- หน้าแรก
- ต้าถังล่มสลายไปห้าศตวรรษ ยังจะจัดทริปทัวร์ธรรมะให้ข้าอีกเรอะ
- บทที่ 12 พระถังซัมจั๋ง: ข้าบรรลุธรรมแล้ว!
บทที่ 12 พระถังซัมจั๋ง: ข้าบรรลุธรรมแล้ว!
บทที่ 12 พระถังซัมจั๋ง: ข้าบรรลุธรรมแล้ว!
บทที่ 12 พระถังซัมจั๋ง: ข้าบรรลุธรรมแล้ว!
ฝีเท้าของทั้งสองรวดเร็วไม่แพ้กัน
เพียงไม่นานพวกเขาก็มาถึงสถานที่จัดงานชุมนุมธรรมทางน้ำและบก
ทันทีที่เข้าใกล้ พระอ้วนท้วมรูปหนึ่งก็เดินเข้ามาต้อนรับพระถังซัมจั๋ง
พระอ้วนพินิจพิเคราะห์พระถังซัมจั๋ง เห็นจีวรสะอาดสะอ้าน ดวงตาสดใสเป็นประกายที่แฝงแววสีทองจางๆ แถมยังมีลิงปีศาจเป็นผู้ติดตาม รอยยิ้มบนใบหน้าพลันกว้างขึ้นอีกสามส่วน ตระหนักได้ทันทีว่านี่คืออริยสงฆ์ผู้ทรงภูมิธรรม
เขาผายมือเชื้อเชิญพระถังซัมจั๋ง พลางเอ่ยถาม "ขอเรียนถามท่านผู้ทรงศีล ท่านมาจากอารามแห่งหนใดหรือขอรับ?"
พระถังซัมจั๋งได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เคร่งขรึมขึ้น ประนมมือร่ายบทสวด
"อมิตาพุทธ!"
"อาตมาเป็นภิกษุจากวัดจินซานนอกเมือง นามเดิมคือ 'ถังซัมจั๋ง'!"
"ได้ยินว่าในเมืองมีการจัดงานชุมนุมธรรม จึงตั้งใจมาร่วมงานเพื่อสั่งสมบุญบารมี ไม่ทราบว่าท่านจะอำนวยความสะดวกให้ได้หรือไม่?"
"ถังซัมจั๋ง?"
สีหน้าของพระอ้วนดูแปลกไปเล็กน้อย แน่นอนว่าเขารู้ดี อริยสงฆ์เมื่อห้าร้อยปีก่อนก็นามว่าถังซัมจั๋งเช่นกัน
และผู้ใดที่กล้าใช้นามทางธรรมนี้ในตอนนี้ ย่อมต้องพัวพันกับวิบากกรรมของอริยสงฆ์ท่านนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พึงรู้ไว้ว่า อริยสงฆ์ท่านนั้น บัดนี้ได้บรรลุเป็นพระพุทธะแห่งแดนพุทธภูมิแล้ว
ผู้ที่กล้าเอาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับวิบากกรรมของพระพุทธะ หากไม่ใช่คนโง่เขลา ก็ต้องเป็นผู้ที่ไม่เกรงกลัวสิ่งใด
และบุคคลตรงหน้า ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่เหมือนคนโง่ ดังนั้น ความคิดของพระอ้วนจึงแล่นเร็วรี่ ท้ายที่สุดก็นำทางพระถังซัมจั๋งและซุนหงอคงขึ้นไปยังชั้นสองของสถานที่จัดงาน เข้าสู่ห้องพักที่ตกแต่งอย่างหรูหราวิจิตรบรรจง
"ไม่ทราบว่าเช่นนี้ถือว่าได้เข้าร่วมงานชุมนุมธรรมแล้วหรือไม่?"
พระถังซัมจั๋งนั่งลงในห้องแล้วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
"ถือสิขอรับ!"
"แน่นอนว่าต้องถือ!"
"เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีผู้ทรงศีลเช่นท่านมาร่วมงาน!"
"วิ้ง...!"
ทันทีที่พระอ้วนพูดจบ ยังไม่ทันจะได้กล่าวคำเยินยอต่อ แสงสีทองพลันระเบิดออกจากร่างของพระถังซัมจั๋ง
"หือ?"
ซุนหงอคงที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลัง หรี่ตาลงจ้องมองพระถังซัมจั๋งด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย
"เจ้าลิง ข้าเกิดดวงตาเห็นธรรมกะทันหัน จำต้องเข้าฌานสักครู่ เจ้าช่วยคุ้มกันข้าด้วย"
พระถังซัมจั๋งกล่าวเพียงเท่านี้ วินาทีถัดมา เขานั่งขัดสมาธิลงกับพื้น ร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยกลุ่มแสงสีทองโดยสมบูรณ์
ซุนหงอคง: "..."
พระอ้วน: "..."
ทั้งสองมองหน้ากัน ตกตะลึงกับการกระทำอันแสนจะโอเวอร์ของพระถังซัมจั๋ง
จะมาบรรลุธรรมอะไรกันปุบปับขนาดนี้?!
มันจะไม่กะทันหันไปหน่อยหรือ?!
ทว่าสำหรับพระถังซัมจั๋งแล้ว มันไม่ได้กะทันหันเลยสักนิด แม้ดวงตาจะปิดสนิท แต่เขามองเห็นแผงหน้าจอระบบปรากฏขึ้นตรงหน้า
ชื่อ: พระถังซัมจั๋ง
โลกที่ข้ามมิติ: โลกไซอิ๋ว
ร่างที่สิงสถิต: ถังซัมจั๋ง
ภารกิจหลัก: โปรดทำภารกิจเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกที่ไซทีของพระถังซัมจั๋งให้สำเร็จ เมื่อเสร็จสิ้น ท่านสามารถกลับสู่โลกมนุษย์พร้อมพลังบำเพ็ญเพียร
หมายเหตุ: กระแสเวลาของโลกมนุษย์และโลกไซอิ๋วมีความแตกต่างกันอย่างมาก
แจ้งเตือนภารกิจ: โฮสต์ได้เข้าร่วมงานชุมนุมธรรมทางน้ำและบกที่จัดโดยถังไท่จงหลี่ซื่อหมินสำเร็จ ภารกิจย่อยเสร็จสิ้น ท่านได้รับพลังบำเพ็ญเพียรหนึ่งร้อยปี
ภารกิจย่อยต่อไป: โปรดแสดงธรรมอันลึกซึ้งเพื่อโปรดเหล่าวิญญาณร้าย ดวงวิญญาณผู้ล่วงลับ และผู้มีบาปติดตัวในงานชุมนุมธรรม
หมายเหตุ: ได้รับ 'เนตรกรรมบาป' และ 'แสงพุทธะชำระธรรม' ชั่วคราว เนตรกรรมบาปสามารถมองเห็นบาปในสรรพสัตว์และดวงวิญญาณทุกดวง แสงพุทธะชำระธรรมสามารถปลดปล่อยวิญญาณร้ายและผู้มีบาป ยิ่งบาปหนาเท่าไร ก็ยิ่งได้รับกุศลแห่งมรรคาจากสวรรค์มากขึ้นเท่านั้น เมื่อทำภารกิจย่อยนี้สำเร็จ เนตรกรรมบาปและแสงพุทธะชำระธรรมจะกลายเป็นรางวัลจากระบบและได้รับอย่างถาวร
"ดูเหมือนวิธีที่ข้าคิดไว้จะถูกต้อง!"
"แม้ระบบจะพังๆ แต่เพราะมันพังนี่แหละ มันเลยมอบภารกิจตามสูตรสำเร็จ ซึ่งเปิดช่องโหว่ให้ข้าฉกฉวยโอกาสได้"
"ใครบอกว่าห้าร้อยปีหลังไซอิ๋ว จะเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกอีกครั้งไม่ได้!"
"ข้าจะดื้อด้านไปอัญเชิญพระไตรปิฎกอีกรอบนี่แหละ"
พระถังซัมจั๋งสัมผัสได้ถึงพลังเวทที่พลุ่งพล่านภายในกายจากพลังบำเพ็ญเพียรหนึ่งร้อยปีที่ระบบมอบให้ เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปที่พระอ้วนร่างใหญ่ตรงหน้า
"หือ?"
"ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยวิบากกรรม นี่คือสัญญาณของผู้มีบาป พระอ้วนรูปนี้ไม่บริสุทธิ์!"
เมื่อเห็นดังนั้น ดวงตาของพระถังซัมจั๋งก็หรี่ลงเล็กน้อย
"ท่านผู้ทรงศีล ในที่สุดท่านก็ตื่นแล้ว ข้าเพิ่งได้รับข่าวว่ากุศลชุดใหม่มาถึงสถานที่จัดงานแล้ว ข้าได้ไปขอพบเจ้าภาพ ท่านพอทราบว่าท่านผู้ทรงศีลเกิดดวงตาเห็นธรรมและบรรลุขั้นทันทีที่มาถึง ท่านก็ชื่นชมว่าเป็นอริยสงฆ์ผู้รู้แจ้งอย่างแท้จริง และกำชับเป็นพิเศษว่ากุศลทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับการบำเพ็ญเพียรครั้งนี้จะจัดถวายให้โดยไม่คิดมูลค่า"
"เชิญท่านผู้ทรงศีลตามข้ามาเถิด"
ใบหน้าของพระอ้วนเต็มไปด้วยความนอบน้อม เห็นได้ชัดว่าเขาตื่นตะลึงกับการบรรลุธรรมกะทันหันและแสงพุทธะสีทองที่ห้อมล้อมพระถังซัมจั๋ง ท่าทีของเขาจึงยิ่งพินอบพิเทามากขึ้น
พระถังซัมจั๋งนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้หญิงและเสียงก่นด่าของผู้ชายดังแว่วมาจากด้านนอก รวมถึงเสียงแส้ฟาดกระทบเนื้อ
"ดูเหมือน 'กุศล' ที่พระอ้วนรูปนี้พูดถึง จะไม่ใช่ 'กุศล' ในแบบที่ข้าเข้าใจเสียแล้ว!"
พระถังซัมจั๋งพอจะเดาเรื่องราวในใจได้ลางๆ แต่เขายังคงนิ่งเงียบ เดินตามพระอ้วนเปิดประตูออกไป
สถานที่จัดงานชุมนุมธรรมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างหรูหราและยิ่งใหญ่ตระการตา มีความสูงถึง 6 ชั้น แต่ละชั้นสว่างไสวด้วยแสงธรรม ดูโอ่อ่าอลังการไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน
ทว่า ณ ลานกลางชั้นหนึ่งของสถานที่แห่งนี้ กลับมีกลุ่มผู้หญิงในชุดเสื้อผ้าขาดวิ่น เนื้อตัวผอมโซ ใบหน้าซีดเซียวรวมตัวกันอยู่
ในขณะเดียวกัน ก็มีผู้หญิงถูกต้อนเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ ราวกับเป็ดไล่ทุ่ง โดยกลุ่มพระหน้าตาดุร้าย
หากใครขยับตัวช้าแม้เพียงนิดเดียว ก็จะถูกฟาดด้วยแส้ จนผู้หญิงหลายคนมีรอยเลือดเป็นทางยาวบนร่างกาย
เห็นภาพนี้ คิ้วของพระถังซัมจั๋งก็ขมวดเข้าหากันทันที
จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมอง
บนระเบียงของอาคารทั้ง 6 ชั้น ดูเหมือนจะมีคนยืนอยู่ทุกชั้น โดยไม่มีข้อยกเว้น คนเหล่านั้นล้วนเป็นภิกษุห่มจีวร ใบหน้ายิ้มแย้มเมตตาอารี แต่ในสายตาของพระถังซัมจั๋ง พวกเขาทุกคนล้วนถูกพันธนาการด้วยบาปกรรมราวกับวิญญาณร้าย
โดยเฉพาะพระภิกษุชราที่อยู่ชั้นบนสุด ในสายตาของพระถังซัมจั๋ง ร่างของเขาเกือบจะถูกกลืนกินด้วยบาปสีดำสนิทจนแทบมองไม่เห็นรูปร่างเดิม
"ในงานชุมนุมธรรมนี้มี 'กุศล' มากมายจริงๆ" พระถังซัมจั๋งพึมพำกับตัวเอง
"ฮ่าๆ แน่นอนสิขอรับ!"
"พวกนางคือคนบาปแห่งเมืองคนบาป เกิดมาพร้อมกับบาปติดตัว ในฐานะอริยสงฆ์ผู้รู้แจ้ง เมื่อท่านโปรดพวกนาง ย่อมได้รับกุศลอันไร้ขอบเขต"
พระอ้วนส่งสายตารู้กันให้พระถังซัมจั๋ง สื่อความนัยบางอย่างที่ไม่สามารถพูดออกมาตรงๆ ได้
ชัดเจนว่า 'การโปรดสัตว์' ที่เขาพูดถึง ก็ไม่ใช่แบบเดียวกับที่พระถังซัมจั๋งเข้าใจเช่นกัน
เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูงุนงงของพระถังซัมจั๋ง พระอ้วนคิดว่าเขาไม่พอใจหญิงสาวตรงหน้า จึงรีบพูดขึ้นว่า "ท่านผู้ทรงศีล อย่าเพิ่งรังเกียจที่พวกนางดูมอมแมมอัปลักษณ์ในตอนนี้ นั่นเป็นเพราะพวกนางยังไม่ได้รับการชำระล้างด้วยธรรมะ"
"เดี๋ยวอีกสักครู่ เจ้าภาพของข้าจะแสดงอิทธิฤทธิ์ขั้นสูงเพื่อทำพิธีเบิกเนตรและมอบศีล ให้พวกนางตระหนักถึงสถานะคนบาปของตนและสำนึกผิดอย่างจริงใจ หลังจากนั้น พวกนางย่อมจะเปล่งปลั่งงดงาม พร้อมให้ท่านผู้ทรงศีลจัดการตามอัธยาศัย"