เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 กวาดล้าง

บทที่ 6 กวาดล้าง

บทที่ 6 กวาดล้าง


เซี่ยซานฝูวางแผนใช้ชั้น 32 เป็นที่หลบภัยชั่วคราว เธอรวบรวมวัสดุที่พอใช้ได้มากองรวมกันไว้ด้านข้าง หลังจากนั้นเธอจะลงไปกวาดล้างปีศาจราตรีชั้นล่างๆ และตึกรอบข้าง พร้อมทั้งหาไม้มาทำเชื้อเพลิง กว่าจะเสร็จก็คงเกือบมืดพอดี

หน้าต่างเกมแสดงเวลานับถอยหลัง 8 ชั่วโมง 55 นาที 15 วินาที การเคลียร์ชั้นนี้กินเวลาเธอไปราวหนึ่งชั่วโมง

ระหว่างที่คิดแผนต่อไป เธอก็พลิกดูสมุดบันทึกที่เจอในห้องทำงานอย่างรวดเร็ว

มันคือบันทึกเตือนความจำประจำวันของเจ้าของสมุด ครึ่งแรกเป็นตารางงานธุรกิจปกติ มีแทรกความคิดเห็นส่วนตัวบ้างประปราย แต่ช่วงท้ายๆ เนื้อหาเริ่มผิดปกติ

รั่วไหล, ติดเชื้อ, บุกรุก...

เศษเสี้ยวถ้อยคำปะติดปะต่อเป็นเรื่องราวคร่าวๆ: สถาบันวิจัยในท้องถิ่นเกิดเชื้อไวรัั่วไหล ผู้ติดเชื้อมีอาการกลัวแสง คุ้มคลั่ง และกระหายเลือด กลายสภาพเป็นสัตว์ประหลาดที่กัดกินเลือดเนื้อคนเป็นอาหาร

คนที่ถูกกัดก็จะติดเชื้อและกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดไร้สติสัมปชัญญะเช่นกัน

พวกเขาเรียกสัตว์ประหลาดพวกนี้ว่า "ปีศาจราตรี" ลักษณะเด่นคือกลัวแสงและกลัวไฟ แพร่เชื้อได้รุนแรง พลังโจมตีสูงแต่ป้องกันต่ำ เปราะบางจนแค่โดนไฟก็ไหม้ แต่ก็แข็งแกร่งจนฆ่าไม่ตายด้วยคมดาบหรือกระสุนปืน เว้นแต่จะระเบิดหัวหรือสับจนเละ

เจ้าของสมุดบันทึกแฝงความเย่อหยิ่งไว้ในระหว่างบรรทัด ครั้งหนึ่งเขาเคยทำตัวเป็นราชาท้องถิ่นในโรงแรมแห่งนี้

ต่อมาเมื่อมีการตั้ง "ฐานทัพฝูซาน" และผู้รอดชีวิตจำนวนมากย้ายไปที่นั่น เขาก็ยังเลือกที่จะอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่พึ่งพาตัวเองได้ และเขามั่นใจในระบบประตูหน้าต่างของตัวเองมาก

เขาเขียนไว้ว่า ผนังห้องทั้งหมดมีแผ่นเหล็กฝังอยู่ตั้งแต่ตอนก่อสร้าง ทำให้แข็งแกร่งดั่งป้อมปราการ และวัสดุผนังเกรดห้องแล็บ กันไฟและฉนวนกันความร้อนเป็นคุณสมบัติพื้นฐาน

แต่แล้วเขาก็เริ่มวิตกกังวล ปีศาจราตรีจะแข็งแกร่งขึ้น!

หลังจากระดับ 3 จุดอ่อนเรื่องแสงและไฟจะลดลง พอถึงระดับ 5 พวกมันจะเริ่มมีสติปัญญา วิวัฒนาการเป็นผู้ใช้พลังที่มีแกนกลางเป็นพลังเลือด พละกำลังเทียบเท่ารถเครน แถมยังรู้จักใช้เครื่องมืออีกต่างหาก

บันทึกจบลงแค่นั้น คาดว่าเขาคงถูกเจ้ารถเครนเดินได้นั่นเล่นงานเข้าให้แล้ว

สมุดเล่มนี้เปิดเผยเรื่องสำคัญหลายอย่าง เช่น แหล่งกบดานของปีศาจราตรี การกระจายทรัพยากรในเมืองเมื่อก่อน และข้อมูลที่ว่า "ราชาปีศาจราตรี" ระดับ 10 ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้วในตอนนั้น

ปีศาจราตรีระดับต่ำจะยอมสยบต่อปีศาจราตรีระดับสูงโดยสัญชาตญาณ และราชาปีศาจราตรีระดับ 10 ในตำนานก็สามารถบัญชาการกองทัพปีศาจราตรีได้

เซี่ยซานฝูก้มหน้าครุ่นคิด ถ้าเธอเป็นราชาปีศาจราตรี เพื่อจะให้แข็งแกร่งขึ้น เธอต้องบุกโจมตีชุมชนมนุษย์และจับคนมากินเลือดเนื้อแน่ๆ

และที่หลบภัยที่ใหญ่ที่สุดแถวนี้ก็คือ... ฐานทัพฝูซาน

เซี่ยซานฝูฉุกคิดขึ้นได้ รีบพุ่งไปที่กล้องโทรทรรศน์ หรือว่าภูเขาฝั่งตรงข้ามจะเป็นฐานทัพฝูซาน?

ไม่อย่างนั้นจะมาตั้งกล้องส่องทางไกลไว้ตรงนี้ทำไม?

เธอมองดูดีๆ เรือนกระจกบนภูเขานั้นดูทรุดโทรม ถ้ามันเป็นฐานทัพจริง ก็คงแตกพ่ายให้แก่ปีศาจราตรีไปแล้ว

หรือว่าพวกปีศาจราตรีจะยึดที่นั่นไปแล้ว?

เธอเรียกค่าความเกลียดชังจากพวกมันมามากพอแล้ว ไม่ว่าจะเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมหรือเพื่อกอบโกยแต้มความสำเร็จ ทางที่ดีที่สุดคือต้องไปที่นั่น

แต่เธอก็เข้าใจสุภาษิตที่ว่า "มองเห็นภูเขาอยู่ใกล้ วิ่งจนม้าตายก็ยังไม่ถึง" เธอกะระยะทางคร่าวๆ น่าจะราวสามสิบถึงสี่สิบกิโลเมตร ปั่นจักรยานคงใช้เวลาหนึ่งถึงสองชั่วโมง

ภูเขาลูกนั้นสูงใหญ่ ทำให้นึกถึงความทรงจำอันเจ็บปวดตอนปีนเขา กว่าจะขึ้นไปได้ คงต้องใช้เวลาค้นหาให้ทั่วอีกสองสามชั่วโมง

บวกเวลาเผาและเวลาถอยหนี แปดชั่วโมงคงไม่พอ

แค่พลาดนิดเดียว อาจทำให้เกินเวลาช่วงคุ้มครองมือใหม่และเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่นได้

ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือหนีออกจากเมืองนี้ซะตอนนี้ ไปให้ไกลที่สุด เท่านี้พอหมดเวลาคุ้มครอง เธอก็ไม่ต้องเผชิญหน้ากับเมืองที่เต็มไปด้วยปีศาจราตรีผู้เกรี้ยวกราด

แต่ใครจะรู้ว่าข้างหน้าจะมีอันตรายอะไรรออยู่? ถอยก้าวหนึ่ง ก็เท่ากับต้องถอยไปตลอด ถ้าขนาดมีช่วงคุ้มครองมือใหม่ยังไม่กล้าเสี่ยง แล้วจะไปสู้หน้าเกมในอนาคตได้อย่างไร?

เซี่ยซานฝูใช้กล้องส่องทางไกลสังเกตเส้นทางต่างๆ สักพักเธอก็ตัดสินใจ: ต้องเสี่ยงดูสักตั้ง

เซี่ยซานฝูกินฟักทองรองท้องก่อน อาจจะเพราะหิว หรือเพราะค่าความอึดเพิ่มขึ้น กินฟักทองลูกเบ้อเริ่มเข้าไปแล้วยังรู้สึกไม่พอ เธอเลยไปค้นหาเพิ่มและขุดมันเทศได้อีกหกเจ็ดหัวจากดิน

เธอเติมฟืนใส่กองไฟที่กำลังมอด โยนมันเทศลงไป แล้ววางชิ้นฟักทองเพิ่มบนแผ่นเหล็ก กัดแอปเปิลคำหนึ่งแล้ววางไว้ข้างๆ

ระหว่างรอมันสุก เธอต้องรีบเคลียร์โรงแรมนี้ให้เร็วที่สุดเพื่อปั๊มแต้มความสำเร็จ

ด้วยพลังใจที่ลุกโชนและค่าความอึดที่เพิ่มขึ้น ความเร็วของเซี่ยซานฝูเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า เธอไม่โอ้เอ้ในห้องไหนเลย เจอปีศาจราตรีก็จุดไฟเผาแล้ววิ่ง ถ้ามองไม่เห็นก็ไม่เสียเวลาค้น

แต้มความสำเร็จ +100

+10

+10

...

ปีศาจราตรีชั้นล่างๆ มีน้อยกว่า และส่วนใหญ่เป็นระดับ 0 แม้แต่ในลานจอดรถใต้ดินที่มืดสนิทก็ยังมีแค่ไม่กี่ตัว เก็บเวลช้าเกินไป

เธอข้ามไปตึกข้างๆ เจอแค่สองตัว ยิ่งทำให้เธอไม่อยากปล่อยฐานทัพมนุษย์เก่าที่น่าสงสัยว่าจะโดนปีศาจราตรียึดครองไป

หีบสมบัติระดับทั่วไปใบหนึ่งดรอปน้ำเปล่าขวดหนึ่ง เซี่ยซานฝูกระดกไปครึ่งขวด ดับกระหายคอที่แห้งผาก

เธอเก็บน้ำครึ่งขวดที่เหลือใส่เป้ปั่นจักรยานอย่างระมัดระวัง

เธอกลับขึ้นมาบนดาดฟ้าอีกครั้ง เก็บของที่ตากไว้

ในห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทมีเสบียงที่ยังไม่แกะอยู่เพียบ แม้จะเก่าและขึ้นราไปตามกาลเวลา แต่บางอย่างก็ยังใช้ได้

เธอหยิบเป้เดินทางใบใหญ่มาสามใบ เสื้อกันฝนสองตัว ถุงนอน เต็นท์ หม้อใบเล็ก และกระติกน้ำเก็บความร้อน

ถุงนอนกับเต็นท์ม้วนเก็บในถุงผ้าทรงกระบอกยาวเท่าแขน ยัดใส่เป้ใบเดียวกับเสื้อกันฝนและหม้อได้

เป้ใบที่สองใส่เชื้อเพลิงสามกระป๋อง และเสียบเครื่องพ่นไฟไว้ในแนวตั้ง

เป้ใบที่สามอัดแน่นไปด้วยมันเทศเผา มันเทศดิบ แอปเปิล และกระติกน้ำที่เต็มไปด้วยฟักทองย่าง

ยังมีชิ้นฟักทองเหลือบนแผ่นเหล็กอีกหน่อย ยัดไม่ลงแล้ว เธอเลยจัดการกินเข้าไปซะ

ใจจริงอยากเอากล้องโทรทรรศน์ไปด้วย แต่ไม่มีที่เก็บ ตัดใจโยนมันทิ้งลงไปข้างล่างซะเลย

นับถอยหลัง: 7 ชั่วโมง 05 นาที 03 วินาที

จักรยานคันนี้ไม่มีเบาะท้าย เธอเลยต้องเอาเป้เดินทางสองใบแขวนไว้ที่คานจักรยาน มัดด้วยเชือกให้แน่น สะพายเป้ปั่นจักรยานและเป้ใส่เชื้อเพลิงไว้บนหลัง

ถีบจักรยานพุ่งทะยานออกไป

ถนนในเมืองร้างไม่ใช่ถนนอีกต่อไป เต็มไปด้วยซากรถและขยะสารพัด โชคดีที่เธอชินกับการปั่นจักรยาน เลยเล็งทิศทางแล้วพุ่งชนดะ ปั่นจักรยานอย่างกับขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก

"เฮ้ย!"

เสียงตะโกนกะทันหันทำให้ล้อจักรยานเป๋ไปนิดหนึ่ง เซี่ยซานฝูรีบทรงตัว แล้วชำเลืองมองคนสี่คนที่วิ่งตรงมาหาเธอจากมุมตึก

คนพวกนี้เป็นใคร ผู้เล่นหรือ NPC?

เซี่ยซานฝูเลี้ยวโค้ง อ้อมตึกไปสองสามหลัง พอแน่ใจว่าไม่มีใครตามมา ก็มุ่งหน้าสู่ภูเขาฝูซานต่อ

เธอมีเวลาไม่มาก และหยุดเถียงกับใครไม่ได้

ศักยภาพร่างกายถูกปลุก พละกำลังเพิ่มพูน เธอไม่พักเลยตลอดการเดินทาง เวลาเดินทางที่กะไว้สองชั่วโมง ร่นเหลือแค่ชั่วโมงเดียว

รอบนอกของภูเขาฝูซานคือกำแพงเมืองที่เสียหายสูงเจ็ดถึงแปดเมตร ประตูเหล็กเปิดอ้า มีรถหุ้มเกราะและรถถังจอดทิ้งเกลื่อนกลาด บนกำแพงเมืองยังมีรั้วไฟฟ้าและปืนใหญ่ติดตั้งอยู่

เหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบอันดุเดือดมาหมาดๆ

ด้านในเป็นตู้คอนเทนเนอร์เรียงรายดัดแปลงเป็นที่พัก หน้าต่างเปิดทิ้งไว้

เซี่ยซานฝูรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่านี่คือเขตพลเรือน ไม่คุ้มที่จะแวะ เธอรีบปั่นจักรยานมุ่งหน้าเข้าไปส่วนลึกสุด ใกล้ตีนเขามีแนวป้องกันอีกชั้น ข้างในเป็นค่ายพักลักษณะคล้ายโกดังยาว ลานกว้างทางทิศตะวันออกมีรถทหารจอดกระจัดกระจาย รวมถึงอุปกรณ์เติมน้ำมันและซ่อมบำรุงที่พังเสียหาย

ค่ายพักเหล่านี้ดูเหมือนออกแบบมาเพื่อป้องกันปีศาจราตรี โดยใช้หน้าต่างกระจกและหลังคากระจกบานใหญ่ ไม่ต้องมองก็รู้ว่าปีศาจราตรีไม่ซ่อนตัวในที่แบบนี้แน่

เซี่ยซานฝูกำเบรก เอาเท้าแตะพื้น แล้วพิจารณาแถวอุปกรณ์เติมน้ำมันอย่างละเอียด พบว่าพวกมันถูกทำลายอย่างรุนแรง

เธอวนดูอีกรอบ เจอคลังน้ำมันใต้ดินที่ว่างเปล่า สะอาดเกลี้ยงเกลาเกินไป

รู้สึกเหมือนถูกจงใจเคลียร์ของออกไปจนหมด

เซี่ยซานฝูหันหัวจักรยานกลับสู่ถนนสายหลัก ปลายสุดของถนนคือปากถ้ำที่มีเถาวัลย์ปกคลุม และข้างในนั้นมืดสนิท

จบบทที่ บทที่ 6 กวาดล้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว