เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1486 เทพสงคราม (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1486 เทพสงคราม (อ่านฟรี)

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1486 เทพสงคราม (อ่านฟรี)


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1486 เทพสงคราม (อ่านฟรี)

แปลโดย iPAT  

รอยยิ้มของถูหว่านเฉิงค่อยๆแข็งค้าง “บัดซบ! ต้องมีบางอย่างผิดปกติกับชุดเกราะนั่น!”

ไต้หมิงฟานรู้สึกสงสัยเช่นกัน “ศิษย์น้องลู่ ชุดเกราะเทพวิญญาณที่เจ้าสร้างขึ้นช่างยอดเยี่ยมนัก...”

ลู่ป๋อหยางส่ายศีรษะ “มันไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับชุดเกราะเทพวิญญาณเลย นี่เป็นพลังของตัวเขาเอง”

ศิษย์สายตรงทุกคนกลายเป็นพูดไม่ออก โดยเฉพาะศิษย์สายตรงที่เคยเดิมพันว่าหลี่ฉิงซานจะไม่สามารถเป็นศิษย์สายตรงภายในเวลาสามสิบปียิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ

“ท้ายที่สุดศิษย์พี่เล่อก็ยังมีสายตาที่แหลมคมกว่า!”

เล่อเทียนเผยรอยยิ้มขมขื่น แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยมองเห็นความสามารถที่แท้จริงของหลี่ฉิงซาน

เขาเข้าร่วมนิกายในฐานะผู้ฝึกตนที่ผ่านภัยพิบัติสวรรรค์มาสามครั้ง เขาพึ่งประสบความสำเร็จในการก้าวข้ามภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่สี่เมื่อไม่นานมานี้ จากนั้นเขาก็ก้าวข้ามภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่ห้าได้อย่างรวดเร็ว จะมีกี่คนในวัฏสงสารทั้งหกที่สามารถทำสิ่งเดียวกันนี้

สิ่งสำคัญที่สุดคือเขาแข็งแกร่งถึงระดับนี้ทันทีหลังจากก้าวข้ามภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่ห้า หากเขาไปถึงจุดสูงสุดของภัยพิบัติสวรรค์ครั้งที่ห้า ไม่ต้องพูดถึงสถานะศิษย์สายตรงทั่วไป แม้แต่ตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่ก็ไม่มีผู้ใดที่สามารถแข่งขันกับเขา

“หากกล่าวถึงสายตาที่แหลมคม ข้าต้องยอมรับว่าศิษย์น้องหยวนยอดเยี่ยมกว่าข้ามาก นางเป็นคนพาเขามา”

ใบหน้าของหยวนเหยาจูกลายเป็นสีแดง นางพึมพำ “สายตาแหลมคมอันใด ข้าจะรู้ได้อย่างไร เขาอยากมาด้วยตัวเขาเอง”

ไต้หมิงฟานกล่าว “เฮ้อ ไม่แปลกใจเลยที่เขาปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่อเทียนเจียวและหลายฮัว คนเช่นเขาจะอยู่ใต้อำนาจของผู้อื่นได้อย่างไร ผู้อาวุโสจิตวิญญาณมหาสมุทรสามารถมองเห็นโชคชะตา มันสมเหตุสมผลแล้วที่เขาจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ”

เหวินเจี้ยนเฟิงฟาดกระบี่ของเขา “ทุกคนอย่าอ่อนไหวเกินไป ตอนนี้พวกเรายังอยู่ในสนามรบ แต่อย่างน้อยเขาก็ยืนหยัดเคียงข้างพวกเราซึ่งไม่ใช่เรื่องเลวร้าย”

ไต้หมิงฟานพยักหน้า “แน่นอน ทุกคนระวังตัวและรักษาความแข็งแกร่งเอาไว้ด้วย” นางชำเลืองมองไปทางค่ายทหารของฝ่ายปีศาจและกล่าวอย่างมีความหมายว่า “การต่อสู้ที่แท้จริงยังไม่ได้เริ่มขึ้น”

ในเวลานี้กองทัพทหารห้าแสนนายของกองทัพซวนอู่เดินทางออกจากเมืองทั้งหมดแล้ว ภายใต้การปกป้องคุ้มครองของศิษย์สายตรง พวกเขาสามารถจัดขบวนทัพได้สำเร็จในที่สุด

ท้องฟ้ามืดสลัว หลี่ฉิงซานพุ่งไปข้างหน้าและทะลวงผ่านคลื่นปีศาจ

ชุดเกราะสีทองของเขาถูกย้อมด้วยสีแดงชาดจากการนองเลือด ดาบจุดจบบุปผาคลั่งที่อยู่ในมือของเขายิ่งส่องประกายและงดงามมากขึ้นหลังจากได้ดื่มเลือดจนพอใจ

ในเวลาเพียงไม่นานปีศาจมากกว่าหมื่นตนก็ตกตายลงเพราะดาบของเขา และจำนวนศพก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เขากวักแกว่งดาบในมือเพื่อหยุดยั้งกองทัพนับล้านและฆ่าปีศาจทุกตนที่กีดขวางเส้นทางของเขา

แต่ภายใต้หมวกเหล็ก ดวงตาของเขายังคงกระจ่างชัด มันไม่มีสัญญาณของความกระหายเลือดและบ้าคลั่งอยู่เลย

เขาดูสงบมากจนไม่เหมือนกำลังต่อสู้อยู่ในสนามรบ เมื่อเปรียบเทียบกับนักรบ เขาดูคล้ายกับชาวนาที่กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตมากกว่า

ดาบจุดจบบุปผาคลั่งเคลื่อนที่ไปทุกหนทุกแห่งโดยไร้อุปสรรค ราวกับมันไม่เคยตัดของแข็งใดๆ เพียงสายลมกรรโชกแรงที่มันสร้างขึ้นก็เพียงพอที่จะฉีกร่างปีศาจออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้ว

อย่างไรก็ตามพวกปีศาจไม่กลัวความตาย พวกมันยังคำรามและพุ่งเข้าหาเขาเหมือนคลื่นน้ำที่สาดซัดเข้ามาอย่างไม่รู้จบสิ้น สุดท้ายพวกมันก็พังทลายลง ชีวิตราวกับไร้ความหมาย

ดาบจุดจบบุปผาคลั่งรับรู้ถึงความรู้สึกของเขา นางกล่าว “เจ้าช่างแปลกประหลาดนัก เด็กน้อย เจ้าคิดว่าศัตรูอ่อนแอเกินไปงั้นหรือ?”

“การต่อสู้เช่นนี้ไม่มีค่าพอให้ข้าโยนชีวิตเข้าไป”

เขาเคยสาบานว่าจะต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุด เขาไม่พอใจกับการสังหารหมู่ศัตรูที่อ่อนแอกว่า และมันก็จะเป็นการดูหมิ่นเกียรติยศของปีศาจพยัคฆ์อีกด้วย

อย่างไรก็ตามความรู้สึกบางอย่างค่อยๆเติบโตขึ้นในใจของเขา สงครามพึ่งเริ่มต้น ค่ายทหารยังตั้งอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับเขยื้อนเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังรอเวลาโจมตี จนถึงตอนนี้เขายังไม่สามารถบอกผลลัพธ์ของสงครามครั้งนี้

ดาบจุดจบบุปผาคลั่งหัวเราะ “เจ้าเป็นอสูรโดยกำเนิด ไม่ เจ้าเป็นยิ่งกว่าอสูรทุกตนที่ข้าเคยเห็นมา ใช้ข้าให้เต็มที่!”

“แน่นอน!” หลี่ฉิงซานฟาดดาบและพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

เขาก้าวเข้าสู่อาณาเขตของพิภพปีศาจขณะที่กฎของพิภพปีศาจไม่ส่งผลกระทบต่อเขาเลย ในทางกลับกันมันกระทั่งช่วยสนับสนุนเขาในระดับหนึ่ง

สัตว์ร้ายที่ควบรวมมาจากปราณกองทัพพุ่งเข้ามา แต่ในสายตาของเขา พวกมันดูเชื่องช้าลงมาก

ด้วยเหตุนี้เขาจึงฟาดดาบจุดจบบุปผาคลั่งออกไป ในชั่วขณะนั้น เวลาราวกับหยุดนิ่ง

เขาสะบัดดาบซ้ำแล้วซ้ำอีก ก่อนที่สายลมกรรโชกแรงจากการสะบัดดาบก่อนหน้าจะสลายไป สายลมระลอกใหม่ก็เข้ามาทับซ้อนมันแล้ว

ในสายตาของคนอื่น พวกเขาเห็นเขาฟันดาบนับครั้งไม่ถ้วน ดาบของเขาหยุดลงเมื่อพายุหมุนสีดำกลืนกินเหล่าสัตว์ร้าย

ไม่ว่าจะเป็นปีศาจ อาวุธ หรือชุดเกราะ พวกมันล้วนถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันทีที่ถูกดูดเข้าไปในพายุหมุนสีดำ

พายุหมุนเปิดเส้นทางให้เขาและทิ้งร่องลึกไว้บนพื้นดิน ปีศาจทั้งหมดที่ขวางทางเขาถูกกำจัดออกไปจนหมด

กองทัพปีศาจหลายหมื่นตนที่อยู่รอบๆยังมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อพวกมันเห็นเหตุการณ์นี้ พวกมันก็ตกใจจนสติแตก ร่างของสัตว์ร้ายแตกสลายเมื่อขวัญกำลังใจของกองทัพพังทลายลง

หลี่ฉิงซานสูดหายใจลึกและตะโกนว่า “ข้า หลี่ฉิงซาน จะกวาดล้างทุกสิ่งที่กีดขวางเส้นทางของข้า!”

เสียงโห่ร้องดังขึ้น “ท่านแม่ทัพใหญ่จงเจริญ!”

หลี่ฉิงซานหันกลับไปมอง “แม่ทัพทั้งห้าอยู่ที่ใด?”

แม่ทัพทั้งห้าตอบรับพร้อมกันว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่ โปรดมอบคำสั่ง!”

“ร่วมมือกับข้ากวาดล้างสิ่งตกค้าง!”

“รับทราบ!”

ด้วยคำสั่งนั้น กองทัพทหารห้าแสนนายก็ออกรบพร้อมกัน

ขวัญกำลังใจลุกโชนเหมือนกองไฟขณะที่คลื่นมนุษย์เคลื่อนไปข้างหน้า

ปีศาจนับหมื่นที่เหลืออยู่ในสนามรบสูญเสียขวัญกำลังใจไปหลังจากการทำลายล้างครั้งใหญ่ของหลี่ฉิงซานไม่สามารถต้านทานและถูกบดขยี้จนแหลกสลาย

กองทัพซวนอู่เหมือนสัตว์ร้ายโลหะที่กลืนกินปีศาจหลายพันตนเข้าไปและเคี้ยวพวกมันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย กล่าวได้ว่าปีศาจหลายหมื่นตนไม่เพียงพอต่อความอยากอาหารของมันแม้แต่น้อย

ปีศาจจำนวนมากเริ่มหลบหนีแต่ถูกแนวหลังบังคับให้พวกมันกลับเข้าสู่สนามรบซึ่งทำให้พวกมันถูกกวาดล้างในไม่ช้า

หลี่ฉิงซานขมวดคิ้ว ‘พวกปีศาจกำลังทำสิ่งใด?’

กองทัพซวนอู่เดินตามรอยเท้าของหลี่ฉิงซานเข้าไปในอาณาเขตของพิภพปีศาจ พวกเขาเหมือนค้อนเหล็ก ขณะที่หลี่ฉิงซานเป็นตะปู มันทิ่มแทงไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง

ดวงตานับไม่ถ้วนจ้องมองเขาด้วยความศรัทธา

ปราณกองทัพรวมตัวกันอยู่บนร่างของหลี่ฉิงซาน ธงสงครามทั้งห้าบนแผ่นหลังของเขาโบกสะบัดอย่างรุนแรง ทันใดนั้นร่างของเทพสงครามที่ดูคล้ายกับหลี่ฉิงซานก็ลุกขึ้นมาจากร่างกายของเขา มันยืนสูงจนแม้แต่เหล่าศิษย์สายตรงยังต้องเงยหน้าขึ้นมอง

ไต้หมิงฟานถอนหายใจด้วยความประหลาดใจ “เทพสงครามของกองทัพซวนอู่!”

นี่คือสถานะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปราณกองทัพ มันจะปรากฎขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่เง้มงวดอย่างยิ่งเท่านั้น

ประการแรก ปราณกองทัพต้องมีมากพอและต้องรักษาขบวนรบที่สมบูรณ์แบบเอาไว้เป็นเวลานาน ประการต่อมา ขวัญกำลังใจของพวกเขาต้องสูงพอ ด้วยสิ่งเหล่านี้มันจะสามารถอัญเชิญเทพสงครามออกมา

การยอมรับจากกองทัพทั้งหมดเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ผู้นำจะต้องได้รับความเคารพจากใจจริงอีกด้วย

คนขายเนื้อที่มองชีวิตไร้ค่าและฆ่าเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองไม่อาจได้รับความเคารพนับถืออย่างแท้จริง มีเพียงกองทัพที่ทุ่มเทแรงศรัทธาให้แก่ผู้นำและความปรารถนาที่จะได้รับชัยชนะเท่านั้นจึงจะอัญเชิญเทพสงครามออกมาได้

หลี่ฉิงซานรู้สึกถึงพลังที่ไหลทะลักออกมา ด้วยสิ่งนี้ แม้แต่ราชันจักรพรรดิปีศาจ เขาก็สามารถขบขยี้พวกมันได้อย่างง่ายดาย

“นี่คือ...พลังจากเจตจำนงของประชาชน!”

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 1486 เทพสงคราม (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว