- หน้าแรก
- พอตัดขาดครอบครัว ก็ปลุกพรสวรรค์ SSS อัตราดรอป 100%
- บทที่ 94 หลิงจ่ง: ทารุณโลหิต แกอยู่ที่ไหน?
บทที่ 94 หลิงจ่ง: ทารุณโลหิต แกอยู่ที่ไหน?
บทที่ 94 หลิงจ่ง: ทารุณโลหิต แกอยู่ที่ไหน?
“สืบสวนคนทรยศ?”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเหตุการณ์โจมตีการคัดเลือก?”
ทุกคนมีสีหน้าสงสัย เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของการโจมตีครั้งนั้นมาก่อน
เฉิงซิงไม่พูดพร่ำทำเพลง ก็เล่าข้อสันนิษฐานของพวกเขาในตอนนั้นให้ทุกคนฟัง
“พอเธอพูดแบบนี้ การโจมตีครั้งนั้นก็ดูบังเอิญเกินไปจริงๆ”
หลังจากฟังจบแล้ว หยางเจียนและคนอื่นๆ ก็มีสีหน้าครุ่นคิด
“แล้วคดีแบบนี้ไม่ควรจะให้ผู้เชี่ยวชาญของสำนักจัดการผู้ปลุกพลังไปสืบสวนเหรอ? ทำไมต้องให้พวกเราไปด้วย?”
พวกเขาที่เป็นมือใหม่จัดตั้งทีมใหม่ก็ช่างเถอะ พอมาถึงก็มอบภารกิจสำคัญแบบนี้ให้พวกเขาเลยเหรอ?
“อาจจะอยากจะฝึกฝนพวกเราหน่อยล่ะมั้ง จากที่ฉันรู้มา ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่ทีมของพวกเราที่ทำ”
ซูเยียนหรานคิดอยู่ครู่หนึ่ง กล่าว
เพราะผลกระทบที่เลวร้ายของเหตุการณ์ในครั้งนี้ ผู้บริหารระดับสูงของสำนักจัดการผู้ปลุกพลังจึงตั้งภารกิจสืบสวนนี้เป็นภารกิจล่ารางวัลโดยตรง คนในสำนักจัดการผู้ปลุกพลังหลายคนก็รับไปแล้ว
จากที่ซูเยียนหรานรู้มา ก็มีทีมสืบสวนทีมหนึ่งของซูฮ่าวหราน
แต่ต่อให้จะเข้มงวดขนาดนี้ ความคืบหน้าของเหตุการณ์โจมตีการคัดเลือกจนถึงตอนนี้ ก็ยังคงหยุดอยู่ที่การทลายฐานที่ซ่อนของนิกายสังหารในเขตภัยพิบัติไปสองสามแห่ง
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมถึงได้มอบภารกิจนี้ให้พวกเขาด้วย
มีความเป็นไปได้สูงว่าคิดว่าพวกเขาล้วนเป็นผู้ประสบเหตุการณ์โจมตีโดยตรง อาจจะมีการค้นพบที่แตกต่างออกไป ถือโอกาสฝึกฝนพวกเขาไปด้วยเลย
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉิงซิงก็หรี่ตาลงเล็กน้อย เขานึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมา
“แล้วจะให้พวกเราลงมืออย่างไรล่ะ? แล้วถ้าภารกิจล้มเหลวจะไม่ไล่พวกเราออกใช่ไหม?”
หลินเยี่ยนกล่าวด้วยใบหน้าที่เป็นกังวล ตอนนี้พวกเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย หากไม่ใช่เพราะเฉิงซิงเตือนพวกเขา พวกเขาอาจจะยังคงคิดว่าการโจมตีครั้งนั้นเป็นเรื่องบังเอิญอยู่
“คิดอะไรอยู่? ภารกิจครั้งนี้เป็นภารกิจล่ารางวัล ภารกิจล้มเหลวจะไม่มีบทลงโทษอะไร แต่ถ้าทำสำเร็จได้ รางวัลก็มากมาย”
ซูเยียนหรานยิ้ม อธิบาย
อย่าว่าแต่พวกเขาเลย แม้แต่เธอเองก็ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้เลย
การเริ่มต้นและสิ้นสุดของการโจมตีของนิกายสังหารในครั้งนี้ล้วนเด็ดขาดอย่างยิ่ง
บวกกับสมาชิกนิกายสังหารล้วนสวมหน้ากากทำภารกิจ สมาชิกด้วยกันยังไม่รู้จักกันเลย นี่จึงทำให้สืบไปๆ มาๆ เบาะแสก็ขาดไป
ถึงแม้จะมีท่านเจ้าหน้าที่ชั่วคราวลงมือ ฆ่าสังฆราชไพ่ทงหกไปแล้ว แต่หลิงจ่งก็ยังคงไม่รู้ที่อยู่
“งั้นก็ดีแล้ว”
“เอ๊ะ ใช่แล้ว รางวัลที่มากมายคืออะไรเหรอ?”
ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นก็จับคำสำคัญในคำพูดของซูเยียนหราน ถามอย่างตื่นเต้น
“ฉันถามมาแล้ว รางวัลคือคนในทีมทั้งหมดสามารถเข้าไปฝึกฝนในแดนลับของสำนักจัดการผู้ปลุกพลังได้หนึ่งสัปดาห์”
“ฝึกฝนในแดนลับ? แค่หนึ่งสัปดาห์เองเหรอ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็พลันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย กล่าวอย่างไม่ค่อยสนใจ
แค่แดนลับเองไม่ใช่เหรอ ถึงแม้จะหายาก แต่ตอนนี้พวกเขาก็อยู่ในแดนลับอยู่แล้ว
อีกอย่างแค่หนึ่งสัปดาห์ จะมีประโยชน์อะไร?
เรื่องนี้เฉิงซิงก็เช่นกัน ท้ายที่สุดแล้วเขาก็มีแดนลับเป็นของตัวเอง
“แต่ว่า ถ้าบอกพวกเธอว่า แดนลับนี้สามารถเพิ่มระดับทักษะได้ล่ะ?”
เมื่อเห็นเช่นนี้ ซูเยียนหรานก็ยิ้มเล็กน้อย กล่าว
“อะไรนะ?! แดนลับที่สามารถเพิ่มระดับทักษะได้?”
เมื่อได้ยินดังนั้น นอกจากฉู่เหยียนเหยียนแล้ว คนอื่นๆ ก็ตกใจไปตามๆ กัน เฉิงซิงก็ส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นมา
ตอนที่เขาพิชิตแดนลับ เพลงดาบสี่ทิศระดับ B ก็อัปเกรดแล้ว จากนั้นเขาก็รู้ดีว่าการพัฒนาหลังจากที่ทักษะอัปเกรดแล้วนั้นมีมากขนาดไหน
“ไม่ถูกนะ ฉันจำได้ว่าแดนลับที่เพิ่มระดับทักษะได้ไม่ใช่ของตระกูลซูของเธอหรอกเหรอ?”
แต่ในไม่ช้าหยางเจียนและพวกพ้องก็นึกอะไรขึ้นมาได้ กล่าวอย่างสงสัย
“ที่ฉันพูดก็คือแดนลับแห่งนั้นแหละ จริงๆ แล้วมันเป็นแดนลับที่สำนักจัดการผู้ปลุกพลังพิชิตลงมา”
“แต่เพราะว่าสำนักจัดการผู้ปลุกพลังเป็นหน่วยงานลับ ส่วนฐานทัพก็ต้องการข่าวการพิชิตแดนลับเพื่อปลุกขวัญกำลังใจ”
“ดังนั้นถึงได้แขวนไว้ในชื่อของบ้านเราเท่านั้น เจ้าของที่แท้จริงคือสำนักจัดการผู้ปลุกพลัง”
ซูเยียนหรานอธิบายอย่างละเอียด
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็พลันเกิดความสนใจขึ้นมา ต้องรู้ว่าการพัฒนาของทักษะยากมาก
จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถวิจัยหาวิธีการพัฒนาที่เฉพาะเจาะจงได้เลย
ตอนนี้มีแดนลับที่สามารถเพิ่มระดับทักษะได้ พวกเขาพูดอะไรก็ต้องลองดูให้ได้
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น พวกเขาก็ได้แต่มองหน้ากันไปมา ไม่มีเบาะแสอะไรเลย
“เอาล่ะ พวกเธอกลับไปก่อนเถอะ ให้ฉันลองคิดหาวิธีดู”
เมื่อเห็นท่าทีที่ขบคิดจนปวดหัวของพวกเขา เฉิงซิงก็ยิ้ม แล้วโบกมือกล่าว
เมื่อได้ยินเขาพูดแบบนี้ คนอื่นๆ ก็เกิดอารมณ์ขึ้นมา ทันใดนั้นก็ทุบโต๊ะลุกขึ้นยืน บอกว่าอย่างไรก็ต้องทำให้เฉิงซิงต้องมองใหม่ให้ได้
จากนั้นครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็ทิ้งท้ายไว้คำหนึ่งว่าลาจาก ต่างคนต่างกลับบ้านใครบ้านมัน วิ่งเร็วกว่าใคร
เมื่อเห็นเช่นนี้ เฉิงซิงก็ส่ายหัวหัวเราะอย่างขมขื่น หันไปมองซูเยียนหรานสองคน
“เอาออกมาสิ”
ซูเยียนหรานมีสีหน้ามั่นใจ ยื่นมือออกมาเขย่า
“เอาอะไร?” เฉิงซิงลูบจมูก กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“ใช่แล้ว เอาอะไรออกมาเหรอ?”
ในดวงตาดอกท้อคู่หนึ่งของฉู่เหยียนเหยียนเต็มไปด้วยความสงสัย
“นายจงใจไล่พวกเขาไป ไม่ใช่ว่านายมีเบาะแสของภารกิจนี้อยู่หรอกเหรอ?”
ซูเยียนหรานยิ้มอย่างได้ใจ กล่าว
“เมี้ยว? เฉิงซิงมีเบาะแสภารกิจ? ทำไมฉันไม่รู้ล่ะ?”
ฉู่เหยียนเหยียนเอียงศีรษะ นึกย้อนไปอย่างละเอียด
“เอาล่ะ เธออย่ามาขัดจังหวะ”
แต่เมื่อเธอยังอยากจะพูดอะไรต่อ ก็ถูกซูเยียนหรานเขกมะเหงกไปหนึ่งที กอดหัวอย่างไร้เดียงสา มองเฉิงซิงอย่างน่าสงสาร
“ช่างหลอกสายตาเธอไม่ได้เลยจริงๆ”
เฉิงซิงถอนหายใจเบาๆ ยกมือขึ้นลูบหัวเล็กๆ ของฉู่เหยียนเหยียน กล่าวอย่างจนใจ
จากนั้น เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
“โทรศัพท์มือถือ? นี่คือเบาะแสของนายเหรอ?”
ฉู่เหยียนเหยียนมองดูโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้แตกต่างจากข้างนอกเลย อดไม่ได้ที่จะถาม
ส่วนซูเยียนหรานไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่มองดูเฉิงซิง ราวกับกำลังรอคำตอบของเขา
“นี่คือโทรศัพท์มือถือที่ฉันยึดมาได้จากมือของสาวกนิกายสังหารที่ชื่อว่าทารุณโลหิต”
“ตอนนั้นหลังจากที่พวกเขาตัดสัญญาณแล้ว ก็อาศัยห้องแชทบนโทรศัพท์มือถือติดต่อกัน”
“ตอนหลังฉันก็อาศัยข้อมูลข้างใน ถึงได้รู้ตำแหน่งของสาวกยิกายสังหารได้อย่างรวดเร็ว”
เฉิงซิงพูดไปพลางก็เปิดห้องแชทไปพลาง เข้าไปในกลุ่มแชทที่อยู่บนสุด
ในกลุ่มแชทก็หยุดอยู่ที่คำพูดสุดท้ายของหลิงจ่ง
เมื่อเห็นเช่นนี้ ซูเยียนหรานก็ประหลาดใจไปพักหนึ่ง ทันใดนั้นก็รีบเลื่อนดูบันทึกการสนทนาในกลุ่มแชทขึ้นๆ ลงๆ
ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมเฉิงซิงถึงสามารถฆ่าผู้เสื่อมทรามได้มากมายขนาดนั้นในการโจมตีครั้งนั้น
แต่เฉิงซิงไม่ได้เล่าเรื่องทั้งหมดออกมา เช่น พรสวรรค์ที่ดรอปออกมาจากการฆ่าผู้เสื่อมทราม
เมื่อซูเยียนหรานเลื่อนดู ในไม่ช้าพวกเขาก็เห็นบันทึกแรก
【นิรนาม: เขตภัยพิบัติรอบนอกเมือง Q, 1A2C】
เมื่อมองดูบันทึกแรก เฉิงซิงสามคนก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว พวกเขานึกว่าจะสามารถสืบสาวราวเรื่องไปจนถึงนามแฝงของอีกฝ่ายในนิกายสังหารได้เสียอีก
ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะระมัดระวังขนาดนี้
ซูเยียนหรานไม่เชื่อเรื่องโชคลางคลิกไปที่รูปโปรไฟล์ของคนผู้นั้น แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เห็นได้ชัดว่าการพูดแบบนิรนามไม่สามารถส่งข้อความส่วนตัวได้
ส่งข้อความส่วนตัวหาคนอื่น ถามตัวตนของคนทรยศ?
เฉิงซิงส่ายหัว แบบนี้มีแต่จะทำให้ไก่ตื่น
ไม่ต้องพูดถึงว่าจะมีใครรู้ตัวตนของเขาหรือไม่ การสอบถามอย่างบุ่มบ่ามแบบนี้ ง่ายที่จะเปิดเผยว่ามีคนนอกได้โทรศัพท์มือถือภายในไป
“ดูเหมือนว่าเบาะแสนี้จะใช้ไม่ได้ผล”
เฉิงซิงเกาหัว กล่าวอย่างจนใจ
หากไม่ใช่เพราะภารกิจนี้ เขาก็เกือบจะลืมโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ไปแล้ว
“ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น...”
ขณะที่ซูเยียนหรานก็กำลังจะล้มเลิกความคิดไปแล้ว พร้อมกับเสียงแจ้งเตือน ในห้องแชทก็พลันปรากฏแชทใหม่ขึ้นมา ทั้งสามคนอดไม่ได้ที่จะตะลึงไป ก้มหน้าลงมองโทรศัพท์มือถือพร้อมกัน
【หลิงจ่ง: ทารุณโลหิต แกอยู่ที่ไหน?】
...