เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15: ของป่าแท้ ๆ! ผลลัพธ์อันน่าทึ่ง!

บทที่ 15: ของป่าแท้ ๆ! ผลลัพธ์อันน่าทึ่ง!

บทที่ 15: ของป่าแท้ ๆ! ผลลัพธ์อันน่าทึ่ง!


ฉินหลินจึงใช้เวลาก่อนที่กระเจี๊ยบเขียวกับสตรอว์เบอร์รี่จะสุกในการตกปลาริมน้ำทำให้มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นเรื่อย ๆ

[จับปลาคาร์พดำป่าได้ (เลเวล 1)]

[จับปลาเฉาป่าได้ (เลเวล 1)]

[จับปลาตะเพียนป่าได้ (เลเวล 1)!]

ในตอนแรกฉินหลินสั่งให้ตัวละครไปตกปลาและปลาก็ถูกตกได้มาเรื่อย ๆ

ตกได้เรื่อย ๆ จนในใจก็เพ้อไปว่าตลอดทั้งบ่ายนี้จะต้องได้ปลามาเป็นร้อย ๆ ตัวแน่นอน!

ทว่าไม่ว่าความคิดจะบรรเจิดเลิศล้ำเพียงใดมันก็หนีความจริงไม่พ้น  ความจริงมักจะโหดร้ายทำลายเราอยู่เสมอ  คือเมื่อจับไปจับมาจากที่ตกปุ๊บติดปั๊บกลายเป็นว่าเริ่มช้า  ปลาเริ่มไม่ค่อยตอดเหยื่อ

จนเมื่อเขาจับได้ซักสามสิบกว่าตัวในเกมก็มรการแจ้งเตือนเด้งขึ้น:

[ดูเหมือนจะไม่มีปลาเหลือในแม่น้ำแล้ว  กรุณารอการรีเฟรช!]

“อะ...  ไอ้...  ???” ฉินหลินบ่น

เป็นแค่เกมแท้ ๆ ต้องตบหน้ากันจริงจังเบอร์นี้เลยเหรอ?  แค่จะให้ตกปลาได้เรื่อย ๆ ไม่ที่สิ้นสุดนี่มันจะตายมั้ย?

สิ่งนี้ส่งผลต่ออารมณ์ในการเล่นเกมเป็นอย่างยิ่ง

พอตกปลาต่อไม่ได้แล้วฉินหลินก็ให้ตัวละครเอาเบ็ดกับเหยื่อไปเก็บ  แล้วก็เข้าห้องน้ำอีกรอบและเข้าเกม

เมื่อเข้าไปยังโกดังเก็บของในเกมเขาก็เห็นว่าในสระมีปลาว่ายอยู่เยอะแยะโดยที่มีแผงข้อมูลของสระเด้งขึ้นมาด้วย

เป็นข้อมูลบอกถึงจำนวนปลา

ปลาในสระตอนนี้มีทั้งหมด 35 ตัว  โดยเป็นตะเพียนป่า 15 ตัว  ปลาเฉาป่า 10 ตัว  และปลาคาร์ปดำป่าอีก 10 ตัว

ปลาเฉาป่ากับปลาคาร์ปดำป่านั้นสามารถขายได้จินละ 20 หยวนเนื่องจากเป็นปลาที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง

นอกจากนี้ปลาเฉาป่า 10 ตัวและปลาคาร์ปดำป่า 10 ตัวดังกล่าวนั้นแต่ละตัวหนักกันเป็น 10 จินเลยทีเดียว

ซึ่งไม่ถือว่าแปลกเพราะปลาเฉากับปลาคาร์ปดำนั้นเป็นปลาขนาดใหญ่อยู่แล้ว  ตามท้องตลาดเลยหาได้ทั่วไป

แต่ถ้าเป็นปลาเฉาป่ากับปลาคาร์ปดำป่าที่หนักยี่สิบสามสิบจินล่ะก็อีกเรื่อง  ในยุคสมัยใหม่แบบนี้ปลาที่ใหญ่ขนาดนี้ต่างหาได้ยากยิ่งแล้ว

ฉินหลินมองดูรายละเอียดของปลาทั้งสี่แบบอย่างอึ้ง ๆ

[ปลาตะเพียนป่า: เลเวล 2 (12 จิน)]

[ปลาตะเพียนป่า: เลเวล 2 (11 จิน)]

...

[ปลาคาร์ปดำป่า: เลเวล 2 (25 จิน)]

[คุณสมบัติ: ปลาคาร์พดำป่าบริสุทธิ์  เป็นปลาขนาดใหญ่  ผลิตจากเกมเลยไม่มีสารพิษตกค้าง  เติมพลังชี่ +2, บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร +2, บำรุงตับและสายตา +2, ปรับสมดุลเพิ่มความชุ่มชื้น +2, ต้านมาลาเรีย +2, อร่อย +2, รสสัมผัส +2]

[ปาเฉาป่า: เลเวล 2 (31 จิน)]

[คุณสมบัติ: ปลาเฉาป่าบริสุทธิ์  เป็นปลาขนาดใหญ่  ผลิตจากเกมเลยไม่มีสารพิษตกค้าง  ร่างกายและกระเพาะอาหารอ่อนแอ -2, ตับขาดพลังหยาง -2, ความดันโลหิตสูง -2, ปวดหัวและหูอื้อ -2, อร่อย +2, รสสัมผัส +2]

เขายืนอึ้งกับพวกปลาทั้งหลายนี่อยู่นานมาก

เพราะปลาป่าทั้งสามชนิดที่เป็นเลเวล 2 ดูท่าจะมีสรรพคุณทางยาสูงมาก  แถมยังเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ไม่ธรรมดาอีกด้วย  ปลาตะเพียนป่าหนัก 10 จิน  ปลาคาร์ปดำป่าหนัก 20 จิน  และปลาเฉาป่าหนัก 30 จิน

เจ้าปลาพวกนี้ถ้าเป็นในการแข่งขันล่ะก็  ตกได้ที่เรียกว่าเป็นราชาของการแข่งขันกันเลยทีเดียว  และสรรพคุณของพวกมันยังทำให้ปลาป่าเหล่านี้อยู่เหนือกว่าปลาป่าเดิม ๆ ไปหลายขุม

ถ้าเอาไปขายให้พวกผู้ป่วยกระเสาะกระแสะใกล้ตายล่ะก็ต่อให้ต้องจ่ายเงินขนาดไหนคนเหล่านั้นก็คงยอมอย่างไม่ต่อรอง

มันเป็นของที่ไม่อาจหาซื้อได้ด้วยเงิน  จะว่าไปแค่ของป่าธรรมดา ๆ เองก็หาซื้อยากแล้ว

ฉินหลินมองดูปลาอีก 31 ตัวที่เป็นเลเวล 1

ปลาพวกนี้ดูออกไม่ยากเลยว่ามันไม่เหมือนปลาเลี้ยงทั่ว ๆ ไป  เพราะความแตกต่างของมันนี่เห็นชัด  ทั้งตัวใหญ่กว่า  ปลาป่าจะมีความเพรียว  ส่วนปลาเลี้ยงมันจะอ้วน ๆ สีเองก็ไม่เหมือนเพราะปลาป่าสีจะอ่อนกว่า  ปลาเลี้ยงจะสีเข้มกว่า  ขี้ของปลาป่ากลิ่งจะอ่อนกว่าส่วนขี้ของปลาเลี้ยงจะกลิ่นแรงกว่า

แต่ว่าตอนนี้ปลาป่าของเขายังมีไม่เยอะ  ดังนั้นเขาจึงยังไม่รีบร้อนจัดการ  โดยเฉพาะเจ้าตัวพิเศษทั้งสี่นั่นที่เขาตั้งใจเก็บไว้ให้แม่กินเพื่อบำรุงร่างกาย

ตอนเย็น

หลังจากที่สตรอว์เบอร์รี่และกระเจี๊ยบเขียวสุกแล้วฉินหลินก็ไปที่โกดังเช่าเพื่อโหลดของออกจากเกมแล้วเอาไปส่งที่ RT-Mart อีกรอบ  โดยวันนี้สตรอว์เบอร์รี่มีรายได้รวม 18,505 หยวน  และกระเจี๊ยบเขียว 19,870 หยวน  ยอดคงเหลือในบัญชีอยู่ที่ 356,787 หยวน

หลังจากส่งสินค้าแล้วเขากลับร้านไปรับเจ้าวั่งไฉ  แต่ก่อนหลับฉินหลินได้เข้าโลกในเกมไปช้อนเอาเจ้าตะเพียนป่าที่หนัก 12 จินออกมา

เจ้าตะเพียนใหญ่สุดนี่เขากะเอาไปให้แม่กินวันนี้เลย

เมื่อทั้งคู่หนึ่งคนหนึ่งหมากลับถึงบ้านฉินหลินก็พูดกับหลินเฟินว่า “แม่ครับมาดูนี่สิ  เป็นไง ๆ ให้แม่กินบำรุงร่างกายนะ”

“ปลาตะเพียนตัวใหญ่อะไรขนาดนี้!  ตะเพียนป่าด้วยเหรอเนี่ย?” หลินเฟินตะลึงอย่างอดไม่ไหวเมื่อรับเจ้าตะเพียนป่า 12 จินไปดู  แค่ดูเธอก็รู้แล้วว่าเจ้าตะเพียนป่าตัวโตขนาดนี้ต้องเป็นของที่ราคาโคตรจะแพง  เพราะถ้าเป็นในธรรมชาติไม่ใช่ในบ่อเลี้ยงกว่ามันจะโตขึ้นหนึ่งจินต้องมีสองสามปีได้  เพราะงั้นเจ้าตัวนี้จึงเป็นของที่ต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้

คนบางคนโชคดีตกได้ยังไม่กล้ากินเองเลยด้วยซ้ำแต่ตัดสินใจเอาไปขายเพื่อแลกเงินก้อนโตดีกว่า

จากที่กะน้ำหนักจากมือดูแล้วเจ้าตัวนี้ต้องไม่ต่ำกว่า 2,000 หยวน

ที่ประเมินราคาเท่านี้ก็เพราะเธอไม่รู้ว่าเจ้าตัวนี้มันมีโบนัสคุณสมบิตเจ๋ง ๆ แฝงมาด้วย

เมื่อคิดถึงเรื่องเรื่องราคาเธอก็บ่นใส่ลูกชาย “เสี่ยวหลิน!  ทำไมฟุ่มเฟือยอย่างนี้ล่ะลูก!  แม่ไม่จำเป็นต้องกินของแพงขนาดนี้ก็ได้!”

“แม่ไม่ต้องห่วงไปหรอกคร้าบ  ธุรกิจขายส่งช่วงนี้กำลังรุ่ง  มีเงินพอซื้ออยู่แล้วไม่ลำบากหรอก  เดี๋ยวผมเอาปลาไปทำก่อน  อยากลองตะเพียนป่าตัวใหญ่ ๆ มานานแล้ว” ฉินหลินพูดพลางหยิบเจ้าตะเพียนป่าหนัก 6 กิโลฯจากมือแม่เดินเข้าครัวไป

จริง ๆ ได้ยินเสียงแม่บ่นมันก็ทำเอาหัวใจอบอุ่นอยู่เหมือนกันนะ

ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเวลาพ่อแม่ดุด่าจะรู้สึกรำคาญแท้ ๆ แต่ตอนนี้พ่อได้เสียชีวิตไปแล้ว  ตัวเองตอนนี้ก็ได้แต่คิดถึงเสียงบ่นของแกแต่ก็ไม่มีวันได้ยินอีก  ทว่ายังคงเหลือเสียงบ่นของแม่อยู่เขาจึงทะนุถนอมมันเป็นอย่างยิ่ง

“ฮึ่ม!” หลินเฟินได้แต่เดินตามเข้าครัวไปอย่างกระฟัดกระเฟียด

สำหรับฉินหลินแล้วการทำปลาไม่ใช่เรื่องยาก  เขาจัดการฆ่า  ผ่า  ควักเครื่องใน  เสร็จทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

แต่สองแม่ลูกจะกินปลาขนาดใหญ่แบบนี้ให้หมดในมื้อเดียวก็ไม่ไหวจึงต้องกินแค่ครึ่งตัวแล้วเอาอีกครึ่งใส่ตู้เย็นไว้

บังเอิญที่บ้านมีเต้าหู้อยู่พอดี  และอาหารจานเด็ดของหลินเฟินคือซุปเต้าหู้ปลาตะเพียน  น้ำซุปสีขาวขุ่นที่ทำจากเนื้อปลาตะเพียนของเธอนั้นเด็ดสะระตี่อย่าบอกใคร  ยิ่งเป็นปลาที่อร่อย +2, รสสัมผัส +2 ด้วยแล้วยิ่งน่าคาดหวัง

ซึ่งก็เป็นดั่งที่คาดหวังไว้จนไม่มีความผิดหวังเจอปน  ยามซุปเดือดแล้วเขาลองจิบดูเบา ๆ แล้วดวงตาก็สว่างวาบ!

ทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสมันอร่อยเกินไปจริง ๆ แม้แต่เชฟจากโรงแรม 5 ดาวระดับนานาชาติที่ลงมือปรุงอย่างพิถีพิถันก็ยังเทียบไม่ได้  แม้เขาจะไม่เคยกินรสมือของเชฟเหล่านั้นมาก่อนก็เถอะ

“โห!  ปลานี่อร่อยมากเลย!” หลินเฟินเองก็อึ้งกับความอร่อยของมันเหมือนกัน  เธอที่อยู่มานานย่อมโดนปลาตะเพียนมาแล้วไม่รู้กี่ตัว  แต่ตัวที่อร่อยขนาดนี้ทั้งชีวิตก็ไม่เคยโดนมาก่อนเหมือนกัน

‘เอ๊ะหรือว่าฝีมือทำอาหารเราจะดีขึ้น?’ อร่อยจนเพ้อไปเอง

หลังจากกินซุปไปชามหนึ่งแล้วเธอก็รู้สึกว่าเหมือนมีกระแสน้ำอุ่นไหลผ่านหลอดเลือดและเส้นประสาทของตนแบบยังไงก็ไม่รู้อธิบายไม่ถูก  รู้แต่ว่าฟินมาก ๆ เท่านั้น

ไม่รู้ว่าคิดไปเองมั้ย?  แต่ตอนนี้เธอรู้สึกสบายทั้งกายทั้งใจ  มันผ่อนคลายไปหมด

ฉินหลินเองก็เป็นเหมือนกัน  ความรู้สึกที่สัมผัสได้มันชัดเจนแจ่มแจ้ง  นี่ถ้าเกิดเขาไม่รู้มาก่อนว่าปลาตะเพียนป่าตัวนี้มีสรรพคุณช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิต +2 ล่ะก็เขาคงนึกว่าตัวเองกลายเป็นจอมยุทธ์ที่มีกำลังภายในเหมือนในหนังไปแล้ว

ไอ้เรื่องผลก็เรื่องหนึ่ง  แต่ความเร็วในการแสดงผลนี่สิ  ออกฤทธิ์เร็วพอ ๆ กับกระเจี๊ยบเขียวเลเวล 2 เลย  โคตรจะน่าทึ่ง!

ฉินหลินรู้สึกพึงพอใจกับซุปเต้าหู้ปลาตะเพียนมื้อนี้มาก ๆ จนต้องขออีกชามอย่างด่วน

หลินเฟินได้คีบชิ้นปลาแบ่งให้เจ้าวั่งไฉ  มันไม่กินแค่เนื้อแม้แต่ก้างมันก็กะไม่ให้เหลือ

“จะว่าไปเสี่ยวหลิน  แม่มรเรื่องจะบอกลูกนะ”

ทันใดนั้นหลินเฟินก็พูดกับฉินหลินว่า “ลูกก็รู้นะว่าฉินเหรินกำลังหมั้นหมาย  พ่อของลูกไปยืมเงินจากครอบครัวนั้นมาห้าหมื่นเพื่อเป็นค่ารักษา  แล้วตอนนี้ครอบครัวนั้นก็กำลังหาหยิบยืมคนอื่นเพื่อไปขอหมั้นด้วย”

“พวกเขารู้ความลำบากของเราดีเลยไม่ได้ทวงหนี้  แม้เราจะไม่มีเงินไปคืนแต่จะแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้นะลูก”

“คืนนี้ลูกไปถามที่บ้านเขานะว่ามีอะไรให้ช่วยบ้างมั้ย”

ฉินหลินพยักหน้า “โอเคครับเดี๋ยวผมไปดูให้”

ฉินเหรินเป็นเพื่อนสมัยเด็กของฉินหลินด้วย  แต่ก่อนเขาเคยอาศัยอยู่ที่บ้านเก่าในชนบทและเรียนการถ่ายภาพตอนอยู่มหาลัย  และตอนนี้เขาได้เปิดสตูดิโอโฆษณาในตัวเมืองของอำเภอโหยวเฉิงร่วมกับเพื่อน ๆ เขารับงานทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นงานโฆษณาหรืองานวิวาห์ล้วนเอาหมด

ยามพ่อของฉินหลินป่วยครอบครัวฟางยอมให้ยืมเงินห้าหมื่นดังกล่าวนั้นโดยไม่ลังเล  นี่เป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ต่อครอบครัวเขาแบบเหลือประมานจริง ๆ สิ่งสำคัญไม่ใช่ที่จำนวนเงิน  แต่เป็นน้ำใจที่ให้กันได้โดยไม่ลังเลเลยนี่แหล่ะ

และตอนนี้เขากำลังจะหมั้น  และฉินหลินเองก็มีเงินพอที่จะเอาไปคืนแล้ว  ซึ่งคืนนี้ก็เป็นเวลาอันสมควรในการเอาเงินห้าหมื่นไปคือพอดี

ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ใจดีต่อครอบครัวของฉินหลินแบบนี้  และหากว่าฉินหลินสามารถคืนเงินได้ล่ะก็เขาจะเอาไปคืนคนเหล่านั้นโดยเร็วที่สุดด้วยเช่นเดียวกัน

ยืมมาคือรับน้ำใจ  ส่วนคืนไปไม่ใช่ความแค้น

ดังนั้นฉินหลินจึงคิดว่าจะหาเวลาว่าง ๆ เอาเงินไปคืนเจ้าหนี้รายอื่น ๆ ด้วย

จบบทที่ บทที่ 15: ของป่าแท้ ๆ! ผลลัพธ์อันน่าทึ่ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว