เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 คราวนี้แกส่งฉันมาที่นรกขุมไหนอีกเนี่ย?

บทที่ 1 คราวนี้แกส่งฉันมาที่นรกขุมไหนอีกเนี่ย?

บทที่ 1 คราวนี้แกส่งฉันมาที่นรกขุมไหนอีกเนี่ย?


เจียงหลิน เพศชาย อายุ 19 ปี ผู้ข้ามภพ เฟรชชี่ปีหนึ่งแห่งมหาวิทยาลัยเจียงหนาน

ด้วยต้นทุนชีวิตตามสูตรสำเร็จยอดฮิตอย่าง ‘พ่อแม่ตายเรียบ’

บวกกับความช่วยเหลือจากรัฐบาล เจียงหลินจึงสอบติดมหาวิทยาลัยมาได้แบบคาบเส้น

แต่น่าเสียดายที่รอมาตั้ง 19 ปี เขาก็ยังไม่ได้ ‘สูตรโกง’ หรือพลังพิเศษอะไรนั่นเลย ซึ่งมันทำให้เขาหงุดหงิดใจแทบบ้า

หลังจากเอาตัวรอดจากการฝึกทหารสุดโหดมาได้ เจียงหลินจึงตัดสินใจให้รางวัลตัวเองสักหน่อย

ผลก็คือ ในคาบเรียนวันต่อมา หนังตาของเขาก็หนักอึ้งจนลืมไม่ขึ้น และเผลอหลับไปในเวลาอันรวดเร็ว!

เมื่อเจียงหลินลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย เขาก็ต้องตกตะลึงจนตาค้าง

ภาพท้องฟ้าสีเทานอกหน้าต่างและระเบียงตึกที่ดูผุพังตรงหน้า ทำให้เจียงหลินนั่งนิ่งเป็นบื้อใบ้

หลังจากมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หยิกต้นขาตัวเองเข้าอย่างจัง

"ซี๊ด~"

ความเจ็บปวดที่แล่นพล่านทำให้เจียงหลินตระหนักว่านี่ไม่ใช่ความฝัน

ของจริงนี่หว่า!

"เชี่ยเอ๊ย! แค่งีบเดียวข้ามภพอีกแล้วเหรอ?" เจียงหลินรู้สึกหงุดหงิดจนแทบกระอักเลือด

"ไอ้เวรเอ๊ย คราวนี้แกส่งฉันมาที่นรกขุมไหนอีกเนี่ย?"

"ระบบ? ถังขยะ? ลูกพี่... ออกมาหน่อยเถอะน่า!"

"แม่งเอ๊ย!"

ถ้าจะให้ข้ามภพข้ามชาติมา ก็เอาเถอะ

เจียงหลินไม่ได้ใส่ใจนักหรอก เพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกของเขาสักหน่อย!

แต่อย่างน้อยก็ช่วยส่งไปโลกที่มันดูปกติกว่านี้หน่อยได้ไหม แถมระบบเทพๆ มาให้สักตัวด้วยก็ดี

เผื่อจะได้ก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิต เปลี่ยนเจ้าสาวไม่ซ้ำหน้า เป็นเจ้าบ่าวทุกค่ำคืน...

ในขณะที่เจียงหลินกำลังคร่ำครวญอยู่ในใจ จู่ๆ เสียงครวญครางระงมก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"เชี่ย... เจ็บตูดชะมัด... ไอ้บ้าตัวไหนมาเล่นรูตูดตูฟะเนี่ย?"

"โอ๊ย... ที่นี่ที่ไหน? เมื่อกี้พวกเรายังเรียนอยู่ไม่ใช่เหรอ? ใครพาฉันมาที่นี่! ไอ้บ้าเอ๊ย!"

"เฮ้ย หรือว่าโรงเรียนจะจัดฝึกทหารภาคสนามรอบสอง?"

"สมองกลับหรือเปล่า? ทุบหัวพวกเราให้สลบแล้วลากมานี่เนี่ยนะ? โรงเรียนต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถ้าทำแบบนั้น ผิดกฎหมายนะเว้ย"

"เวรเอ๊ย แล้วจะอธิบายเรื่องนี้ยังไงวะ? เฮ้ย คงไม่ใช่ว่าพวกเราข้ามมิติมาพร้อมกันหรอกนะ?"

"อ่านนิยายมากไปแล้วมั้ง? พนันได้เลยว่าต้องเป็นการแกล้งกันแน่! เฮ้ย ใครเล่นตลกวะ ฉันเห็นนะเว้ย! ออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันแจ้งตำรวจแน่!"

"เหอะ กว่าแกจะคิดแจ้งตำรวจ ฉันลองไปแล้ว แต่น่าเสียดาย... ไม่มีสัญญาณ..."

"หา! แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ?"

ทุกคนหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ด้วยความรู้สึกมืดแปดด้าน

เจียงหลินเองก็อึ้งไปครู่หนึ่งเหมือนกัน

เมื่อครู่เขามัวแต่จมอยู่กับความเศร้าและคับแค้นใจ จนไม่ทันสังเกตเลยว่าเพื่อนร่วมชั้นของเขาก็นอนกองอยู่ข้างหลัง

เชี่ย ทำไมคราวนี้คนถึงข้ามภพมาเยอะขนาดนี้วะ?

เจียงหลินรู้สึกปวดหัวตุบขึ้นมาทันที

แต่ทว่า ไม่นานสายตาของเขาก็ถูกดึงดูดด้วยกางเกงยีนส์ตัวหนึ่งที่จู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นมา

กางเกงยีนส์รัดรูปโอบรัดบั้นท้ายอันงอนงามนั้นไว้อย่างสมบูรณ์แบบ จนดูเป็นทรงกลมกลึงราวกับลูกพีชสุกงอม!

และบนบั้นท้ายทรงลูกพีชนั่น มีลวดลายสี่เหลี่ยมผืนผ้าโปร่งแสงสีฟ้าปรากฏอยู่... หือ?

เจียงหลินสะดุ้งโหยง!

นั่นมันอะไรน่ะ?

เขาอดไม่ได้ที่จะยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ!

เชี่ย... นี่มัน... หรือจะเป็น...

ในจังหวะที่เจียงหลินกำลังตกตะลึง เสียงกรีดร้องแหลมสูงก็ดังขึ้นข้างหู

"ไอ้โรคจิต มองอะไรของแก!"

เมื่อเห็นใบหน้าของเจียงหลินแทบจะแนบชิดกับบั้นท้ายลูกพีชของ ‘ฉินจื่อซิน’ ‘กู่ตงเสวี่ย’ ก็โกรธจนควันออกหู เธอพุ่งเข้าไปผลักเจียงหลินอย่างแรงจนเขาล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น แล้วจ้องเขม็งด้วยสายตาอาฆาต

ฉินจื่อซินหันขวับกลับมาด้วยความตกใจจากเสียงเอะอะ

ความวุ่นวายนี้ดึงดูดความสนใจของทุกคนในทันที

ต้องรู้ก่อนว่า ทันทีที่ฉินจื่อซินก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยเจียงหนาน เธอก็ขึ้นแท่นเป็น ‘ดาวคณะ’ ด้วยหน้าตาที่สวยสะดุดตาและหุ่นสุดเอ็กซ์ จนมีหนุ่มๆ ตามจีบหัวกระไดไม่แห้ง

ไฟแห่งความอยากรู้อยากเห็นลุกโชนขึ้นในแววตาของทุกคนทันที

กู่ตงเสวี่ยยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างฉินจื่อซินด้วยความเดือดดาล ชี้หน้าด่าเจียงหลินว่า

"จื่อซิน เธอไม่รู้เรื่องหรอก! เมื่อกี้ไอ้โรคจิตนี่แทบจะเอาหน้ามุดก้นเธออยู่แล้ว!"

ใบหน้าของฉินจื่อซินแดงซ่านขึ้นทันที "อย่าพูดเหลวไหลน่า เพื่อนร่วมชั้นกันทั้งนั้น เขาคงไม่ทำหรอก!"

"อะไรคือไม่ทำ? ฉันเห็นกับตา! ถ้าไม่เชื่อถาม ‘ซูอี้หลาน’ ดูสิ ยัยนั่นก็เห็น!"

เมื่อเห็นฉินจื่อซินหันมามอง ซูอี้หลานก็ขยับแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเนิบๆ ว่า

"ถ้าเขาโดนตัวเธอ เธอต้องรู้สึกสิ แสดงว่าเขายังไม่ได้แนบชิดขนาดนั้น!"

"ฉันบอกได้แค่ว่าหน้าเขาหันไปทางก้นเธอจริงๆ แต่หน้าเขาก็ยัง... อย่างน้อยก็... ห่างแค่นี้!"

ซูอี้หลานพูดพลางทำมือประกอบท่าทาง

อะไรคือคำว่า ‘ต้องรู้สึก’... ฉินจื่อซินสบถในใจ ก่อนจะกรอกตามองบนใส่กู่ตงเสวี่ย

ก็ยังห่างตั้งเยอะไม่ใช่หรือไง?

ทำไมยัยนี่ถึงพูดเหมือนเขาแนบชิดฉันขนาดนั้น!

เห็นชัดๆ ว่าไม่ได้เกิดขึ้น แต่พอออกจากปากเธอ... มันฟังดูเหมือนฉันโดนลวนลามไปเรียบร้อยแล้ว

กู่ตงเสวี่ยยังคงคอแข็งเถียงต่อ "ถึงหน้าจะห่างแค่นั้น แต่ดูจากสายตาหื่นกามน่ารังเกียจนั่นสิ ถ้าฉันไม่ห้ามไว้ ป่านนี้มันคงเอาหัวมุดเข้าไปในตูดเธอแล้วมั้ง!"

"ดูสิ ดูมัน! มันยังจ้องหน้าอกเธอตาไม่กะพริบเลย!"

"ไอ้หมอนี่มันก็แค่ไอ้โรคจิตหน้าด้าน พวกเธอว่าจริงไหม!"

สำหรับกู่ตงเสวี่ยแล้ว เธอเกลียดขี้หน้าเจียงหลินเข้าไส้

ตอนฝึกทหาร เธอเห็นว่าเจียงหลินหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ แต่ฐานะยากจน เธอจึงอุตส่าห์เมตตาเสนอตัวเป็นแฟนให้

แต่สุดท้าย นอกจากไอ้เวรนี่จะไม่สำนึกบุญคุณแล้ว มันยังกล้าปฏิเสธเธออีก!

กล้าปฏิเสธเธอเนี่ยนะ!

แถมยังพูดหน้าตาเฉยว่า ‘เธอไม่ใช่สเปกฉัน’!

เชี่ย หมายความว่ายังไง?

จะบอกว่าฉันขี้เหร่งั้นสิ?

มันก็แค่ไอ้ขี้แพ้จนกรอบ นอกจากหน้าหล่อๆ กับหุ่นล่ำๆ แล้วมันมีอะไรดีนักหนา?

เงินก็ไม่มี รถก็ไม่มี บ้านก็ไม่มี!

กล้าดียังไงมาดูถูกเธอ!!!

มันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาซะเลย!

เมื่อคืนเธออุตส่าห์อดหลับอดนอนเขียนโพสต์ยาวเหยียด กะว่าถ้าเจียงหลินกล้าปฏิเสธเธออีก... วันนี้แหละเธอจะโพสต์ประจานลง ‘เสี่ยวหงซู’ ให้มันเสียผู้เสียคนไปเลย!

แต่ใครจะคิดว่าจู่ๆ จะมาโผล่ที่นี่ได้ไงก็ไม่รู้!

แถมตื่นมาปุ๊บ ก็เห็นเจียงหลินจ้องก้นงอนๆ ของฉินจื่อซินตาเป็นมัน ซึ่งนั่นทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่คอ อึดอัดจนแทบบ้า

ฉินจื่อซินสวย นมใหญ่ ก้นเด้ง แล้วไงล่ะ ฉันแย่กว่าตรงไหน?

ไอ้ผู้ชายตาถั่วตาบอด!

อย่างไรก็ตาม เมื่อทุกคนมองไป ก็เห็นเจียงหลินเอนตัวไปข้างหลัง ใช้มือยันพื้นไว้ สายตาเหม่อลอยมองไปข้างหน้าราวกับคนเสียสติ

และตรงหน้าเขา ก็คือดาวคณะอย่างฉินจื่อซินนั่นเอง

"เชี่ย ไม่ยักรู้ว่าพี่เจียงเราจะใจกล้าขนาดนี้!"

"แล้วไงวะ? สาวงามย่อมคู่ควรแก่การยล กฎหมายข้อไหนห้ามใช้ตามองครับ!"

"ตาของตู ตูจะมองยังไงก็ได้ ถ้าข้องใจก็โทรเรียกตำรวจสิ!"

"จริง ถ้าสวยแล้วห้ามมอง จะสวยไปทำไม อีกอย่างฉินจื่อซินเจ้าตัวยังไม่เห็นว่าอะไรเลย ยัยคนนอกนี่จะเห่าทำไมวะ!"

"ฮ่าๆๆ... สงสัยเจียงหลินไม่ได้มองก้นหล่อนมั้ง เลยรู้สึกไม่เท่าเทียม!"

"แหงสิ คนนึงก้นลูกพีช อีกคนไม้กระดาน จะเหมือนกันได้ไง?"

"ฮ่าๆๆๆๆ..."

ผิดคาดไปถนัดตาสำหรับกู่ตงเสวี่ย เพราะพวกผู้ชายไม่ได้เข้าข้างเธอเพื่อรุมด่าเจียงหลิน แต่กลับช่วยกันแก้ตัวให้เขาแทน

แน่นอนว่าสำหรับพวกผู้ชายส่วนใหญ่ พวกเขาไม่ได้ช่วยเจียงหลินหรอก แต่ช่วยตัวเองต่างหาก

เพราะปกติพวกเขาก็มองสาวๆ กันทั้งนั้นแหละ

ถ้าวันนี้เจียงหลินโดนรุมประณามแค่เพราะมองก้นผู้หญิง พรุ่งนี้ถ้าพวกเขาทำบ้าง ไม่โดนเหมือนกันเหรอ?

เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากฝูงชน

กู่ตงเสวี่ยก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอกรีดร้องลั่น หน้าแดงก่ำ เส้นเลือดที่คอปูดโปน

"กรี๊ดดดดดด..."

"พวกแกไอ้พวกขี้แพ้! คอยดูเถอะ! กลับไปโรงเรียนเมื่อไหร่ ฉันจะฟ้องครูให้หมด ฉันจะให้โรงเรียนไล่พวกสวะอย่างพวกแกออกให้หมดเลย!"

หน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีตับหมู ถ้าโทรศัพท์มีสัญญาณ เธอคงโทรแจ้งตำรวจไปแล้ว แถมคงถ่ายคลิปหน้าตาอุบาทว์ของไอ้พวกผู้ชายเฮงซวยพวกนี้ไปโพสต์ประจานลงเน็ตให้ยับ

"บู๊ววว~"

ฝูงชนพร้อมใจกันโห่ใส่เธอ

กู่ตงเสวี่ยตัวสั่นด้วยความโกรธ กรีดร้องไม่หยุด แทบจะลงไปดิ้นพราดๆ กับพื้นอยู่รอมร่อ

จบบทที่ บทที่ 1 คราวนี้แกส่งฉันมาที่นรกขุมไหนอีกเนี่ย?

คัดลอกลิงก์แล้ว