เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15: ยอดคนต้องมีสามผู้ช่วย

บทที่ 15: ยอดคนต้องมีสามผู้ช่วย

บทที่ 15: ยอดคนต้องมีสามผู้ช่วย


หลี่หงจวินมาถึงลานหน้าวัด หวังเจิ้งเฟิงพาหวังต้าซานออกมาต้อนรับ

ขณะเดียวกัน หลี่หยวนเฉาก็ประคองแม่เดินเข้ามาในลานวัดด้วย

หลี่หงจวินทักทาย "ปู่หวัง" กับหวังเจิ้งเฟิงก่อน แล้วหันไปบอกหวังต้าซานด้วยความตื่นเต้น "ต้าซาน ฉันซื้อเกวียนล่อมาได้แล้วนะ ซื้อมาจากหมู่บ้านอวี้ซู่นู่นแน่ะ"

"เมื่อก่อนฉันเคยไปรับซื้อของป่าแถวนั้น เลยรู้ว่าบ้านตาเฒ่ากัวที่หมู่บ้านอวี้ซู่แกจะขายล่อตัวนึง ล่อตัวนี้อายุประมาณแปดปี กำลังวังชาดีเชียว แต่ตาเฒ่ากัวแกตั้งราคาไว้สูง เลยยังขายไม่ออกสักที เมื่อวานฉันบุกไปบ้านแก ต่อรองราคาทั้งวัน จนแกยอมขายให้เพราะรำคาญขี้หน้าฉัน นอกจากล่อกับเกวียนแล้ว ฉันยังได้เลื่อนหิมะแถมมาด้วยนะ"

"ฉันกะว่าหน้าหนาวจะได้ใช้เลื่อนขนสัตว์ลงจากเขาได้ ทั้งหมดนี้ 350 หยวนเอง คุ้มสุดๆ!"

สมกับเป็นหลี่หงจวินจริงๆ หัวการค้าฉายแววแต่ไกล

ล่อหนึ่งตัว เกวียนหนึ่งเล่ม แถมเลื่อนหิมะอีกอัน ในราคา 350 หยวน ถือว่าถูกมาก สัตว์ใหญ่ใช้งานในยุคนี้เป็นของมีค่า สาเหตุที่ชาวบ้านไม่ค่อยขายกัน เพราะขายไปแล้วก็ไม่มีปัญญาซื้อใหม่

ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะซื้อลูกม้ามาเลี้ยงเอง แม้สามปีแรกจะใช้งานไม่ได้ แต่พอพ้นสามปีไปแล้ว มันจะช่วยผ่อนแรงงานได้มหาศาล

ตอนนี้หลี่หงจวินได้ล่ออายุ 8 ปีมา ซึ่งถือว่าโตเต็มวัยพร้อมใช้งาน สามารถบรรทุกของได้ห้าถึงหกร้อยจิน (250-300 กก.) สบายๆ

หวังต้าซานพอใจมาก

พูดจบ หลี่หงจวินก็ล้วงเงินที่เหลือออกมาส่งคืนให้หวังต้าซาน "นี่เงินทอนที่เหลือ ฉันคืนให้นาย"

หวังต้าซานรีบผลักมือหลี่หงจวินกลับไป "ทำอะไรของนาย? ก็ตกลงกันแล้วไงว่าเงินที่เหลือให้นายเอาไปใช้หนี้ค่าจักรยาน แล้วก็เอาไปซื้อของกินของใช้บำรุงแม่นาย จะเอามาคืนทำไม? เก็บใส่กระเป๋าไปเลย"

ทั้งสองคนเกี่ยงกันไปมา หวังเจิ้งเฟิงจึงเอ่ยขึ้น "หงจวิน เขาให้ก็รับไว้เถอะ วันหน้าพวกเอ็งสองพี่น้องขยันทำมาหากิน รับรองว่าหาเงินได้มากกว่านี้แน่ เก็บไว้เถอะ ถ้าไม่รับแสดงว่ารังเกียจว่ามันน้อยไปนะ"

หลี่หงจวินไม่มีทางเลือก จึงต้องเก็บเงินใส่กระเป๋า แล้วหันไปบอกหวังเจิ้งเฟิง "ปู่หวังไม่ต้องห่วงครับ ต่อไปนี้ผมจะติดตามต้าซาน ตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดครับ"

หวังเจิ้งเฟิงยิ้มพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร

ในฐานะนักพรตเต๋า แกย่อมมีความรู้เรื่องโหงวเฮ้งบ้าง

หลี่หงจวินมีติ่งหูหนา ปีกจมูกกว้าง รูจมูกเปิดเล็กน้อย แววตาอ่อนโยน มุมปากยกขึ้น ริมฝีปากหนา... ลักษณะแบบนี้บ่งบอกว่าเป็นคนซื่อสัตย์ไว้ใจได้ ทำงานกับหวังต้าซานแล้วจะไม่คิดคดทรยศเรื่องผลประโยชน์แน่นอน

หวังต้าซานเสริม "ใช่แล้วหงจวิน ไม่ต้องห่วง เราต้องหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำแน่ ถึงตอนนั้นแม่กับน้องสาวนายจะได้อยู่สุขสบายซะที"

