- หน้าแรก
- สร้างเกมในญี่ปุ่นอีกโลกนึง
- EP.44 การมาเยือนกะทันหันของเท็ตสึโอะ
EP.44 การมาเยือนกะทันหันของเท็ตสึโอะ
EP.44 การมาเยือนกะทันหันของเท็ตสึโอะ
EP.44 การมาเยือนกะทันหันของเท็ตสึโอะ
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านหน้าต่างห้องทำงาน ขณะที่ซาโบรุเอนหลังพิงเก้าอี้ครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่เขาทำงานหนักอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งการออกแบบ การเขียนโค้ด การปรับแต่ง และการทดสอบเกม นับตั้งแต่ที่ตกลงกับไซโกะ แมชชีน เขาก็ทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง สร้างเกมให้อาเคจิอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ความพยายามของเขาประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เขาทำรายได้ 1.5 ล้านเยนจากการขายเกม 5 เกมในราคาเกมละ 300,000 เยน ด้วยเงินทุนสำรองนี้ บริษัทของเขาจึงมั่นคงในอนาคตอันใกล้ อย่างน้อยก็จนกว่า ZEPS จะเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ
ถึงอย่างนั้น ความคิดที่ค้างคาใจก็ยังคงวนเวียนอยู่ 'ฉันควรพักสักหน่อยไหมนะ'
เขาไม่ได้ออกไปข้างนอกมาหลายสัปดาห์แล้ว ความคิดที่จะออกไปเดินเล่น เพลิดเพลินกับมื้ออาหารที่ไม่ใช่อาหารแช่แข็งที่แม่ทำให้ หรือแม้แต่พักผ่อนสักหน่อย รู้สึกเหมือนเป็นแนวคิดที่แปลกแยก ทว่าอีกส่วนหนึ่งในตัวเขากลับอยากทำงานต่อ บางทีเขาอาจจะสร้างเกมที่ง่ายกว่านี้ให้อาเคจิได้นะ เกมไม่จำเป็นต้องซับซ้อนก็ยอดเยี่ยมได้ แม้แต่เกมง่ายๆก็สามารถยอดเยี่ยมได้ถ้าเล่นได้ดี
ก่อนที่เขาจะตัดสินใจได้ กริ่งประตูก็ดังขึ้น
"หืม ? นั่นใครน่ะ ?" ซาโบรุพึมพำขณะดันตัวเองลงจากเก้าอี้
เมื่อเขาเปิดประตู ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเท็ตสึโอะ มารุอิเจ้าของบริษัทไซโกะแมชชีน
"เอ๊ะ!? คุณเท็ตสึโอะ ? มาทำอะไรที่นี่นะครับ ?" ซาโบรุถามด้วยความตกใจ
เท็ตสึโอะยิ้มกริ่ม "โอ้ เฮ้! ฉันแวะไปหาเธอที่บ้าน แล้วซานิจิก็บอกว่าเธอนั้นทำงานอยู่ที่นี่ น่าทึ่งมากเลยนะเจ้าหนู! เธอมีออฟฟิศเป็นของตัวเองแล้วงั้นสินะ" เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี "ไม่เลวเลย"
ซาโบรุเกาหัวตัวเอง รู้สึกทั้งภูมิใจและเขินอายปนกัน “เอาเถอะ ผมคงเรียกมันว่าออฟฟิศไม่ได้หรอก ผมยังไม่มีผลงานสำเร็จรูปด้วยซ้ำ มีแค่ต้นแบบนิดหน่อย แต่เข้ามาสิคุยกันข้างในก่อน”
เท็ตสึโอะพยักหน้า “ขอโทษที่รบกวน”
พอเข้าไปข้างใน ซาโบรุก็ยื่นเครื่องดื่มเย็นๆให้เท็ตสึโอะ แล้วนั่งลงตรงข้ามเขา “ขอโทษที่รกนะครับ” เขาพูดอย่างเขินอาย “ผมยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาทำความสะอาดเลย”
เท็ตสึโอะโบกมือไล่พลางหัวเราะเบาๆ "ความยุ่งเหยิงนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอนั้นทำงานหนักแค่ไหน มันเป็นความยุ่งเหยิงที่ดีทีเดียว"
ซาโบรุยิ้มรับคำชมที่ไม่คาดคิด "แล้วอะไรทำให้คุณมาที่นี่ล่ะครับ คุณเท็ตสึโอะ ?"
เท็ตสึโอะจิบเครื่องดื่มก่อนตอบ “ฉันอยากอัปเดตเรื่องการผลิต ZEPS ให้ฟังนะ ตัวเครื่องนั้นจะพร้อมผลิตจำนวนมากในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ส่วนตลับเกมนั้นยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา ซึ่งนั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันมาที่นี่ ฉันมีคำถามเกี่ยวกับดีไซน์ของมันนะ”
ซาโบรุยกคิ้วขึ้น “มีคำถามอะไรงั้นเหรอครับ ?”
"ใช่" เท็ตสึโอะพยักหน้า "ทำไมเธอถึงทำตลับให้มันใหญ่ขนาดนั้น ? ถ้ามันใหญ่กว่าส่วนประกอบภายในอีกนิดหน่อยก็คงช่วยลดต้นทุนได้ แต่ตอนนี้ภายในมันกินพื้นที่แค่ประมาณ 1 ใน 4 ของขนาดตลับจริง แบบนี้มันไม่เปลืองพื้นที่ไปหน่อยเหรอ ?"
ซาโบรุยิ้มเยาะด้วยความยินดีที่เท็ตสึโอะสังเกตเห็นการออกแบบนี้ เพราะเขานั้นจงใจทำให้ตลับเกมมีขนาดใหญ่ เพื่อเลียนแบบวิวัฒนาการของตลับเกมในอดีตของเขา เมื่อตอนที่นินเทนโดเปิดตัวเครื่องฟามิคอมครั้งแรกในญี่ปุ่น ตลับเกมนั้นมีขนาดเล็กพอดีกับขนาดของชิ้นส่วนภายใน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อนินเทนโดวางจำหน่ายเครื่อง NES ในสหรัฐอเมริกา พวกเขาได้ออกแบบตลับเกมใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นมาก ทำให้ระบบดูคล้ายกับเครื่องเล่น VHS ซึ่งดึงดูดผู้บริโภคได้มากกว่า ตลับเกมขนาดใหญ่นี้ยังช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับปกเกมและรองรับการขยายฮาร์ดแวร์ในอนาคตอีกด้วย
ซาโบรุได้อธิบายด้วยความมั่นใจ “คุณเท็ตสึโอะ คุณพูดถูกแล้วครับ ตลับเกมนั้นมีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น แต่นั่นก็มีเหตุผลรอบรับอยู่ ประการแรก เคสที่ใหญ่ขึ้นนั้นหมายถึงภาพปกที่ใหญ่ขึ้นและมีรายละเอียดมากขึ้น ทำให้มันดูสวยงามและสะดุดตาเวลาอยู่ในร้านค้า ประการที่ 2 ขนาดที่เล็กลงทำให้การจัดวางและจัดระเบียบในร้านค้าปลีกสามารถทำได้ง่ายขึ้น และประการที่ 3 ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่สุด คือทำให้นักพัฒนามีพื้นที่ในการขยายส่วนประกอบภายในได้หากจำเป็น ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสามารถพัฒนาฮาร์ดแวร์ได้ในอนาคตโดยไม่ต้องออกแบบใหม่ทั้งหมด”
เท็ตสึโอะได้ตั้งใจฟัง เขาพยักหน้าขณะที่ซาโบรุอธิบายเหตุผลของเขา “ว้าว... เธอคิดไว้ล่วงหน้าแล้วใช่มั้ยเนี่ย” เขาพูดด้วยความประทับใจอย่างเห็นได้ชัด “ฉันนั้นคาดไว้แค่ 2 เหตุผลแรก แต่ฉันนั้นไม่ได้คิดถึงเหตุผลที่ 3 เลย จริงๆแล้วนั่นเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดมาก”
ซาโบรุยิ้มกว้าง "ดีใจที่คุณคิดแบบนั้น ผมนั้นใส่ใจกับทุกแง่มุมของเครื่องคอนโซลมากเลยละ"
เท็ตสึโอะหัวเราะเบาๆ "เอาล่ะ ฉันจะเชื่อการตัดสินใจของเธอในเรื่องนี้ ฉันจะไม่มีการบ่นอะไรอีกแล้ว ยังไงก็ตาม นั่นเป็นเรื่องที่ฉันกังวลเป็นหลัก ฉันแค่อยากจะเข้ามาคุยด้วยเป็นการส่วนตัว" เขาดื่มจนหมดแก้วแล้วลุกขึ้นยืน "ฉันจะไม่รบกวนเวลาของเธออีกต่อไปแล้ว เพราะฉันอยากใช้เวลาที่เหลือของวันนี้กับภรรยาและลูกๆ"
ซาโบรุพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืนเช่นกัน "ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะครับคุณเท็ตสึโอะ ให้ผมพาคุณเดินออกไปนะครับ"
พอถึงทางเข้า เท็ตสึโอะก็โบกมือให้ขณะขึ้นรถ "เจอกันอีก 2 อาทิตย์นะ ซาโบรุ!"
ซาโบรุยิ้มกว้าง "ครับ! แล้วเจอกันนะครับคุณเท็ตสึโอะ!"
เมื่อพูดจบ เท็ตสึโอะก็ขับรถออกไป ทิ้งให้ซาโบรุอยู่คนเดียวอีกครั้ง
เมื่อการประชุมสิ้นสุดลงแล้ว ซาโบรูก็ยืนพิงกรอบประตูเพื่อคิดหาการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป
'ฉันควรจะสร้างเกมให้คุณอาเคจิอีกดีไหมนะ' เขาคิดในใจ 'หรือว่าฉันควรจะพักสักหน่อยดี'
แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวเขาฉันไปเยี่ยมอายูมิแล้วดูความคืบหน้าเกมของเธอก็ได้ ฉันค่อนข้างอยากรู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่... ยังไงเธอก็เป็นศิษย์ฉันอยู่แล้วนี่นา ฮ่าๆๆ
แต่มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง การไปเยี่ยมบ้านฮามาโซโดยไม่ได้รับเชิญอาจเป็นหายนะได้ อย่างไรก็ตาม เขามีหมายเลขโทรศัพท์บ้านของอายูมิ ซึ่งเธอบอกเขาไว้โดยเฉพาะว่าเป็นเบอร์ส่วนตัว ครั้งสุดท้ายที่เขาโทรมา เธอรับสายทันที
'บางทีฉันควรโทรหาเธอแทนไหม ?'
แล้วท้องของเขาก็ร้องโครกครากขึ้นมาขัดจังหวะความคิด เขาเหลือบมองนาฬิกา และพบว่ามันเลยเที่ยงไปแล้ว
“โอเค” เขาตัดสินใจ “กินข้าวเที่ยงก่อน แล้วฉันจะตัดสินใจว่าจะทำอะไร”
ซาโบรุก้าวออกมานอกบ้านเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ ด้วยความกระหายที่จะได้ลิ้มรสอาหารที่ไม่ใช่อาหารแช่แข็งทำเอง แม้ว่าฝีมือแม่ของเขาจะอร่อยเลิศ แต่เขากลับอยากลองอะไรที่แตกต่างออกไป อะไรใหม่ๆ
และด้วยสิ่งนั้น เขาก็เดินออกไปบนถนนที่พลุกพล่าน พร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
โปรดติดตามตอนต่อไป.
_______________