เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18: ของขวัญจากคนแคระ!

บทที่ 18: ของขวัญจากคนแคระ!

บทที่ 18: ของขวัญจากคนแคระ!


ฉินหลินเข้าไปในออฟฟิศจัดเก็บภาษี  ช่วงนี้ไม่มีคนเลยไม่ต้องต่อคิว  นอกจากนี้คนส่วนใหญ่จัดการขั้นตอนทุกอย่างผ่านทางออนไลน์อยู่แล้ว  ทุก ๆ อย่างล้วนสำเร็จได้ด้วยมือถือเครื่องเดียว

ส่วนคนที่ยังมาจ่ายภาษีที่สำนักงานก็อาจเป็นคนที่มาครั้งแรกเหมือนฉินหลิน  หรือไม่ก็พวกที่เคยชินกับแบบนี้และโลวเทคทำผ่านออนไลน์แล้วงงซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบรรดาผู้เฒ่าผู้แก่

“ขอบัตรประชาชนด้วยค่ะ  เดี๋ยวจะช่วยตรวจสอบแบบยื่นภาษีให้” พนักงานที่นั่งโต๊ะเป็นหญิงสาวชื่อหลี่เจียฮุ่ย

ฉินหลินเอาบัตรประชาชนออกมายื่น  เขาที่ยื่นภาษีไปแล้วพอรูดบัตรปุ๊บข้อมูลภาษีที่ยื่นไปก็ปรากฏขึ้นมาปั๊บ

เฉินฮ่าวได้เดินเข้ามาแล้ว

หมอนี่แสร้งทำเป็นเข่ามาเอาเอกสารและถ่วงเวลาไว้ก่อนเพราะอยากรู้เหลือเกินว่าผัวของจ้าวโม่ชิงจะต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่

คนเรานี่มันก็แปลก  พอความรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าหายไปก็ดันมีสิ่งที่หายตามไปด้วยอีกอย่างหนึ่ง  นั่นคือความมั่นใจ

หลี่เจียฮุ่ยเอาบัตรประชาชนของฉินหลินมารูดดูข้อมูลการยื่นภาษี  พออ่านรายละเอียดแล้วก็ถึงกับต้องอุทานออกมา “ฮะ…”

จะตกใจก็ไม่แปลก  เพราะข้อมูลมันน่าเหลือเชื่อเกินไป

เขาอายุแค่ 23 และพึ่งจะเรียนจบ...  ใช่มั้ย?  แล้วมีรายได้เดือนละแสนจนจะมาจ่ายภาษีสองหมื่น?

ในสถานที่อย่างอำเภอโหยวเฉิง  คนอายุน้อยแต่สามารถหาเงินได้ปีละแสนหยวนได้ก็ถือว่าเก่งแล้ว  ส่วนคนที่หาเงินได้เดือนละแสนนี่มีน้อยซะจนนิ้วมือข้างเดียวยังเกินเลยมั้ง

และนี่เป็นข้อมูลสุดยอดสำหรับผู้หญิงโสด

เธอรีบเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมเยอะ

“คุณผู้ชายคะ  ยืนยันข้อมูลการยื่นภาษีให้แล้วนะคะ  สามารถแสกนจ่ายได้ตอนนี้เลยค่ะ  เดี๋ยวดิฉันจะพิมพ์ใยเสร็จรับเงินให้~” น้ำเสียงของหลี่เจียฮุ่ยอ่อนโยนกว่าก่อนหน้านี้ราวกับจะนำเสนอตัวเอง

ฉินหลินหยิบมือถือออกมาจ่ายภาษี

ครู่ต่อมาก็มีเสียงของ AI ดังขึ้นมาจากลำโพง “ภาษีจำนวนสองหมื่นสี่พันสามร้อยเจ็ดสิบแปดหยวน!”

เมื่อเฉินฮ่าวได้ยินเสียงนี้ดวงตาก็เบิกกว้าง  เสียงก่นด่าสาปแช่งนับหมื่นตีกันอยู่ในหัว

‘ภาษีแพงขนาดนี้แปลว่ามีรายได้เดือนหนึ่งเป็นแสนเลยไม่ใช่เรอะ?’

‘มีรายได้เดือนละเป็นแสนแล้วจะมาขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าต๊อกต๋อยมารับเมียให้คนอื่นเขาดูถูกทำมั่ย!’

บัดซบแท้!  ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าต๊อกต๋อยเพราะไม่มีตังเรียกว่าคนจน  แต่ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าต๊อกต๋อยทั้ง ๆ ที่รวยคือคนไม่คิดมาก!

ตอนนี้อารมณ์ของเฉินฮ่าวจึงซับซ้อนวุ่นวายมาก

หลี่เจียฮุ่ยได้พิมพ์ใบเสร็จมามอบให้ฉินหลินพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณฉินคะ  ทางสำนักงานจัดเก็บภาษีเรามีบริการเสริมด้วยนะคะ  ฉันชื่อหลี่เจียฮุยค่ะ  แลกวีแชทกันมั้ยคะ?  เวลามีปัญหาเรื่องภาษีสามารถปรึกษาฉันได้ตลอดเวลาเลย”

‘อี…’ เฉินห่าวบ่นในใจเมื่อได้ยินที่เธอนำเสนอตัวเอง

‘บริการเสริมกะผีน่ะสิ!’

“อ้าวฉินหลิน!  มาทำไรที่นี่อะ?” เสียงใส ๆ และคมชัดดังขึ้น

จ้าวโม่ชิงวิ่งเห็นฉินหลินเลยวิ่งเข้ามาหาอย่างแปลกใจ

“โม่ชิง!” ฉินหลินเห็นเมียตัวเองวิ่งมาก็อยากจะจับเธอในชุดทำงานมากอดจูบลูบคลำให้สาแก่ใจแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเป็นสถานที่ราชการ

หลี่เจียฮุ่ยเกิดอาการหึงหวงขึ้นมายังไงก็ไม่รู้เลยถามแทรกกลางปล้องไปเลยว่า “โม่ชิงรู้จักคุณฉินด้วยเหรอ?”

“สองคนนั่นเขาเป็นผัวเมียกัน!” เฉินฮ่าวกระซิบเบา ๆ ให้พอได้ยิน

“หา?” หลี่เจียฮุ่ยตกใจและผิดหวัง

‘โอ๊ย!  ทำไมผู้ชายไฮสเปคแบบนี้ถึงไม่มีใครรอดกันซักคนเลยล่ะ  มีแต่โดนตกไปตั้งแต่อายุยังน้อยทั้งนั้น!’

‘ไม่น่าแปลกใจที่จ้าวโม่ชิงไม่เคยสนใจเฉินฮ่าว’

จากนั้นก็หันมามองเฉินฮ่าวที่ต้องให้พ่อแม่พี่สาวของตนช่วยออกรถให้แล้วมันช่าง...  ห่างกันหลายช่วงตึกโดยแท้

“…”

เฉินฮ่าวเหมือนจับพิรุธสายตาดูถูกของหลี่เจียฮุ่ยได้

‘อะไรอีก?’

“ฉันมาจ่ายภาษีน่ะ” ฉินหลินตอบจ้าวโม่ชิงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ภาษี?” เห็นได้ชัดว่าจ้าวโม่ชิงประหลาดใจกับเรื่องนี้  เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าสถานการณ์ทางบ้านของฉินหลินเป็นยังไง  เขามีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีด้วยซ้ำ  แล้วทำไมถึงมาจ่ายภาษีได้ล่ะ?

ฉินหลินเคยบอกเธอว่าเขาได้หยิบจับธุรกิจขายส่งและมีเงินมากขึ้นแล้ว  แต่ดูท่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเยอะกว่าที่เธอคาดไว้นะเนี่ย

เมื่อคิดได้แบบนั้นจ้าวโม่ชิงก็ยิ้มอย่างมีความสุขกับสามีตัวเองไปด้วยพร้อมกับหยิบใบเสร็จจากมือเขามาเช็คดูว่าที่รักของตนจ่ายภาษีไปเท่าไหร่กันหนอ

“หา?  สองหมื่นสี่พันสามร้อยเจ็ดสิบแปด!!!” จ้าวโม่ชิงตกใจเมื่อเห็นจำนวนภาษีที่ฉินหลินจ่ายไป  ภาษียิ่งมากแปลว่ารายได้ก็ยิ่งมากไปด้วย  แปลว่าเดือนนี้เขามีรายได้เป็นกำไรเป็นแสนเลยน่ะสิ!!!

เพื่อความแน่ใจเธอถึงกับเอาใบเสร็จมาจ่อดูใกล้ ๆ เช็คตัวเลขทีละหลักอีกรอบ  แต่ก็เห็นชัด ๆ เลยว่าสายตาตัวเองไม่มีผิดพลาด  เธอจึงรีบลากตัวฉินหลินออกจากห้องสำนักงานจัดเก็บแล้วถามเขาอย่างเร็วเลยว่ “นี่เรื่องจริงใช่มั้ย?  ขายส่งมันได้กำไรมากมายขนาดนั้นเลยจริง ๆ ใช่มั้ย?”

ฉินหลินยิ้มพลางเอามือโอบเอวภรรยา “จริงแท้แน่นอน  ฉันต้องพยายามอย่างหนักเพื่อภรรยาสุดที่รักแล้วพาเธอเข้าบ้านอย่างเปิดเผยโดยเร็วที่สุด  จะได้อยู่ด้วยกันซักที”

แน่นอนว่าสาวจ้าวนางย่อมต้องมีอารมณ์คล้อยตาม  ทันทีที่จ้าวโม่ชิงได้ยินเธอก็รู้สึกประทับใจสุดขีดจนหอมแก้มเขาฟอดใหญ่อย่างอดไม่ไหว  แม้ว่าเธอจะเตรียมใจไว้แล้วว่าทั้งชีวิตนี้ต้องอยู่กับเขาอย่างยากลำบากและตัดสินใจแอบจดทะเบียนสมรสกับเขาลับหลังครอบครัว  แต่ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งแล้วมีใครบ้างไม่อยากเห็นสามีประสบความสำเร็จ?

“วันนี้ฉันทำงานล่วงเวลาเลิกค่ำหน่อย  มารับด้วยล่ะ” จ้าวโม่ชิงกำชับฉินหลินด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

จากนั้นก็บอกเขาอย่างเขิน ๆ ว่า “วันนี้พ่อแม่ฉันกลับบ้านเกิดฉันเลยไปค้างนอกบ้านได้”

“เดี๋ยวฉันจองโรงแรมไว้เลย!” ฉินหลินเผลอหลุดปากพูดออกมาโดยไม่รู้ตัวจนจ้าวโม่ชิงต้องหยิกเอวเขา

“พอ ๆ ไปทำงานต่อละ” จ้าวโม่ชิงตัดบทด้วยน้ำเสียงดีใจ

ฉินหลินมองดูเมียรักเดินกลับเข้าไปยังที่ทำงานอีกครั้ง  จากนั้นเขาก็เดินกลับเข้าห้องสำนักงานจัดเก็บภาษีเพื่อไปสมัครบริการชำระภาษีออนไลน์ที่ช่องของหลี่เจียฮุ่ย

ครั้งนี้หลี่เจียฮุ่ยค่อนข้างจะแข็งกร้าวกว่าเดิมเล็กน้อย  แม้จะว่าเล็กน้อยแต่ก็เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากสาวอ่อนหวานคนเมื่อกี๊โดยสิ้นเชิง  ทำเอาหลาย ๆ คนที่นั่นต่างสงสัยว่าตกลงเธอเป็นไบโพล่ารึเปล่าวันนี้

ฉินหลินเดินออกจากสำนักงานจัดเก็บภาษีด้วยความสุขสมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  เขาขี่เจ้าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคู่ใจไปแวะร้านขายยาซื้อเจ้าร่มน้อย (ถุงยาง) แบบที่ราคาแพงสุดมาพกไว้

มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ  ก่อนจะพาโม่ชิงเข้าบ้านอย่างเปิดเผยจะปล่อยให้มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้  ไม่งั้นพ่อแม่ฝ่ายหญิงต้องระเบิดลงใส่เขาจนตายกันไปข้างอย่างแน่นอน

จากนั้นก็กลับไปเฝ้าร้านที่ตลาดต่อ  เมื่อเปิดจอเกมดูไปพลางก็ต้องประหลาดใจ

เพราะเนื้อเรื่องใหม่ในเกมได้ดำเนินแล้ว

เกมฮาร์เวสต์มูนนี้นอกจากการเพาะปลูก  การเพาะพันธุ์  และการก่อสร้างแล้ว  ยังมีแปลงบางส่วนกระจายอยู่ทั่วไปด้วย  ซึ่งการจะได้มานั้นจำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์กับชาวเมืองแร่ดิบเหมือน ๆ กับตอนไปคุยกับแซ็คแล้วอีกฝ่ายมอบคันเบ็ดกับเหยื่อให้

โดยปกติแล้วเนื้อเรื่องพวกนี้อาจปรากฏขึ้นมาเพราะคุยกับสัตว์ไม่ก็สัตว์วิเศษหรืออะไรแปลก

อย่างเช่นชายร่างเตี้ยที่อยู่ข้างหน้าเขานี่แหล่ะ

คนแคระในป่าลึก  ตามการตั้งค่าของเกมดูเหมือนว่าในเมืองแร่ดิบจะมีคนแคระอยู่ 7 คนซึ่งผู้เล่นสามารถเชิญให้คนแคระเหล่านี้มาช่วยทำงานในฟาร์มได้

“นายเป็นเจ้าของฟาร์มเหรอ?  ฉันชื่ออาร์นี่เป็นคนแคระจากป่าลึกนะ  พวกเรามีกันทั้งหมดเจ็ดคนตั้งรกรากอยู่นอกเมืองแร่ดิบ  ฉันช่วยพวกนั้นสร้างบ้านทุกวันเลย!”

“ฉันชอบตกปลาสุด ๆ เห็นนายมาตกปลาตั้งหลายวันแล้ว  มาตกปลาแข่งกันปะ?”

“ถ้านายชนะฉันได้ล่ะก็เอาของรางวัลไปเล้ย!”

เมื่อเห็นว่าคนแคระมาท้าแข่งตกปลาฉินหลินจึงบังคับตัวละครให้ตอบตกลง  จากนั้นก็เป็นฉากที่ตัวละครเดินตามคนแคระไปที่แม่น้ำโดยอัตโนมัติ

คราวนี้หน้าจอเกมริมแม่น้ำแตกต่างออกไป  หน้าจอได้มืดไปและปรากฏขึ้นมาเป็นหน้าจอแบบเกมตกปลาขนาดเล็ก

เนื้อหาของการแข่งขันน่าจะเป็นว่าใครจับปลาได้มากกว่ากันในหนึ่งนาที

การตกปลาในเกมเล็ก ๆ นี้แตกต่างจากการตกปลาครั้งก่อนที่เขาเคยตกมา  มันต้องใช้ความเร็วในการบังคับ  โดยเมื่อเห็นปลาว่ายผ่านมาปุ๊บให้โยนเบ็ดไปเกี่ยวขึ้นมาปั๊บ

เกมนี้ถ้าฉินหลินใช้มือเล่นล่ะก็ลำบากอยู่  แต่ถ้าใช้ความคิดควบคุมแบบนี้ล่ะก็ชิล ๆ

ดังนั้นฉินหลินจึงนำโด่งตั้งแต่เริ่มเกมยันจบเกมชนะอย่างหมดจด

หน้าจอเกมกลับสู่ปกติ  คนแคระอาร์นี่ก็กล่าวคำชมเขาอย่างไม่มีอีโก้ “ทักษะการตกปลาของนายสุดยอดไปเลย  ฉันยอมรับความพ่ายแพ้  ในเมื่อนายเป็นผู้ชนะฉันก็จะให้รางวัลตามที่ตกลง  อะนี่พึ่งจับได้จากในป่าเลยนะ!”

คนแคระให้ภาชนะพิเศษแก่ตัวละครในเกม  โดยในนั้นมีปลาสีน้ำตาลสลับขาวสวยงามมาก ๆ ว่ายอยู่ภายในใน

[ได้รับปลาสวยงามพิเศษราคาแพง: ปลาเสือตอเผือกป่า]

จบบทที่ บทที่ 18: ของขวัญจากคนแคระ!

คัดลอกลิงก์แล้ว