หลี่หยวนเฉายืนมองเหตุการณ์อยู่ข้างๆ พลางเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง

เขาเพิ่งรู้ว่าหวังต้าซานให้หลี่หงจวินไปซื้อเกวียนล่อ แล้วเงินที่เหลือก็ยกให้เลย ดูจากปึกธนบัตร "ต้าถวนเจี๋ย" (แบงก์สิบหยวน) ที่เห็น อย่างน้อยก็น่าจะร้อยกว่าหยวน หวังต้าซานช่างใจป้ำจริงๆ

ได้ยินสองหนุ่มประกาศก้องว่าจะสร้างเนื้อสร้างตัว หลี่หยวนเฉาก็พลอยรู้สึกฮึกเหิมไปด้วย ความมั่นใจที่จะมาทำงานที่วัดเต๋าก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีเงินเดือนประจำการันตีอยู่แล้ว

จังหวะนั้น หวังต้าซานหันไปแนะนำหลี่หยวนเฉาให้หลี่หงจวินรู้จัก "หงจวิน มารู้จักกันไว้ นี่คือพี่หยวนเฉา แซ่หลี่เหมือนนายเลย"

"ส่วนนี่คือแม่ของพี่หยวนเฉา ต่อไปพี่หยวนเฉาจะย้ายมาปลูกบ้านอยู่ที่ตีนเขาหลังวัด คอยช่วยปู่ฉันปลูกสมุนไพร แล้วก็จะขึ้นเขาไปช่วยเราขนสัตว์ป่าลงมาด้วย"

ได้ยินดังนั้น หลี่หงจวินรีบเข้าไปจับมือทักทาย "สวัสดีครับพี่หยวนเฉา สวัสดีครับป้า ผมชื่อหลี่หงจวินครับ ต่อไปผมจะรับหน้าที่เอาสัตว์ป่าไปขายกับต้าซาน ถ้าพี่มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลย ผมมาจากคอมมูนทุกวัน ฝากซื้อของอะไรก็สะดวกครับ"

หลี่หยวนเฉารีบกล่าวขอบคุณ

เมื่อทั้งสองทักทายกันเสร็จ หวังต้าซานก็ชวน "พี่หยวนเฉา ถ้าว่างแล้ว เราไปดูที่หลังเขากันเถอะครับ จะได้เลือกทำเลปลูกบ้าน ให้ป้ารออยู่ที่วัดเป็นเพื่อนปู่ผมไปพลางๆ ก่อน"

พูดว่าให้อยู่เป็นเพื่อนหวังเจิ้งเฟิงก็พูดไปงั้นแหละ สภาพแม่ของหลี่หยวนเฉาตอนนี้ แค่ถามคำตอบคำได้ก็เก่งแล้ว อย่าหวังว่าจะชวนคุยอะไรได้เลย

หวังต้าซานพูดเพื่อให้หลี่หยวนเฉาสบายใจเท่านั้น

หลี่หยวนเฉาคิดครู่หนึ่ง แล้วหันไปบอกแม่ "แม่ครับ รออยู่ที่วัดก่อนนะ เดี๋ยวผมกับต้าซานไปดูที่ปลูกบ้าน เดี๋ยวเดียวก็กลับ"

แม่ของเขาพยักหน้า "รีบไปรีบมานะลูก" แล้วก็เงียบไป

สามหนุ่ม หวังต้าซาน หลี่หยวนเฉา และหลี่หงจวิน เดินออกจากประตูวัด ผูกล่อไว้ แล้วมุ่งหน้าสู่เนินเขาด้านหลัง

ระหว่างทางทั้งสามเดินคุยกันสัพเพเหระ พอหลี่หงจวินรู้ว่าพรุ่งนี้หวังต้าซานจะเข้าป่าล่าสัตว์ ก็รีบขออาสา "ต้าซาน พรุ่งนี้ให้ฉันไปด้วยนะ ฉันไม่เคยเข้าป่าล่าสัตว์มาก่อนเลย"

"เข้าป่ามันลำบากนะ พรุ่งนี้ต้องออกตั้งแต่ตีห้า นายไหวเหรอ?"

"ไหวๆๆ ไหวแน่นอน" หลี่หงจวินรับคำแข็งขัน

เขาอยากไปล่าสัตว์กับหวังต้าซานใจจะขาด หนึ่งคืออยากเปิดหูเปิดตาดูว่าเขาทำกันยังไง สองคืออยากเห็นฝีมือการล่าสัตว์ของหวังต้าซานกับตาตัวเอง

"ป่ามันอันตรายนะ เข้าไปแล้วต้องเชื่อฟังคำสั่งฉันอย่างเคร่งครัด ถ้าฉันบอกให้ไปซ้าย ห้ามไปขวาเด็ดขาด ถ้ารับปากได้ ฉันถึงจะให้ไป"

หลี่หงจวินรู้ดีว่าการล่าสัตว์ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ทุกปีมีพรานในคอมมูนตายในป่าไม่ต่ำกว่าแปดถึงสิบคน กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ตายเพราะโดนสัตว์ป่าสวนกลับ

เขารับปากอย่างหนักแน่น "ต้าซาน ไม่ต้องห่วง เข้าป่าไปแล้วฉันจะเชื่อฟังนายทุกอย่าง นายสั่งอะไรฉันทำตามนั้น"

"ตกลง งั้นพรุ่งนี้ตีห้าเจอกันที่วัด เราจะออกแต่เช้า เผื่อจะได้สัตว์ใหญ่สักสองสามตัว"

หลี่หยวนเฉาเองก็อยากไปล่าสัตว์ด้วยเหมือนกัน ต่างจากหลี่หงจวิน พ่อของหลี่หยวนเฉาเป็นพรานเก่า เขาโตมากับการเข้าป่าล่าสัตว์กับพ่อตั้งแต่อายุสิบหกสิบเจ็ด เพิ่งจะห่างหายไปตอนอายุ 22 ที่ไปทำงานรถไฟนี่เอง

คิดแล้ว หลี่หยวนเฉาก็เอ่ยปาก "ต้าซาน พรุ่งนี้จะไปล่าสัตว์เหรอ? ให้พี่ไปด้วยสิ ที่บ้านพี่มีปืนอยู่กระบอกนึงพอดี น่าจะพอช่วยอะไรได้บ้าง"

หวังต้าซานคิดนิดนึง "ก็ได้ครับพี่ เรื่องสร้างบ้านไม่ต้องรีบเริ่มพรุ่งนี้ก็ได้ งั้นพรุ่งนี้พี่หยวนเฉาไปกับเรา ส่วนป้าก็พาไปฝากญาติไว้สักสองสามวันก่อน อย่าเพิ่งให้กลับไปอยู่บ้านเดิมเลย รอสร้างบ้านเสร็จค่อยย้ายข้าวของมาทีเดียว"

"ได้เลย เดี๋ยวกลับไปพี่จะพาแม่ไปฝากน้าสาวดูแลก่อน แล้วจะแวะไปคุยกับช่างปูนในหมู่บ้านเรื่องสร้างบ้าน พรุ่งนี้ตีห้าเจอกันที่วัดนะ" หลี่หยวนเฉารับคำ

"เยี่ยม ดีลตามนี้ครับ" หวังต้าซานสรุป

คุยกันเพลินๆ ก็เดินมาถึงตีนเขาหลังวัด แปลงสมุนไพรของหวังเจิ้งเฟิงอยู่ทางเนินเขาทิศเหนือ

พวกเขามองหาทำเล แล้วเลือกพื้นที่ว่างโล่งแห่งหนึ่ง กะขนาดคร่าวๆ ประมาณ 200 ตารางเมตร อยู่ห่างจากลำธารมังกรขาวไม่ถึง 30 เมตร สะดวกเรื่องน้ำกินน้ำใช้มาก

ทั้งสามหาไม้ท่อนใหญ่มาตอกเป็นหลักเขตกำหนดพื้นที่ แล้วก็เดินกลับ

กลับมาถึงวัด หวังต้าซานชวนหลี่หยวนเฉากับแม่ และหลี่หงจวินให้อยู่กินข้าวเย็นด้วยกัน แต่หลี่หยวนเฉาปฏิเสธ เขาไม่อยากเสียเวลา อยากรีบไปจัดการเรื่องสร้างบ้านให้เสร็จสรรพ

แม้ช่วงนี้จะโศกเศร้าแค่ไหน แต่พอนึกถึงแม่แก่เฒ่า เขาก็ต้องฮึดสู้ ลูกผู้ชายตัวจริงต้องกล้ำกลืนความเจ็บปวดแล้วยืนหยัดให้ได้

ส่วนหลี่หงจวินอยู่กินข้าวด้วย เขาติดใจรสชาติ "กระรอกตุ๋นมันฝรั่ง" จากคราวที่แล้วไม่หาย

วันนี้หวังต้าซานมีความสุขมาก ไม่เพียงแต่ได้หลี่หงจวินมาช่วยงาน แต่หลี่หยวนเฉาก็ไม่ถือตัวยอมมาเป็นลูกมือให้เขาด้วย

อย่างว่าแหละ "ยอดคนต้องมีสามผู้ช่วย รั้วบ้านต้องมีสามเสาค้ำ" (สำนวนจีน หมายถึง คนเก่งจะทำการใหญ่ต้องมีคนคอยช่วยเหลือ)

หวังต้าซานก็เช่นกัน ลำพังแค่เขากับปู่ สองแรงแข็งขันอาจจะพอฟื้นฟูวัดเต๋าได้ แต่มันยากเกินไป หวังเจิ้งเฟิงก็แก่แล้วช่วยอะไรไม่ได้มาก ยังไงก็ต้องพึ่งคนนอก

ตอนนี้มีทั้งหลี่หยวนเฉาและหลี่หงจวินมาช่วย เขาเชื่อมั่นเต็มร้อยว่าจะทำให้วัดเต๋าแห่งนี้กลับมารุ่งเรืองได้แน่นอน!

จบบทที่ บทที่ 15: ยอดคนต้องมีสามผู้ช่วย

คัดลอกลิงก์แล้ว