เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 95 ถ้ำหนู

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 95 ถ้ำหนู

ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 95 ถ้ำหนู


ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 95 ถ้ำหนู

แปลโดย iPAT  

“เจ้าจะสังเวยข้า! นี่เป็นสิ่งที่ควรทำงั้นหรือ? มีจิตสำนึกบ้างหรือไม่!? ไม่ใช่ว่าเจ้านายต้องปกป้องสัตว์เลี้ยงของพวกเขางั้นหรือ?”

“ข้าไม่ใช่คนเช่นนั้น! จิตสำนึกอันใด? มันกินได้หรือไม่? หึหึ ในที่สุดเจ้าก็ยอมรับข้าเป็นเจ้านาย!” ซวนเยว่ยิ้มกว้างไปถึงใบหูก่อนจะไอเบาๆ “ตราบเท่าที่เจ้าตะโกนออกมาว่า ช่วยข้าด้วย! เจ้านายเหมียวของเจ้าจะปกป้องเจ้าอย่างแน่นอน!”

หลี่ฉิงซานกล่าว “ข้ายอมตายดีกว่าจะพูดเช่นนั้น!”

ซวนเยว่โต้กลับ “หากทำตัวไม่น่ารัก เจ้าจะถูกเจ้านายทอดทิ้ง!”

หลี่ฉิงซานกล่าวต่อ “เช่นนั้นโปรดทิ้งข้าโดยเร็ว!”

พวกเขาทะเลาะกันขณะออกเดินทางต่อ แต่หลี่ฉิงซานรู้สึกเหมือนมีเงาดำปกคลุมหัวใจของเขา เขาเริ่มระวังตัวมากขึ้น เมื่อใดก็ตามที่พบสัตว์อสูร เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงพวกมัน เขาไม่ต้องการต่อสู้

ในเวลาเดียวกันเคล็ดวิชาจิตวิญญาณเต่าของเขาก็ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ความสามารถในการเก็บซ่อนกลิ่นอายของเขาดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สัตว์อสูรหลายตัวเดินผ่านเขาไปโดยไม่พบการคงอยู่ของเขาบ่อยครั้ง

ซวนเยว่ดีใจที่นางเลือกสัตว์เลี้ยงได้ถูกต้อง นางป้อนเม็ดยาจิตวิญญาณให้หลี่ฉิงซานโดยไม่ตระหนี่ แต่หลี่ฉิงซานรู้สึกว่านางกำลังขุนเขาเพื่อใช้เป็นโล่เนื้อมากกว่า

กล่าวโดยสรุปพวกเขาเดินทางอย่างสงบสุขอยู่หลายวันก่อนที่ซวนเยว่จะเปิดปากกล่าวว่า “พวกเราเกือบถึงมณฑลหลงโจวแล้ว!”

วันนั้นพวกเขาพบถ้ำธรรมชาติแห่งหนึ่งและเข้าไปพักผ่อน มันไม่ได้ถูกปิดผนึกแต่มันลึกมาก ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามันจะนำไปสู่ที่ใด

ซวนเยว่นอนอยู่ในตะกร้าแมวขณะที่หลี่ฉิงซานและเสี่ยวอันนั่งบ่มเพาะอยู่เคียงข้างกัน

ทันใดนั้นเสียงกรอบแกรบก็ดังมาจากใต้ดินและเคลื่อนที่ใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ

หลี่ฉิงซานเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างกะทันหัน ซวนเยว่ผุดลุกขึ้นนั่งด้วยหูที่ชูชันขึ้นทั้งสองข้าง เห็นได้ชัดว่านางเคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาก่อน

“สัตว์อสูร!”

ดวงตาจำนวนนับไม่ถ้วนส่องประกายขึ้นในความมืด

สัตว์อสูรโผล่ออกมาจากใต้ดินและมีมากกว่าหนึ่ง!

หลี่ฉิงซานคุ้นเคยกับเรื่องเช่นนี้แล้ว เขาเตรียมตัวป้องกันขณะที่ซวนเยว่ปกปิดตนเองตามสัญชาตญาณ

เป็นเพียงเวลานี้ที่หนูจำนวนนับไม่ถ้วนโผล่ออกมาจากส่วนลึกของถ้ำเหมือนคลื่นน้ำ หลี่ฉิงซานขมวดคิ้วเมื่อเห็นสิ่งนี้ อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น หนูที่โผล่ออกมามีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ตัวที่เล็กที่สุดยังมีขนาดเท่าสุนัข ตัวใหญ่กว่ามีขนาดเท่าหมี

ถ้ำถูกกลืนกินโดยทะเลหนูทันที พวกมันจ้องมองหลี่ฉิงซานและส่งเสียงขบฟันดังก้องไปทั้งถ้ำ

หลี่ฉิงซานยังสงบนิ่งและไม่กลัว ท้ายที่สุดศัตรูตัวฉกาจของหนูก็อยู่ที่นี่ แต่หลังจากนั้นเขากลับสัมผัสได้ว่าซวนเยว่ตัวสั่นเล็กน้อย เขาเย้ยหยันด้วยเสียงที่สงบนิ่ง “เจ้ากลัวหนูงั้นหรือ?”

“พะ...พวกมันน่าขยะแขยง! เจ้าเลือกสถานที่เช่นไร! ระ...รีบไปฆ่าพวกมันซะ!” ซวนเยว่ไม่เคยเห็นสิ่งที่น่าขนลุกเช่นนี้มาก่อนในจวนผู้ว่า

หลี่ฉิงซานกล่าวอย่างชั่วร้าย “พวกมันไม่ใช่อาหารจานโปรดของเจ้างั้นหรือ? พวกมันเหมาะที่จะเป็นมื้อเย็น! รีบกินพวกมันซะ!” หากมีความแค้น เขาจะแก้แต้น หากมีความคับข้องใจ เขาจะส่งมันกลับไปโดยไม่มีข้อยกเว้น!

“ข้าจะกินเจ้าก่อน!”

ก่อนที่หลี่ฉิงซานจะสามารถกล่าวสิ่งใดต่อ เขาก็รู้สึกเจ็บที่ใบหู ซวนเยว่กัดเขา แต่นอกเหนือจากความเจ็บจากการถูกกัดด้วยฟัน เขายังรู้สึกถึงริมฝีปากและลิ้นที่อ่อนนุ่มของนาง นี่เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจจริงๆ

‘เดี๋ยว! ข้าไม่ควรสนใจเรื่องนั้น!’ หลี่ฉิงซานส่ายศีรษะก่อนกล่าว “เสี่ยวอัน พ่นไฟ!”

เสี่ยวอันรอเวลานี้อยู่แล้ว เขากระโจนไปข้างหน้าและพ่นเพลิงโลหิตออกไปทุกหนทุกแห่ง

หนูทั้งหมดส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง หนูที่อ่อนแอกลายเป็นเถ้าถ่านไปในพริบตา เลือดและเนื้อของพวกมันช่วยให้เพลิงโลหิตยิ่งโหมกระหน่ำมากขึ้น หนูตัวใหญ่พุ่งผ่านกองไฟเข้าไปกัดหลี่ฉิงซานโดยตรง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าพวกมันมีเพียงกำลังแต่ไร้สมอง

อย่างไรก็ตามยิ่งพวกมันแข็งแกร่งเท่าใด เปลวไฟก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น ด้วยการใช้หนูจำนวนนับไม่ถ้วนเป็นเชื้อเพลิง เปลวไฟยิ่งพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศและก่อตัวเป็นอสรพิษเพลิงอ้าปากกลืนกินหนูตัวใหญ่เข้าไป

ทักษะของเสี่ยวอันพัฒนาขึ้นเรื่อยๆในช่วงที่ผ่านมา เมื่อฝูงหนูตระหนักถึงความแข็งแกร่งของศัตรู พวกมันจึงตัดสินใจหลบหนี

กระทั่งหลี่ฉิงซานยังรู้สึกหวาดกลัว ทั้งหมดต้องขอบคุณทักษะที่ยอดเยี่ยมของเสี่ยวอัน มิฉะนั้นพวกเขาคงถูกฝูงหนูกลืนกินและได้รับบาดเจ็บไม่น้อย ท้ายที่สุดฟันเหล็กของหนูเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แม้พวกเขาจะได้รับชัยชนะ แต่มันก็ยังรู้สึกน่าขยะแขยง

“ระวัง!” ซวนเยว่กระซิบข้างหูหลี่ฉิงซานขณะที่ฝ่ายหลังรู้สึกถึงลมอุ่นๆที่พัดออกมาจากปากของนางและทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น แต่ก่อนที่เขาจะสามารถตอบสอง ปราณปีศาจที่ทรงพลังก็แผ่พุ่งออกมาจากส่วนลึกของถ้ำ

ด้วยแสงสีเหลือง มันพุ่งผ่านอสรพิษเพลิงและส่งเสี่ยวอันลอยกลับหลังไป

“เสี่ยวอัน!” หลี่ฉิงซานคว้าร่างเสี่ยวอันเอาไว้อย่างรวดเร็ว แต่เห็นได้ชัดว่าร่างโครงกระดูกของเสี่ยวอันเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ตั้งแต่เสี่ยวอันฝึกเคล็ดวิชากระดูกขาวและความงามอันเป็นนิรันดร์ ร่างกายของเขาแข็งแกร่งเหมือนเหล็กกล้า ชัดเจนว่าการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามทรงพลังมาก

แสงสีเหลืองราวกับมีชีวิต มันกลับตัวกลางอากาศและพุ่งเข้าหาหลี่ฉิงซานด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ

ซวนเยว่ยื่นมือของนางออกไปและคว้าจับแสงสีเหลืองเอาไว้ นางตรวจสอบและพบว่ามันเป็นไข่มุกสีเหลือง “แก่นปีศาจ!”

ศัตรูเป็นสัตว์อสูรที่สามารถควบรวมแก่นปีศาจ เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกับหนูตัวเท่าช้างที่วิ่งออกมาจากถ้ำ ดวงตาของมันส่องประกายสว่างไสว เห็นได้ชัดว่ามันมีสติปัญญาอยู่บ้าง มันมองไปที่แก่นปีศาจในมือของซวนเยว่ก่อนจะพุ่งเข้าหาหลี่ฉิงซานด้วยเสียงแหลมสูง

นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่ฉิงซานเผชิญหน้ากับสัตว์ปีศาจ เขารู้สึกถึงความน่ากลัวของมันทันที ร่างกายของเขาส่งสัญญาณเตือนโดยสัญชาตญาณอย่างต่อเนื่อง มันเตือนว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสัตว์ปีศาจตัวนี้

ด้วยแสงสีเหลืองที่ส่องประกายขึ้นในดวงตาของปีศาจหนู ทันใดนั้นเสาดินก็ปะทุขึ้นจากพื้นใต้เท้าของหลี่ฉิงซาน มันเร็วมากจนเขาไม่สามารถตอบสนอง ซวนเยว่คว้าหลี่ฉิงซานและกระโดดถอยออกไปไกลกว่าสามเมตร ในที่สุดหนามดินก็พุ่งขึ้นไปจากสุดเพดานถ้ำ หลี่ฉิงซานมองจากด้านล่างด้วยเหงื่ออันเย็นเยียบที่ไหลลงมาจากหน้าผาก

เสี่ยวอันใช้เพลิงโลหิตโจมตีปีศาจหนูอีกครั้ง แต่แสงสีเหลืองปิดกั้นเปลวไฟไม่ให้รุกล้ำเข้าไป

ปีศาจหนูส่งเสียงแหลมสูงสองสามครั้ง แก่นปีศาจสั่นสะเทือนแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเจ้านายของมันพยายามเรียกมันกลับไป

“จับไว้!” ซวยเยว่โยนแก่นปีศาจให้หลี่ฉิงซาน เขารีบคว้ามันเอาไว้แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่ามันจะทรงพลังถึงเพียงนี้ แม้เขาจะใช้กำลังทั้งหมด มันก็ยังแทบหลุดออกจากมือของเขา กระทั่งเวลานี้ปีศาจหนูก็ยังดุร้ายมาก หากมันได้แก่นปีศาจกลับคืน มันจะน่ากลัวถึงระดับใด

เคล็ดวิชาจิตวิญญาณเต่า! ปราบปรามความชั่วร้าย!

หลี่ฉิงซานเริ่มใช้ทักษะจากเคล็ดวิชาจิตวิญญาณเต่า ปราณปีศาจเคลื่อนที่อย่างบ้าคลั่งอยู่ในร่างกายของเขาและพยายามปราบปรามแก่นปีศาจที่อยู่ในมือของเขา เมื่อปีศาจหนูเห็นว่ามันล้มเหลว มันก็พุ่งเข้าหาหลี่ฉิงซานด้วยความโกรธ ร่างกายขนาดเท่าช้างของมันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า

ขณะที่กลิ่นเหม็นพุ่งเข้าจมูกของหลี่ฉิงซาน เขาก้มศีรษะลงและใช้ท่าปีศาจวัวหวิด เขาใช้เขากระทิงบนศีรษะพุ่งปะทะฟันสีขาวซีดโดยตรง

จบบทที่ ตำนานเทพปีศาจข้ามภพ บทที่ 95 ถ้ำหนู

คัดลอกลิงก์แล้ว