เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 - ฝึกกระบี่เหรอ? หมายถึง *ออกกำลังกาย*สินะ? ไม่เอาล่ะขอบใจ...

ตอนที่ 6 - ฝึกกระบี่เหรอ? หมายถึง *ออกกำลังกาย*สินะ? ไม่เอาล่ะขอบใจ...

ตอนที่ 6 - ฝึกกระบี่เหรอ? หมายถึง *ออกกำลังกาย*สินะ? ไม่เอาล่ะขอบใจ...


เอ๋, นับถึงไหนแล้วเนี่ย?

เมื่อเวิ่นจีฮ่าวตื่นขึ้นมา เขาก็พบว่าลมหายใจของเขายังเป็นจังหวะอยู่ พลังปราณไหลเข้าออกราวกับคลื่นที่ชายหาด.

ก๊อก ก๊อก ก๊อก! “ลูกศิษย์, ตื่นได้แล้ว!”

เวิ่นจีฮ่าวสะดุ้งโหยง, ใจของเขาเต้นแรงขึ้นจากเสียงนั้น.

....เดี๋ยวนะ, ทำไมเขาต้องฟังด้วยล่ะ? เวิ่นจีฮ่าวโล่งใจขึ้นมา. เขาลุกขึ้นแล้วเก็บทุกอย่างเข้ามิติไปจากนั้นก็เปิดประตูออก.

จางอู่เป็นผู้ฝึกตนขั้นโอสถทองคำระดับแรก เขาใส่ชุดสำนักในทองคำอยู่. สีหน้าของเขาหม่นหมองด้วยความรำคาญ เขาจ้องตาเขม็งไปที่เวิ่นจีฮ่าว. “ถึงเวลาฝึกวิชากระบี่แล้ว. อย่าทำให้คนอื่นเขารอสิ!”

แค่คิดว่าต้องเหวี่ยงกระบี่และออกกำลังกายก็ทำให้เวิ่นจีฮ่าวเหนื่อยแล้ว. “หากข้าอยากเป็นผู้ใช้ยันต์แทนเล่า?”

ความทรงจำของร่างต้นเองก็มีเรื่องวิชาผู้ใช้ยันต์อยู่เหมือนกัน เวิ่นจีฮ่าวเองก็อ่านนิยายผู้ใช้ยันต์มาเยอะแล้วด้วย. เขาไปเป็นผู้ใช้ยันต์แทนก็ได้ เพราะผู้ใช้ยันต์มีหน้าที่แค่นั่งแล้วก็หยิบยันต์แค่นั้น! ไม่ต้องออกแรงให้เมื่อยและเหมาะกับโปรแกรมเมอร์อย่างเวิ่นจีฮ่าวด้วย.

สีหน้าของจางอู่เปลี่ยนจากรำคาญไปเป็นโมโห “เลิกอ้างซะที! ศิษย์น้องเจ้ารีบออกมาซะ! เจ้ากำลังดูหมิ่นสำนักรึไง???”

พลังปราณรอบๆจางอู่ดูสับสนราวกับเป็นเข็ม.

เวิ่นจีฮ่าวทำหน้าเหยเกเล็กน้อย “ครับครับ, ไม่ต้องตะโกนก็ได้” เอาใจมึงก็ได้ เขาคิดในใจ. แม้จางอู่จะดูรุ่นราวเดียวกับเวิ่นจีฮ่าว เขาคิดว่าคนสมัยโบราณเป็นพวกขี้โมโหและทำตัวเหมือนเด็กรึเปล่านะ?

“ดี!” จางอู่กล่าวด้วยความโมโหมากกว่าเดิม. เขาหันกลับไปแล้วรีบเดินหนี. กระทืบเท้ามากกว่า. เวิ่นจีฮ่าวก็ตามเขาไป. เขาสงสัยหน่อยๆว่าจางอู่จะเดินเข้าไปสู่เส้นทางอธรรมเพราะความโกรธหรือเปล่า. หรือบางทีอาจจะแค่จางอู่เป็นคนขี้โมโห ไม่ใช่เพราะมีจิตใจที่ชั่วช้า.

ที่ฝึกวิชากระบี่ของศิษย์สำนักนอกนั้นแทบจะอยู่ใกล้ทางออกของสำนักตะวันทองเลย เกือบจะใกล้ลานประลองด้วยซ้ำ. ลานฝึกถูกปูด้วยกระเบื้องอย่างดี รอบๆก็มีตึกประกอบ. ศิษย์ในชุดสีเหลืองกำลังยืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบอยู่. ทุกคนมีกระบี่ในมือและทุกคนดูไม่พอใจกับเวิ่นจีฮ่าวมาก.

“ไปเข้าแถวซะ!” จางอู่กล่าว.

โอะ, เชี่ยละ “เอ่อ ศิษย์พี่ครับ. ข้าลืมเอากระบี่มา” เวิ่นจีฮ่าวกล่าว. เขาลืมหยิบมันมาด้วยในตอนที่แพ้ในการประลองเลื่อนขั้น.

จางอู่ตาแดงก่ำไปด้วยความโกรธ “เจ้าลืมกระบี่งั้นเหรอ? เจ้าเป็นผู้ฝึกตนประเภทไหนกัน????”

“...ข้าลืมไว้ที่สนามประลอง เดี๋ยวข้าจะรีบกลับมาครับ”

จางอู่กลอกตา “อย่าช้าล่ะ!”

ขอนับถือในจิตปล่อยวางของจางอู่เลย, เวิ่นจีฮ่าวรีบไปทางลานประลองนอก. ตรงนั้นมีศิษย์ชั้นในนามว่า เฉียน เจียหลุ่ยคอยดูแลอยู่ เมื่อนางได้ทราบเรื่องกระบี่ของเวิ่นจีฮ่าว สีหน้าของนางก็ดูผิดหวังขึ้นมาทันที.

“อื้ม, ข้ารู้ว่ากระบี่เจ้าอยู่ไหน. ศิษย์ชั้นนอกมีหลายร้อยกว่าคน แต่เป็นเจ้าที่ลืมกระบี่ตัวเองนี่นะ”

เวิ่นจีฮ่าวยิ้มทะเล้นให้ “ศิษย์น้องคนนี้ต้องรบกวนท่านพี่แล้ว”

ศิษย์สำนักในคนนั้นส่งกระบี่ของเขากลับคืนให้ แล้วเขาก็รีบกลับไปลานฝึกทันที.

จางอู่ที่เริ่มการฝึกพื้นฐานให้กับทุกคนแล้ว. มองเวิ่นจีฮ่าวจากไกลๆแล้วเขาก็เข้าใจทันที. เขารีบไปต่อแถวหลังสุดแล้วเริ่มฝึก.

จบบทที่ ตอนที่ 6 - ฝึกกระบี่เหรอ? หมายถึง *ออกกำลังกาย*สินะ? ไม่เอาล่ะขอบใจ...

คัดลอกลิงก์แล้ว