- หน้าแรก
- พลิกโชคชะตาชาติ เริ่มต้นต่อโลงศพสู่การสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินทลายโลก
- บทที่ 20 : เวรแล้วไง นี่ฉันกลายเป็น NPC แจกเควสต์ไปแล้วเหรอ
บทที่ 20 : เวรแล้วไง นี่ฉันกลายเป็น NPC แจกเควสต์ไปแล้วเหรอ
บทที่ 20 : เวรแล้วไง นี่ฉันกลายเป็น NPC แจกเควสต์ไปแล้วเหรอ
【'คืนสู่เหย้า' บ้าบออะไรกัน...】
【หร่านอี้ : ผมไม่ได้เก็บขยะนะ ผมกำลังทำบุญต่างหาก】
【พูดก็พูดเถอะ ฉากนี้องค์ประกอบศิลป์ดีชะมัด คนสองคน โครงกระดูกหนึ่งร่าง กับมะพร้าวอีกหนึ่งลูก...】
【ทีมครบแล้วนี่! ไซอิ๋วฉบับทะเลลึก!】
หลังจากจัดแจงที่ทางให้ 'ผู้โดยสาร' คนใหม่เสร็จ หร่านอี้หันกลับมาเจอกับสีหน้าซับซ้อนของเคลาส์พอดี
หร่านอี้ลากปูยักษ์ที่จับได้เมื่อคืนออกมา
ปูตัวนี้ใหญ่เท่ากะละมัง กระดองสีเขียวเข้มมันวาว ก้ามคู่ยักษ์ดูดุร้ายน่าเกรงขาม
"ตัวเบ้อเริ่มเลย!"
ความสนใจของเคลาส์ถูกเบี่ยงเบนไปในทันที
"เก็บไว้นานกว่านี้คงไม่สดแล้ว ย่างกินกันเถอะ"
ในเมื่อไม่มีอุปกรณ์นึ่ง การย่างไฟจึงเป็นทางเลือกเดียว
เคลาส์รับหน้าที่เชฟอย่างคล่องแคล่ว
ในฐานะชาวฮันส์แคทผู้เคร่งครัด ต่อให้ต้องย่างปูบนฝาโลงศพ ขั้นตอนก็ต้องได้มาตรฐาน!
เขาใช้ไม้เปียกหมาดๆ ก่อขึ้นเป็นตะแกรงย่างอย่างง่ายเพื่อรองรับตัวปู
"ถ้าโยนลงไปในกองไฟตรงๆ กระดองจะไหม้ก่อน จุดแข็งตัวของโปรตีนในสัตว์เปลือกแข็งพวกนี้ละเอียดอ่อนมาก"
"ต้องย่างไฟอ่อนแบบนี้ ถึงจะเก็บความชุ่มฉ่ำเอาไว้ได้"
เคลาส์อธิบายราวกับกำลังสอนลูกศิษย์
ช่องแชทฝั่งแคว้นฮันส์แคทเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจแปลกๆ
【แม้จะอยู่กลางทะเล ความพิถีพิถันในการทำอาหารก็ต้องคงอยู่!】
【เมื่อกี้ใครบอกว่าพวกเรารู้จักแต่ต้มมันฝรั่งนะ?】
【พระเจ้าช่วย ดูจังหวะการพลิกของเขาสิ ราวกับกำลังควบคุมเครื่องจักรความแม่นยำสูง】
【ถ้าเคลาส์รอดกลับมาได้ ฉันจะขอแต่งงานกับเขา!】
【คนข้างบน นายเป็นผู้ชายไม่ใช่เรอะ?】
สมจริงมาก
ไม่นาน กระดองปูเริ่มเปลี่ยนสีเมื่อได้รับความร้อน
จากสีเขียวเข้มกลายเป็นสีแดงสดน่ากิน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของปูทะเลย่างโชยเตะจมูก
กลิ่นนี้ต่างจากกลิ่นไหม้ของปลาย่างโดยสิ้นเชิง มันเข้มข้นและเย้ายวนกว่า ถ้าปลาย่างคือรสชาติที่ 'เบา' ปูย่างก็คือรสชาติที่ 'หนักแน่น' จนทำให้น้ำลายสอ
【ซู้ดดด... ทนไม่ไหวแล้ว บะหมี่กึ่งฯ ในมือจืดไปเลย】
【เมนูนี้ถ้าเสิร์ฟในภัตตาคารมิชลิน ต้องขายได้หลายร้อยยูโรแน่ๆ】
【คนข้างบนประเมินต่ำไปมั้ง...】
【อย่าพูดถึงเลย ผู้เล่นเบอร์ 42 ของญี่ปุ่นคนใหม่ นั่งแทะปลาดิบแล้วยืนยันว่านั่นคือซาชิมิ ป่านนี้ท้องเสียจนหน้าเขียวไปแล้ว】
【ฉันเห็นแล้ว ขนาดเซ็นเซอร์ยังปิดไม่มิด สภาพดูไม่ได้เลย...】
"สุกแล้ว"
ปูยักษ์ตอนนี้กลายเป็นสีแดงสดทั้งตัว เคลาส์ใช้ค้อนทุบก้ามและขาปู โดยควบคุมน้ำหนักมืออย่างแม่นยำ
เมื่อแกะเปลือกที่แตกออก เผยให้เห็นเนื้อปูเป็นก้อนๆ ที่สั่นไหวเบาๆ พร้อมควันร้อนฉุย
อาจเพราะการกลายพันธุ์ เนื้อปูจึงแน่นเด้ง กัดคำเดียวน้ำชุ่มฉ่ำเต็มปาก รสชาติหวานธรรมชาติโดยไม่ต้องปรุงแต่ง
หลังจากจัดการขาปูเสร็จ เคลาส์กำลังจะทุบกระดองใหญ่ด้วยวิธีเดียวกัน
"เดี๋ยว!"
