เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28: ชื่อของฉัน เธอเป็นคนตั้งให้

บทที่ 28: ชื่อของฉัน เธอเป็นคนตั้งให้

บทที่ 28: ชื่อของฉัน เธอเป็นคนตั้งให้


บทที่ 28: ชื่อของฉัน เธอเป็นคนตั้งให้

พอพูดถึงเรื่องเปลี่ยนชื่อ อวี๋จิ้งถิงก็เริ่มออกอาการไม่อยากจะคุย

"ไม่เป็นไร ถ้าคุณไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด ฉันไม่ชอบบังคับใคร... อ้อ เดี๋ยวเปียผมที่ตัดไปของฉันจะเอาไปขายไหม?"

ในเมืองมีคนมารับซื้อผม เปียผมดำขลับยาวสลวยของซุ่ยจื่อน่านจะขายได้หลายหยวนทีเดียว เขาเอาไปทำวิกผมส่งออกกัน

"จงใจใช่ไหม?" ยัยตัวดีนี่จงใจทำให้เขารู้สึกผิดชัดๆ?

"เปล่านะ! จะเอาไปซื้อซี่โครงหมูให้เจียวเจียวกินต่างหาก" แววตาซุกซนวาบผ่านดวงตาของซุ่ยจื่อ

ท่าทางเจ้าเล่ห์นิดๆ ตัดกับหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์นั่น ทำเอาอวี๋จิ้งถิงต้องเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม สายตาที่มองเธอก็เริ่มจะอันตรายขึ้นเรื่อยๆ

ซุ่ยจื่อกำลังตั้งหน้าตั้งตารอเขาเฉลยความลับ แต่จู่ๆ ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ

เธอถูกดันไปติดประตูโดยไม่ทันตั้งตัวจนสะดุ้งโหยง

"อวี๋เถียเกิน คุณบ้าไปแล้วเหรอ?"

"เออ ฉันบ้า" เห็นหน้าเธอแล้วมันก็บ้าขึ้นมาทุกที มีปัญหาไหม?

เขากดท้ายทอยเธอไว้ แล้วก้มลงกัดริมฝีปากบางสวยดั่งกลีบดอกไม้นั่น ทุกครั้งที่ปากเล็กๆ นี่จ้อไม่หยุด เขาอยากจะทำแบบนี้ทุกที

ซุ่ยจื่อคิดว่าผู้ชายคนนี้คงเหมือนหมา ไม่ก็ลูกหมาป่าเพิ่งฟันขึ้น ที่คันฟันอยากจะหาอะไรกัดไปทั่ว

ไม่มีส่วนไหนในร่างกายเธอที่เขาไม่เคยกดรอยฟันลงไป โดยเฉพาะติ่งกระจับที่ริมฝีปากบน เขาชอบกัดมันเป็นพิเศษ

ซุ่ยจื่อมีติ่งเนื้อเล็กๆ ที่ริมฝีปากบน ปกติมองไม่ค่อยเห็น แต่เวลายิ้มจะดูมีเสน่ห์มาก

ตั้งแต่อวี๋เถียเกินค้นพบมัน เขาก็หาโอกาสงับเล่นอยู่บ่อยๆ

ลมหายใจร้อนระอุของเขาทำเอาซุ่ยจื่อมึนหัว มือขยุ้มปกเสื้อเขาแน่น ไม่รู้จะผลักออกหรือดึงเขาเข้ามาดี ปฏิกิริยาน่ารักน่าชังนี้ย่อมไม่รอดพ้นสายตาอันเฉียบคมของชายหนุ่ม

เสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่แฝงไอร้อนเป่ารดใบหูเล็กๆ ของเธอ แก้มของซุ่ยจื่อแดงซ่านขึ้นมาทันที เธอกำหมัดน้อยๆ ทุบเขาไปทีหนึ่ง

"ถ้าคุณกล้าทำอะไรบ้าๆ ฉันจะฟ้องแม่!"

หวังชุ่ยฮวากลัวว่าอวี๋จิ้งถิงจะอดใจไม่ไหวจนกระทบกระเทือนลูกในท้อง เมื่อเช้าเพิ่งจะลากเขาไปอบรมชุดใหญ่ในลานบ้าน

"ฉันยังไม่ได้สอดใส่สักหน่อย ก็แค่..."

"ไปให้พ้นเลย!" ซุ่ยจื่ออยากจะงัดกะโหลกเขาดูจริงๆ ว่าข้างในมีสีอะไรที่ไม่เหมือนชาวบ้านเขา

อย่าไปด่าเขาเลย ยิ่งด่าเหมือนยิ่งยุให้เขาคึก

อวี๋จิ้งถิงรู้สึกว่าเมียตัวน้อยตรงหน้าเหมือนดอกกุ้ยฮวาที่บานสะพรั่ง หอมกรุ่นยั่วยวน ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองเขาตาแป๋ว มือไม้ปัดป่ายข่วนเขาเบาๆ ไม่เจ็บไม่คัน

นี่มันราดน้ำมันเข้ากองไฟชัดๆ

อวี๋จิ้งถิงถอยออกมา มองดูติ่งกระจับที่แดงช้ำเพราะฝีปากเขา แล้วพูดเสียงเหี้ยมเกรียม:

"ไม่ยอมให้ทำ แต่ก็มายั่วกันอยู่ได้!"

"???" เธอไปยั่วเขาตอนไหนมิทราบ?!

แค่ขู่อย่างเดียวมันดับไฟราคะไม่ได้ เขาชี้นิ้วไปที่จมูกเล็กๆ ของเธอ แล้วคาดโทษเสียงดุ:

"เดี๋ยวเถอะ เสร็จฉันแน่!"

ซุ่ยจื่อพูดไม่ออก

เขาเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์อยู่คนเดียว คิดเองเออเองไปไกลถึงไหนต่อไหน แล้วยังมาขู่กลับใส่เธออีก?

อวี๋จิ้งถิงไม่กล้าอยู่ในห้องนี้ต่อ เขาคิดว่าเฉินหานซุ่ยต้องเป็นปีศาจบุปผาจำแลงมาแน่ๆ แค่ยืนเฉยๆ ก็ยั่วยวนใจจะขาด

เขาไปตักน้ำเย็นมาอ่างหนึ่ง ล้างหน้าล้างตาเพื่อสงบสติอารมณ์ ถ้าไม่รีบเย็นลง เดี๋ยวได้เกิดเรื่องใหญ่แน่

"อย่าสะบัดสิ! เช็ดหน้าด้วย!" ซุ่ยจื่อรีบส่งผ้าเช็ดตัวให้ เธอพบว่าผู้ชายใช้ชีวิตหยาบกระด้างเกินไปแล้ว

ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเฉียบในวันอากาศหนาว แล้วสะบัดหัวแรงๆ เหมือนลูกหมาก็เสร็จพิธี เขาโตมาจนป่านนี้ได้ยังไงกันนะ?

"คุณยังไม่เล่าเรื่องชื่อของคุณเลย"

อวี๋จิ้งถิงสบถชื่อพืชชนิดหนึ่งออกมาเบาๆ ยัยจิ้งจอกน้อยนี่ตื๊อเก่งชะมัด วนไปตั้งไกลแล้วยังวกกลับมาเรื่องเดิมจนได้

ทนลูกตื๊อของซุ่ยจื่อไม่ไหว เขาจำใจต้องคายความลับเรื่องเปลี่ยนชื่อออกมา

"เธอบอกแม่ยายฉันว่า อวี๋เถียเกิน ฟังดูเหมือนหัวไชเท้าดอง แล้วก็มีประเทศหนึ่งเรียกหัวไชเท้าว่า 'ต้าเกิน' (รากใหญ่)"

"ฉันพูดเหรอ?"

ซุ่ยจื่อนั่งนึกอยู่นานก็นึกไม่ออก

"เธอพูดตอนเพิ่งเข้าม.ต้น"

ซุ่ยจื่อนึกออกแล้ว มีเรื่องแบบนั้นจริงๆ ที่บ้านเธอมีหนังสือต่างประเทศอยู่สองสามเล่ม เธอเพิ่งอ่านเจอเลยเอามาพูดเล่นขำๆ แต่ว่า...??

"ฉันคุยเล่นกับแม่อยู่ในลานบ้าน คุณได้ยินได้ยังไง?"

ยืนฉี่อยู่ข้างกำแพงบ้านเธอ แล้วบังเอิญได้ยิน—เรื่องแบบนี้บอกได้ที่ไหนเล่า? อวี๋จิ้งถิงปิดบังความจริง ทำหน้าตาขึงขัง

"เธอลบหลู่ชื่อฉัน แถมยังกล้ารังเกียจชื่อฉันอีก? ทีนี้ตกอยู่ในกำมือฉันแล้ว เป็นไงล่ะ?" อวี๋จิ้งถิงจินตนาการถึงฉาก "รังแก" เธออย่างดุเดือด น้ำเย็นที่เพิ่งล้างหน้าไปเมื่อกี้สูญเปล่าทันที แค่คิดตัวก็ร้อนขึ้นมาอีกแล้ว

"ฉันไม่ได้รังเกียจชื่อคุณ ฉันรังเกียจตัวคุณต่างหาก ใครใช้ให้คุณชอบดึงเปียฉันล่ะ?"

ดูเหมือนเขาจะสนุกกับการแกล้งเธอมาตั้งแต่เด็กๆ แม้จะเดินตามกันเงียบๆ ไม่พูดไม่จา เขาก็ยังต้องดึงเปียเธอเล่น เด็กผู้หญิงคนอื่นเขาไม่ยุ่ง แต่ดันชอบยุ่งกับเปียเธอเป็นพิเศษ

"ไม่ใช่แค่นั้น ตอนม.ต้น เธอยังไปบอกเพื่อนอีกว่า ชื่อเถียเกิน ฟังดูเหมือนพวกอันธพาลในหนังสือปกเหลือง... ยัยเด็กแก่แดด ตัวแค่นี้ริอ่านหนังสือปกเหลืองแล้วเหรอ?"

