- หน้าแรก
- พอตัดขาดครอบครัว ก็ปลุกพรสวรรค์ SSS อัตราดรอป 100%
- บทที่ 90 ข้าสารภาพ ข้าสารภาพทั้งหมด
บทที่ 90 ข้าสารภาพ ข้าสารภาพทั้งหมด
บทที่ 90 ข้าสารภาพ ข้าสารภาพทั้งหมด
เมื่อฟังเสียงที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงโดยรอบ คนของสมาคมการค้าฉีหลินที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาทันที
คนที่ส่งเสียงออกมามีมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาก็ไม่สนใจภารกิจอีกต่อไป แอบจากไปอย่างเงียบๆ
พร้อมกับการหายไปของเกราะป้องกัน ก็มีคนสองสามคนรีบพุ่งขึ้นไปบนเวที ปกป้องหวังปิงที่สลบอยู่ข้างหลัง ขณะเดียวกันก็จ้องเขม็งไปที่เฉิงซิงตรงหน้า
กลัวว่าเขาจะจู่ๆ ก็บุกเข้ามา โจมตีใส่พวกเขา
เมื่อเห็นเช่นนี้ เฉิงซิงก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่ได้ลงมือ หันหลังโดยตรง กระโดดลงจากลานประลองพร้อมกับซูเยียนหราน
“นี่เพิ่งจะไม่ได้เจอกันกี่วันเองนะ นายก็ 25 แล้ว!”
หยางเจียนรีบร้อนพุ่งไปถึงหน้าเฉิงซิง ถามอย่างสงสัย
ความเร็วในการอัปเลเวลของเฉิงซิงนี่มันเร็วเกินไปแล้วไม่ใช่เหรอ ก่อนหน้านี้เขาเลื่อนถึงเลเวล 23 ก็เพราะฆ่าผู้เสื่อมทรามไปเป็นจำนวนมาก
“รับภารกิจของสถาบัน ออกไปเดินเล่นในเขตภัยพิบัติมา”
เฉิงซิงเกาหัว กวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่ได้พูดอย่างละเอียด
“พวกเรากลับไปก่อนเถอะ กลับไปค่อยว่ากัน”
ตั้งแต่ตอนที่หยางเจียนเอ่ยปากแล้ว ฝูงชนที่มุงดูอยู่รอบๆ ก็เงี่ยหูฟัง
พวกเขาก็สงสัยเช่นกันว่า เฉิงซิงอัปเลเวลอย่างไรกัน ถึงได้เร็วขนาดนี้
แต่เมื่อได้ยินคำพูดต่อไปของเฉิงซิง บนใบหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยสีหน้าผิดหวัง จากนั้นก็ส่งสายตาอิจฉาไปยังหยางเจียนและพวกพ้อง
นี่คือข้อดีของการเกาะขาเทพให้แน่นใช่ไหม?
เมื่อกลุ่มของเฉิงซิงจากไป คนที่ล้อมรอบลานประลองอยู่ อดไม่ได้ที่จะเปิดทางให้
หากเป็นก่อนหน้านี้ตอนที่เฉิงซิงขึ้นกระดานอันดับเลเวล พวกเขาก็ยังสามารถพูดได้ว่า ระดับน่ะเหรอ ก้มหน้าก้มตาฝึกฝนก็ได้แล้ว
ตอนที่ขึ้นกระดานคะแนนเสมือนจริง พวกเขาก็สามารถพูดได้ว่า ก็แค่อสูรภัยพิบัติเสมือนจริง ไม่ได้ตายเสียหน่อย กระบวนการต่อสู้ยกเว้นเจ้าตัวเองใครก็มองไม่เห็น ใครจะไปรู้ว่าแกไม่ได้ใช้บั๊กปั๊มมา
แต่วันนี้การประลอง PK ของเฉิงซิงกับหวังปิง กลับถูกพวกเขาเห็นกับตาตัวเองทั้งหมด
ไม่เพียงแต่ระดับของเฉิงซิงจะเพิ่มขึ้นถึงเท่ากัน ทักษะยุทธ์ยิ่งทะลวงไปถึงขั้นเข้าถึงแก่นแท้ เอาชนะหวังปิงอันดับ 49 ได้อย่างราบคาบ
นี่คือผลงานที่จับต้องได้ ใครยังกล้าถือว่าเฉิงซิงเป็นนักศึกษาใหม่ธรรมดา งั้นแกก็คืออันนี้ (ยกนิ้วโป้ง)
ภายใต้สายตาของทุกคน กลุ่มของเฉิงซิงก็ขึ้นรถโดยตรง ออกจากลานประลอง
ถ้าจะถามว่าทำไมรถคันเดียวถึงอัดคนได้เยอะขนาดนี้?
หยางเจียนที่นั่งอยู่ท้ายกระบะจะบอกคำตอบให้คุณเอง
“เฉิงซิง นายเชี่ยวชาญทักษะยุทธ์ได้อย่างไร?”
ยังไม่ทันกลับถึงตึกแดนลับ หยางเจียนก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม
ในขณะเดียวกัน ทุกคนก็ส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นมาที่เขา
คนที่รู้ทักษะยุทธ์ ล้วนรู้ดีว่าของสิ่งนี้เชี่ยวชาญยากขนาดไหน
“อืมมม อาจจะเกี่ยวข้องกับเครื่องจำลองสถานการณ์”
เฉิงซิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยังคงไขข้อสงสัยให้พวกเขา
“เครื่องจำลองสถานการณ์?”
ทุกคนมีสีหน้าสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหยางเจียน นี่มันเกี่ยวอะไรกับเครื่องจำลองสถานการณ์ ก่อนหน้านี้เขาก็ตามกระแสไปเล่นเครื่องจำลองสถานการณ์มาเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้สึกว่ามันช่วยให้เชี่ยวชาญทักษะยุทธ์เลยนะ?
เมื่อเห็นเช่นนี้ เฉิงซิงก็ขับรถไปพลาง ก็เล่าข้อสันนิษฐานของตัวเองออกมา
“อะไรนะ?! นายใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ก็ปั๊มคะแนนของอสูรภัยพิบัติตัวหนึ่งจนถึง SSS แล้ว?!”
เมื่อได้ยินเฉิงซิงเล่าว่าตัวเองปั๊มคะแนนของตั๊กแตนกิ่งไม้กระหายเลือดจนถึง SSS หยางเจียนก็ตะลึงจนอ้าปากค้าง
“แกจะตกใจอะไรขนาดนั้น?”
หลิ่วซินซินและคนอื่นๆ กลอกตามองบนอย่างไม่สบอารมณ์ ดูถูกปฏิกิริยาของหยางเจียน
“พวกแกจะไปรู้อะไร แกรรู้ไหมว่าคะแนนมันปั๊มยากขนาดไหน? ตอนนั้นคะแนนสูงสุดของข้าแค่ B- เองนะ”
หยางเจียนมีสีหน้าไร้เดียงสา อธิบาย
ที่แตกต่างจากพวกเธอ หยางเจียนนอกจากเฉิงซิงแล้ว ก็เป็นคนที่สัมผัสเครื่องจำลองสถานการณ์บ่อยที่สุด เขารู้ซึ้งถึงความยากของคะแนน SSS เป็นอย่างดี
“นายทำได้อย่างไร?”
หยางเจียนอดทนไม่ไหว ถามต่อไป
เฉิงซิงก็ไม่เก็บงำ เล่าประสบการณ์ที่ตัวเองคลำหาทางมาได้ให้ทุกคนฟัง
“ซี๊ด~ นายจะบอกว่า อยากจะทำคะแนน SSS ได้ แม้แต่ทักษะก็ใช้ไม่ได้ แถมยังต้องโจมตีจุดอ่อนของอสูรภัยพิบัติอย่างแม่นยำทุกครั้ง?”
พูดจบ หยางเจียนก็มองมาที่เฉิงซิงด้วยสายตาเหมือนมองสัตว์ประหลาด
แต่หลังจากได้ฟังคำอธิบายของเฉิงซิงแล้ว พวกเธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเฉิงซิงถึงได้เชี่ยวชาญการเข้าถึงแก่นแท้ได้เร็วขนาดนี้ ช่างเป็นพรสวรรค์บวกกับหยาดเหงื่อมหาศาลจริงๆ?
ขณะเดียวกัน เฉิงซิงก็เล่าเรื่องที่ตัวเองหลังจากใช้เครื่องจำลองสถานการณ์อย่างบ้าคลั่งแล้ว ขอบเขตการรับรู้วิกฤตก็ขยายใหญ่ขึ้นให้ทุกคนฟัง
“จอดรถ!”
ฟังจบ หยางเจียนก็ตะโกนลั่น
จากนั้นภายใต้สีหน้าที่ประหลาดของทุกคน หยางเจียนก็ปีนลงมาจากท้ายกระบะ เหมือนกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว ก็วิ่งไปยังทิศทางของโถงเสมือนจริงโดยไม่หันกลับมามอง
“เอ๊ะ? ข้ายังไม่ได้บอกว่าอาจารย์ของทุกคณะตอนนี้ก็อยู่ที่โถงเสมือนจริงไม่ใช่เหรอ?”
เฉิงซิงมองดูเงาหลังที่หายไปแล้วของหยางเจียน กล่าว
หญิงสาวทุกคนส่ายหัว
“งั้นก็ช่างเถอะ เดี๋ยวเขาก็กลับมาเอง”
...
หลังจากที่เฉิงซิงและพวกพ้องกลับมาถึงหอพักแล้ว หนิงเซี่ยและหลินเยี่ยนก็กลับไปก่อน พวกเธอต้องไปหารือย่อยสิ่งที่เฉิงซิงพูดเมื่อครู่กับอาจารย์ของตัวเองให้ดี
หลิ่วซินซินมองดูเฉิงซิงที่กำลังพูดคุยอย่างสนุกสนานกับฉู่เหยียนเหยียนและพวกเธอข้างหน้า เม้มปากเล็กน้อย ในใจก็รู้สึกเปรี้ยวๆ อย่างบอกไม่ถูก
สุดท้ายก็กล่าวลาทั้งสามคน กลับไปที่หอพักของตัวเอง
เมื่อมองดูเงาหลังที่จากไปของเธอ เฉิงซิงก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง
แต่ในไม่ช้าก็ถูกซูเยียนหรานและพวกเธอลากเข้าหอพัก
“สารภาพมาตามตรง ช่วงนี้หนีไปไหนมา?”
“ใช่หรือไม่ว่าแอบไปพบผู้หญิงคนไหนสองต่อสองมา!”
พอประตูหอพักปิดลง ฉู่เหยียนเหยียนสองสาวก็เปลี่ยนไปเป็นอีกคน คนหนึ่งกอดอกแสร้งทำเป็นถามอย่างโหดเหี้ยม อีกคนหนึ่งก็เบิกตากว้าง ในดวงตามีแสงสว่างจางๆ เคลื่อนไหว เห็นได้ชัดว่าเปิดใช้งานพรสวรรค์บางอย่าง กลายเป็นเครื่องจับเท็จมนุษย์ที่ไร้ความรู้สึก
เฉิงซิงรีบยกมือยอมแพ้
“ข้าสารภาพ ข้าสารภาพทั้งหมด”
...
ในขณะเดียวกัน ที่เขตภัยพิบัติแห่งหนึ่ง
ร่างหนึ่งเคลื่อนที่ไปในซากปรักหักพัง ในไม่ช้าก็เล็งเป้าหมายไปที่อสูรภัยพิบัติระดับ C ตัวหนึ่ง แล้วก็พุ่งเข้าไปโดยตรง
อสูรภัยพิบัติระดับ C เมื่อเห็นคนผู้นี้ ก็พลันมีท่าทีเหมือนเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ จากนั้นก็เปิดฉากโจมตี
ทว่าการโจมตีของมัน ทั้งหมดก็ถูกคนในสายตาหลบได้อย่างง่ายดายด้วยการเคลื่อนไหวที่เล็กน้อยที่สุด จากนั้นการโจมตีของเขาก็แม่นยำเข้าที่จุดอ่อนของอสูรภัยพิบัติ
สิบกว่านาทีต่อมา อสูรภัยพิบัติระดับ C ก็ส่งเสียงร้องโหยหวนครั้งสุดท้าย ล้มลงกับพื้นอย่างหมดแรง
หลังจากจัดการอสูรภัยพิบัติระดับ C ตัวหนึ่งได้อย่างง่ายดายแล้ว ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อเม็ดเล็กๆ บนหัว แต่ในไม่ช้าก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง คิ้วก็ขมวดเข้าหากัน
“ออกมา”
พร้อมกับสิ้นเสียงพูดของเขา ร่างในชุดดำร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากเงาของซากปรักหักพังข้างหน้า
“ข้าไม่ได้พูดไปแล้วเหรอ ว่าอย่าเอาเรื่องไร้สาระของที่บ้านมาทำให้ข้ารำคาญ?”
“หวังเชี่ยนตายในการคัดเลือก นั่นก็นางฝีมือไม่ถึงเอง เป็นขยะตัวหนึ่ง ตายก็ตายไปแล้ว”
“มีเรื่องก็ไปหาไอ้ขยะหวังปิงนั่นไป”
หลังจากชายหนุ่มเห็นคนที่มาแล้ว บนใบหน้าก็เห็นได้ชัดว่าปรากฏสีหน้ารำคาญขึ้นมา โบกมือกล่าวอย่างเย็นชา
“คุณชายหวังเหวิน คุณชายหวังปิงล้มเหลวแล้วครับ”
คนในชุดดำทำความเคารพหวังเหวิน กล่าว
“โอ้? หวังปิงล้มเหลว? เขาคงไม่ได้ไปใช้วิธีการชั้นต่ำอย่างปล่อยข่าวลืออีกแล้วสินะ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น หวังเหวินก็เลิกคิ้วขึ้น กล่าวอย่างไม่พอใจ
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่เคยทำมาของตระกูลเลย
“เอ่อ ใช้ครับ แต่ว่า คุณชายหวังปิงพ่ายแพ้ในการประลอง PK ครับ”
“หืม? หวังปิงพ่ายแพ้แล้ว? ข้าจำได้ว่าเขาไม่ใช่เลเวล 25 ทักษะยุทธ์ก็ถึงขั้นก้าวสู่ห้องโถงระดับสมบูรณ์แล้วเหรอ? แบบนี้ยังรับมือกับนักศึกษาใหม่คนหนึ่งไม่ได้?”
หวังเหวินพลันเกิดความสนใจขึ้นมา
“ตามข่าวล่าสุด เฉิงซิงได้เลื่อนถึงเลเวล 25 แล้ว และเชี่ยวชาญการก้าวสู่ห้องโถงแล้ว”
“น่าสนใจ นักศึกษาใหม่ไม่เพียงแต่จะ 25 แต่ยังเชี่ยวชาญทักษะยุทธ์อีกด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้น ในแววตาของหวังเหวินก็ลุกโชนไปด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้
“บอกคนที่บ้าน เรื่องนี้ข้ารับแล้ว คนอื่นอย่ามายุ่ง”
...
*****ในส่วนนี้ ตามต้นฉบับ แปลถูกแล้วนะครับ
: "ตามข่าวล่าสุด เฉิงซิงได้เลื่อนถึงเลเวล 25 แล้ว และเชี่ยวชาญการก้าวสู่ห้องโถงแล้ว"
ที่จริงเฉิงซิงถึงระดับการเข้าถึงแก่นแท้แล้ว แต่อาจเพราะว่าข้อมูลที่ฝั่งตระกูลหวังได้รับนั้นยังไม่สมบูรณ์
*****