- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นอัยการ สืบทอดทายาทแชโบลหมื่นล้าน
- ตอนที่ 28 ‘เนียวไทโมริ’ ของแทยอน
ตอนที่ 28 ‘เนียวไทโมริ’ ของแทยอน
ตอนที่ 28 ‘เนียวไทโมริ’ ของแทยอน
ตอนที่ 28 ‘เนียวไทโมริ’ ของแทยอน
"ลุกขึ้น"
หลินเวยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาหันหลังเดินกลับไปที่รถโรลส์-รอยซ์คันนั้น
คิมแทยอนยืนอึ้งอยู่ที่เดิม
"ความอดทนของผมมีขีดจำกัด" หลินเวยพูดโดยไม่หันกลับมามอง เสียงของเขาเย็นเฉียบจนน่าใจหาย "ขึ้นรถ"
ขึ้นรถเหรอ?
แทยอนมองดูอสูรกายเหล็กคันนั้น แล้วหันไปมองสายน้ำสีดำมืดมิดของแม่น้ำฮัน ในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิง เธอเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสถานการณ์นี้ดีเกินไป
กลางดึก, รถหรู, ผู้ทรงอิทธิพล, และไอดอลสาว... เมื่อคำเหล่านี้มารวมตัวกัน มันมักจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรมที่ชื่อว่า "ของเล่น" เสมอ
"ฉันไม่..."
คำปฏิเสธยังไม่ทันพ้นจากปาก ก็ถูกประโยคเดียวของหลินเวยอุดไว้จนสนิท
"คุณจะปฏิเสธก็ได้นะ" หลินเวยเปิดประตูรถ แล้วเบือนหน้ามาเผยรอยยิ้มราวกับปีศาจ "แต่ผมรับรองได้เลยว่า พรุ่งนี้เช้าพาดหัวข่าวทั่วเกาหลีจะเป็นเรื่อง 'หัวหน้าวง Girls' Generation สติหลุดกลางดึก ต้องสงสัยว่ามีอาการทางจิตเนื่องจากความเครียดสะสม' "
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะทิ้งไพ่ตายใบสุดท้าย:
"หรือจะเอาให้มันเร้าใจกว่านั้นดีล่ะ... เช่น 'Girls' Generation พัวพันคดียามั่วสุมเสพยา สมาชิกทุกคนถูกเรียกตัวสอบสวน' "
แทยอนเงยหน้าขึ้นทันที รูม่านตาสั่นระริกด้วยความตกตะลึง "คุณ... คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะ! พวกเราไม่เคย..."
"อยู่ที่นี่... ผมบอกว่ามี มันก็ต้องมี" หลินเวยขัดจังหวะการแก้ต่างที่ไร้น้ำหนักของเธอ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "อัยการที่ชื่อคังจินฮยอก คุณคงเห็นในข่าวแล้วสินะ นั่นน่ะสุนัขของผม มันเชื่อฟังมาก และก็กัดคนเก่งมากด้วย"
เขามองดูเด็กสาวที่กำลังตัวสั่นเทา "ผมว่า สำหรับ Girls' Generation ในตอนนี้ นี่น่าจะเป็นการปิดบัญชีขั้นเด็ดขาดเลยใช่ไหมล่ะ? เพื่อนร่วมวงที่แสนดีของคุณ จะรับมือกับแรงกระแทกนี้ไหวหรือเปล่านะ?"
มันคือการปิดบัญชีจริงๆ
แนวป้องกันทางจิตใจด่านสุดท้ายของแทยอนพังทลายลงโดยสิ้นเชิง ในตอนนี้ Girls' Generation ก็เหมือนยืนอยู่บนปากเหวอยู่แล้ว ข่าวฉาวเพียงเล็กน้อยก็สามารถเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ทุกอย่างพังพินาศได้ หากต้องเจอเรื่องใหญ่ขนาดนี้ พวกเธอก็คงไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีก
เธอไม่สนว่าตัวเองจะเป็นยังไง แต่เธอจะปล่อยให้สมาชิกคนอื่นๆ ต้องมาตายไปพร้อมกับเธอไม่ได้ แทยอนเม้มริมฝีปากแน่นจนได้รสคาวเลือดของสนิมเหล็ก ต่อหน้าปีศาจแชโบลตนนี้ เธอเป็นเพียงลูกแกะที่รอการเชือด ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำว่า "ไม่"
"ฉัน... ฉันจะขึ้นรถค่ะ"
เธอพยุงตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างสั่นเทา หัวเข่าเจ็บแปลบจนถึงกระดูก เธอเดินตามเขาไปเหมือนหุ่นเชิดที่ถูกดึงสายพาน ทุกย่างก้าวเหมือนเหยียบลงบนคมมีด ยิ่งเดินเข้าไปใกล้รถมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าห่างไกลจาก "ความฝัน" และใกล้ขุมนรกมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อเดินมาถึงข้างรถ แทยอนสูดหายใจเข้าลึกๆ เอื้อมมือจะไปเปิดประตูเบาะหลัง อย่างน้อยถ้าไม่นั่งข้างคนขับ... ในใจเธอก็อาจจะรู้สึกผิดน้อยลงที่ดูไม่เหมือน "เมียน้อย" ที่ถูกเลี้ยงดูนัก
"ปัง!"
มือหนาข้างหนึ่งยื่นข้ามหัวเธอไปกดทับประตูเบาะหลังไว้แน่น บังคับให้ประตูที่แง้มออกมาเพียงเล็กน้อยปิดลงตามเดิม แทยอนสะดุ้งสุดตัวจนร่างกายสั่นสะท้าน
หลินเวยใช้มือข้างเดียวเท้าหลังคารถ ร่างสูงใหญ่ของเขาปกคลุมตัวเธอไว้เหมือนภูเขาขนาดมหึมา กลิ่นฟีโรโมนที่เข้มข้นผสมกับกลิ่นบุหรี่ห่อหุ้มตัวเธอไว้ทันที
"ใครสั่งให้คุณนั่งข้างหลัง?"
หลินเวยก้มมองเธอ มุมปากหยักยิ้มยั่วเย้า แต่แววตากลับแฝงไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน "ตรงนั้นมันที่นั่งสำหรับพี่สะใภ้"
เมื่อนึกถึงสภาพที่ดูยับเยินและเย้ายวนของพี่สะใภ้อีจูจินที่สุสาน แววตาของหลินเวยก็ฉายประกายความพึงพอใจออกมาแวบหนึ่ง
"ส่วนคุณ..." หลินเวยชี้นิ้วไปที่ตำแหน่งข้างคนขับ พลางสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนสั่งสัตว์เลี้ยง "ไปนั่งข้างหน้า"
ใบหน้าของแทยอนซีดเผือดลงทันที
เบาะข้างคนขับ... นั่นคือที่นั่งของเจ้าของบ้านตัวจริง หรือไม่ก็... ที่นั่งของ "ชู้รัก"
"ยังอึ้งอะไรอยู่อีก?" หลินเวยเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารตอนหน้าออก แล้วทำท่า "เชิญ" อย่างสุภาพบุรุษแต่แฝงไปด้วยความป่าเถื่อน "จะให้ผมอุ้มคุณขึ้นไปไหมล่ะครับ คุณคิมแทยอน?"
แทยอนกำชายเสื้อไว้แน่น ยืนสั่นท่ามกลางลมหนาวอยู่ไม่กี่วินาที สุดท้ายเธอก็ต้องก้มศีรษะที่เคยหยิ่งผยองลง เธอโน้มตัวมุดเข้าไปนั่งที่เบาะข้างคนขับราวกับกำลังหลบหนีสัตว์ร้าย
"ปัง"
ประตูรถปิดลงอย่างแรง ตัดขาดจากลมแม่น้ำ ตัดขาดจากความวุ่นวาย และตัดขาดจากอิสรภาพหยดสุดท้ายของเธอ รถหรูมูลค่ามหาศาลคันนี้ ในสายตาของแทยอนตอนนี้มันคือ "กรงทอง" ที่สวยงาม และเธอก็คือ "นกน้อย" ที่บินเข้ามาติดกับดักด้วยตัวเอง
ภายในรถโรลส์-รอยซ์เงียบสงัดจนเหมือนอากาศถูกสูบออกไป กระจกกันเสียงชั้นเลิศตัดขาดเสียงลมพัดแรงบนสะพานแม่น้ำฮันจนเกลี้ยง เหลือเพียงกลิ่นหอมของหนังแท้และกลิ่นเผ็ดร้อนของซิการ์ Cohiba ที่ยังหลงเหลืออยู่
แสงไฟนีออนของกรุงโซลนอกหน้าต่างลากเป็นเส้นสายที่ดูพิลึกพิลั่น ในสายตาของแทยอน มันเหมือนเป็นเวลานับถอยหลังสู่การลงทัณฑ์ เธอหดตัวลีบอยู่ในเบาะกว้าง อยากจะกลายร่างเป็นอากาศแล้วมุดเข้าไปในลิ้นชักหน้ารถให้รู้แล้วรู้รอด ข้อนิ้วของเธอขาวซีดเพราะกำเข็มขัดนิรภัยไว้แน่น ร่างกายสั่นเหมือนนกกระจิบที่ขวัญเสีย
แม้จะมีระบบหมุนเวียนอากาศชั้นยอด แต่แรงกดดันจากอำนาจที่แผ่ออกมา พร้อมกับกลิ่นบุหรี่และน้ำหอมราคาแพง ก็ยังคงแทรกซึมเข้าสู่รูขุมขนของเธอทุกอณู
"จะไปไหน... จะพาฉันไปไหน..." สมองของแทยอนแทบจะระเบิด กลางดึก, แม่น้ำฮัน, ชายหญิงอยู่กันลำพัง, รถหรูระดับท็อป... คำเหล่านี้มาเรียงต่อกัน ปลายทางมีเพียงที่เดียวคือ—โรงแรม หรือที่แย่กว่านั้น คือห้องใต้ดินที่พวกแชโบลใช้ไว้เล่นสนุกกับเหยื่อตามคำร่ำลือ
จะยอมอยู่เฉยๆ ให้เขาเชือดไม่ได้! แทยอนกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคอ เธอไม่กล้ามองหน้าผู้ชายที่นั่งตำแหน่งคนขับ ได้แต่จ้องออกไปนอกหน้าต่าง พลางเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือเหมือนใบไม้ร่วง:
"คือ... เอ่อ... คุณอัยการหลินคะ..." "ความจริงพรุ่งนี้ฉันยังมีตารางงานต้องไปทำ... ถ้ากลับช้าเกินไป พี่ผู้จัดการจะเป็ห่วงเอานะคะ..."
นี่คือฟางเส้นสุดท้ายที่ดูง่อยเปลี้ยและไร้พลังที่สุดเท่าที่เธอจะคิดออก ขอเพียงได้ลงจากรถ ต่อให้ต้องกลับไปที่หอพักที่มีแต่กลิ่นมาม่าและเสียงร้องไห้ของสมาชิกคนอื่นๆ มันก็ยังดีกว่าการอยู่ในกรงทองเคลื่อนที่คันนี้เป็นล้านเท่า
หลินเวยที่กำลังหมุนพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียวชะงักไปเล็กน้อย สายตาภายใต้กรอบแว่นปรายมองสิ่งมีชีวิตที่กำลังสั่นงันงกข้างตัว มุมปากของเขายกยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม พลางเอ่ยเสียงทุ้มลึกที่กรีดแทงใจคนฟัง:
"ตารางงาน?" "เท่าที่ผมรู้ Girls' Generation ในตอนนี้ อย่าว่าแต่ตารางงานเลย แค่เดินออกไปซื้อคิมบับยังโดนคนปาไข่ใส่เลยไม่ใช่เหรอ?" "หรือว่า..." หลินเวยเหยียบคันเร่งเบาๆ เครื่องยนต์ V12 คำรามส่งแรงผลักให้แทยอนหลังติดเบาะทันที "ตารางงานที่คุณว่า คือการไปขึ้นโชว์แล้วโดนตัดไมโครโฟน เต้นอยู่ท่ามกลางความมืดมิด แล้วให้คนนับหมื่นข้างล่างรุมด่าทอสาปแช่งน่ะเหรอ?"
"..." แทยอนเม้มริมฝีปากที่ไร้สีเลือด น้ำตาเริ่มคลอเบ้า ปีศาจตนนี้... เขาฆ่าคนด้วยคำพูดจริงๆ เขารู้ทุกอย่าง
"คุณมาร้องไห้โวยวายที่แม่น้ำฮัน มันรบกวนเวลาผมชมวิว" หลินเวยละสายตากลับไปมองถนน น้ำเสียงกลับมาโอหังและเผด็จการเหมือนการประกาศคำตัดสินโทษ:
"เพาะ-ฉะนั้น—"
มาแล้ว! หัวใจของแทยอนเต้นผิดจังหวะ เลือดในกายแทบหยุดหมุน สิ่งที่ควรจะมามันต้องมาแน่ๆ ในโลกของผลประโยชน์แห่งนี้ ทุกอย่างถูกตีราคาไว้หมดแล้ว และ "ราคา" ที่ว่านั้น มักหมายถึงร่างกายและศักดิ์ศรีที่ต้องถูกบดขยี้จนแหลกลาญ
กฎลับของวงการ
คำสามคำนี้เหมือนเหล็กร้อนที่นาบลงบนสมองของเธอ จะปฏิเสธเหรอ? เธอคิดถึงรุ่นพี่ที่ถูกดองเค็ม ถูกสาดโคลน หรือแม้กระทั่งหายสาบสูญไปจากวงการ ผู้ชายตรงหน้าคือตัวตนที่สามารถทำให้วงการบันเทิงเกาหลีเกิดแผ่นดินไหวได้ในพริบตา เธอมีสิทธิ์จะพูดคำว่า "ไม่" ด้วยเหรอ?
แทยอนหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง เธอเริ่มบังคับตัวเองให้ยอมรับชะตากรรม... บางที ถ้ามันจะแลกมาด้วยโอกาสรอดของวงได้ ก็ถือว่าโดนผีอำไปครั้งหนึ่งแล้วกัน...
ในขณะที่เธอแทบจะหมดสติเพราะขาดอากาศหายใจ หลินเวยก็ค่อยๆ เอ่ยประโยคหลังออกมาอย่างช้าๆ:
"เลี้ยงมื้อค่ำผมสักมื้อ ถือเป็นการขอโทษ"
"...ฮะ?"
แทยอนลืมตาโพล่งขึ้นทันที สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ
กินข้าวเหรอ?
ความรู้สึกดีใจราวกับรอดตายพุ่งพล่านขึ้นมาในใจ ร่างกายที่เคยตึงเครียดอ่อนปวกเปียกลงทันที เหงื่อเย็นๆ ไหลชุ่มแผ่นหลัง ตกใจหมดเลย... แค่กินข้าวเอง...
ทว่า ความรู้สึกผ่อนคลายนั้นยังไม่ทันจะไปถึงที่สุด ความคิดที่สยองและมืดมนกว่าเดิมก็ผุดขึ้นมาในหัวเหมือนหนวดปลาหมึกจากก้นบึ้งที่คว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าของเธอ
กินข้าว...
เธอนึกถึง "ตำนานเมือง" ในวงการที่รุ่นพี่เคยเล่าให้ฟังอย่างเป็นปริศนาหลังซ้อมเสร็จกลางดึก พวกแชโบลโรคจิตบางคนไม่ได้ชอบเล่นแบบธรรมดาๆ พวกเขาชอบรสนิยมแบบที่ส่งต่อมาจากญี่ปุ่น...
ใช้ร่างมนุษย์แทนจาน ใช้ร่างกายแทนภาชนะ
เขาไม่ได้ให้เธอเลี้ยงข้าว... แต่เขาจะใช้ "ตัวเธอ" เป็นจานข้าวต่างหาก!