม แต่ถ้าปัดเศษขึ้น มันก็คือการปั่นไม้จุดไฟดีๆ นี่เอง!】

【คนข้างบนนั่น บ้านนายปัดเศษกันแบบนี้เรอะ?】

จางกวงเหว่ยเองก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก รอยยิ้มจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า

"พอมีไฟ โอกาสรอดชีวิตก็เพิ่มขึ้นมหาศาล!"

ศาสตราจารย์หลี่ซูพยักหน้าเห็นด้วย

"ไฟเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่ามนุษย์เริ่มรู้จักใช้เครื่องมือเพื่อปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม มันคือรากฐานสำคัญของอารยธรรมค่ะ"

นี่อาจจะเป็นความแตกต่างระหว่างสายศิลป์กับสายวิทย์กระมัง

ณ เวลานี้ สิ่งที่อยู่ในหัวของหร่านอี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ 'อารยธรรม' หรือ 'รากฐาน' อะไรเลยสักนิด

ทุกอย่างล้วนมาจากมุมมองของการใช้ประโยชน์ได้จริงล้วนๆ

เยี่ยม

ไฟใช้กลั่นน้ำจืดได้

ฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียได้

ทำถ่านกัมมันต์เพื่อใช้กรองน้ำ หรือใช้รักษาบาดแผลได้

เขาเงียบขรึมพลางเติมไม้แห้งเข้าไปในกองไฟ

สักพัก เสียงเคาะโลหะก็เงียบลง

เคลาส์ชูผลงานชิ้นสำเร็จขึ้นมาราวกับจะอวด แล้วรายงานผลด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"สนิมกินเนื้อเหล็กไปพอสมควร ความเหนียวคงลดลง ถ้าตกได้ปลาตัวใหญ่เกินไป ตะขออาจจะหักได้"

หร่านอี้รับมาพิจารณา

แม้จะใช้วัสดุเหลือใช้ แต่ความโค้งงอและรูปทรงถือว่าได้มาตรฐานทีเดียว

"ฝีมือไม่เลวนี่"

เคลาส์ไม่พูดอะไร เขาหยิบผ้าออกมาจากกระเป๋าเครื่องมือ แล้วบรรจงเช็ดทำความสะอาดค้อนคู่ใจอย่างพิถีพิถัน

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหมอนี่ต้องเป็นโรครักความสะอาดขั้นรุนแรงแน่นอน

หร่านอี้มัด 'เบ็ดตกปลา' เข้ากับเชือกป่านอย่างแน่นหนา ฉีกชิ้นเนื้อดิบเล็กๆ เสียบเข้าที่ปลายตะขอ แล้วเหวี่ยงลงไปในทะเล

"สัตว์ประหลาดนั่น... มันยังไม่ตาย มันจะถูกล่อให้มาทางนี้หรือเปล่า?"

เคลาส์เริ่มมีอาการขวัญผวาเล็กน้อย

"ไม่น่าหรอก"

หร่านอี้อธิบายอย่างใจเย็น พลางเติมฟืนเข้ากองไฟอีกท่อน

"นายทิ่มตามันบอดไปตั้งหลายข้าง ช่วงนี้มันน่าจะกลัวแสงและไฟมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ"

พูดจบ เขาก็เปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

"แต่ก็นั่นแหละ ที่นี่ไม่ใช่ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน จะเอาสามัญสำนึกมาตัดสินไม่ได้ ถ้ามันโผล่มาทักทายจริงๆ..."

"ตัวบะเริ่มเทิ้มขนาดนั้น น่าจะแลกแต้มวิวัฒนาการได้หลายแต้มเลยนะเนี่ย?"

หัวใจของพี่น้องชาวมังกรแทบจะวายตายเพราะคำพูดของหร่านอี้

【เมื่อกี้เพิ่งทำฉันกลัวแทบตาย ตอนนี้ท่านเทพเล็งแต้มวิวัฒนาการมันซะแล้วเรอะ?】

【อย่าพูดเล่นไป นอกจากแต้ม อาจจะมีทั้งหนัง ทั้งเนื้อ ทั้งกระดูกของมัน...】

【ฉันเริ่มตั้งตารอแล้วสิ เป็นบ้าอะไรไปเนี่ย! รีบกลับมาเร็วๆ เข้า แม่งูเขียว! มาให้พี่โลงศพของฉันต้อนรับหน่อย!】

ในขณะเดียวกัน ผู้บรรยายฝั่งญี่ปุ่นก็แค่นเสียงดูแคลน

"ขี้โม้โอ้อวด แค่โชคดีรอดมาได้ครั้งเดียว คิดว่าจะล่าสัตว์ประหลาดระดับนั้นได้หรือไง? ชาวมังกรผู้โง่เขลา"

เคลาส์มองดูหนุ่มชาวมังกรที่กำลังตกปลาอย่างใจเย็นด้วยสายตาซับซ้อน

ทุกการกระทำของชายคนนี้ หากมองแยกกัน มันดูเหมือนคนบ้าชัดๆ

แต่พอเอามารวมกัน มันกลับมีตรรกะที่แหวกแนวและความกล้าหาญที่น่าตกใจแฝงอยู่

ถ้าไม่ใช่เพราะหร่านอี้

ป่านนี้เขาคงไม่เหลือแม้แต่กระดูก

เลน่า... ถ้ายัยนั่นเห็นสภาพน่าสมเพชของพี่ชายตอนนี้ คงได้ล้อเลียนจนหูชาแน่ๆ

เคลาส์ลุกขึ้นยืนเงียบๆ หยิบไม้เปียกชื้นขึ้นมาสองสามท่อน แล้วเริ่มตรวจสอบความเสียหายรอบตัวเรือ

หร่านอี้ชำเลืองมองด้วยความพึงพอใจในไหวพริบของเจ้าหนุ่มฮันส์แคท... ค่ำคืนเริ่มดึกสงัด

เคลาส์เช็ดมือและตรวจตราเรือน้อยรอบสุดท้าย

"นี่คือดีที่สุดเท่าที่ฉันจะซ่อมได้แล้ว"

หร่านอี้เงยหน้าขึ้นมอง ราวกันตกที่ 'หักพัง' ถูกยึดกลับเข้าที่ รอยร้าวที่หัวเรือถูกอุดด้วยไม้จนดูเหมือนมีรอยปะอยู่หลายจุด

【โลงศพกระดูกไม้ขนาดย่อม (LV.1)】

【ความทนทาน : 35/50】

ความทนทานฟื้นฟูจาก 15 กลับมาเป็น 35

"เท่านี้ก็พอแล้ว" หร่านอี้พอใจกับผลลัพธ์นี้มาก

เคลาส์ขยับแผ่นไม้ที่วางกองไฟไปไว้กลางโลง แล้วผูกเบ็ดตกปลาเข้ากับเชือกอีกเส้นอย่างเงียบๆ ก่อนจะหย่อนลงทะเล

ทั้งสองคนนั่งถือสายเบ็ดคนละฝั่ง คนหนึ่งสีหน้าเรียบเฉย อีกคนหน้าตาอิดโรย

【ฉากนี้... ทำไมฉันถึงสัมผัสได้ถึงความรู้สึก 'สุขสงบ' แปลกๆ นะ?】

【ท่ามกลางความมืดมิด นั่งตกปลาบนโลงศพ... ก็ดู 'สงบ' ดีนะ】

【นี่มันฟีลฉันกับเพื่อนไปตกหมึกตอนกลางคืนชัดๆ】

【เคลาส์ : ตอนนั้นฉันกลัวจนฉี่จะราด แต่ไม่กล้าพูดต่างหาก】

ไม่นาน เชือกป่านในมือหร่านอี้ก็จมวูบลง

หลังจากยื้อยุดฉุดกระชากอยู่พักหนึ่ง พอรู้สึกว่าแรงดิ้นรนของปลายสายเริ่มแผ่วลง เขาก็รีบสาวเชือกกลับมาอย่างรวดเร็ว

ปลาประหลาดลำตัวแบนยาวเกือบเมตรถูกลากขึ้นพ้นน้ำ ร่างกายของมันสะบัดไปมาราวกับแส้สีเงิน ฟาดกระทบฝาโลงดังสนั่น

นอกจากฟันแหลมคมที่เรียงซ้อนกันอีกชั้นในปาก กับครีบหลังที่ตั้งชันเหมือนเม่นแล้ว รูปร่างแบบนี้มัน...

【เชี่ย! นี่มันปลาดาบชัดๆ!】

【คุณพระ ปลาดาบนี่กลายเป็นปีศาจไปแล้วเหรอ หน้าตาดุร้ายชะมัด】

【ท่านเทพ เร็วเข้า จัดการเลย! จะนึ่งมะนาวหรือต้มยำดี?】

"หน้าตามันดูคุ้นๆ นะ..."

หร่านอี้พึมพำ พลางหยิบไม้พายชั่วคราวขึ้นมาฟาดเปรี้ยงเข้าที่หัวปลาเต็มแรง

"ผัวะ!"

โลกกลับสู่ความเงียบสงบ

【คุณได้สังหารปลาดาบกลายพันธุ์ ได้รับแต้มวิวัฒนาการ *1】

【ประกาศทั่วโลก : ผู้เล่นหมายเลข 100 จากแคว้นมังกร ได้รับแต้มวิวัฒนาการ *1! กำลังคำนวณรางวัลโชคชะตาแห่งชาติ...】

【รางวัลสำหรับพลเมืองแคว้นมังกรทุกคน : ความว่องไว +0.01!】

หร่านอี้หิ้วหางปลาขึ้นมา เปิดช่องเล็กๆ บนฝาโลง แล้วโยนมันลงไปข้างใน

"ทำไมไม่ย่อยสลายไปเลยล่ะ?"

เคลาส์รู้ว่าหร่านอี้สามารถย่อยสลายและเก็บของเข้าคลังได้โดยตรง จึงอดถามไม่ได้

"เสียของน่ะ ใช้ประโยชน์ได้ไม่คุ้มค่า"

หร่านอี้ตอบราวกับเป็นเรื่องปกติ

ก้างปลาเอาไปต้มซุปได้ หนังปลาเอาไปเคี่ยวเป็นกาวได้ น้ำมันปลาก็สกัดออกมาได้... นี่แหละที่เขาเรียกว่า 'ใช้ทุกส่วนให้คุ้มค่า'

ขณะที่เขากำลังจะเกี่ยวเหยื่อใหม่ ก็ได้ยินเสียงร้องอุทานสั้นๆ ของเคลาส์

เชือกป่านในมือเคลาส์ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ สั่นไหวอย่างผิดปกติ เขากำเชือกแน่นแต่ไม่กล้าดึงแรง กลัวว่าเชือกจะขาด

"ได้ตัวใหญ่เหรอ?"

หร่านอี้วางเบ็ดลงแล้วคว้าไม้พายขึ้นมาแทน จ้องมองไปที่ผิวน้ำเขม็ง

"ไม่... มีบางอย่างผิดปกติ"

"มันกำลังแทะเชือกของฉัน!"

สิ้นเสียง เชือกป่านของเคลาส์ก็หย่อนวูบทันที แต่มันไม่ได้หลุดจากตะขอ... กลับมีบางสิ่งกำลังไต่ย้อนขึ้นมาตามเชือกอย่างรวดเร็ว!

แสงไฟส่องให้เห็นรูปร่างของมันชัดเจน—

ก้อนวุ้นกึ่งโปร่งแสงเกาะหนึบกับเชือกป่าน กำลังคืบคลานขึ้นมาด้วยความเร็วสูง

มันยาวประมาณ 1 เมตร ลักษณะเหมือนถุงน้ำแบนๆ ด้านข้างมีขาเรียวเล็กยื่นออกมาเหมือนสัตว์ขาปล้อง เทียบกับลำตัวที่บวมเป่งแล้ว ดูไม่ออกเลยว่าขาพวกนั้นมีไว้ทำไม

ส่วนหัวที่กำลังกัดกินเชือกอยู่นั้น เป็นอวัยวะปากทรงกลมที่เต็มไปด้วยฟันซี่เล็กถี่ยิบ

เพียงพริบตาเดียว เชือกในมือเคลาส์ก็ถูกกัดขาดกระจุย

"ปล่อยมือเร็ว!"

หร่านอี้คว้าแขนเคลาส์แล้วกระชากเข้าหาตัว

แต่เจ้าสิ่งนั้นดูเหมือนจะรู้ทัน มันดีดตัวพุ่งเข้ามา หมายจะกระโจนใส่หน้าเคลาส์เต็มๆ!

【เชี่ยเอ้ย! นั่นมันตัวบ้าอะไรวะ!】

【เคลาส์ หลบไป!】

【แม่จ๋า หนูไม่อยากกินเยลลี่อีกแล้ว...】

"ตุบ—"

หร่านอี้หวดไม้พายสวนออกไป แต่ภาพที่คาดว่าจะเห็นมันกระเด็นหรือแตกโพละกลับไม่เกิดขึ้น

ก้อนวุ้นนั้นบิดตัวกลางอากาศ แล้วเกาะหนึบติดกับไม้พายราวกับตังเมเหนียวหนืด ขาเล็กๆ ของมันสะบัดไปมาในอากาศ ปากกลมๆ ขยับอ้าหุบ พยายามจะไต่ตามไม้พายเข้ามาหาแขนของหร่านอี้อย่างเอาเป็นเอาตาย!

จบบทที่ บทที่ 13 : ตกปลาตอนกลางคืน ย่อมต้องได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาอยู่แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว