- หน้าแรก
- บรรพชน เลิกซ่อนตัวได้แล้ว จักรวาลจะแตกอยู่แล้วเนี่ย
- ตอนที่ 27 เปิ่นเซิ่งคิดว่า เรื่องนี้ ต้องหารือกันยาว ๆ
ตอนที่ 27 เปิ่นเซิ่งคิดว่า เรื่องนี้ ต้องหารือกันยาว ๆ
ตอนที่ 27 เปิ่นเซิ่งคิดว่า เรื่องนี้ ต้องหารือกันยาว ๆ
ตอนที่ 27 เปิ่นเซิ่งคิดว่า เรื่องนี้ ต้องหารือกันยาว ๆ
วิญญาณนักบุญ แม้จะไม่ใช่นักบุญที่มีชีวิต แต่เคล็ดวิชา ประสบการณ์ อิทธิฤทธิ์ และความลับต่าง ๆ ที่เขามี ล้วนเป็นสมบัติล้ำค่า!
โดยเฉพาะในยุคที่นักบุญกำเนิดยาก ยิ่งล้ำค่ามหาศาล!
มีนักบุญเป็นอาจารย์ นี่เป็นเรื่องที่อัจฉริยะกี่คนฝันยังไม่กล้าฝัน!
"ท่านผู้อาวุโส นี่คือวิญญาณนักบุญ ท่านเก็บไว้เถอะขอรับ วิชาและความรู้ของเขาต้องมีประโยชน์ต่อท่านแน่ ๆ"
"วันหน้าตอนท่านจะบรรลุนักบุญ อาจช่วยชี้แนะได้!"
หลินหยางกล่าว
ในใจเขาอยากได้ แต่ต้องมีสติ
นี่อาจเป็นบททดสอบจิตใจของผู้อาวุโส ถ้าโลภมาก อาจจะตกหลุมพราง
"ช่วยข้า?"
ฮวาอวิ๋นเฟยส่ายหน้าขำ ระดับพลังอย่างเขา ต้องให้วิญญาณนักบุญตกค้างมาช่วย?
ช่วยให้ข้ากากรึไง?
"เอาล่ะ ข้าไม่ต้องการของพวกนี้ เห็นเจ้าพรสวรรค์ดี แถมกำลังจะเป็นศิษย์สืบทอดสำนักข้า เลยมอบให้ อย่าปฏิเสธเลย"
พูดจบ ไม่รอหลินหยางตอบ ฮวาอวิ๋นเฟยใช้นิ้วชี้ลากวิญญาณนักบุญเข้าหาหลินหยาง
"ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ อย่าขัดขืน"
หลินหยางทำตามทันที นั่งขัดสมาธิ หลับตา พยายามผ่อนคลาย
ฮวาอวิ๋นเฟยวางอีกมือบนกระหม่อมหลินหยาง ออกแรงนิดหน่อย แล้วดึงอย่างรวดเร็ว เงาสีขาวจาง ๆ ถูกดึงออกมาจากร่างหลินหยาง!
นี่คือวิญญาณของหลินหยาง!
"เร็วเข้า เร็วเข้า! เปิ่นเซิ่ง(ตัวข้าผู้เป็นนักบุญ)จะได้มีชีวิตอีกครั้งแล้ว!" วิญญาณนักบุญไร้ความกดดัน ดีใจสุดขีด
ไม่นาน วิญญาณตกค้างของเขากับวิญญาณหลินหยางก็ชนกัน
ฟู่!
ควันขาวลอยขึ้นระหว่างวิญญาณทั้งสอง ดูดี ๆ วิญญาณหลินหยางอ่อนแอเกินไป ผสานยาก โดนระเหยไปเยอะ!
"อึก!"
หลินหยางขมวดคิ้วเจ็บปวด แต่ในใจไม่กล้าลืมคำพูดฮวาอวิ๋นเฟย ตั้งมั่นจิตใจ ผ่อนคลายร่างกาย ปล่อยให้วิญญาณถูกควบคุม
"หลินหยาง... สู้ ๆ!"
มู่ชิงชิงมองอย่างเป็นห่วง ตื่นเต้นมาก
"ยิ้มหาอะไร รีบกดพลังวิญญาณตัวเองลงไป ไม่อยากมีชีวิตแล้วรึไง?"
ฮวาอวิ๋นเฟยเห็นดังนั้น เหลือบมองวิญญาณนักบุญที่ทำหน้าระรื่น ตวาดเสียงเย็น!
"ข้าน้อยอยากอยู่ อยากอยู่!"
วิญญาณนักบุญรีบกดพลังวิญญาณตัวเองลงอย่างลนลาน แต่มันก็แค่ช่วยให้วิญญาณหลินหยางระเหยช้าลงนิดหน่อย
หลินหยางระดับเปิดชีพจร วิญญาณอ่อนแอเกินไป!
ไม่ถึงระดับหลอมปราณ ยังไม่เปิดทะเลจิตสำนึก ยากจะรับมือการสิงสู่ผสานวิญญาณแบบนี้
แต่เรื่องแค่นี้ไม่คณามือฮวาอวิ๋นเฟย
เห็นเพียงเขาพ่นลมปราณเซียนออกมาคำหนึ่ง ลมปราณเซียนลอยวนรอบวิญญาณหลินหยาง
การระเหยของวิญญาณหยุดทันที และเริ่มผสานกับวิญญาณนักบุญอย่างสมบูรณ์แบบ!
"ความแข็งแกร่งของวิญญาณข้า พุ่งถึงระดับเปิดถ้ำจื่อฝู่ในพริบตา!"
ลมปราณเซียนคำนั้น คือเศษเสี้ยวพลังวิญญาณของฮวาอวิ๋นเฟย แค่ผสานเข้ากับวิญญาณหลินหยางนิดเดียว
แต่ทำให้วิญญาณหลินหยางข้ามขั้นหลอมปราณ ไปถึงระดับเปิดถ้ำทันที!
หลินหยางตื่นเต้น นี่คือวาสนาใหญ่หลวง!
เมื่อวิญญาณนักบุญผสานกับหลินหยางสำเร็จ ฮวาอวิ๋นเฟยเก็บลมปราณเซียนคืน และส่งวิญญาณหลินหยางกลับเข้าร่าง
"ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโส!"
หลินหยางลืมตา รีบคุกเข่าขอบคุณ
วาสนาสองต่อ ไม่ต่างจากการชุบชีวิตใหม่ จะส่งผลต่อชีวิตเขาตลอดไป!
"เจ้ากับข้าเป็นคนสำนักเดียวกันแล้ว ไม่ต้องขอบคุณ"
"ถ้าอยากขอบคุณจริง ๆ วันหน้าก็ขยันตอบแทนสำนักเถอะ"
ฮวาอวิ๋นเฟยโบกมือ พูดอย่างไม่ใส่ใจ
สำหรับเขา แค่ยกมือก็ทำได้
วิญญาณนักบุญไร้ประโยชน์ต่อเขา ให้เย่ปู้ฝานก็ไม่จำเป็น
เขามีของดีกว่าให้ ไม่ต้องให้วิญญาณนักบุญมาสอนผิด ๆ ถูก ๆ
อีกอย่าง วิญญาณนักบุญสถานะพิเศษ ถ้าไม่หาที่สิงสู่ จะสลายไปเร็วมาก
ด้วยพลังของเขา ก็ยื้อได้แค่ชั่วคราว
เขาออกมาหาศิษย์รอบนี้ อาจกินเวลาหลายเดือน วิญญาณนักบุญอยู่ไม่ถึงหรอก
ต้องสิงร่างถึงจะรอด
พอดีหลินหยางยอมเข้าสำนักเค่าซาน พรสวรรค์ก็ดี ยกให้เขาก็ไม่ถือว่าหยามเกียรติวิญญาณนักบุญ
ตรงกันข้าม สำหรับหลินหยางที่มีพรสวรรค์ระดับเต๋าขั้นสุดยอด มีวิญญาณนักบุญช่วย อนาคตอาจไม่ด้อยไปกว่าโอวฮ่าวเฉินที่มีพรสวรรค์ระดับนักบุญเลย!
แถมหลินหยางยังมีกายพิเศษ อนาคตไกลลิบ!
วันหน้า สุสานบรรพชนสำนักเค่าซาน อาจมีไพ่ตายเพิ่มมาอีกคนก็ได้
...
ตอนออกจากตำบลชิงหยาง ฮวาอวิ๋นเฟยทำลายร่องรอยลิขิตสวรรค์รอบ ๆ ป้องกันคนอื่นมาทำนายเรื่องที่นี่
มีบทเรียนจากสำนักเซียนเต้าอีคราวก่อน ออกมาคราวนี้ เขาระวังตัวแจ
ตัดทุกความเสี่ยงที่จะเปิดเผยตัวตน
โอกาสแม้เพียงน้อยนิดต้องกำจัดให้สิ้นซากตั้งแต่ต้นลม
จากนั้น ฮวาอวิ๋นเฟยไปที่สำนักวิญญาณโลหิต โบกมือทำลายสำนักทิ้ง แล้วก็ทำลายร่องรอยลิขิตสวรรค์เช่นกัน
สำนักวิญญาณโลหิตทำชั่วช้า อ้างตัวเป็นฝ่ายธรรมะ แต่ทำเรื่องเลวทราม
ฮวาอวิ๋นเฟยแม้จะไม่ใช่คนใจบุญสุนทาน แต่สภาพน่าสยดสยองของตำบลชิงหยาง ทำเอาเขาขนลุก
สำนักมารแบบนี้ ไม่ควรมีอยู่บนโลก!
ทำลายทิ้ง ช่วยชีวิตคนได้อีกนับล้าน!
...
จัดการธุระเสร็จ สี่คนขึ้นเรือเหาะ ท่องไปในความว่างเปล่า เริ่มต้นการออกเดินทางหาศิษย์อีกครั้ง
"ซี๊ด... เรือเหาะหรูหราหมาเห่า อาวุธวิเศษแบบนี้ คนทั่วไปใช้ไม่ได้นะเนี่ย"
วิญญาณนักบุญตาโต เดาะลิ้น มองดูกองหินวิญญาณระดับสูงหมื่นก้อนในห้องเครื่อง น้ำลายแทบไหล
นึกถึงชาติก่อน แม้จะเป็นนักบุญ แต่จนกรอบ เพื่อทรัพยากรนิดหน่อย ต้องไปลักเล็กขโมยน้อย
แถมเกือบตายเพราะแย่งทรัพยากรตั้งหลายครั้ง!
หินวิญญาณระดับสูงหนึ่งพันก้อน เท่ากับระดับกลางแสนก้อน เท่ากับระดับต่ำสิบล้านก้อน!
กองไว้ให้เรือเผาเล่นเฉย ๆ นี่มันรวยระดับไหนกัน
หลินหยางเม้มปาก ตาค้างเหมือนกัน
แม้เคยเป็นนายน้อยตระกูลหลิน แต่ไม่เคยเห็นหินวิญญาณระดับสูง ยิ่งไม่เคยเห็นกองเป็นภูเขาแบบนี้
ถ้าเอามาดูดซับบ่มเพาะ จะดูดได้นานแค่ไหนเนี่ย?
"หลินหยาง น้ำลายจะไหลแล้ว"
มู่ชิงชิงปิดปากขำ
"แหะ ๆ ขอโทษที เสียกิริยาแล้ว"
หลินหยางยิ้มแก้เขิน นิสัยเขาไม่ใช่คนแบบนี้ แต่ญาติมิตรตายหมด ทำให้ความกระหายในพลังของเขาพุ่งสูงปรี๊ด
พอเห็นหินวิญญาณกองเท่าภูเขาเลยคุมสติไม่อยู่
"ไอ้หนู"
วิญญาณนักบุญกระซิบข้างหูหลินหยาง: "พรสวรรค์เจ้าก็ไม่เลว ระดับเต๋าขั้นสุดยอดบวกกายสงครามอัสนี ในยุคเสื่อมถอยแบบนี้ คนที่เหนือกว่าเจ้ามีน้อยยิ่งกว่าน้อย..."
หลินหยางมองเขา "ท่านหมายความว่าไง?"
วิญญาณนักบุญหัวเราะหึหึ เหลือบมองฮวาอวิ๋นเฟยที่นั่งอยู่หัวเรือ "คนผู้นี้พลังลึกล้ำยากหยั่งถึง แถมรวยล้นฟ้า ทำไมเจ้าไม่กราบเขาเป็นอาจารย์ซะละ?"
"กราบเขาเป็นอาจารย์?"
หลินหยางมองฮวาอวิ๋นเฟย เขาจะไม่เคยคิดได้ยังไง?
ตั้งแต่รู้ว่าฮวาอวิ๋นเฟยเก่งผิดมนุษย์มนา เขาก็มีความคิดนี้แล้ว
และรู้ด้วยว่าตัวเองพรสวรรค์ดี
แต่อีกฝ่ายช่วยชีวิตไว้ แถมยอมพาเข้าสำนัก ถ้ายังเรียกร้องมากไป กลัวจะทำให้อีกฝ่ายรำคาญ
เดี๋ยวจะกลายเป็นได้ไม่คุ้มเสีย
เขาคิดว่าจะรอไปฝึกที่สำนักเค่าซานสักพัก แล้วค่อยคิดเรื่องนี้!
วิญญาณนักบุญยุ: "กลัวอะไร? เจ้าไม่กล้า เดี๋ยวข้าไปพูดให้!"
"เอาสิ" หลินหยางพยักหน้าทันที
"เอ่อ..."
วิญญาณนักบุญไม่นึกว่าหลินหยางจะตอบตกลงง่ายขนาดนี้ หน้าเจื่อน "เปิ่นเซิ่งคิดว่าเรื่องนี้ ต้องหารือกันยาว ๆ!"
ชัดเลย มันก็ไม่กล้า...