เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 421 เกาะเหยียนอู่ ความฮึกเหิมมลายสิ้น

บทที่ 421 เกาะเหยียนอู่ ความฮึกเหิมมลายสิ้น

บทที่ 421 เกาะเหยียนอู่ ความฮึกเหิมมลายสิ้น


สวี่เฮยเคยเป็นผู้เลือดเย็นไร้หัวใจ แต่ตอนนี้ หลังจากผ่านเรื่องราวต่างๆ ในโลกหล้า โดยเฉพาะการสืบทอดมรดกจากเมืองไร้กังวล เขาก็มีค่านิยมใหม่

แม้ว่าในน่านน้ำเกาะเผิงไหล เขาจะเคยถูกใส่ร้ายป้ายสีและต้องโทษจำคุก

แต่ที่นี่ เขาได้รู้จักกับมั่วเสวียน ได้เรียนรู้วิชาเซียนมังกรคราม ได้รับโล่เต่าดำ ชาบรรลุธรรม ทั้งยังได้ใช้ห้องฝึกตนและหอจำลองการต่อสู้ เพื่อเพิ่มพลังการต่อสู้และสะสมตบะอย่างรวดเร็ว

เขาได้รับการคุ้มครองจากที่นี่ สวี่ชิ่งจือไม่กล้ามาหาเรื่อง พรรคแก๊งล่าวาฬก็ทำอะไรเขาไม่ได้

ไป๋หยาเอง ก็ยอมตายเพื่อเขา

การที่สวี่เฮยบรรลุเจตจำนงแห่งเต๋าได้รวดเร็วเพียงนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะการต่อสู้กับระดับหยวนอิงหลายคนในหอจำลองการต่อสู้

เขารับผลประโยชน์ เพลิดเพลินกับอภิสิทธิ์ แต่พอสำนักเจอกับอันตราย กลับจะสะบัดก้นหนี ทำแบบนั้นจะต่างอะไรกับคนเนรคุณ?

แน่นอนว่า นี่ไม่ได้หมายความว่าให้เขาไปตายเปล่า เขาจะทำสุดความสามารถ

"ตกลง!"

อวี้เจี้ยนชิวพยักหน้า กล่าวเรียบๆ "การประลองประจำปี จบลงเพียงเท่านี้! จากนี้ไป น่านน้ำเกาะเผิงไหลมอบอภิสิทธิ์สูงสุดให้พวกเจ้า สามารถไปที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าเคยทำผิดอะไรมาก่อน ให้ถือว่าเป็นโมฆะ ต่อไปขอแค่ไม่ทำผิดร้ายแรง หอคุมกฎจะไม่จับพวกเจ้า!"

"นี่คือป้ายคำสั่งของพวกเจ้า"

อวี้เจี้ยนชิวแจกป้ายคำสั่งสีดำให้ทั้งแปดคน ป้ายนี้มีระดับเท่ากับผู้อาวุโส ภายในไม่เพียงมีแต้มผลงานห้าแสนแต้ม แต่ยังมีสิทธิ์รับของวิเศษฟรีอีกด้วย

หากไม่ต้องการของวิเศษ ก็สามารถยื่นข้อเสนออื่นได้ เบื้องบนจะพยายามตอบสนองให้เต็มที่

"พวกเจ้ามีความแค้นอะไรต้องชำระสะสาง ก็จัดการให้จบสิ้นกันตอนนี้เลย! มิเช่นนั้น วันหน้าจะไม่มีโอกาสแล้ว"

"แน่นอน ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ก็ไม่มีรางวัลพิเศษให้หรอกนะ" อวี้เจี้ยนชิวกล่าวอย่างเนิบนาบ

สิ้นคำพูด ทั้งแปดคนบนเวทีก็เริ่มขยับตัว

"ไป๋ชิวสุ่ย!"

สายตาของไป๋ลั่วเบนไปหาผู้ที่มีศักดิ์เป็นอาของเขา

"หืม?" ไป๋ชิวสุ่ยขมวดคิ้ว

"ข้าไม่อยากครองอันดับหนึ่งร่วมกับเจ้า วันนี้มาตัดสินกันที่นี่! มาดูกันว่าผู้บำเพ็ญกายเนื้อจะแน่ หรือวิชาหุ่นเชิดของข้าจะเหนือกว่า!" ไป๋ลั่วกล่าวเสียงขรึม

นี่คือเป้าหมายในการมาทะเลตงไห่ของเขา การต่อสู้รอบสี่คนสุดท้ายก่อนหน้านี้ถูกขัดจังหวะ ตอนนี้ เขาต้องตัดสินผลแพ้ชนะให้ได้

"น่าเบื่อจริง" ไป๋ชิวสุ่ยพึมพำ "เอาเถอะ ตามใจเจ้า"

อีกหกคนที่เหลือ ถอยฉากออกไปเงียบๆ ปล่อยเวทีให้สองคนนี้

ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง การต่อสู้เริ่มขึ้นทันที

ไป๋ลั่วเรียกรถม้าศึกหุ่นเชิดแปดคันออกมา จัดขบวนทัพ ระดมยิงไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง เปิดฉากด้วยการโจมตีที่รุนแรงที่สุด

แต่ไป๋ชิวสุ่ยกลับไม่เปิดใช้ร่างแผ่นหลังอสูรที่แข็งแกร่งที่สุด เพียงใช้คัมภีร์เต๋าของลัทธิขงจื้อยิงโต้ตอบ เพื่อป้องกันตัว

นั่นทำให้ไป๋ชิวสุ่ยตกเป็นรองทันที

เขาถอยหลังทีละก้าว เพียงไม่กี่กระบวนท่า ก็ถอยไปจนถึงขอบเวที

"ผู้บำเพ็ญกายเนื้อ วิชากายาของเจ้าไปไหนหมด? ทำไมถึงมาเล่นลิ้นต่อคำกันเล่า?" ไป๋ลั่วตะโกนลั่น

ไป๋ชิวสุ่ยไม่ตอบ ยังคงร่ายคาถาสัจจะ โจมตีด้วยตัวอักษร แต่ตามตัวเต็มไปด้วยบาดแผล ไม่นานก็ถูกต้อนจนมุม

มองดูท่าทีของอีกฝ่าย ไป๋ลั่วพลันรู้สึกเบื่อหน่าย

สองปีก่อน เขาคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ต่อสู้กันอย่างดุเดือด เดิมพันด้วยชีวิต เพื่อพิสูจน์ความเชื่อของตน ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ยอม เขาจะไม่ยอมให้จบลงแบบบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายเหมือนที่เมืองไร้กังวล

แต่ไม่นึกเลยว่า วันนี้จะกลายเป็นสภาพเช่นนี้

กาลเวลาเปลี่ยนทุกสิ่ง เรื่องในอนาคต ใครจะบอกได้แน่นอน?

ไม่นานนัก ไป๋ชิวสุ่ยก็ถูกซัดตกเวที และยอมแพ้ไปเอง

ไป๋ลั่วไม่มีความดีใจในชัยชนะเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความรู้สึกว่างเปล่า

ไป๋ชิวสุ่ยเปลี่ยนไป แล้วเจตจำนงแรกเริ่มของเขาเล่า ไม่ได้เปลี่ยนไปเหมือนกันหรือ? ปีนั้น เป้าหมายที่เขามาทะเลตงไห่คืออะไร แล้วตอนนี้คืออะไร?

ไป๋ชิวสุ่ยปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า เปลี่ยนชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้าน แล้วกล่าวเรียบๆ "ข้ากลัวว่าถ้าเอาจริงขึ้นมา จะเผลอซัดเจ้าตายไปซะก่อน"

"เจ้า..." ไป๋ลั่วโกรธจัด

สวี่เฮยพอมองออก หากไป๋ชิวสุ่ยเอาจริง ใช้วิชาวชิระกดทับหยวนอิงสู้ ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ก็ไม่มีผลดีใดๆ

เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มอายุสิบกว่าปีอีกแล้ว ที่จะมาฮึกเหิมต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี

ดูท่าคู่นี้คงยากจะตัดสินแพ้ชนะกันได้

"สวี่เฮย ข้าไม่สนใจที่จะเอาชนะเจ้าหรอก คู่ต่อสู้ของข้าคือลัทธิเทพสมุทร ขอแค่ข้าเร่งบรรลุระดับหยวนอิง ก็ย่อมเหยียบเจ้าจมดินได้เอง!" ไห่เถิงกล่าวเนิบนาบ แต่วาจาชวนหาเรื่อง

"พูดเหมือนเจ้าจะชนะข้าได้ง่ายๆ งั้นแหละ" สวี่เฮยแค่นหัวเราะ

แต่เขาก็ดูออกว่า ไห่เถิงไม่มีจิตวิญญาณการต่อสู้ที่พลุ่งพล่านเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

แต่ใครจะคาดคิด พอสวี่เฮยพูดจบ ไห่เถิงก็ตวาดตากลับทันที "เจ้าว่าไงนะ? เจ้าคิดว่าข้าจะชนะเจ้าไม่ได้ง่ายๆ เหรอ?"

สวี่เฮยส่ายหน้า ไม่พูดพร่ำทำเพลง กระโดดขึ้นเวทีไปยืนแทนที่ตำแหน่งเดิมของไป๋ชิวสุ่ย

"ไสหัวขึ้นมาตายซะ!" สวี่เฮยตะโกน

ไห่เถิงอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะแสยะยิ้มเย็นชา

เขาขึ้นไปบนเวที ไปยืนที่ตำแหน่งเดิมของไป๋ลั่ว

เปิดฉากศึกความแค้นอีกคู่

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ไห่เถิงแม้จะมั่นใจในตำแหน่งอันดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มั่นใจเต็มร้อย เขายังคงมองสวี่เฮยเป็นคู่แข่งตัวฉกาจ

แต่หลังจากผ่านการต่อสู้กับลัทธิเทพสมุทร เขาเชื่อมั่นว่า ในบรรดาแปดผู้กล้านี้ ไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้อีกแล้ว

เพราะเขาบรรลุเจตจำนงแห่งเต๋าแล้ว และตบะก็ถึงขั้นสมบูรณ์ พร้อมจะทะลวงระดับหยวนอิงได้ทุกเมื่อ!

นี่แหละไห่เถิง นี่แหละอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ!

ไป๋ชิวสุ่ยและไป๋ลั่ว เดิมทีตั้งใจจะกลับ แต่พอเห็นภาพนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะหยุดดู

ในขณะเดียวกัน ผู้คนที่ผ่านไปมาแถวเกาะเหยียนอู่ ก็เข้ามารุมล้อม

ไม่รู้ตัวเลยว่า บนเกาะเหยียนอู่ ผู้คนเริ่มมารวมตัวกันหนาตา

"การประลองประจำปี จบไปแล้วไม่ใช่เหรอ?"

"ฮ่าฮ่า ดูเหมือนจะมีรอบพิเศษ!"

ฝูงชนหยุดดูด้วยความสนใจ บางคนถึงกับใช้ยันต์สื่อสารเรียกเพื่อนฝูงให้มาดูเรื่องสนุก

ในงานประลองไม่ได้สู้กัน ตอนนี้แหละโอกาสดี

"มังกรคะนองออกจากถ้ำ!"

ไห่เถิงสะบัดร่างงู พุ่งทะยานดุจมังกร หมุนตัวอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดคลื่นน้ำมหาศาล กลายเป็นวังวนพุ่งเข้าชนสวี่เฮย ราวกับมังกรพุ่งออกจากถ้ำ

"มังกรสะบัดหาง!"

สวี่เฮยไม่รอช้า ฟาดหางใส่อย่างรุนแรงและหนักหน่วงไปที่ไห่เถิง

"เพียะ!!"

น้ำแตกกระจาย สาดกระเซ็นเป็นพันระลอก แต่หางของสวี่เฮยกลับเหมือนฟาดลงไปในน้ำวน แรงกระแทกถูกดูดซับไปกว่าครึ่ง

"หือ?"

สวี่เฮยขมวดคิ้ว ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าน้ำวนไหลย้อนกลับ แรงกระแทกแบบเดียวกับท่ามังกรสะบัดหาง พุ่งสวนกลับมาจากวังวนในทันที

"ปัง!!"

สวี่เฮยโดนกระแทก ร่างถอยกรูด นี่คือวิชายืมแรงตีกลับ ประสบการณ์การต่อสู้ของไห่เถิงไม่ธรรมดาจริงๆ เมื่อได้เปรียบก็รีบไล่ตามทันที

สวี่เฮยครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วเลียนแบบท่าของไห่เถิง หมุนตัวพุ่งเข้าไป ใช้วิชามัจฉามังกรร้อยแปรเข้าประชิดตัว จากนั้นในจังหวะที่ปะทะกัน ก็อ้าปากกว้าง กัดเข้าที่ร่างของไห่เถิงเต็มๆ

"ปล่อยนะ!"

ไห่เถิงร่างลื่นเหมือนปลาไหล หลุดรอดจากคมเขี้ยวไปได้ แต่ก็ยังทิ้งรอยแผลไว้สองจุด เป็นรอยเขี้ยวพิษ

สวี่เฮยฉวยโอกาสสะบัดหาง ซัดไห่เถิงกระเด็น ไห่เถิงขยับข้อต่อกระดูก ใช้ความอ่อนนุ่มสลายแรงกระแทก

ผู้ชมรอบสนามดูแล้วงงเป็นไก่ตาแตก

งูสองตัวนี้ ไม่ได้ใช้อาวุธวิเศษ ไม่ได้ใช้วิชาขั้นสูงอะไรเลย สู้กันด้วยเนื้อหนังมังสาล้วนๆ

ไห่เถิงไม่แม้แต่จะเปิดนิมิตสวรรค์ สู้กันด้วยเทคนิคการต่อสู้ระยะประชิดล้วนๆ

แต่ทว่า สวี่เฮยมีเกล็ดมังกรและกระดูกมังกรหนุนหลัง ผ่านไปไม่กี่กระบวนท่า ไห่เถิงก็สะบักสะบอม ส่วนสวี่เฮยไร้รอยขีดข่วน ขนสักเส้นก็ไม่ร่วง

"สวี่เฮย ชนะแน่ อัดไห่เถิงให้เละ!"

"สวี่เฮย สู้ๆ สู้ๆ!"

เสียงเชียร์ดังมาจากนอกเวที เป็นเสียงของปัวฉีและปัวผู่ ที่พาแก๊งโลมาเชียร์ลีดเดอร์มาตะโกนให้กำลังใจอยู่ข้างสนาม

ไห่เถิงหน้าเขียวคล้ำ รังสีอำมหิตพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าดำมืดลงทุกที ทำท่าจะระเบิดอารมณ์

"ไม่สู้แล้ว ไม่สู้แล้ว น่าเบื่อ!"

สวี่เฮยหยุดมือทันควัน รีบถอยออกจากเวที แล้วหันหลังเดินหนี

"เฮ้ย หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" ไห่เถิงคำรามลั่น

สวี่เฮยไม่สนใจ ใช้วิชามัจฉามังกรร้อยแปรเต็มสูบ แวบเดียวก็หายลับไป

สวี่ไป๋เห็นดังนั้น ก็ตามหลังไป หายวับไปไร้ร่องรอย

"โธ่เว้ย!" ไห่เถิงโกรธจนควันแทบออกหู

เขาแค่ตั้งใจจะประมือเล่นๆ สั่งสอนอีกฝ่ายหน่อย ไม่ได้คิดจะเอาจริง สวี่เฮยก็ดูเหมือนจะรู้กันและให้ความร่วมมือดี

แต่ใครจะรู้ว่า พอสู้กันด้วยเนื้อหนังเพียวๆ เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้เลย

กะว่าจะเริ่มเอาจริงสักหน่อย แต่สวี่เฮยดันรู้ทัน ชิงหนีไปก่อนซะงั้น เวลาช่างเหมาะเจาะเหลือเกิน

ได้เปรียบแล้วชิ่ง น่ารังเกียจที่สุด!

ไห่เถิงกัดฟันกรอด ยิ่งคิดยิ่งแค้น

"แม่มันเถอะ อย่าให้ข้าจับได้นะ!"

…………

หลังจากสวี่เฮยจากไป ไห่เถิงที่ยังอารมณ์ค้าง เลยไปท้าสยงต้าเป่าที่ดูท่าทางรังแกง่าย สยงต้าเป่าหนังหนาเนื้อเหนียว อัดสักหน่อยคงไม่เป็นไร

แต่ใครจะรู้ว่า เจ้าหมีนี่ร้ายกาจใช่เล่น สู้กันไปหลายกระบวนท่า ไห่เถิงทำอะไรไม่ได้เลย

ทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุกผลัดกันรับ ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบอย่างเด็ดขาด

หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น สวี่เฮยก็ไม่รู้แล้ว เขาแค่แอบดูอยู่พักหนึ่ง แล้วกลับไปที่เกาะฝึกตน เข้าสู่หอจำลองการต่อสู้

คราวนี้ เขาไม่ได้ไปเล่นโหมดจัดอันดับเพื่อหาเรื่องเจ็บตัว แต่เปิดโหมดจับคู่แทน

โหมดจับคู่ จะเลือกคู่ต่อสู้ที่มีพลังใกล้เคียงกันตามระดับพลังของตนเอง

สู้กับไห่เถิง มันติดๆ ขัดๆ ต้องยั้งมือ ถ้าเอาจริงขึ้นมา อาจจะบาดเจ็บได้ แถมยังจะถูกคนอื่นเห็นไพ่ตายอีก

สวี่เฮยสงสัยมานานแล้วว่า ทำไมพวกเขาแปดผู้กล้าถึงถูกหมายหัวเร็วขนาดนี้ ถึงขั้นส่งระดับผู้อาวุโสมาไล่ฆ่า?

ไม่ต้องสงสัยเลย ในน่านน้ำเกาะเผิงไหลมีหนอนบ่อนไส้!

เขาไม่อยากเปิดเผยวิชาและไพ่ตายต่อหน้าคนเยอะแยะ ไพ่ตายมีไว้ฆ่าคน ไม่ใช่มีไว้โชว์

ไม่ใช่แค่เขา เชื่อว่าอัจฉริยะอีกเจ็ดคน ก็คงตระหนักถึงเรื่องนี้เช่นกัน

นอกจากนี้ พวกเขายังสามารถเลือกของวิเศษได้หนึ่งชิ้น สวี่เฮยตั้งใจจะให้เบื้องบนสร้างให้เขาเป็นพิเศษ

ส่วนจะสร้างอะไร สวี่เฮยต้องลองสู้ดูอีกสักหน่อย หาจุดอ่อนของตัวเองให้เจอ ถึงจะตัดสินใจได้

"จับคู่สำเร็จ!" เสียงของเหมียวเหมียวดังขึ้น

ภาพตรงหน้าไหววูบ สวี่เฮยมาโผล่บนเวทีประลองแห่งหนึ่ง

เวทีดูธรรมดา กว้างประมาณร้อยลี้ สร้างจากโลหะชนิดหนึ่ง

และคู่ต่อสู้ของเขาก็ปรากฏตัวขึ้น เป็นชายร่างใหญ่ถือดาบเล่มโต ใบหน้าถูกปิดบัง เห็นแค่กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ แน่นอนว่ารูปลักษณ์นี้อาจเป็นการปลอมแปลงก็ได้

เหมือนกับสวี่เฮย ที่ปลอมตัวเป็นงูดำธรรมดาๆ

ชายร่างใหญ่จ้องสวี่เฮยอยู่พักใหญ่ ก่อนจะอุทานด้วยความตกใจ "ระดับเจี๋ยตาน? ข้าเป็นถึงระดับหยวนอิง ดันจับคู่เจอระดับเจี๋ยตานเนี่ยนะ?"

เขารู้สึกเหมือนโดนหยาม นี่มันไม่ให้เกียรติความสามารถของเขาเลย!

จบบทที่ บทที่ 421 เกาะเหยียนอู่ ความฮึกเหิมมลายสิ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว