- หน้าแรก
- หายนะสำหรับทุกคน เริ่มต้นจากอาคารอพาร์ตเมนต์ร้าง
- บทที่ 19 : จุดจบของกู่ตงเสวี่ย
บทที่ 19 : จุดจบของกู่ตงเสวี่ย
บทที่ 19 : จุดจบของกู่ตงเสวี่ย
...จางเจี้ยนหลงตะเกียกตะกายหนีตายมาหาฮวาอวี่ห่าว เขาหอบหายใจถี่รัว ใบหน้าฉายแววหวาดผวาขีดสุด
"พี่ห่าว... ไอ้นั่นมันสัตว์ประหลาด... บางที... เราควรรีบถอยกันก่อน..."
น้ำเสียงของเขาสั่นเครือด้วยความกลัวจับใจ
ฮวาอวี่ห่าวไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาหรี่ตาลงจ้องเขม็งไปที่ความมืดเบื้องหน้า
ทันใดนั้น เสียง "ตึง!" ดังสนั่นหวั่นไหว เท้ายักษ์ข้างหนึ่งกระทืบลงบนพื้นกระเบื้องจนแตกละเอียด แรงสั่นสะเทือนสะท้านไปทั่วทั้งชั้น
วินาทีต่อมา ร่างมหึมาดั่งรถถังหุ้มเกราะเนื้อก็พุ่งพรวดออกมา
มันมีความสูงกว่าสามเมตร เอวกว้างกว่าสองเมตร ไขมันพอกพูนหนาเตอะตั้งแต่หัวจรดเท้า ดูราวกับลูกชิ้นเนื้อขนาดยักษ์
"เชี่ยเอ๊ย... จางเจี้ยนหลง ไอ้เวร..."
"ฉิบหายแล้ว... จางเจี้ยนหลง ไอ้โง่..."
เฉาเต๋อเป่าและตงปินที่ตอนแรกกะจะชะโงกหน้าไปดูว่าตัวอะไรที่ทำให้จางเจี้ยนหลงกลัวหัวหด ถึงกับเข่าอ่อนแทบสิ้นสติเมื่อเห็นเจ้า 'ซอมบี้ลูกชิ้นยักษ์' ที่พุ่งออกมา
รูม่านตาของฮวาอวี่ห่าวหดลีบลงเท่ารูเข็ม สายตาจับจ้องไปที่เหนือหัวของเจ้าซอมบี้ลูกชิ้นยักษ์... มันระบุชัดเจนว่า : เลเวล ๑๐!
แถมตัวอักษรยังเป็นสีฟ้า!
"โฮก~"
ซอมบี้ยักษ์คำรามลั่น ทำเอาทุกคนรวมถึงฮวาอวี่ห่าวขวัญหนีดีฝ่อไปตาม ๆ กัน
"ไอ้ระยำ จางเจี้ยนหลง..."
ฮวาอวี่ห่าวโกรธจนตาแทบถลน อยากจะเอาไม้ฟาดหัวจางเจี้ยนหลงให้ตายคาที่ เขาหันขวับไปตะโกนใส่ฉินจื่อซิน
"จื่อซิน หนีเร็ว!"
สิ้นเสียง เขาคว้าข้อมือฉินจื่อซินแล้วออกตัววิ่งทันที
ส่วนคนอื่น ๆ... ถ้าวิ่งช้าก็จงรับบทเป็นตัวถ่วงเวลาไปซะเถอะ
ทั้งเจ็ดคนกรีดร้องแตกตื่น ต่างภาวนาให้พ่อแม่ให้ขามาเพิ่มอีกสักสองข้าง
เจ้าซอมบี้ยักษ์เคลื่อนที่ไม่ได้เร็วมากนัก มันไล่กวดตามมาไม่ทันในระยะสั้น แต่ก็เกาะติดไม่ปล่อยราวกับเงาตามตัว
"พี่ห่าว เรากลับไปซ่อนในห้องดีไหม?"
"ไม่ได้! ขืนไอ้ยักษ์นั่นมาอุดหน้าประตู พวกเราตายกันหมดแน่!"
"แล้วจะทำยังไงดีล่ะ?"
"แม่งเอ๊ย ไอ้พวกโง่! ถ้าพวกมึงไม่ไปแหย่มัน เราจะซวยกันแบบนี้ไหม!"
"ฉันนึกว่ามันเป็นซอมบี้กาก ๆ นี่หว่า ใครจะไปรู้ว่ามันซ่อนอยู่ตรงนั้น..."
"เชี่ย มันตามมาทันแล้ว..."
ในบรรดาทั้งเจ็ดคน มีเพียงกู่ตงเสวี่ยที่ไม่ได้กินข้าวและน้ำแม้แต่หยดเดียว
แน่นอนว่าเธอย่อมรั้งท้ายสุด
เมื่อเห็นซอมบี้น่าสยดสยองไล่จี้หลังมาห่างแค่ห้าหกเมตร เธอก็เริ่มกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
"กรี๊ดดด... รอฉันด้วย ช่วยด้วย... อย่าทิ้งฉันไว้... ช่วยฉันด้วย..."
"กรี๊ดดด..."
เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังก้องไปครึ่งตึก
และแน่นอน มันปลุกซอมบี้นับไม่ถ้วนให้ส่งเสียงคำรามตอบรับ
สีหน้าของฮวาอวี่ห่าวเปลี่ยนไปทันที เมื่อซอมบี้ตัวหนึ่งที่ถูกเสียงกรีดร้องดึงดูดโผล่ออกมาขวางหน้า
"สัสเอ๊ย!"
เขาสบถลั่น เตะซอมบี้ที่พุ่งเข้ามาจนกระเด็น แล้วลากฉินจื่อซินวิ่งขึ้นบันไดหนีไปชั้นบน
ขณะที่วิ่งขึ้นไป เขาหันกลับมามองพวกจางเจี้ยนหลงด้วยสีหน้าอำมหิต
จางเจี้ยนหลงและพรรคพวกขนลุกซู่ เข้าใจความหมายของฮวาอวี่ห่าวในทันที
ทั้งสามสบตากันแล้วค่อย ๆ ชะลอฝีเท้าลง ปล่อยให้ซูอี้หลานวิ่งแซงขึ้นหน้าไป
"แม่งเอ๊ย นังนี่รนหาที่ตายชัด ๆ!"
กล้ามเนื้อบนแก้มของจางเจี้ยนหลงกระตุกยิก จังหวะที่กู่ตงเสวี่ยวิ่งตามมาทัน เขาหมุนตัวกลับแล้วถีบเข้าที่ท้องน้อยของเธอเต็มแรง
ขณะที่ร่างของกู่ตงเสวี่ยปลิวละลิ่วกลับหลังไป ใบหน้าของเธอยังฉายแววแห่งความหวัง
เธอหลงคิดว่าจางเจี้ยนหลงและพวกพ้องเกิดสำนึกดีจะยื่นมือมาช่วย
ใครจะคิดว่าสิ่งที่ยื่นมาจะเป็นเท้า!
ทำไม?
ทำไมพวกมันถึงกล้าทำแบบนี้?
ยังไม่ทันที่กู่ตงเสวี่ยจะหายสงสัย ฝ่ามือยักษ์สองข้างก็คว้าตัวเธอไว้แน่น
พริบตานั้น ความหวาดกลัวไร้ขีดจำกัดแล่นพล่านไปทุกเซลล์ในร่างกาย
"กรี๊ดดด..."
กู่ตงเสวี่ยดิ้นรนและกรีดร้องอย่างโหยหวน
วินาทีต่อมา ซอมบี้ลูกชิ้นยักษ์ค่อย ๆ อ้าปากกว้าง แล้วกัดงับลงมาอย่างแรง
เสียงดัง กร้วม!
ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของจางเจี้ยนหลงและพรรคพวก ซอมบี้ลูกชิ้นยักษ์กัดร่างของกู่ตงเสวี่ยหายไปกว่าครึ่งตัวในคำเดียว
"เชี่ย..."
ทั้งสามคนรีบตะเกียกตะกายหนีขึ้นชั้นบนอย่างไม่คิดชีวิต
เจ้าซอมบี้ลูกชิ้นยักษ์ยืนเคี้ยวร่างกู่ตงเสวี่ยต่ออย่างเอร็ดอร่อย เลือดสด ๆ เปรอะเปื้อนเต็มปาก และไม่ได้ไล่ตามพวกเขามาอีก
ชั้น ๓๒
ฮวาอวี่ห่าวใช้ไม้กระบองฟาดหัวซอมบี้ที่ขวางหน้าประตูห้องจนเละ แล้วลากฉินจื่อซินที่กำลังขวัญเสียเข้าไปหลบข้างใน
ครู่ต่อมา ซูอี้หลานที่หน้าซีดเผือดก็วิ่งตามเข้ามา ตามด้วยพวกจางเจี้ยนหลงอีกสามหน่อ
"แฮ่ก แฮ่ก... แม่งเอ๊ย... มีสัตว์ประหลาดระดับนั้นอยู่ด้วย!"
"ฟู่ว~ สงสัยจะเป็นมินิบอส สีชื่อแม่งยังไม่เหมือนชาวบ้านเลย!"
"บ้าเอ๊ย ตกใจแทบตาย... เกือบไปสวรรค์แล้ว จางเจี้ยนหลง ไอ้ควาย กูอยากจะตบมึงให้ตายจริง ๆ!"
"เชี่ย คิดว่ากูอยากให้เป็นงี้เหรอ? กูก็กลัวจนขี้หดตดหายเหมือนกัน ถ้าวิ่งไม่เร็วป่านนี้คงโดนแดกไปแล้ว!"
"ถุย มิน่าล่ะเหม็นเยี่ยวหึ่งเลย ไปไกล ๆ ตีนกูเลยไป!"
"หุบปากกันให้หมดไอ้พวกเวร!" ฮวาอวี่ห่าวตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด
สายตาเย็นยะเยือกของเขากวาดมองพวกจางเจี้ยนหลง ทำเอาพวกมันใจสั่น รีบมุดหัวหนีเข้าไปในห้องนอนข้าง ๆ
"ไอ้พวกขยะเอ๊ย!"
นี่เป็นครั้งแรกที่ฮวาอวี่ห่าวรู้สึกว่าความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม
ถ้าไม่ติดว่าจางเจี้ยนหลงยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง เขาคงเอาไม้ฟาดมันตายไปแล้วจริง ๆ
ไอ้โง่นี่เกือบพาเขาไปตาย!
เมื่อสถานการณ์สงบลง ฉินจื่อซินถึงเพิ่งตระหนักว่ามีคนหายไป
กู่ตงเสวี่ยไม่ได้ตามมา
ประกอบกับเสียงกรีดร้องโหยหวนเมื่อครู่
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอคงตายไปแล้ว และน่าจะตายอย่างอนาถที่สุด
ฉินจื่อซินกัดริมฝีปากแน่น ความโศกเศร้าที่อธิบายไม่ถูกก่อตัวขึ้นในใจ
มิตรภาพเหรอ?
ก็ไม่เชิง
พวกเธอเพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน ความผูกพันไม่ได้ลึกซึ้งขนาดนั้น
มันเป็นความรู้สึกสับสนและสิ้นหวังในชะตากรรมของตัวเองมากกว่า
ซูอี้หลานนั่งกอดเข่าอยู่ที่มุมห้อง แววตาว่างเปล่า ร่างกายบอบบางสั่นเทาไม่หยุด
ฉินจื่อซินไม่รู้ว่ากู่ตงเสวี่ยตายยังไง แต่ซูอี้หลานเห็นเหตุการณ์ชัดเจนเต็มสองตา
จางเจี้ยนหลงเป็นคนฆ่าเธอ!
เป็นจางเจี้ยนหลงที่ถีบส่งเธอไปให้สัตว์ประหลาดตัวนั้น!
คำเดียว!
แค่คำเดียวเท่านั้น!
สัตว์ประหลาดนั่นกัดร่างกู่ตงเสวี่ยหายไปครึ่งตัว!
"อึก... แหวะ..."
จู่ ๆ ซูอี้หลานก็ทรุดลงกับพื้นแล้วอาเจียนออกมาอย่างหนัก แทบจะขย้อนน้ำดีออกมาด้วย...
"เชี่ย! พวกฝั่งนั้นทำอะไรกันอยู่วะนั่น?"
"๖๖๖! (สุดยอด) โคตรแจ่ม!"
"พวกมันกำลังเสวยสุขกันชัด ๆ ส่วนพวกเราได้แต่นั่งหนาวสั่นอยู่ที่นี่ แม่งเอ๊ย คนเหมือนกันแท้ ๆ ทำไมชีวิตต่างกันจังวะ!"
"ชิ ดูหุ่นหมอนั่นสิ แล้วดูสภาพแก... ไอ้อ่อน!"
"เฮ้ย ผู้หญิงคนนั้นหน้าคุ้น ๆ ว่ะ... เชี่ย! ไอ้เฟิง นั่นมันอวี่ตานตานที่มึงเคยไปสารภาพรักไม่ใช่เหรอ?"
สิ้นประโยคนั้น ต่อมเผือกของทุกคนก็ทำงานทันที สายตาทุกคู่พุ่งเป้าไปที่ 'หลี่เฟิง' เป็นจุดเดียว