- หน้าแรก
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ
- ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1487 ค่ายกลเมฆดำและสายฟ้าคำราม (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1487 ค่ายกลเมฆดำและสายฟ้าคำราม (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1487 ค่ายกลเมฆดำและสายฟ้าคำราม (อ่านฟรี)
ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1487 ค่ายกลเมฆดำและสายฟ้าคำราม (อ่านฟรี)
แปลโดย iPAT
เทพสงครามของกองทัพซวนอู่ยืนหยัดอยู่ในสนามรบเหมือนภูเขา ผู้คนนับล้านสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน
นี่คือรางวัลที่หลี่ฉิงซานได้รับจากการบุกเข้าสู่พิภพปีศาจและต่อสู้เพียงลำพัง
หลี่ฉิงซานไม่ได้หันกลับไปมองแต่เขาสามารถจินตนาการถึงใบหน้าและแววตาที่ร้อนแรงของเหล่าทหารได้อย่างชัดเจน
แม้ใบหน้าเหล่านั้นจะธรรมดาและไร้ความหมายเหมือนมดปลวก แต่หลี่ฉิงซานสัมผัสได้ว่าพลังที่พวกเขามอบให้เขายิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด
เขาเคยเป็นมนุษย์ไร้ค่าเหมือนคนอื่นๆ ความปรารถนาของเขาก็ธรรมดเช่นกัน เขาต้องการเพียงสุราชั้นดีและหญิงงาม เขาต้องการต่อสู้และได้รับชัยชนะ เขาดำเนินชีวิตมาทีละขั้นจนมาถึงจุดนี้
สิ่งใดสูงส่งและสิ่งใดต่ำต้อยยากที่จะตัดสิน
เขาปิดเปลือกตาลงและเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นไปอีก
‘พวกเขาไม่ใช่มด! ข้าก็เช่นกัน!’
ถูหว่านเฉิงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง “ยิงธนู! ยิงธนู! ขว้างหิน! บดขยี้เขาให้ตตาย!”
เทพสงครามคำรามขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงของมันดังก้องไปทั่วและทำให้ทะเลเมฆปั่นป่วน มันยังทำลายล้างลูกศรทั้งหมดบนท้องฟ้า อุกกาบาตเพลิงดับและแตกสลาย สายลมกรรโชกแรงโจมตีค่ายทหารของฝ่ายปีศาจและทำให้ธงนับไม่ถ้วนปลิวไปพร้อมสายลม
ถูหว่านเฉิงหน้าซีดด้วยความตกใจและเซถอยหลังไปหลายก้าว
กองทัพซวนอู่คำรามพร้อมกันและทำให้เกิดความโกลาหล
เหล่าศิษย์สายตรงต่างตกตะลึง บางคนกะพริบตาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ทหารธรรมดาเหล่านี้ที่ปกติไม่เคยอยู่ในสายตาของพวกเขากลับสามารถระเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรงจนดูเหมือนมหาสมุทรที่กำลังบ้าคลั่ง
ปราณกองทัพที่ลุกไหม้ราวกับเปลวไฟสร้างผ้าคลุมสีทองไว้บนแผ่นหลังของเทพสงครามซวนอู่ นอกจากนั้นยังมีดาบเล่มใหญ่ปรากฏขึ้นในมือของมันอีกด้วย
อีกด้านหนึ่งของสนามรบ กองทัพเพลิงกำลังระดมพล มันแตกต่างจากกองทัพซวนอู่ เนื่องจากมันมีพลทหารหลายประเภท นอกจากทหารราบยังมีทหารม้าและอื่นๆอีกมากมาย
ต่างจากหลี่ฉิงซาน หลี่หลายฮัวขี่ม้าสีแดงที่สง่างามเฝ้ามองอยู่ในระยะไกล
ห่าวฮัวรู้สึกประหลาดใจ “เด็กคนนี้มาไกลถึงระดับนี้แล้ว! แม้แต่เฉาเทียนเจียวก็อาจทำไม่ได้!”
หลี่หลายฮัวพยักหน้า “เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริงๆ”
ห่าวฮัวยิ้ม “เดิมทีข้าคิดว่าเขาจะขอให้เจ้าก้าวออกไปข้างหน้าขณะที่เขาจะสนับสนุนอยู่ด้านข้าง เขาไม่กลัวว่าเจ้าจะหนีทันทีที่สถานการณ์แย่ลงงั้นหรือ?”
ในความเป็นจริงทั้งสองแทบไม่ได้สื่อสารกันเลย พวกเขาไม่เคยเป็นสหาย พวกเขากระทั่งเป็นศัตรูที่หวังให้กันและกันตกตาย พวกเขาไม่สามารถละทิ้งความแค้นในอดีตและร่วมมือกันอย่างจริงใจ พวกเขาเพียงนำกองทัพของตนเข้าสู่สนามรบเท่านั้น
หลี่หลายฮัวกล่าว “เขาจะไม่ทำเช่นนั้น ข้าก็เช่นกัน”
ห่าวฮัวมองไปที่หลี่หลายฮัว “พวกเจ้าช่างแปลกประหลาดนัก!”
“พวกเรา?” หลี่หลายฮัวมองไปทางกองทัพซวนอู่และกล่าวเบาๆว่า “ข้าได้รับคำท้าแล้ว!”
เขาชูหอกขึ้นสู่อากาศ เปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นบนหอกก่อนจะพุ่งเข้าห่อหุ้มพวกเขาทั้งสองเอาไว้ สายตานับไม่ถ้วนหันกลับมาจากกองทัพซวนอู่และตระหนักว่ากองทัพเพลิงก็มีเทพจ้าของตนเช่นกัน
ถูหว่านเฉิงหันหลังและหลบหนีออกจากทัพหน้า มันกลับเข้าไปในค่ายกลป้อมปราการปีศาจทั้งสิบสองเพราะกลัวจะถูกเทพสงครามซวนอู่โค่นล้ม ไม่มีราชันจักรพรรดิปีศาจตนใดเย้ยหยันมัน พวกมันเข้าใจและจริงจังกับเรื่องนี้มาก
อิงเจ๋อหรี่ตามองและสัมผัสได้ถึงอันตราย “เราไม่สามารถปล่อยให้พวกเขารวบรวมปราณกองทัพได้อีกต่อไป สั่งให้นักบวชปีศาจถวายเครื่องบูชาสวรรค์!”
เสียงสวดมนต์ที่หดหูดังขึ้นโดยรอบ
นักบวชปีศาจเต้นรำอยู่บนแท่นบูชา แน่นอนว่าพวกมันไม่ได้ขอพรจากสวรรค์ของมนุษย์แต่เป็นสวรรค์ของปีศาจ
แม้แต่พิธีขอฝนจากสวรรค์ก็ยังต้องมีเครื่องบูชา และเครื่องบูชาของพวกมันก็ไม่ใช่เป็ดหรือไก่ แต่เป็นปีศาจที่มีชีวิต
พื้นดินเต็มไปด้วยศพที่เลือดไหลรินเป็นสาย ทั้งหมดนี้เกิดจากการสังหารหมู่ของหลี่ฉิงซาน ศพปีศาจที่ถูกกองทัพซวนอู่กลืนกินเริ่มปล่อยปราณปีศาจออกมาทันที
เมฆสีดำรวมตัวกันราวกับสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวกำลังลิ้มรสเครื่องบูชา
นักบวชปีศาจคุกเข่าลงบนแท่นบูชา มันก้มศีรษะลงบนพื้นและยกมือขึ้นสูงพร้อมอธิษฐาน “สวรรค์ปีศาจที่ยิ่งใหญ่ โปรดมอบพลังให้แก่พวกเราด้วย...”
ทหารปีศาจนับล้านตนหมอบลงบนพื้น แม้แต่ราชันจักรพรรดิปีศาจทั้งสิบสองก็ก้มศีรษะลงเช่นกัน
หลี่ฉิงซานเงยหน้าขึ้นและรู้สึกคุ้นเคยกับเหตุการณ์นี้ ครั้งหนึ่งเมื่อดวงอาทิตย์สีดำปรากฏขึ้น สวรรค์ปีศาจพยายามสวมมงกุฎให้กับเขาแต่เขากลับปฏิเสธโดยไม่ลังเล ตอนนี้เขาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพิภพปีศาจ ดังนั้นเขาจึงยิ่งเกลียดชังมัน
สวรรค์ปีศาจดูเหมือนจะจำเขาได้ เมฆสีดำลอยต่ำลงมา ขณะที่เสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายดังขึ้นในหูของเขาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดราวกับมันพยายามล่อลวงเขาขณะเดียวกันก็คุกคามเขาด้วย
อิงเจ๋อรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย การบูชาสวรรค์ครั้งนี้ได้รับการตอบรับดีเกินไป แม้เขาจะฉลาดเพียงใด เขาก็ไม่สามารถจินตนาการว่าชายที่ยืนอยู่ใต้ร่างเทพสงครามซวนอู่จะเป็นบุคคลในตำนานของพิภพปีศาจ
เมฆดำลอยต่ำลงมาเรื่อยๆ ราวกับมันพยายามกดทับเทพสงครามซวนอู่ หลี่ฉิงซานคำรามเสียงดังและฟันดาบขึ้นไปบนท้องฟ้า
ทันใดนั้นเสียงกระซิบก็กลายเป็นเสียงกรีดร้องแหลมสูง เมฆดำระเบิดออกไป
ฝนสีดำเริ่มสาดเทลงมา มันบดบังวิสัยทัศน์ของทุกคนก่อนจะก่อตัวเป็นกระแสน้ำหลากไหลไปทางกองทัพซวนอู่
ด้วยการฟันของหลี่ฉิงซาน รอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้น กระแสน้ำถูกบังคับให้ไหลลงไป
อย่างไรก็ตามกระแสน้ำยังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
นี่ไม่ใช่การกระทำของมนุษย์อีกต่อไปแต่เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาจกล่าวได้ว่ามันคือความโกรธเกรี้ยวของสวรรค์
ไต้หมิงฟานสั่งให้ศิษย์สายตรงจัดการคลื่นน้ำก่อนจะหันไปทางเมืองเมฆดำ “ศิษย์น้องผี เจ้ารอสิ่งใดอยู่?”
ท่ามกลางศิษย์สายตรงทั้งหมด มีเพียงผีหยางชิวเท่านั้นที่ยังอยู่ในเมืองเมฆดำ เขาเป็นผู้ควบคุมค่ายกลเมฆดำและสายฟ้าคำรามในช่วงเวลานี้
ณ จุดสูงสุดของเมืองเมฆดำ ผีหยางชิววางมือลงบนแกนกลางของค่ายกล
“เปรี้ยง!”
สายฟ้าคำรามเสียงดัง
ภายใต้การควบคุมของเขา เมฆดำที่ปกคลุมเมืองพุ่งไปทางพิภพปีศาจและปลดปล่อยพลังอำนาจทั้งหมดที่มันสะสมไว้จนถึงตอนนี้
เมฆดำปะทะเมฆดำ สายฟ้าแลบสั่นและคำราม
เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างไม่รู้สิ้นสุด แสงสว่างและความมืดผสานเข้าด้วยกันจนดูเหมือนวันสิ้นโลก
ท่ามกลางเสียงคำรามอันดุเดือดของสายฟ้า เมฆดำของฝ่ายปีศาจสลายตัวไปอย่างรวดเร็วขณะที่พายุค่อยๆสงบลง
แสงแดดสาดส่องลงมาอีกครั้ง มันสะท้อนชุดเกราะโลหะนับไม่ถ้วนจนดูเหมือนทะเลแสง
ภายใต้ท้องฟ้าที่แจ่มใส เทพสงครามซวนอู่เริ่มเคลื่อนไหว เสื้อคลุมสีทองของมันลอยสูงขึ้นสู่อากาศขณะที่มันฟาดดาบยักษ์ที่อยู่ในมือไปข้างหน้า
“บุก!”
—————
พรุ่งนี้หยุด