- หน้าแรก
- เยวี่ยนอิ้น ครูสาวสุดโหดในโหมดไลฟ์สดสอนภูตผี
- บทที่ 7 วัดดวงกันไปเลย เปลี่ยนรถจักรยานเป็นมอเตอร์ไซค์!
บทที่ 7 วัดดวงกันไปเลย เปลี่ยนรถจักรยานเป็นมอเตอร์ไซค์!
บทที่ 7 วัดดวงกันไปเลย เปลี่ยนรถจักรยานเป็นมอเตอร์ไซค์!
สิ้นเสียงคำพูดนั้น ราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงไปในบ่อน้ำที่ดูนิ่งสงบแต่เต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำ มันเกิดแรงสั่นสะเทือนเป็นวงกว้าง
เหล่านักเรียนตนอื่น ๆ พอได้ยินคำว่า “ตาย” ดวงตาของพวกมันก็พลันเกิดเยื่อสีแดงจาง ๆ เคลือบขึ้นมาบดบังลูกตาดำ
สายตาเหล่านั้นทำให้เยวี่ยนอิ้นสัมผัสได้ถึงความกระหายและความปรารถนาอันแรงกล้า!
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มไม่สู้ดี เยวี่ยนอิ้นก็เริ่มมีเหงื่อซึม
ตอนที่โครงกระดูกเจินเอ่ยปากเมื่อครู่ เธอใช้หางตาชำเลืองมองคอมเมนต์ไลฟ์สดอย่างรวดเร็ว เพื่ออ้อนวอนขอข้อมูลสำคัญบางอย่าง
[เอาแล้ว ๆ เจินเจินเริ่มแล้ว!]
[เจินเจินออกโรงแบบนี้ ยัยนี่ต้องตายก่อนชัวร์]
[ฉันว่าไม่แน่หรอก เสี่ยวเยวี่ยนทำให้เราเซอร์ไพรส์มาหลายรอบแล้วนะ]
[ฉันเริ่มจะคาดหวังในตัวเสี่ยวเยวี่ยนขึ้นมาจริง ๆ แล้วสิ][คาดหวัง]
ไม่มีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์เลยสักนิด!
เยวี่ยนอิ้นรู้อยู่แล้วว่ามันคงไม่ราบรื่นขนาดนั้น
ทางเดียวคือต้องงัดประสบการณ์จากตอนทำคู่มือ “101 ความเสี่ยงในห้องเรียนและการรับมือสำหรับครูมือใหม่” ออกมาใช้
เมื่อเจอนักเรียนที่นิสัยเลวร้ายมาก ๆ คำแนะนำที่เยวี่ยนอิ้นมักจะให้กับคนอื่นก็คือ—
จงเลวร้ายให้ยิ่งกว่ามัน!
เยวี่ยนอิ้นลอบกลืนน้ำลาย เธอเองก็ไม่รู้ว่ามุกนี้จะทำให้เธอจบเห่เลยหรือเปล่า
แต่ไม่มีทางเลือกแล้ว ในเมื่อจะอยู่หรือจะไปก็มีค่าเท่ากัน สู้ลองวัดดวงกันไปเลยดีกว่า!
วัดดวงกันดูสักตั้ง เปลี่ยนรถจักรยานเป็นมอเตอร์ไซค์! (เสี่ยงน้อยเพื่อผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่)
“แค่ตายทันทีมันจะเป็นบทลงโทษได้ยังไง? ฉันมีอะไรที่ทรมานยิ่งกว่าความตายอีกนะ”
คำพูดนี้ทำเอาโครงกระดูกเจินเงียบกริบ
ไม่ใช่แค่โครงกระดูกเจินเท่านั้น สิ่งมีชีวิตตนอื่น ๆ ก็พากันชะงักแข็งค้างไปชั่วครู่
[ฉันหูฝาดไปเปล่าเนี่ย?]
[ยัยนั่นจะทำอะไร?]
[ถ้าทำนักเรียนตาย ยัยนี่จะถูกลบทิ้งทันทีไม่ใช่เหรอ]
[ก็ไม่แน่หรอก ยังไม่เคยมีใครลองทำนี่นา]
[นี่เราเจอคนจริงเข้าให้แล้วเหรอ?]
[บอกตามตรงนะ เริ่มอยากดูแล้วสิ]
[ขำชะมัด โครงกระดูกเจินถึงกับพูดไม่ออกเลย]
พวกมันเงยหน้าขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ถึงแม้บางตนจะไม่มีดวงตา แต่เยวี่ยนอิ้นก็สัมผัสได้ถึงกระแสความไม่อยากจะเชื่อที่แผ่ออกมา
ข้อดีก็คือ สีแดงในตาของพวกมันจางลงไปเล็กน้อย ดูเหมือนคนเป็นโรคตาแดงธรรมดาขึ้นมาหน่อย
“ความตายมันทำให้คนจำได้แค่ประเดี๋ยวประด๋าว พอเวลาผ่านไปสักพัก ทุกคนก็มองไม่เห็นเขาแล้ว ใครจะไปจำได้ล่ะว่าเธอเคยชนะ?”
เยวี่ยนอิ้นหันหลังกลับไปเขียนตัวอักษรตัวโตลงบนกระดานดำอย่างคล่องแคล่ว—หนังสือรับสารภาพผิด
[เสี่ยวเยวี่ยนหลังเปียกโชกเลยนี่นา?]
[อ้าว? ถ้าเธอไม่ทักฉันก็ไม่สังเกตนะเนี่ย]
[ฮ่า ๆ ๆ ก็ตกใจกลัวจนขี้หดตาดำไงล่ะ]
[แสดงได้เนียนดีนะ]
ในขณะที่เขียน เยวี่ยนอิ้นก็รู้สึกประหม่าอยู่ข้างใน
แน่จริงพวกแกก็มาลองเองสิ!
เยวี่ยนอิ้นอดไม่ได้ที่จะจินตนาการไปถึงหนังผีสยองขวัญ ที่พอตัวเอกหันหลังให้ ผีก็จะค่อย ๆ ย่องตามมาข้างหลัง...
เหงื่อเย็น ๆ ไหลจากรักแร้ลงไปตามเอว แต่ปากยังคงร่ายยาวตามความจำที่ฝังอยู่ในกล้ามเนื้อ: “หัวข้ออยู่กึ่งกลาง เนื้อหาเว้นสองช่อง ลงนามที่มุมขวาล่าง...”
“หนังสือรับสารภาพผิด
ข้าพเจ้า XX เมื่อวันที่ x เดือน x ปี x ในระหว่าง xx เนื่องจากข้าพเจ้ามีความสามารถต่ำต้อย ฝีมือไม่ถึงขั้น ต่อให้พยายามสุดกำลังก็มิอาจต่อกรได้ สุดท้ายจึงพ่ายแพ้อย่างยับเยินให้แก่เพื่อนนักเรียน xx ข้าพเจ้าไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ต่อผลการแข่งขันในครั้งนี้ และยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี นับตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญา ข้าพเจ้าตกลงจะปฏิบัติตามดังนี้:
ลงชื่อ: ฝ่ายชนะ xx, ฝ่ายแพ้ xx, วันที่ xx”
1. ภายในหนึ่งเดือน ห้ามเถียง ห้ามเยาะเย้ย หรือท้าทายฝ่ายตรงข้าม
2. ภายใน 7 วัน ไม่ว่าจะถูกถามเมื่อไหร่หรือที่ไหน ต้องยอมรับว่าตนเองฝีมือด้อยกว่า
3. ภายใน 7 วัน เมื่อเจอผู้ชนะ จะต้องเรียกพี่ xx ด้วยความเคารพทุกครั้ง
[โอ้โห อันนี้โหดจริง]
[นี่มันทรมานยิ่งกว่าตายอีกนะ]
[เสี่ยวเยวี่ยนนี่ก็มีฝีมือเหมือนกันแฮะ]
[คราวหลังฉันจะให้เพื่อนเซ็นแบบนี้บ้าง]
[ขอเทมเพลตหน่อยครับ]
เมื่อเห็นคอมเมนต์ เยวี่ยนอิ้นก็ลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
โชคดีที่ไม่ใช่ข้อความประเภท “จังหวะนี้แหละ กัดคอเธอให้ขาดจากข้างหลังเลย”...
(จบตอน)