หน้าซุ่ยจื่อแดงแปร๊ด

เธอไม่ได้ตั้งใจหานะ แม่เธอซ่อนไว้ในห้องเก็บของ เธอแค่บังเอิญไปเจอแล้วเปิดดูผ่านๆ ด้วยสายตาวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้คิดอกุศลอะไรเลยจริงๆ

คำว่า 'เกิน' (ราก/แท่ง) ในวรรณกรรมคลาสสิก มักจะไม่ได้ใช้ในความหมายที่ดีนัก

"ไม่ใช่ ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ฉันอ่านหนังสืออะไร ฉันคุยกับเพื่อนอยู่ ทำไมคุณถึงได้ยินอีกแล้วล่ะ?!"

เขาเป็นผีหรือไง?

โผล่ไปทุกที่เลยเหรอ?

ฮะๆ ท้องเสียเลยไปนั่งทุ่งระเบิดใส่ไร่ข้าวโพด แล้วบังเอิญได้ยินพอดี—จะให้บอกแบบนี้เหรอ? อวี๋จิ้งถิงแค่นเสียงในลำคอ มองเธอด้วยสายตาจับผิด ทำให้เธอรู้สึกผิดซะ!

ว่าชื่อเขาเหมือนหัวไชเท้าดองบ้างล่ะ เหมือนหนังสือปกเหลืองบ้างล่ะ ผู้ชายที่ไหนจะทนไหว?

คืนนั้น อวี๋จิ้งถิงปีนกำแพงเข้าไปในลานบ้านตระกูลเฉิน แล้วฉกหนังสือกวี 'สามร้อยบทกวีถัง' ที่วางอยู่ใต้ต้นไม้มา

เขาเปิดหาทั้งเล่ม จนในที่สุดก็เลือกสองคำว่า "จิ้งถิง"

ความรู้สึกเป็นผู้ดีตีนแดงแล่นพล่านไปทั่วร่าง ยิ่งอ่านคำอธิบายประกอบ (ที่มีพินอินกำกับ) ด้านล่าง อวี๋จิ้งถิงก็ตัดสินใจทันที—ชื่อนี้แหละใช่เลย

หลักๆ คือมันเป็นมงคล

"มองกันมิวายเว้น เห็นเพียงจิ้งถิงซาน" หลังจากเปลี่ยนชื่อ ไม่กี่ปีต่อมาแม่สาวน้อยก็มาแต่งงานกับเขา ประเด็นสำคัญอยู่ที่ "มองกันมิวายเว้น" (ไม่เบื่อที่จะมองกัน) นี่แหละ

มีแต่เขาเท่านั้นแหละที่ตีความบทกวีคลาสสิกให้กลายเป็นเรื่องไสยศาสตร์ได้

"ยัยตัวแสบเจ้าแผนการ ทีนี้ยังจะหาเรื่องติได้อีกไหม? ยังจะบอกว่าชื่อฉันเหมือนหนังสือปกเหลืองอีกหรือเปล่า?"

คำพูดที่อัดอั้นมาหลายปีในที่สุดก็ได้ระบาย อวี๋จิ้งถิงประกาศชัยชนะอย่างภาคภูมิ!

"เถียเกิน... จิ้งถิง?"

ซุ่ยจื่อทวนคำไปมา แล้วก็นึกถึงคำพ้องเสียงขึ้นมาได้

(หมายเหตุ: "จิ้งถิง" พ้องเสียงกับคำว่า "จิ้นถิง" ซึ่งแปลว่า "สอดใส่เข้าไปแล้วตั้งชูชัน")

หน้าเธอแดงซ่าน... นี่... นี่มันก็ยังฟังดูเหมือนหนังสือปกเหลืองอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?

กลัวเขาจะรู้ทันความคิด เธอเลยแอบเหลือบมองเขา แววตาซุกซนของเขาบอกชัดว่าเขาก็คงคิดเรื่องลามกอยู่เหมือนกัน

คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

ซุ่ยจื่อฉลาดพอที่จะไม่ถามต่อ ผู้ชายคนนี้ไว้ใจไม่ได้จริงๆ

...

ช่วงบ่าย กำแพงอิฐของบ้านตระกูลจางก็สร้างเสร็จ

หลี่โหย่วไฉควักเงินก้อนสุดท้ายที่มีติดบ้าน นั่งรถเข้าเมืองไปตัดแว่นใหม่

พอสวมแว่นใหม่ หลี่โหย่วไฉก็รู้สึกว่าโลกสว่างไสวขึ้นทันตา เขากระโดดลงจากเกวียนม้า สายตามุ่งตรงไปยังทิศทางของบ้านตระกูลอวี๋ เขาต้องหาโอกาสไปเจอซุ่ยจื่อเพื่อปรับความเข้าใจให้ได้

ในขณะที่หลี่โหย่วไฉกำลังครุ่นคิด จู่ๆ โลกก็มืดดับลง

กระสอบที่คุ้นเคยถูกคลุมลงมาที่หัว

หลี่โหย่วไฉ: ???

จบบทที่ บทที่ 28: ชื่อของฉัน เธอเป็นคนตั้งให้

คัดลอกลิงก์แล้ว