เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 บุรุษสีม่วง

บทที่ 13 บุรุษสีม่วง

บทที่ 13 บุรุษสีม่วง


บทที่ 13 บุรุษสีม่วง

"ฉันเป็นใคร? ที่นี่ที่ไหน? แล้วฉันกำลังทำบ้าอะไรอยู่?"

ท่ามกลางแสงไฟสว่างไสวภายในโถงคาสิโนแห่งเมืองการพนัน โทนี่ สตาร์ค จ้องมองไพ่บนโต๊ะด้วยสายตาเหม่อลอย สมองของเขาว่างเปล่าราวกับถูกลบความทรงจำ

เขาสะบัดศีรษะแรงๆ มองไปรอบกายด้วยความสับสน และพบว่าผู้คนรอบข้างต่างกำลังตะโกนเชียร์อะไรบางอย่างใส่เขาอย่างพร้อมเพรียง!

โทนี่สะบัดศีรษะเรียกสติอีกครั้ง จนกระทั่งเริ่มจับใจความสิ่งที่ฝูงชนกำลังตะโกนได้ว่า "ถอดเลย! ถอดเลย! ถอดเลย!..."

"ทำไมคนพวกนี้ถึงอยากให้ฉันถอดเสื้อผ้า?"

โทนี่กะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง และเพียงชั่วอึดใจต่อมา ความทรงจำทั้งหมดก็ไหลย้อนกลับเข้ามาในสมอง

เขาเงยหน้าขวับจ้องมอง หวัง เบิร์ต ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาอาฆาต อีกฝ่ายกำลังส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ เขาขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ

เขาถูกไอ้เด็กนี่ต้มซะเปื่อย!

เรื่องราวมันเริ่มจากง่ายๆ โทนี่ สตาร์ค พา หวัง เบิร์ต และ เบ็คกี้ มาเที่ยวที่เมืองคาสิโนในแถบมหาสมุทรแอตแลนติก

ในช่วงแรก พวกเขาไม่ได้เล่นพนันแข่งกันเอง เพียงแค่วางเดิมพันสนุกๆ ทอยลูกเต๋า และเล่นไพ่นกกระจอก!

ในฐานะขาประจำของคาสิโน โทนี่มองออกทันทีว่าหวัง เบิร์ต เป็นพวก 'มือใหม่หัดขับ' ที่ขาดประสบการณ์อย่างสิ้นเชิง

ดังนั้น เขาจึงหาจังหวะชวนหวัง เบิร์ต มาดวลโป๊กเกอร์กันตัวต่อตัว

สามตาแรก โทนี่ชนะอย่างง่ายดาย แต่ตั้งแต่ตาที่สี่เป็นต้นมา เขาก็เริ่มแพ้รวดและไม่ชนะอีกเลย แม้ว่าจะงัดระบบวิเคราะห์ของ 'จาร์วิส' มาใช้—ทั้งวิเคราะห์สีหน้าคู่แข่ง วิเคราะห์ไพ่ในมือ และคำนวณความน่าจะเป็นของไพ่ที่จะออก

โดยปกติแล้ว โทนี่ไม่ค่อยโกงเวลาเล่นพนัน เพราะเขาไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง แต่การใช้นิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่ได้เสียหายอะไร

เพียงแต่เขาคาดไม่ถึงว่า ขนาดใช้ตัวช่วยโกงแล้ว เขาก็ยังเอาชนะไอ้หนุ่มที่ดูเหมือนมือสมัครเล่นคนนี้ไม่ได้

คนอย่างโทนี่จะยอมรับเรื่องแบบนี้ได้หรือ?

ราวกับนักพนันที่หน้ามืดตามัว เขาเพิ่มเงินเดิมพันทบต้นทบดอก มุ่งมั่นว่าจะต้องเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้!

งานนี้ไม่ใช่เพื่อเงิน แต่เพื่อศักดิ์ศรี

เขาเสียอะไรก็ได้ แต่จะเสียหน้าไม่ได้ เพราะเขาคือ โทนี่ สตาร์ค!

และแล้ว จุดจบของเขาก็ไม่ต่างจากนักพนันที่ไม่เชื่อเรื่องดวงและดันทุรังจนหมดตัว โทนี่พ่ายแพ้อย่างราบคาบ

แน่นอนว่าสิ่งที่เขาเสียไม่ใช่ทรัพย์สิน แต่เป็นเงื่อนไขเดิมพันที่รับไม่ได้อย่างที่สุด!

นั่นคือการถอดเสื้อผ้าแล้ววิ่งรอบคาสิโนหนึ่งรอบ!

ขืนทำแบบนั้นจริงๆ โทนี่คงไม่มีหน้าไปพบใครอีก และวันพรุ่งนี้ หนังสือพิมพ์ทุกฉบับในสหรัฐฯ คงพาดหัวข่าวพร้อมรูปเรือนร่างอัน 'เย้ายวน' ของเขา!

มีคนนับล้านในอเมริกาที่สนใจเรือนร่างของเขา เหมือนกับพวกนักพนันรอบๆ ตัวนี่ไง พวกมันถึงได้ตะโกนเชียร์กันเสียงดังขนาดนี้!

"นายไม่ใช่มือใหม่!"

โทนี่กัดฟันพูด

ก่อนหน้านี้เขามัวแต่จดจ่อกับการเอาชนะจนไม่ได้สังเกต แต่พอหัวสมองปลอดโปร่ง โทนี่ก็ตระหนักได้ทันทีว่าเขาถูกไอ้เด็กตรงหน้าหลอกเข้าเต็มเปา!

โทนี่รู้สึกอับอายขายขี้หน้ามาก ที่ต้องมาเสียท่าให้กับกลลวงตื้นๆ แบบนี้!

"ผมเป็นมือใหม่จริงๆ นะ เคยแต่เล่นโป๊กเกอร์ออนไลน์ ของจริงไม่ค่อยได้เล่นหรอก!"

หวัง เบิร์ต กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

เขาไม่ได้โกหก เขาเป็นมือใหม่จริงๆ แต่นั่นมันสำคัญตรงไหน?

ในเมื่อเขามองเห็นไพ่ในมือของโทนี่ได้ตลอดเวลา แถมยังรู้อีกว่าไพ่ใบต่อไปจะเป็นอะไร

ถ้าขนาดยังแพ้อีก เขาคงต้องกินไพ่ทั้งสำรับเข้าไปแล้วล่ะ!

โทนี่ถามย้ำ "นายโกงใช่ไหม?"

"คนกันเองอย่ามากล่าวหากันพล่อยๆ นะ ไม่งั้นผมฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาทแน่!"

หวัง เบิร์ต หัวเราะเบาๆ "การโกง ถ้าจับไม่ได้... ก็ไม่ถือว่าโกง!"

"นั่นมันบทพูดของฉันไม่ใช่เรอะ?"

โทนี่หงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ อยากจะพุ่งเข้าไปต่อยจมูกอีกฝ่ายให้หายแค้น

ความยโสโอหังของอีกฝ่าย บวกกับท่าทีชื่นชมบูชาของเบ็คกี้ที่นั่งอยู่ข้างๆ ทำให้เขารู้สึกขัดหูขัดตาอย่างที่สุด

โทนี่คว่ำไพ่ลงแล้วยื่นข้อเสนอ "เอาเป็นว่าวันนี้ฉันเสียไปเท่าไหร่ ฉันเบิ้ลให้สองเท่า แล้วลืมเรื่องเงื่อนไขบ้านั่นซะ!"

"ยอดเสียทั้งหมดของคุณวันนี้ ผมคืนให้หมดเลย แถมให้อีกห้าล้าน แลกกับคุณถอดเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้!"

หวัง เบิร์ต แสยะยิ้ม "จะมาอวดรวยแข่งกับผมเหรอ? ฝันไปเถอะ!"

เหล่านักพนันรอบข้างต่างคลั่งไคล้ ตะโกนกึกก้อง "ถอดเลย! ถอดเลย! ถอดเลย!..."

โทนี่เต็มไปด้วยความอับอายและโทสะ

เขามองซ้ายมองขวา ยังไม่ทันได้ขยับตัว หวัง เบิร์ต ก็พูดดักคอขึ้นมา "โทนี่ ถ้าคุณคิดหนี ผมจะให้คนแถวนี้จับคุณแก้ผ้าซะ ผมเชื่อว่าพวกเขาคงยินดีช่วยอย่างเต็มใจ!"

"เต็มใจสุดๆ เลยค่ะ!"

เสียงนี้เป็นของเบ็คกี้ และนักพนันคนอื่นๆ ก็โห่ร้องรับอย่างครื้นเครง เห็นได้ชัดว่าทุกคนอยากมีส่วนร่วมในการจับมหาเศรษฐีเปลื้องผ้า

ใบหน้าของโทนี่แดงก่ำราวกับตับหมู

เขาไม่มีวันยอมถูกจับแก้ผ้า โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้ชายพวกนี้

พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดีไม่ดีอาจจะมีใครฉวยโอกาสแต๊ะอั๋ง หรือแย่กว่านั้นอาจจะฉกฉวย 'บางอย่าง' ไปเป็นของที่ระลึก!

เมื่อนึกถึงผลลัพธ์อันน่าสยดสยอง โทนี่จึงเลือกที่จะทำตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด

เขากัดฟันกรอดแล้วพูดว่า "เปลี่ยนเงื่อนไขซะ ฉันสัญญาว่าจะช่วยทำเรื่องหนึ่งให้คุณ ในโลกนี้มีไม่กี่เรื่องหรอกที่ โทนี่ สตาร์ค ทำไม่ได้!"

แม้จะเป็นฝ่ายยอมจำนน แต่น้ำเสียงของเขาก็ยังคงไว้ซึ่งความเย่อหยิ่ง นี่แหละคือ โทนี่ สตาร์ค!

ถ้าหวัง เบิร์ต ไม่ตกลง เขาจะแจ้งตำรวจว่าถูกลักพาตัว ในประเทศนี้ไม่มีใครบังคับให้เขาทำสิ่งที่ไม่อยากทำได้หรอก!

หวัง เบิร์ต มองหน้าโทนี่ พอเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มเหงื่อตก เขาก็พยักหน้า "ตกลง!"

โทนี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ท่ามกลางเสียงโห่ฮาด้วยความผิดหวังของเหล่านักพนัน

พวกเขานึกว่าจะได้ดูโชว์เด็ด จบแค่นี้เองเหรอ?

หวัง เบิร์ต กวาดกองชิปทั้งหมดออกไปกลางโต๊ะแล้วตะโกน "ชิปพวกนี้ยกให้พวกคุณ! ใครแย่งได้ก็เอาไปเลย!"

บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบไปชั่วขณะ

นี่มันชิปมูลค่าหลายล้านเหรียญ เขาแจกกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?

วินาทีถัดมา นักพนันทุกคนตาวาวโรจน์ พุ่งเข้าใส่โต๊ะราวกับฝูงซอมบี้

คนกลุ่มแรกคว้าชิปไปได้เต็มกำมือ แต่ยังไม่ทันจะได้ดีใจ คนที่อยู่ข้างหลังก็กระโจนเข้าใส่และแย่งชิงจากมืออย่างไม่เกรงใจ!

มหกรรมความโกลาหลและการตะลุมบอนครั้งใหญ่จึงระเบิดขึ้น!

หวัง เบิร์ต, โทนี่ และเบ็คกี้ที่กำลังตื่นตกใจ รีบปลีกตัวออกจากวงล้อมแห่งความวุ่นวาย

โทนี่มองดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นเต้นและผิวปากหวือ "ยินดีด้วย เบิร์ต นายเรียนรู้วิถีของฉันไปได้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายจะติดแบล็กลิสต์ของคาสิโนทุกแห่งในแอตแลนติกซิตี้!"

"ไม่เห็นเป็นไร ยังไงผมก็ไม่ชอบที่นี่อยู่แล้ว!"

หวัง เบิร์ต ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ คำพูดนั้นทำเอาโทนี่ตัวแข็งทื่อ

เขาผู้เป็นเซียนพนัน กลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับมือใหม่ที่ไม่ชอบเข้าคาสิโนเนี่ยนะ? ช่างน่าขายหน้าสิ้นดี!

หวัง เบิร์ต โอบไหล่เบ็คกี้แล้วหันไปพูดกับโทนี่ "ไปที่โรงแรมกันเถอะ เรายังมีเงื่อนไขต้องตกลงกัน!"

โทนี่พูดอย่างอารมณ์เสีย "คุยกันในรถเถอะ คืนนี้ฉันไม่อยากนอนที่นี่ ฉันเกลียดที่นี่"

"ก็ได้ ขึ้นรถ!"

...

ภายในรถสปอร์ตเปิดประทุนสีขาว หวัง เบิร์ต เอ่ยกับโทนี่ "โทนี่ ช่วงนี้ผมต้องการเลขาส่วนตัว ขอยืมเลขาคุณ มิสพอตส์ มาให้ผมหน่อยสิ"

"นายจะขโมย 'เปปเปอร์' (ชื่อเล่น) ของฉันงั้นเหรอ?"

โทนี่ปฏิเสธทันควัน "ไม่มีทาง เปลี่ยนเงื่อนไขเดี๋ยวนี้!"

หวัง เบิร์ต ถามย้ำ "ไม่ได้จริงๆ เหรอ? อยู่กับคุณเธอก็เป็นได้แค่เลขา แต่อยู่กับผมเธอจะได้เป็นถึง CEO เลยนะ!"

"ไม่! หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่!"

โทนี่จ้องหน้าหวัง เบิร์ต อย่างไม่พอใจ

ไอ้หมอนี่คิดจะขุดบ่อล่อปลา แย่งผู้ช่วยมือหนึ่งของเขาไปงั้นเหรอ?

ถ้าไม่มีเปปเปอร์ เขาคงจำเลขประกันสังคมของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ รู้ไว้ซะ!

"ไม่ได้เหรอ? งั้นเปลี่ยนเงื่อนไขก็ได้!"

หวัง เบิร์ต ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะเขาแค่สนใจความสามารถในการทำงานของเปปเปอร์เท่านั้น

เขาพูดต่อ "คุณรู้จัก 'แวมไพร์' ไหม?"

โทนี่หัวเราะก๊าก "น้องชาย เลิกดูหนังให้น้อยลงหน่อยเถอะ แวมไพร์มีจริงที่ไหนในโลกนี้?"

"ก็สมมติว่ามันมีจริงก็แล้วกัน!"

หวัง เบิร์ต ยักไหล่ "พวกแวมไพร์กลัวรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดด ถ้าไม่ห่อตัวเป็นบ๊ะจ่าง พวกมันก็ออกไปข้างนอกตอนกลางวันไม่ได้!"

โทนี่พูดอย่างรำคาญ "นี่นายกำลังจะเลคเชอร์ความรู้รอบตัวเรื่องแวมไพร์ให้ฉันฟังเหรอ? ได้โปรดเถอะ นายกำลังคุยอยู่กับผู้ชายที่รอบรู้ทุกเรื่องในจักรวาลนะ!"

หวัง เบิร์ต แสยะยิ้ม "งั้นผู้รอบรู้รู้ไหมว่าคืนนี้จะเสียเงินให้คาสิโน?"

ใบหน้าของโทนี่ดำทะมึนลงทันที

เขาพูดเสียงห้วน "รีบๆ บอกเงื่อนไขมา อย่ามาเสียเวลา!"

"ผมอยากให้คุณออกแบบอุปกรณ์ที่ช่วยให้แวมไพร์สามารถใช้ชีวิตกลางแสงแดดได้เหมือนคนปกติ!"

หวัง เบิร์ต กล่าว "พูดง่ายๆ คือออกแบบอะไรสักอย่างที่กันรังสี UV ได้ แต่ต้องไม่ทำให้ผู้สวมใส่ดูแปลกประหลาด ถ้าทำให้แนบเนียนจนดูไม่ออกเลยยิ่งดี"

โทนี่ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วถามอย่างสงสัย "ของแบบนั้นทำไม่ยากหรอก แต่ทำไมนายถึงอยากได้?"

หวัง เบิร์ต แสร้งทำหน้าประหลาดใจ "ทำไม่ยากงั้นเหรอ? เท่าที่ผมรู้ พวกแวมไพร์วิจัยเรื่องนี้มาเป็นร้อยปีแล้วยังไม่สำเร็จเลยนะ!"

โทนี่เชิดหน้าด้วยความมั่นใจ "ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแวมไพร์มีจริงไหม แต่ในโลกนี้มี โทนี่ สตาร์ค แค่คนเดียว ของแค่นี้ฉันใช้เวลาออกแบบแค่สามวันก็เสร็จ!"

"งั้นก็ออกแบบมาให้ผมเห็นเป็นขวัญตาหน่อย!"

หวัง เบิร์ต กล่าว "อ้อ และสิทธิบัตรของสิ่งประดิษฐ์นี้ต้องเป็นของผม เพราะผมจะผลิตขายจำนวนมาก คุณเรียกราคามาได้เลย!"

โทนี่ถามกลับ "ฉันยกสิทธิบัตรให้ฟรีๆ ก็ได้ แต่ฉันอยากรู้ว่า ตกลงนายโกงไพ่ยังไง?"

หวัง เบิร์ต ยิ้มกว้าง "ผมมีตาทิพย์ มองทะลุไพ่ของคุณได้หมดเปลือก!"

"นายคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ?"

โทนี่ทำเสียงขึ้นจมูก

คิดว่าไอคิวระดับฉันเป็นเท่าไหร่ ถึงจะมาหลอกด้วยมุกปาหี่หลอกเด็กแบบนี้?

ฉันเลิกเชื่อเรื่องพวกนี้ตั้งแต่อายุสามขวบ... ไม่สิ สองขวบแล้ว!

หวัง เบิร์ต ยิ้ม หยิบไพ่สำรับใหม่ที่ยังไม่ได้แกะออกมา แล้วบอกให้โทนี่สุ่มดึงออกมาสองสามใบ

หลังจากโทนี่หยิบไพ่ หวัง เบิร์ต ก็ชี้และพูดว่า "เจ็ดข้าวหลามตัด, แปดโพดำ, เก้าโพแดง ถูกไหม?"

โทนี่เริ่มประหลาดใจ

เขาวางไพ่ลง ล้วงกระเป๋าสตางค์ออกมาแล้วถาม "ฉันก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี ในนี้มีเงินเท่าไหร่?"

หวัง เบิร์ต ปรายตามองแล้วสวนกลับ "ไม่มีสักแดง... ถามจริง ถ้าไม่ใส่เงินแล้วคุณจะซื้อกระเป๋าตางค์มาทำไม?"

"ของขวัญจากเปปเปอร์น่ะ... เอ้ย นั่นไม่ใช่ประเด็น นายมองทะลุได้จริงดิ? เฮ้ เดี๋ยว... นายเคยแอบส่องร่างกายฉันบ้างรึเปล่าเนี่ย?!"

โทนี่นึกขึ้นได้ รีบเอามือกุมเป้ากางเกงแล้วตะโกนด้วยความตกใจ

หวัง เบิร์ต ชูนิ้วกลางให้ เปิดประตูรถแล้วก้าวลงไป ก่อนจะหันกลับมาตะโกนสั่ง "อีกสามวันส่งของมาให้ด้วย!"

"ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันให้เปป... เดี๋ยวสิ ไอ้หนู นายเล็งเปปเปอร์อยู่ใช่ไหม? นายแอบส่องเธอด้วยหรือเปล่า?"

โทนี่คำรามใส่หวัง เบิร์ต ราวกับสิงโตคลั่ง แยกเขี้ยวขู่ฟ่อ

หวัง เบิร์ต ไม่สนใจ ปิดประตูรถดังปัง แล้วเดินดุ่มๆ ไปยังรถสปอร์ตของตัวเอง!

"ไอ้หนู กลับมาอธิบายเดี๋ยวนี้นะเว้ย!"

โทนี่ยืนเหยียบเบาะรถ ตะโกนไล่หลังหวัง เบิร์ต ที่กำลังก้าวขึ้นรถ

หวัง เบิร์ต ชูนิ้วกลางกลับไป สตาร์ทรถแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปพร้อมกับเบ็คกี้ราวกับสายฟ้าแลบ ทิ้งให้โทนี่ดมควันท่อไอเสีย!

"แค่กๆๆ!"

โทนี่สำลักควัน รีบกระโดดลงจากรถเพื่อหลบเลี่ยง

เขามองตามท้ายรถของหวัง เบิร์ต ไป พลางคิดอย่างดุเดือด 'ไอ้เวรนั่น ฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่! ไม่ได้การ ฉันต้องวิจัยวิธีป้องกันการมองทะลุ แต่หลักการตาทิพย์ของหมอนั่นคืออะไร? ตาของมันปล่อยรังสีเอ็กซ์ได้งั้นเหรอ? ไม่เห็นจะเป็นวิทยาศาสตร์ตรงไหนเลย!'

...

ค่ำคืนนั้น หวัง เบิร์ต ที่กำลังพักผ่อนอยู่ จู่ๆ ก็ได้รับโทรศัพท์จากเจมส์

เจมส์พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ราชันย์โลหิต เราเจอตัว 'คิลเกรฟ' แล้วครับ!"

"ว่าไงนะ?"

หวัง เบิร์ต ที่กำลังหงุดหงิดเล็กน้อยรีบสลัดผ้าห่มออกทันที "มันอยู่ที่ไหน?"

เจมส์ตอบ "ตอนนี้เขากำลังเดินซื้อของอยู่กับ เจสซิก้า โจนส์ ครับ ผมกำลังจับตาดูอยู่"

"นายไม่ได้เข้าใกล้เขาใช่ไหม?"

หวัง เบิร์ต ถามพลางรีบสวมเสื้อผ้า

เจมส์รีบตอบ "ไม่ครับ ไม่ ผมอยู่ห่างมาก เขาไม่มีทางรู้ตัวแน่นอน!"

หวัง เบิร์ต พูดอย่างตื่นเต้น "ดีมาก จับตาดูต่อไป ฉันจะนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปเดี๋ยวนี้ อ้อ หาคนไปเตรียมชุดป้องกันวัตถุอันตรายกับปืนยาสลบมาด้วย เดี๋ยวต้องใช้!"

"รับทราบครับ ราชันย์โลหิต!"

เจมส์ผงกศีรษะรับคำรัวๆ เขารู้ดีว่าความดีความชอบครั้งใหญ่กำลังจะมาถึงมือแล้ว!

ความเคลื่อนไหวของหวัง เบิร์ต ปลุกให้เบ็คกี้ตื่นขึ้น

เธอหันหน้ามา ลืมตาอย่างงัวเงียและถามเสียงเพลีย "เบิร์ต คุณจะไปไหนคะ?"

"ฉันมีธุระต้องไปทำ พรุ่งนี้จะมีคนมารับเธอไปพบผู้กำกับเจน!"

หวัง เบิร์ต ทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วรีบออกไปทันที

คิลเกรฟสำคัญขนาดนั้น เขาจะมีอารมณ์มาสนใจเบ็คกี้ได้อย่างไร?

คิลเกรฟคือใคร?

เขาคือตัวร้ายหลักในซีรีส์ 'เจสซิก้า โจนส์' ผู้ชอบสวมชุดสีม่วงและมีฉายาว่า 'บุรุษสีม่วง' (Purple Man)!

คิลเกรฟมีความสามารถที่เรียกได้ว่าท้าทายพระเจ้า—เขาสามารถควบคุมผู้อื่นได้ด้วยไวรัส (เวอร์ชันซีรีส์) และเมื่อตกอยู่ภายใต้การควบคุม คุณจะทำทุกอย่างตามที่เขาสั่ง!

ถ้าเขาสั่งให้คุณวิ่งชนกำแพง คุณก็จะวิ่งชนกำแพงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าจะตาย

ถ้าเขาสั่งให้คุณชักปืนออกมายิงคนตอนเวลากี่โมงกี่นาที คุณก็จะทำตามนั้นเป๊ะๆ มันคือความสามารถที่น่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด!

อย่างไรก็ตาม แม้คิลเกรฟจะควบคุมคนอื่นได้ แต่ตัวเขาเองก็ไม่ต่างจากคนธรรมดา ซึ่งต่างจากเจสซิก้า โจนส์ ที่เป็นหญิงแกร่งและว่าที่ซูเปอร์ฮีโร่!

นอกจากนี้ การควบคุมของคิลเกรฟยังมีระยะเวลาจำกัด

หวัง เบิร์ต จำตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ แต่ไม่น่าจะเกินสิบสองชั่วโมง หลังจากนั้นผลของการควบคุมจะหมดไป!

หวัง เบิร์ต ต้องการความสามารถของคิลเกรฟอย่างมาก เขาจึงส่งเจมส์ออกตามหา และเจมส์ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง พบเป้าหมายในเวลาอันรวดเร็ว!

"ถ้าฉันสามารถย้ายไวรัสนั่นมาใส่ตัวฉันได้ การจะทำอะไรต่อมิอะไรในอนาคตคงสะดวกขึ้นเยอะ!"

หัวใจของหวัง เบิร์ต เต้นรัว

เขาติดต่อโรงแรมให้จัดเตรียมเฮลิคอปเตอร์และบินกลับนิวยอร์กให้เร็วที่สุด

คาสิโนที่แอตแลนติกซิตี้อยู่ห่างจากนิวยอร์กแค่ร้อยกว่ากิโลเมตร ไม่นานหวัง เบิร์ต ก็มาถึงร้านอาหารที่เจมส์รออยู่!

"ราชันย์โลหิต พวกเขากินข้าวอยู่ที่ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามครับ!"

เจมส์ชี้ไปยังร้านอาหารอิตาเลียนฝั่งตรงข้าม พลางกล่าวด้วยความลังเล "ราชันย์โลหิตครับ ไอ้หมอนั่นมันแปลกๆ นะครับ!"

หวัง เบิร์ต ถาม "แปลกยังไง?"

"ร้านอาหารนั่นเดิมทีปิดไปแล้ว แต่เขาพูดแค่ประโยคเดียว เจ้าของร้านก็รีบเปิดประตูให้เข้าไป แถมยังเรียกเชฟกับพนักงานกลับมาทำอาหารรอบดึกให้เขาเป็นกรณีพิเศษด้วยครับ!"

เจมส์รายงาน "แม้ว่าเงินจะดลบันดาลเรื่องแบบนี้ได้ แต่ผมไม่เห็นเขาควักเงินจ่ายเลย และจะว่าไป ก่อนหน้านี้ตอนซื้อของ เขาก็ไม่ได้จ่ายเงินสักบาทเหมือนกัน!"

"คนอย่างมัน ไม่จำเป็นต้องใช้เงินซื้อของหรอก!"

หวัง เบิร์ต แสยะยิ้มในใจ

ทำตัวเด่นสะดุดตาขนาดนี้ มิน่าล่ะ ถึงไม่มีเจสซิก้า โจนส์ เจมส์ก็คงหาตัวหมอนี่เจอได้ไม่ยาก

มีความสามารถที่ทรงพลังขนาดนี้ แต่กลับเอามาใช้แค่กินฟรี ช่างน่าเสียดายจริงๆ

งั้นเขาจะขอน้อมรับพลังนั้นไว้ด้วยความเต็มใจก็แล้วกัน!

จบบทที่ บทที่ 13 บุรุษสีม่วง

คัดลอกลิงก์แล้ว