- หน้าแรก
- เซอร์ไววัลทางหลวงคลั่ง ยัยตัวร้ายสายปาด ผงาดขึ้นแรงค์หนึ่ง
- บทที่ 8 แทงข้างหลัง
บทที่ 8 แทงข้างหลัง
บทที่ 8 แทงข้างหลัง
เธอสังหารปีศาจราตรีระดับสูงที่เกินเลเวล 5 ไปแล้ว 18 ตัว และเก็บกวาดพวกระดับต่ำไปอีกจำนวนหนึ่ง ได้หีบสมบัติทั่วไป 14 ใบ และหีบสมบัติทองแดงอีก 4 ใบ
เธอรวบรวมชุดเซ็ตปีศาจราตรีระดับทองแดงได้ครบชุด ประกอบด้วยผ้าคลุม หมวกกันน็อก เกราะอ่อน และรองเท้าบูท หลังจากสวมใส่ครบชุด พลังป้องกันโดยรวมเพิ่มขึ้น 15 แต้ม และความเร็วเพิ่มขึ้น 10 แต้ม ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่
นอกจากนี้ยังมีเสบียงบางอย่างที่เธอยังไม่จำเป็นต้องใช้ในตอนนี้ เธอจึงไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียด เพียงแค่ยัดใส่กระเป๋าไปก่อน
นับถอยหลัง: 1 ชั่วโมง 9 นาที 16 วินาที
แผนที่กว้างใหญ่เกินไป เมื่อเธอวิ่งไปถึงขอบด้านตะวันตกเฉียงเหนือของชั้นสิบหกบนดิน จู่ๆ เธอก็พบทางเดินแคบๆ ที่ชั้นสิบสามใต้ดิน ซึ่งทอดยาวไปยังภูเขาอีกลูกหนึ่ง
ชั้นสิบสามใต้ดินคือชั้นทดลอง
จากการสังเกตตำแหน่งของปีศาจราตรี จะเห็นได้ว่าปีศาจราตรีที่มีเลเวลต่ำกว่า 5 จะเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ พวกมันจะไม่บุกรุกเข้าไปในห้องปิดตายที่ว่างเปล่า
ส่วนพฤติกรรมของปีศาจราตรีที่มีเลเวลสูงกว่า 5 นั้นคาดเดาได้ยากกว่า พวกมันอาจจะหาที่พักที่ถูกใจ เพราะเซี่ยซานฝูสังเกตเห็นร่องรอยการทำความสะอาดและจัดระเบียบในสถานที่ที่พวกระดับสูงอาศัยอยู่
บุคลากรในชั้นทดลองอาจจะอพยพไปก่อนหน้านี้แล้ว และห้องแล็บส่วนใหญ่ก็ปิดตาย จึงไม่มีร่องรอยการปะทะที่รุนแรง และปีศาจราตรีก็ป้วนเปี้ยนอยู่แค่ตามระเบียงทางเดิน
เนื่องจากปีศาจราตรีในชั้นนี้มีน้อยและประตูส่วนใหญ่ปิดอยู่ ตอนแรกเธอจึงมองข้ามไป คิดว่าไม่มีตัวระดับสูงอยู่
แต่ตอนนี้ เมื่อเห็นทางเดินที่เชื่อมต่อไปยังภูเขาอีกลูก หัวใจของเซี่ยซานฝูก็หนักอึ้ง
เธอยังหาตัว "ราชาปีศาจราตรี" ระดับ 10 ที่ถูกกล่าวถึงในสมุดบันทึกไม่เจอ หรือว่ามันจะซ่อนตัวอยู่ในนั้น?
แต่ตอนนี้พูดไปก็สายเกินแก้ เวลาที่เหลืออยู่ไม่พอแม้แต่จะให้เธอลงไปถึงชั้นสิบสามใต้ดินด้วยซ้ำ
ช่วงเวลาคุ้มครองมือใหม่ใกล้จะหมดลงแล้ว ถ้าเธอไม่รีบหนีออกไปตอนนี้ เธอคงถูกกองทัพปีศาจราตรีนับแสนตัวปิดล้อมแน่
เพื่อความปลอดภัย ทางที่ดีคือจัดการปีศาจราตรีระดับสูงในชั้นนี้ให้หมด แล้วรีบออกไปจากฐานทัพฝูซานทันที
ขืนอยู่ที่นี่ต่อก็เท่ากับเอาตัวไปเสิร์ฟให้ฝูงปีศาจราตรีถึงที่
เซี่ยซานฝูเหวี่ยงกระบองเขี้ยวหมาป่า ฟาดหัวปีศาจราตรีมาดนักวิชาการที่นั่งอยู่บนเก้าอี้จนเละ นี่คือปีศาจราตรีระดับสูงตัวสุดท้ายในสายตาเธอ
ทันใดนั้น เธอก็ได้ยินเสียงโลหะเสียดสีกันแผ่วเบา
สิบนาทีก่อนหน้านี้ มีคนหกคนปรากฏตัวขึ้นอย่างระมัดระวังที่ปากถ้ำ
"คุณพระช่วย พี่ปิน พวกเราเจอรังปีศาจราตรีเข้าแล้ว!"
"ฉิบหาย จบกัน นึกว่าเจอที่หลบภัย ดันมาโผล่ที่นี่ซะงั้น"
"ทำไงดีพี่? ช่วงเวลาคุ้มครองใกล้หมดแล้ว หนีไปไหนไม่พ้นแล้วเนี่ย!"
"พี่ปิน พี่ปิน ตรงนี้มีกลไกเปิดปิดประตูด้วยมือ! แค่หมุนพวงมาลัยนี้ แต่สนิมกินเขรอะเลย ต้องช่วยกันหลายคนหน่อย!"
พี่ปินลูบหัวโล้นเลี่ยน "พี่น้องเอ้ย นานๆ ทีจะเจอสัตว์ประหลาดเยอะขนาดนี้ พี่ไม่อยากกลับไปมือเปล่า พี่ให้เวลาพวกเอ็งสิบนาทีไปไล่ฆ่าพวกมัน แล้วค่อยมาปิดประตูหนี!"
"จัดไป!"
ทั้งหกคนถือมีดพร้าบ้าง กระบองบ้าง ในจำนวนนี้พี่ปินดูจะมีฝีมือหน่อย ถึงขั้นงัดระเบิดขวดทำเองออกมาขว้างใส่ จนเกิดระเบิดตูมตามไฟลุกท่วม!
"ใกล้หมดเวลาแล้ว!"
"ฮึบ! ฮึบ!"
เสียงพวงมาลัยลั่นเอี๊ยดอ๊าด ประตูเหล็กกล้ายักษ์ที่ซ่อนอยู่เหนือปากถ้ำค่อยๆ เลื่อนลงมา
"ปึง ปึง ปึง~"
เสียงเคาะอย่างรีบร้อนดังแว่วมาจากส่วนลึกของถ้ำ
ทั้งหกคนหูผึ่งด้วยความระแวดระวัง
คนหนึ่งลังเล "มีคนอยู่ข้างในหรือเปล่า?"
แววตาของพี่ปินไหววูบ เสียงเคาะเป็นจังหวะสั้นสาม ยาวสาม แล้วก็สั้นสาม—สัญญาณขอความช่วยเหลือ SOS "อาจจะเป็นสัญญาณว่าพวกสัตว์ประหลาดกำลังตื่น เราต้องรีบแล้ว"
ทั้งกลุ่มมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บ้างเงียบกริบ บ้างก็คล้อยตาม แล้วรีบช่วยกันหมุนพวงมาลัยต่อ
พอประตูยักษ์เลื่อนลงมาได้ครึ่งทาง มันก็ไหลลงมาเองโดยอัตโนมัติ ทั้งหกคนจึงรีบก้มหัวมุดหนีออกไป
อีกฟากหนึ่ง เซี่ยซานฝูเกาะราวเหล็กแล้วเหวี่ยงตัวลงมา เห็นแสงสว่างที่ปลายทางเดินยาวพันเมตรกำลังหรี่แคบลงเรื่อยๆ
เธอใส่เกียร์หมาวิ่งสุดชีวิต ระหว่างทางก็คว้าปีศาจราตรีทีละตัวขว้างไปที่ประตู บางตัวปลิวออกไปเพราะเธอกะแรงผิด แต่บางตัวก็ตกกองอยู่ใต้ประตู
ประตูเหล็กยักษ์ดูเหมือนจะเลื่อนลงมาช้าๆ แต่จริงๆ แล้วเร็วมาก มันบดขยี้กองปีศาจราตรีจนแหลกละเอียดเสียงดังกรุบกรับ
เมื่อเห็นช่องว่างเหลือแค่สองกำปั้น เซี่ยซานฝูตัดสินใจขว้างกระบองเขี้ยวหมาป่าออกไป กระบองกระแทกเศษเนื้อปีศาจราตรีจนกระจาย แล้วเข้าไปขัดอยู่ระหว่างประตูกับพื้น!
ช้าไปก้าวเดียว!
เซี่ยซานฝูกัดฟันกรอด ใช้มือดันประตูเหล็กยักษ์พยายามจะยกมันขึ้น เส้นเลือดปูดโปนบนหน้าผาก แม้จะมีค่าศักยภาพร่างกายเต็ม 10 แต้ม พละกำลังระดับมนุษย์ยอดมนุษย์ แต่เธอก็ขยับมันได้แค่ไม่กี่มิลลิเมตร
แม้แต่หนามแหลมบนกระบองเขี้ยวหมาป่าระดับทองแดงยังงอพับเพราะแรงกดทับของประตู
เซี่ยซานฝูเหลือบไปเห็นพวงมาลัยหมุนอยู่ใกล้ๆ รีบวิ่งเข้าไปหมุน แต่พอบิดไปทีเดียว พวงมาลัยทั้งอันก็หลุดติดมือเธอออกมา!
แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะแรงควายของเธอ แต่เป็นเพราะแกนเชื่อมต่อด้านหลังพวงมาลัยถูกสนิมกัดกร่อนจนผุพังไปแล้ว
กลิ่นเหม็นฉุนกึกเตะจมูกเธออย่างจัง แต่มันสายไปเสียแล้ว
บนถนนสายหลักที่มุ่งหน้าออกจากฐานทัพฝูซาน รถเพื่อการพาณิชย์คันหนึ่งกำลังแล่นฉิว ใบหน้าของผู้คนในรถฉายแววโล่งใจราวกับรอดตายมาได้
"แผนของพี่ปินนี่รอบคอบจริงๆ พวงมาลัยพังคาแบบนั้น ต่อให้มันฉลาดแค่ไหนก็เปิดออกมาไม่ได้หรอก"
"ไม่งั้นพี่เขาจะเป็นขาใหญ่ที่ได้รถมาตั้งแต่เริ่มเกมได้ไง? ตอนนี้ข้ามองรถสามล้อของตัวเองแล้วปวดหัวตึ้บเลย"
"ไม่ต้องพูดถึงเลย พี่ปินแกเลเวล 4 แล้วนะ ติดอันดับท็อปบอร์ดต่อสู้ด้วย!"
"ตราบใดที่เกมไม่แยกเราจากกัน ข้าขอเกาะพี่ปินไปจนตายเลย!"
นับถอยหลัง: 56 นาที 21 วินาที
เซี่ยซานฝูตั้งสติ เธอเอาพวงมาลัยที่หลุดออกมามายัดใส่ช่องว่างระหว่างประตูกับพื้น แล้วหาเศษเหล็กอีกสองชิ้นมายัดเพิ่ม จากนั้นใช้เท้าข้างหนึ่งยันกระบองเขี้ยวหมาป่าไว้ แล้วออกแรงดันประตูเหล็กยักษ์ขึ้นสุดแรง
จังหวะที่ประตูยักษ์ขยับขึ้นนิดหนึ่ง เท้าของเธอก็ถีบกระบองเขี้ยวหมาป่ากลับหลังอย่างรวดเร็ว ดึงกระบองออกมาได้สำเร็จ
กริ๊ก ประตูยักษ์ทรุดฮวบลงมา พวงมาลัยและเศษเหล็กถูกบดแบนแต๊ดแต๋ในพริบตา
โชคดีที่ยังมีช่องว่างเหลืออยู่ให้อากาศถ่ายเทเข้ามาได้บ้าง
เซี่ยซานฝูไม่ได้สติแตกจนเกินเหตุ ระหว่างที่ไล่เก็บปีศาจราตรีระดับสูง เธอสังเกตเห็นบันไดหนีไฟฉุกเฉินในฐานทัพนี้
บันไดหนีไฟเชื่อมต่อทุกชั้น ทางออกอยู่ที่ยอดเขา
ทางเข้าออกฉุกเฉินของชั้นนี้อยู่ด้านข้างทางเดิน
ประตูทางเข้าออกฉุกเฉินเป็นประตูเหล็กหนาสำหรับหลบภัยทางอากาศกว้าง 1.5 เมตร ซึ่งตอนนี้เปิดอ้าอยู่ หรือพูดให้ถูกคือ ประตูนีรภัยฉุกเฉินส่วนใหญ่ในแต่ละชั้นถูกเปิดทิ้งไว้ แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์การหลบหนีที่โกลาหล
นั่นทำให้ปีศาจราตรีจำนวนมากเข้าไปแออัดยัดเยียดกันอยู่ในโถงบันได
เซี่ยซานฝูไล่ทุบเปิดทางไปจนสุดทาง หนึ่งไม้หนึ่งศพ จนกระทั่งเห็นประตูสองบานปรากฏขึ้นในโถงบันได บานหนึ่งทางทิศใต้ อีกบานทางทิศเหนือ
เมื่อเข้าประตูทิศใต้ ก็ไปโผล่ที่ลานจอดเครื่องบินรบขนาดใหญ่ ลมกรรโชกแรงพัดเข้ามาจากทางเข้าออกเครื่องบินขนาดยักษ์ ทำเอาผมเผ้าเธอกระเซิง
เธอเดินทวนลมไปที่ปากทางเข้าออก มองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนภายนอกและหน้าผาสูงชันเบื้องล่าง ช่องทางนี้อยู่บนหน้าผาชันดิก การจะปีนลงไปจากตรงนี้เป็นไปไม่ได้เลย อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในตอนกลางคืน!
เธอเดินย้อนกลับไปเข้าประตูทิศเหนือ เดินไปได้สักพักก็อดสบถออกมาไม่ได้ "บ้าเอ๊ย มันถล่ม!"
ทางนี้เชื่อมออกไปสู่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ที่ยอดเขาสูงสุด
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะถล่มตามธรรมชาติ หรือมีใครมาระเบิดทิ้ง
โควตาการใช้งานแว่นตากลางคืนสามครั้งหมดเกลี้ยงไปนานแล้ว จะให้เธอถือไฟฉายมือหนึ่ง ถือกระบองเขี้ยวหมาป่าอีกมือหนึ่ง สู้กับพวกปีศาจราตรีที่กลับมาเคลื่อนไหวได้ปกติเนี่ยนะ?
เซี่ยซานฝูรู้สึกหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ เธอควักไฟฉายออกมา แล้วตะเกียกตะกายวิ่งไปปิดประตูนีรภัยฉุกเฉินในแต่ละชั้น ถ้าประตูไหนพัง ก็ต้องวิ่งไปหาถอดบานประตูจากที่อื่นหรือหาของหนักมาขวางไว้!
จากชั้นสิบหกบนดิน ลงไปถึงชั้นสิบเจ็ดใต้ดิน รวมทั้งหมดสามสิบสามชั้น เธอวิ่งจนเหงื่อท่วมตัว
นับถอยหลัง: 10 วินาที
เซี่ยซานฝูปิดประตูบานสุดท้าย แล้วทรุดตัวพิงกำแพง หอบหายใจแฮกๆ
10, 9, 8, 7, 6, 5, 4, 3, 2, 1!
ประกาศจากโลก: ช่วงเวลาคุ้มครองมือใหม่สิ้นสุดลงแล้ว เปิดใช้งานช่องสื่อสาร, เปิดใช้งานมินิแมพ, เปิดใช้งานจุดพักรถ, เปิดใช้งานดันเจี้ยน, เปิดใช้งานแผนที่ป่าวายุคลั่ง ขณะนี้เป็นวันที่ 1 ของป่าวายุคลั่ง เวลา 00:00 น. ขอให้ทุกคนสนุกกับเกม!
เซี่ยซานฝูกดเข้าไปดูช่องสื่อสาร ช่องสื่อสารแบ่งออกเป็นสองส่วน: ส่วนแรกคือช่องภูมิภาค H0081 แสดงจำนวนผู้เล่นออนไลน์ (99878 / 100000) เดี๋ยวนะ ไอ้ร้อยกว่าคนที่หายไปนั่นตายยังไงในช่วงคุ้มครองสัมบูรณ์?
อีกส่วนคือช่องโลก แสดงผู้เล่นออนไลน์ (3.5 พันล้าน / 3.5 พันล้าน) 3.5 พันล้านคือจำนวนผู้เล่นทั้งหมดในเซิร์ฟเวอร์ ทั้งเซิร์ฟเวอร์แบ่งเป็นสามหมื่นห้าพันภูมิภาค ภูมิภาคละหนึ่งแสนคน
ช่องภูมิภาคโพสต์ข้อความได้ไม่จำกัด แต่ละโพสต์ห้ามเกินห้าสิบตัวอักษร
ส่วนช่องโลกต้องซื้อโทรโข่งก่อนถึงจะโพสต์ได้ และจำกัดข้อความที่สามร้อยตัวอักษร
โทรโข่งทองแดงราคา 100 แต้ม ใช้ได้ครั้งเดียว; โทรโข่งเงินราคา 500 แต้ม ใช้ได้ 10 ครั้ง; โทรโข่งทองคำราคา 1000 แต้ม ใช้ได้ 12 ครั้ง มีเอฟเฟกต์ปักหมุดกระทู้แนะนำและไม่จำกัดตัวอักษร
แพงหูฉี่ ใครจะไปซื้อไหว
เซี่ยซานฝูกลับมาที่หน้าต่างเกม เห็นไอคอนแผนที่ปรากฏขึ้นที่มุมซ้ายบน
จังหวะที่เธอกำลังจะกดเข้าไปดู เสียงแจ้งเตือนรัวๆ ก็ดังขึ้นข้างหู