หร่านอี้ห้ามเคลาส์ไว้ แล้วแย่งสิ่วไปถือเอง
เขาใช้มือซ้ายกดกระดองปูที่ยังร้อนระอุไว้ แกะส่วนหัวออก แล้วใช้สิ่วแบนในมือขวาเสียบเข้าไปในช่องว่างบริเวณท้องปูอย่างแม่นยำ
"แกรก—"
เสียงกรอบดังชัดเจน กระดองท้องปูทั้งแผ่นถูกงัดเปิดออก ไอร้อนพวยพุ่งพร้อมกลิ่นหอมที่ทวีความรุนแรงขึ้นหลายเท่า
ยังไม่จบแค่นั้น
หร่านอี้เขี่ยเหงือกปูสีเทาขาวทั้งสองข้างออกอย่างชำนาญ ควักหัวใจทรงหกเหลี่ยมที่ฝังลึกอยู่ในมันปูทิ้ง แล้วขูดถุงกระเพาะออกเป็นลำดับสุดท้าย
มันปูสีเหลืองทองอัดแน่นเต็มกระดอง เดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย
น้ำมันปูใสแจ๋วไหลเยิ้มออกมา แทรกซึมไปตามเนื้อปูสีขาวนวลที่เป็นเส้นสวยงาม
เอือก
เคลาส์กลืนน้ำลายเอือกใหญ่ ไม่ใช่แค่เพราะความหิว แต่เพราะความทึ่ง
"ตอนนี้ฉันเชื่อแล้วว่านายเป็นหมอ"
เขาวิเคราะห์ด้วยความเลื่อมใส
"ต้องเป็นคนที่ผ่านการผ่าตัดมานับครั้งไม่ถ้วนถึงจะชำนาญขนาดนี้ ท่าเมื่อกี้... นายตัดเส้นเอ็นมันขาดเลยใช่ไหม?"
หร่านอี้กำลังง่วนอยู่กับการแบ่งมันปูและเนื้อปูออกเป็นสองส่วน เงยหน้ามองด้วยสายตาแปลกๆ
"มันเกี่ยวกันตรงไหน?"
เขาเลื่อนส่วนของเคลาส์ใส่ชามไม้ "นี่มันทักษะพื้นฐานของคนแคว้นมังกรต่างหาก"
เคลาส์ : "?"
"ไม่มีสัตว์เปลือกแข็งตัวไหน จะจากโต๊ะอาหารของพวกเราไปได้โดยยังรักษาเกียรติยศไว้ครบถ้วนหรอกนะ"
ในขณะที่ชาวต่างชาติยังคงงุนงง ผู้ชมฝั่งแคว้นมังกรขำกันจนปอดโยก
【ทักษะเผ่าพันธุ์บ้าบออะไรเนี่ย!】
【เคลาส์ : เขาพูดอะไรของเขาน่ะ?】
【เรื่องจริง แถวบ้านฉัน กินปูไม่ต้องใช้เครื่องมือหรอก แค่ฟันดีๆ ก็พอแล้ว】
【นึกถึงตอนไปเที่ยวทะเล โต๊ะข้างๆ กินเสร็จแล้วประกอบเปลือกปูคืนร่างเดิมได้เฉย เทพจัด】
【หร่านอี้ : ไม่อยากจะสาธยายชุดเครื่องมือแกะปูทั้ง 8 ชิ้น กลัวนายจะช็อก】
ผู้ชมฝั่งแคว้นฮันส์แคทเริ่มเสียอาการ
【นี่มันไม่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์! แรงกัดของโครงสร้างนั้นอย่างน้อยต้อง 300 ปอนด์นะ】
【พระเจ้า ดูพวกเขากินแล้วทรมานใจชะมัด ขาหมูเยอรมันของฉันจืดชืดไปเลย】
ทั้งสองก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อย
ขนาดของปูตัวนี้ใหญ่โตมโหฬารจริงๆ แบ่งกันคนละครึ่งก็อิ่มจนจุก
เคลาส์พิงเสากระโดงที่เสริมความแข็งแรงไปได้ครึ่งทาง แล้วเรอออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน
"นี่เป็นมื้อที่ดูเป็นผู้เป็นคนที่สุด ตั้งแต่ฉันเข้าเกมมาเลย..."
"เดี๋ยวอนาคตก็มีของดีกว่านี้อีก"
หร่านอี้รวบรวมเศษเปลือกปู แล้วกดย่อยสลายเก็บเข้าคลัง
【เปลือกปูแตกหัก*2】
ของพวกนี้บดเป็นผงไว้เสริมแคลเซียมยามฉุกเฉินได้ แถมยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อ ห้ามเลือด และช่วยสมานแผล เอาไปทำยาสีฟันยังได้เลย
เขาเหลือกระดองส่วนหลังที่สมบูรณ์ไว้ ไม่ได้ย่อยสลาย
"นายจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกเหรอ?"
เคลาส์ถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นหร่านอี้เอากระดองปูขนาดเท่ากะละมังไปล้างน้ำทะเล
"เปล่า"
ล้างเสร็จ หร่านอี้ก็วางกระดองปูลงบนกองไฟที่มอดลงแล้ว
"หม้อต้มซุปไง เดี๋ยวตกปลาได้จะต้มซุปปลา"
"เดี๋ยวสิ ถ้าเอาวัสดุชีวภาพไปเผาไฟโดยตรง มันจะเปราะแล้วกลายเป็นถ่าน..." เคลาส์แย้งตามสัญชาตญาณวิศวกร
"เมื่อกี้ย่างตั้งนานยังไม่เห็นเป็นไรเลย ใช้ๆ ไปเถอะ รั่วค่อยว่ากัน"
หร่านอี้ตัดบทดื้อๆ
"ขอบใจนะพี่ปู ที่อุทิศร่างกายเพื่อการเดินเรือของเรา"
【เชี่ย! ทำแบบนี้ก็ได้เหรอ?】
【หม้อใบนี้... ต้มซุปออกมาคงหอมน่าดู!】
【พี่โลงศพนี่เจ้าพ่อรีไซเคิลตัวจริง】
【เอาซากผู้ตายมาต้มเพื่อนบ้านกิน โหดร้ายทารุณ】
เมื่อท้องอิ่ม ตัวอุ่น... พลังงานก็กลับมาเต็มเปี่ยม
ได้เวลาใช้แรงงาน
แม้เครื่องมือจะหยาบ และวัสดุจะมีแค่ไม้ไม่กี่ท่อน แต่เคลาส์ก็แสดงให้เห็นว่าความเป็นมืออาชีพคืออะไร
เขาใช้สิ่วเจาะรูเดือยที่ส่วนหน้าของโลงศพ ตอกฐานเสากระโดงหลักลงไปอย่างแม่นยำ แล้วยึดด้วยตะปู ดูมั่นคงแข็งแรง
"เรือขนาดแค่นี้ก็พอถูไถ"
เคลาส์ลองเขย่าเสากระโดง ขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยพอใจ
"แต่ขาดแรงพยุงด้านข้าง ถ้าเจอลมแรงระดับ 6 ขึ้นไป อาจจะหักหรือล้มได้"
"ที่นี่ไม่ได้ชื่อ 'ทะเลแห่งความเงียบงัน' หรอกเหรอ?"
หร่านอี้อุ้ม 'วิลสัน' ไว้ในอ้อมแขน กำลัง 'สื่อสารทางจิตวิญญาณ' กันอยู่
เคลาส์ไม่สนใจเขา มุ่งมั่นกับการขึงผ้าร่มชูชีพสีแดงสลับขาวเข้ากับเสากระโดง
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา
"เสร็จแล้ว! มาลองกางใบเรือกัน!"
เคลาส์ถอยหลังออกมาสองก้าว มองดูผลงานชิ้นเอกด้วยความคาดหวัง
หร่านอี้เองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เขาคว้าเชือกป่านที่ทำหน้าที่เป็นเชือกชักใบเรือแล้วดึงสุดแรง
"พรึ่บ—"
ผืนผ้าสีแดงขาวสะบัดรับลมทะเล เกิดเสียงดังพึ่บพั่บ
โลงศพที่เคยลอยเอื่อยๆ ตามกระแสคลื่นกระตุกวูบหนึ่ง แล้วทั้งสองคนบนเรือก็รู้สึกถึงแรงดันที่แผ่นหลัง หัวเรือแหวกผิวน้ำพุ่งทะยานไปข้างหน้า
ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!
...เพียงแต่... ภาพที่เห็นเนี่ยสิ...
เคลาส์และหร่านอี้ต่างยืนนิ่งเงียบ จ้องมองเครื่องหมายคำถามสีขาวขนาดมหึมาที่กินพื้นที่เกือบเต็มใบเรือ—
มันคือลวดลายเดิมที่พิมพ์อยู่บนร่มชูชีพนั่นเอง
【ลุคนี้... ช่างเปี่ยมไปด้วยศิลปะจริงๆ】
【ฮ่าฮ่าฮ่า! การเดินทางพร้อมเครื่องหมายคำถาม!】
【นี่มันคอนเซปต์ 'ไม่รู้จะไปไหน ก็ใส่เครื่องหมายคำถามไว้ก่อน' ใช่ไหม?】
【นี่ฉันกลายเป็น NPC แจกเควสต์ไปแล้วเหรอวะเนี่ย?】