เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 โชคดีหรือโชคร้าย

บทที่ 16 โชคดีหรือโชคร้าย

บทที่ 16 โชคดีหรือโชคร้าย


บทที่ 16 โชคดีหรือโชคร้าย

ความเข้าใจของชิวหลิงที่มีต่อโลกใบนี้แทบจะมาจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม และความรู้ทั่วไปที่นางเร่งรีบอ่านผ่านคอมพิวเตอร์พกพา ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

นางเคยวิดีโอคอลกับอู่เหยียนและเหยียนจ้าว แล้วพบว่าทั้งสองคนดูเข้ากันได้ดี ดังนั้นนางจึงทึกทักเอาเองโดยไม่รู้ตัวว่า พี่น้องร่วมสาบานทุกคนน่าจะรักใคร่กลมเกลียวกันแบบนี้

ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ชายมักใจกว้างและยุ่งอยู่กับหน้าที่การงาน จะเอาเวลาและแรงงานที่ไหนมาใส่ใจกับเรื่องครอบครัวเล็กๆ น้อยๆ ล่ะ? อีกอย่าง นางเป็นผู้บำเพ็ญเพียร ไม่เคยมีความรัก และความคิดความอ่านก็ไม่ได้ละเอียดอ่อนอะไรนัก

สิ่งที่นางคาดไม่ถึงคือ ในโลกดวงดาวมีความไม่สมดุลทางเพศอย่างรุนแรง กฎหมายการแต่งงานระหว่างดวงดาวระบุว่า ผู้หญิงต้องมีสามีอย่างน้อย 3 คน โดย 2 ในนั้นต้องเป็นระดับ S มิฉะนั้นจะถูกระบบจับคู่ให้โดยอัตโนมัติ

นี่เป็นการรับประกันว่าครึ่งหนึ่งของนักรบที่ยอดเยี่ยมจะมีครอบครัวเป็นของตัวเอง ช่วยบรรเทาความผันผวนของพลังจิตได้บ้าง และยังรับประกันว่าเมื่อนักรบเจ็บป่วย เกษียณ หรือแก่ตัวลง จะมีลูกหลานที่เกิดจากภรรยาคอยเลี้ยงดู

ในความเป็นจริง นักรบระดับ S ขึ้นไปส่วนใหญ่มีนิสัยแข็งกร้าวและวางอำนาจ พวกเขาอาจจะยอมแบ่งปันภรรยากับชายอื่นอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ความรู้สึกที่มีต่อสมาชิกคนอื่นในครอบครัวนั้นห่างเหินมาก หรือถึงขั้นรังเกียจด้วยซ้ำ

พวกเขาสามารถจ่ายค่าเลี้ยงดูให้ภรรยาและลูกตามระเบียบได้ แต่ไม่ค่อยอยากให้ภรรยาพาลูกติดมาให้เห็นหน้า เพื่อตอกย้ำว่าตัวเองมีลูกยาก แต่กลับต้องมาเป็นพ่อพระเลี้ยงลูกคนอื่น!

เว้นเสียแต่ว่าพ่อแท้ๆ ของเด็กจะตายไปแล้ว นักรบบางคนถึงจะแสดงความรักความเอ็นดูอย่างจริงใจ

ชิวหลิงเล่นเกมบนคอมพิวเตอร์พกพาพลางฟังเรื่องซุบซิบไปด้วย

ผู้หญิงหลายคนในที่นี้ต้องไปเยี่ยมสามีที่เขตทหารเป็นระยะๆ จึงคุ้นเคยกับสถานการณ์ที่นั่นดี และด้วยอินเทอร์เน็ตที่พัฒนาไปไกล ข่าวสารใดๆ ก็แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว

ชิวหลิงมีความจำดีเยี่ยม นางจำทุกอย่างที่ได้ยินได้หมด และฟังด้วยความสนใจอย่างยิ่ง

ไม่นาน คอมพิวเตอร์พกพาของทุกคนก็สั่นเตือนว่ามีข้อความเข้า

"คุณนายกองพลที่ห้ามาถึงแล้ว เรากำลังจะออกเดินทาง..."

"เธอได้ห้องชุดแบบสามห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นที่ชั้นบนสุดแน่ะ จุ๊ๆ ไม่เหมือนพวกเราที่ต้องแชร์ห้องนอนกับคนอื่น แถมยังต้องใช้ห้องนั่งเล่นกับห้องน้ำรวมอีก..."

จริงดังว่า กระสวยบินเริ่มลอยตัวขึ้นจากพื้น เร่งความเร็วอย่างรวดเร็วในระดับที่ทุกคนพอรับไหว และทิวทัศน์นอกหน้าต่างก็ค่อยๆ กลายเป็นภาพเบลอ!

บนคอมพิวเตอร์พกพาของชิวหลิง นางได้รับข้อความบริการต่างๆ จากกระสวยบินพลเรือนหมายเลข 35 พร้อมแผนผังกระสวยบิน เวลาอาหาร และเมนูอาหาร

นางส่งข้อความหาอู่เหยียนและเหยียนจ้าวว่าขึ้นกระสวยบินแล้ว ทั้งสองตอบกลับมาอวยพรขอให้นางเดินทางโดยสวัสดิภาพ

บทสนทนาของพวกเขาช่างสุภาพเรียบร้อยเหลือเกิน

แม้ชิวหลิงจะพักในโซนห้องใหญ่รวมกับคนอื่น แต่นางก็ได้ห้องเดี่ยวที่มีห้องน้ำในตัว!

แววตาของเหล่าสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ฉายแววอิจฉาริษยาไม่มากก็น้อย แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร แม้อู่เหยียนจะต่อสู้ไม่ได้แล้ว แต่เขาก็ยังเป็นถึงหลานชายของจักรพรรดิ ในฐานะคนในครอบครัว แม้นางจะไม่มีบ้านส่วนตัว แต่ก็ควรได้รับสิทธิพิเศษบ้าง อย่างเช่นการได้พักในห้องแบบนี้

ชิวหลิงมักทำตัวเงียบๆ เก็บตัว นอกจากเวลากินข้าว นางใช้เวลาทั้งหมดขลุกอยู่ในห้อง ไม่เล่นเกม ก็ส่งข้อความหาญาติสนิทมิตรสหาย หรือไม่ก็เรียนรู้เรื่องราวของโลกใบนี้ต่อไป

ต้องยอมรับว่าอาหารบนยานอวกาศดีกว่าที่บ้านมาก อย่างน้อยก็ไม่ทำให้นางรู้สึกฝืดคอจนการกินกลายเป็นเรื่องทรมาน จนทำให้นางอยากจะไปปรุงยาปี้กู่ (ยาอดอาหาร) มากินแทนข้าว!

บนกระสวยบิน กิจวัตรของชิวหลิงยิ่งเละเทะกว่าเดิม ผลจากการตามใจตัวเองคือนางเล่นเกมโต้รุ่ง และเพิ่งจะได้นอนตอนตีสาม

ตอนที่เหยียนจ้าวมาถึง นางยังคงเป็นก้อนกลมๆ อยู่ใต้ผ้าห่ม

ระบบคอมพิวเตอร์พกพาของทั้งสองผูกกันอัตโนมัติหลังจากจดทะเบียนสมรส

ดังนั้น โดยไม่ต้องรอคำอนุญาตจากชิวหลิง เหยียนจ้าวก็สแกนคอมพิวเตอร์พกพาของเขาและเปิดประตูเข้ามาได้เลย

ชิวหลิงลืมตาโพลงทันที กุมศีรษะที่ยังมึนงงเล็กน้อย มองดูชายร่างสูงโปร่งที่ประตู แล้วตะลึงงันไปชั่วขณะ

ชายหนุ่มมีผมสีเงินบริสุทธิ์สะดุดตา ดวงตาสีเทาอมฟ้าดูอ่อนโยน และเครื่องหน้าประณีตราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด รอยยิ้มที่มุมปากแฝงความบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนือโลกีย์

ชิวหลิงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านางแต่งงานแล้ว และชายตรงหน้าผู้ดูราวกับกำลังจะบรรลุเป็นเซียน ก็คือหนึ่งในสามีของนาง เหยียนจ้าว!

ผู้หญิงที่อยู่นอกห้องกระซิบกระซาบกัน "นี่ฉัน... ฉันยังไม่ตื่นดีหรือเปล่า? เมื่อกี้ฉันเห็นใครนะ?"

"นั่นใช่เหยียนจ้าวหรือเปล่า? อดีตบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งวิหารดวงดาว เขา... เขาเป็นพี่น้องร่วมสาบานของนายพลอู่งั้นเหรอ?"

"ฉันว่าข้อมูลนี้น่าตกใจเกินไปแล้ว เธอว่าผู้หญิงคนนั้นโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่?"

จะบอกว่าโชคร้าย นางก็ได้แต่งงานกับผู้ชายที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเคยโดดเด่นมากในจักรวาลถึงสองคน จะบอกว่าโชคดี ชายทั้งสองคนก็ดันพลังจิตเสียหายและถูกจัดเป็นคนพิการระดับสามในจักรวาลไปแล้ว!

เสียงอึกทึกเงียบหายไปพร้อมกับประตูที่ปิดลง

"ชิวหลิง ผมส่งข้อความหาคุณแล้ว แต่คุณไม่ตอบ ผมเดาว่าคุณคงยังหลับอยู่ เลยถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามา ผมทำคุณตื่นหรือเปล่า?"

เหยียนจ้าวเม้มปากเล็กน้อย สีหน้าฉายแววรู้สึกผิดและกังวลใจ

ชิวหลิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบส่ายหน้า "ไม่ค่ะ กิจวัตรฉันไม่ค่อยปกติ ฉัน... เมื่อคืนฉันเล่นเกมดึกไปหน่อย เลยตื่นสาย..."

จริงๆ แล้วนางลืมไปเลยว่าเขาจะมาเจอนางเช้านี้ ไม่ใช่ความจำไม่ดีจนลืมจริงๆ หรอก แต่เพราะมัวแต่เล่นเกมเพลินจนไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้ต่างหาก!

เหยียนจ้าวยิ้ม แล้วหยิบรองเท้าแตะออกมาจากแหวนมิติมาสวมอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นถอดเสื้อโค้ทแขวนไว้ที่ราวแขวนข้างประตู "ไม่เป็นไรครับ เมื่อคืนผมก็นอนไม่ค่อยหลับเหมือนกัน บนกระสวยบินน่าเบื่อจะตาย เรานอนต่อด้วยกันก็ได้ครับ"

พูดจบ เขาก็เดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ แล้วเดินเช็ดผมออกมา และก็เห็นหญิงสาวที่เมื่อกี้ยังดูมึนๆ งงๆ ทนความง่วงไม่ไหว มุดกลับเข้าไปนอนขดตัวเป็นก้อนกลมใต้ผ้าห่มอีกแล้ว

เหยียน้าวยืนอยู่ข้างเตียง ค่อยๆ เช็ดผมพลางพิจารณาภรรยาหมาดๆ ของเขา ที่ตอนนี้โผล่มาให้เห็นแค่ใบหน้า

เมื่อก่อนเขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมผู้คนถึงให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอกนัก

ความงามร่วงโรยได้ง่าย แม้ว่าอายุขัยของมนุษย์ยุคดวงดาวจะยืนยาวขึ้น แต่เขาก็รู้สึกว่าไม่ว่าจะหน้าตาแบบไหน พอมองนานๆ เข้าก็จะเกิดภูมิคุ้มกัน จนแยกไม่ออกว่าสวยหรือขี้เหริ่ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน การศัลยกรรมสามารถทำซ้ำได้ แม้แต่พันธุกรรมก็ยังดัดแปลงได้ ดังนั้นในหมู่ตระกูลผู้มีอำนาจจึงไม่มีคนขี้ริ้วขี้เหริ่ให้เห็น

อย่างไรก็ตาม หญิงสาวตรงหน้าตัวเล็กกะทัดรัดเป็นพิเศษ จนเขาแอบสงสัยว่านางบรรลุนิติภาวะหรือยัง

นางดูหวานหยดย้อยและน่ารักน่าเอ็นดู แม้แต่ยามหลับใหล ราวกับผลไม้ที่รอให้คนมาเด็ดดม แผ่แรงดึงดูดใจอย่างร้ายกาจ

เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเข้ากันได้ของทั้งคู่สูง หรือเพราะแต่งงานกันแล้วจนเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ แต่เขารู้สึกว่าทุกส่วนของนางช่างถูกใจเขาเหลือเกิน ไม่ว่าจะมองมุมไหน ความปิติยินดีก็ผุดขึ้นในใจ

นับตั้งแต่พลังจิตของเหยียนจ้าวเสียหายและระดับลดลง สมองของเขาก็มึนตื้อและปวดตุบๆ ตลอดเวลา แม้แต่การยิ้มเพียงเล็กน้อยก็อาจกระทบกระเทือนเส้นประสาท จนทำให้เจ็บปวดไปทั้งร่าง

ในเวลานี้ เขารู้สึกผ่อนคลายไปทั้งตัวโดยไม่รู้ตัว พอผมเริ่มแห้งหมาดๆ เขาก็เปิดผ้าห่มและล้มตัวลงนอนข้างๆ นาง

เห็นชิวหลิงที่ง่วงงุนพยายามจะลืมตาขึ้น เขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปดึงนางเข้ามาในอ้อมกอด ลูบหลังนางเบาๆ คำพูดที่เขาเคยคิดว่าเลี่ยน กลับหลุดออกจากปากอย่างเป็นธรรมชาติ "ที่รัก นอนต่อเถอะครับ ผมอยู่ตรงนี้แล้ว"

จบบทที่ บทที่ 16 โชคดีหรือโชคร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว