เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 66 - มรดกจากบรรพบุรุษ

บทที่ 66 - มรดกจากบรรพบุรุษ

บทที่ 66 - มรดกจากบรรพบุรุษ


บทที่ 66 - มรดกจากบรรพบุรุษ

สำหรับคนอ่านหนังสือ หากไร้ซึ่งตำรา ก็ยากจะเปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกล

แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว ฟางจี้ฟานมีเงิน ไม่ว่าจะเป็นฉบับคัดลอกหรือรวมบทความที่พิมพ์ขายในท้องตลาด เขาเหมามาหมด ให้เลือกอ่านได้ตามใจชอบ ยิ่งไปกว่านั้น โอวหยางจื้อและพวกสอบผ่านเป็นจูเหรินแล้ว สถานะย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เริ่มมีการพบปะสังสรรค์ประชันบทกวีกับเพื่อนฝูงบ้างเป็นครั้งคราว ความรู้แตกฉานขึ้นไม่น้อย

สำหรับการดูแลเจ้าสามคนนี้ ฟางจี้ฟานใช้วิธีปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ แต่เพื่อรับมือกับการสอบฮุ่ยซื่อในปีหน้า ฟางจี้ฟานได้ตั้งโจทย์ให้พวกเขาทำมากมาย ตอนนี้มีเวลาเหลือเฟือ ส่วนข้อสอบฮุ่ยซื่อในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ฟางจี้ฟานจำได้แม่นยำ รัชศกหงจื้อปีที่สิบสอง ฮ่องเต้หงจื้อมีราชโองการแต่งตั้งหลี่ตงหยาง เสนาบดีกรมพิธีการและมหาอำมาตย์แห่งหอเหวินหยวน และเฉิงหมิ่นเจิ้ง รองเสนาบดีกรมพิธีการและบัณฑิตฮันหลิน เป็นผู้คุมสอบ ข้อสอบรอบฮุ่ยซื่อและรอบเตี้ยนซื่อปีจี่เว่ย ฟางจี้ฟานรู้ทะลุปรุโปร่ง

แต่การสอบครั้งนี้จะมีเหตุแทรกซ้อนเล็กน้อย จะพัวพันไปถึงคดีทุจริตการสอบของหัวหน้าผู้คุมสอบเฉิงหมิ่นเจิ้ง กับบัณฑิตอัจฉริยะแห่งเจียงหนานอย่างสวีจิงและถังอิน

นี่... จะเป็นการสอบฮุ่ยซื่อที่แตกต่างออกไป

ฟางจี้ฟานเปลี่ยนความคิด ยิ้มบางๆ

ส่วนเรื่องของโอวหยางจื้อทั้งสาม ฟางจี้ฟานไม่กังวล เพราะเขาไม่ได้จะโกงข้อสอบจริงๆ และไม่คิดจะไปตีสนิทกับผู้คุมสอบในอนาคตคนไหน เพียงแค่ตั้ง 'โจทย์' บางข้อ แล้วซ่อนโจทย์จริงไว้ในทะเลโจทย์ ให้ลูกศิษย์ทั้งสามฝึกทำข้อสอบไปเรื่อยๆ เท่านั้น

โอวหยางจื้อและพวก เพื่อเตรียมสอบ ขยันขันแข็งมากจริงๆ ตั้งแต่เช้าตรู่ยันเที่ยงคืน เอาแต่ทำโจทย์และอ่านหนังสืออย่างบ้าคลั่ง ไม่กล้าเกียจคร้านแม้แต่น้อย

คิดไม่ถึงว่าวันนี้ พวกเขาจะมีอารมณ์สุนทรีย์ขนาดนี้

ฟางจี้ฟานทำหน้าตาเหมือนพ่อมองลูกใส่ทั้งสามคน นั่งลง ปัดฝุ่นบนเสื้อ "อ้อ พวกเจ้าสบายดีนะ ทำไมวันนี้ไม่อ่านหนังสือ?"

ทั้งสามสบตากัน แล้วหันไปมองซือกงฟางจิ่งหลง

ฟางจิ่งหลงฉีกยิ้มกว้าง "พ่อเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ อืมๆ คืออย่างนี้นะ ลูกเอ๋ย เมื่อวานซืนพ่อไปตรวจบัญชี เฮ้อ... เงินหายไปอีกไม่น้อย ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป จะทำยังไงไหว เงินล้านตำลึงจากการขายไม้อูมู่ ถูกเจ้าผลาญเล่น เงินสดในบ้านใกล้จะเกลี้ยงแล้ว เหลือแค่ร้านที่ตลาดตะวันออกกับที่นานอกเมือง จี้ฟานเอ๋ย พ่อคาดหวังในตัวเจ้ามากนะ ไม่หวังอะไรอื่น แค่รักษาตึกแถวและที่นาของเราไว้ให้ได้ เจ้าอย่าเพิ่งโกรธ อย่าเพิ่งโกรธ พ่อหมายความว่า นี่เป็นความผิดของพ่อเอง เมื่อก่อนพ่อละเลยการสั่งสอน เพื่อทรัพย์สินก้อนสุดท้ายของตระกูลฟาง พ่อเลยต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง"

เขามองโอวหยางจื้อและพวกอย่างชื่นชม กล่าวด้วยความปลื้มใจว่า "หลานศิษย์สามคนนี้ เป็นคนมีความรู้ คนมีความรู้นี่ออกความคิดเห็นไม่เหมือนใครจริงๆ อะไรคือการขัดเกลา การขัดเกลาก็คือการสอนด้วยการกระทำเป็นแบบอย่าง ใช่ไหม หลานศิษย์โอวหยาง..."

โอวหยางจื้อรีบพยักหน้าเหงื่อตก "ครับ ครับ ครับ ท่านซือกงพูดถูกทุกอย่าง"

ฟางจิ่งหลงก็นั่งถ่างขาอย่างสบายใจ กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า "วันนี้ พ่อจะสอนด้วยการทำให้ดู สอนเจ้าว่า จะใช้ชีวิตอย่างประหยัดมัธยัสถ์ได้อย่างไร"

ฟางจี้ฟานฟังแล้วงงเป็นไก่ตาแตก ถึงขนาดดึงตัวช่วยมาเลยเหรอ

เพียงแต่... ฟางจี้ฟานมองลูกศิษย์ทั้งสาม ไอ้บ้า พวกเจ้าเป็นลูกศิษย์ข้านะ ดันไปสอนพ่อของอาจารย์ให้มารับมืออาจารย์ตัวเองเนี่ยนะ?

โอวหยางจื้อเห็นสายตาดุดันของท่านอาจารย์ ก็กลัวจนไม่กล้าหายใจแรง รีบก้มหน้า "ศิษย์สมควรตาย"

ฟางจี้ฟานขำในใจ สามคนนี้กลัวจนหัวหด ข้าน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ? เฮ้อ จริงๆ แล้วข้าก็เหมือนพวกเจ้านั่นแหละ เป็นวัยรุ่นไฟแรง แต่เขาก็ยังต้องทำท่าทางกวนประสาท นั่งไขว่ห้าง เชิดหน้าขึ้น ส่งเสียงหึในลำคอ ตามองเพดาน

ฟางจิ่งหลงหัวเราะ เขากลัวว่า 'การสอนด้วยการกระทำ' ของตัวเองจะทำให้ลูกชายลำบากใจ จึงพยายามใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุด เพื่อไม่ให้ลูกชายกระทบกระเทือนจิตใจ

ลูกชายตอนนี้ยังมีโรคสมองอยู่ จะไปกระตุ้นมากไม่ได้

"การสอนด้วยการกระทำนี้ แค่กๆ... ความจริงก็คือ การรู้จักบริหารจัดการบ้านเรือน ทำยังไงถึงจะเรียกว่ารู้จักบริหารจัดการ? ก็คือเงินที่ไม่ควรจ่าย ก็อย่าจ่าย แน่นอน ฟานเอ๋อร์ พ่อไม่ได้ว่าเงินที่เจ้าจ่ายไปมันมั่วซั่ว ความหมายของพ่อคือ อย่างอากาศตอนนี้ หนาวเหน็บ ต้องเผาถ่านใช่ไหม? ถ้าไม่เผาถ่าน ก็หนาวตายพอดี จริงไหม?"

ฟางจี้ฟานมองพ่อตัวเองด้วยความงุนงง เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงลูกที่ล้มเหลวที่สุดในประวัติศาสตร์ท่านนี้ กำลังจะเล่นลูกไม้อะไร

พูดถึงตรงนี้ ฟางจิ่งหลงก็ถอนหายใจ จนครับ จนจริงๆ ตั้งแต่เขาตรวจบัญชี ถึงได้รู้ว่าเงินล้านตำลึง ไหลออกไปเหมือนน้ำ ไม่เพียงแค่นั้น ยังน่าขายหน้า ตอนนี้คนทั้งถนนใครบ้างไม่รู้ว่า ลูกชายตัวเอง เป็นกุมารทองโปรยเงิน

ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ สมบัตินี้ คงไม่พอให้ฟานเอ๋อร์ผลาญได้กี่ปี ดังนั้น... ต้องเจ็บแล้วจำ ต้องให้ฟานเอ๋อร์เป็นคนดูแลบ้าน ถึงจะรู้ว่าข้าวสารแพงแค่ไหน

"แต่เจ้าดูสิ ราคาถ่านไม้ช่วงนี้ พุ่งสูงขึ้นทุกวัน หนึ่งชั่งปาเข้าไปสี่สิบกว่าอีแปะ จะบ้าตายจริงๆ" ฟางจิ่งหลงทำท่าปวดใจ แต่แล้วก็ยิ้มอีก "ในเมื่อต้องบริหารบ้าน ก็ต้องประหยัด เจ้าดูพ่อสิ จะปล่อยให้คนในบ้านหนาวตายก็ไม่ได้ แต่จะให้ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายก็ไม่ได้อีก ฟานเอ๋อร์ เจ้าดูนี่..."

เขาชี้มือไปที่อ่างไฟบนพื้น

ฟางจี้ฟานเพิ่งสังเกตเห็นว่า อ่างไฟที่เท้า ตอนนี้กำลังส่งไอความร้อนฉ่าๆ ออกมา ดูเหมือน... จะไม่ได้เผาถ่านไม้ แต่เป็นถ่านก้อน

"เจ้ารู้ไหมว่านี่คืออะไร?" ฟางจิ่งหลงทำท่ามีความลับ

ฟางจี้ฟานโพล่งออกมา "ถ่านหินไร้ควัน..."

"หือ?" ฟางจิ่งหลงอึ้ง "ฮ่าๆ ลูกข้าความรู้กว้างขวางจริงๆ ฮ่าๆ บอกความจริงเจ้าก็ได้ ถ่านหินไร้ควันนี้ เพิ่งจะฮิตขึ้นมาวันสองวันนี้เอง มีคนส่งไปให้อิงกั๋วกงไม่กี่ชั่ง อิงกั๋วกงลองใช้ดูแล้ว ได้ผลดีเยี่ยม ดีกว่าถ่านไม้ตั้งเยอะ ฟานเอ๋อร์ ตอนนี้เจ้ารู้สึกอุ่นไหม? ถ่านหินไร้ควันนี่ของดีจริงๆ นะ แน่นอน นี่ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือ มันราคาถูก พ่อต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะฝากคนซื้อมาได้ ได้ยินว่าตอนนี้แค่ทดลองขาย มีของแค่ไม่กี่ร้อยชั่ง พ่อซื้อมันมา เพื่อจะบอกหลักการข้อหนึ่งกับเจ้า เงินที่ควรจ่ายต้องจ่าย จะปล่อยให้ตัวเองหนาวตายหิวตายไม่ได้ แต่เงินที่ไม่ควรจ่าย ก็ไม่มีความจำเป็นต้องจ่าย เจ้าลองคิดดูสิ ตอนนี้เผาถ่านหินไร้ควันนี้ แล้วมองดูพวกคนที่เผาถ่านไม้ รู้สึกเหมือนเห็นคนโง่อันดับหนึ่งในใต้หล้าไหม?"

"..." ฟางจี้ฟานหน้าแดงก่ำ อึกอักอยากจะพูด

ฟางจิ่งหลงดูเหมือนจะรู้สึกว่าการสอนด้วยการกระทำได้ผล ก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที คุยโวโอ้อวดว่า "ซื้อของ ต้องซื้อของดีราคาถูก หลักการนี้ ความจริงก็เหมือนกับที่เจ้าเอาเงินตั้งมากมายไปซื้อที่ดินรกร้างที่ซีซานนั่นแหละ ซื้อที่รกร้างที่ซีซาน ก็เหมือนคนซื้อถ่านไม้ ซื้อมาแล้ว คนเขาก็หัวเราะเยาะ... เจ้า... เข้าใจความหมายของพ่อไหม?"

ฟางจิ่งหลงกระพริบตาปริบๆ หวังเหลือเกินว่าลูกชายจะบรรลุธรรม

ฟางจี้ฟานส่ายหน้า "ไม่ค่อยเข้าใจ"

"นี่ยังไม่เข้าใจ..." ฟางจิ่งหลงตบเข่าฉาด เริ่มร้อนรน อยากจะอธิบายต่อ

ฟางจี้ฟานรำคาญเต็มทนแล้ว จึงพูดลอยๆ ว่า "แต่ถ่านหินไร้ควันนี่ ผลิตมาจากซีซานนะ"

ฟางจิ่งหลงหัวเราะลั่น "ซีซานผลิตถ่านหิน อืม... เจ้าว่า... หือ? ซีซานผลิตถ่านหินไร้ควัน..."

ฟางจิ่งหลงเบิกตากว้าง ไม่อยากจะเชื่อ

ฟางจี้ฟานตบโต๊ะดังปัง ทำเอาฟางจิ่งหลงและโอวหยางจื้อทั้งสามสะดุ้งโหยง ฟางจี้ฟานกล่าวว่า "ถ่านหินไร้ควันนี้ ผลิตที่ซีซานจริงๆ ท่านพ่อ... ท่านนี่มันตัวล้างผลาญชัดๆ ถ่านหินนี่อยู่ในมือลูกชายท่าน ไร้ค่าเหมือนดิน ท่านยังจะฝากคนไปซื้อมาอีก? ของที่งอกออกมาจากที่ดินบ้านตัวเอง ก้มเก็บก็ได้แล้ว ไม่เสียเงินสักแดง! ท่านยังเอาเงินไปซื้อ? ข้ามีพ่อแบบนี้ได้ยังไง เงินตั้งหลายสิบอีแปะ ถูกท่านผลาญไปแบบนี้ ตอนนี้ข้าเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าทำไมคนอื่นถึงเรียกข้าว่าตัวล้างผลาญ กินน้ำให้คิดถึงต้นน้ำ สืบสาวราวเรื่องแล้ว ก็เพราะพ่อแม่รังแกฉัน เอ้ย พ่อปูสอนลูกปูเดิน ท่านทำตัวไม่ดี ข้าเลยเสียคนไปด้วย!"

"..." ฟางจิ่งหลงหน้าแดงแวบหนึ่ง รู้สึกว่าคำตำหนิที่เปี่ยมด้วยความชอบธรรมนี้ฟังดูมีเหตุผลชอบกล การสอนด้วยการกระทำนี้... ดูเหมือนจะล้มเหลว

แต่ทันใดนั้น ฟางจิ่งหลงตัวสั่นสะท้าน

เดี๋ยวนะ

ถ่านหินผลิตที่ซีซาน?

งั้น... ซีซานก็เป็นของตระกูลฟาง

เป็นไปได้... หรือ?

"ฟานเอ๋อร์ เจ้าอย่ามาหลอกพ่อนะ?" ฟางจิ่งหลงถามเสียงสั่น "เราไม่ล้อเล่นกันนะ"

ฟางจี้ฟานตะโกนลั่น "ล้อเล่นอะไรกัน ถ้าไม่ใช่แบบนี้ ข้าจะไปรู้จักถ่านหินไร้ควันได้ยังไง!"

ทันใดนั้น ร่างกายของฟางจิ่งหลงก็กระตุกเฮือกตามสัญชาตญาณ

เขาเอามือกุมหน้าผากก่อน รู้สึกเวียนหัว

มึนงงไปหมด

แต่แล้ว ดวงตาก็เบิกกว้างราวกับระฆังทองแดง หัวเราะลั่นเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่น "ฮ่าๆๆๆๆ... บรรพบุรุษมีคุณธรรม ข้าฟางจิ่งหลง สอนลูกได้ดีจริงๆ!"

ฟางจี้ฟานมองฟางจิ่งหลงอย่างประหลาดใจ ในใจผุดความคิดน่ากลัวขึ้นมา ความหน้าหนานี้ คงเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษกระมัง อืม... ต้องใช่แน่ๆ

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 66 - มรดกจากบรรพบุรุษ

คัดลอกลิงก์แล้ว