- หน้าแรก
- วุ่นรักย้อนเวลา ปฏิบัติการคว้าหัวใจนายจอมโหด
- บทที่ 5 ต่อให้เป็นญาติก็อย่าหวังว่าจะรอด
บทที่ 5 ต่อให้เป็นญาติก็อย่าหวังว่าจะรอด
บทที่ 5 ต่อให้เป็นญาติก็อย่าหวังว่าจะรอด
บทที่ 5 ต่อให้เป็นญาติก็อย่าหวังว่าจะรอด
คอมมูนตระกูลหวังประกอบด้วยหมู่บ้านน้อยใหญ่หลายแห่ง หมู่บ้านสกุลหยางเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีเพียงสี่สิบครัวเรือน แบ่งพื้นที่ออกเป็นถนนสองสาย
บ้านเดิมของซุ่ยจืออยู่หลังที่ห้าทางทิศตะวันตกของถนนสายหลัง
อวี้จิ่งถิงพาภรรยามาถึงในช่วงบ่ายที่แดดกำลังแรงกล้า
ซุ่ยจือมองผ่านบานประตูผุพังเข้าไปเห็นสภาพลานบ้านที่รกรุงรังเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล สกปรกเลอะเทอะจนดูไม่ได้
ก่อนที่แม่แท้ๆ ของเธอจะย้ายกลับเข้าเมือง บ้านหลังนี้ไม่เคยสกปรกซมซานแบบนี้มาก่อน
แม่ของเธอเป็นปัญญาชนที่ถูกส่งมาชนบท รักความสะอาดเป็นชีวิตจิตใจ ดูแลบ้านเรือนจนเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลูกดอกไม้บานสะพรั่งเต็มลานบ้าน
เมื่อสามปีก่อนแม่ได้กลับไปอยู่ในเมือง หลังจากแม่จากไปได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ พ่อก็พาแม่เลี้ยงเข้ามาอยู่ด้วยทันที
หลิวล่าเหมยเป็นลูกติดที่แม่เลี้ยงพามาด้วย หลังจากสองแม่ลูกคู่นี้เข้ามาในบ้านตระกูลเฉิน ซุ่ยจือก็ไม่เคยมีความสุขอีกเลย
แม่เลี้ยงอย่างหวังเฟินฟางนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเกียจคร้าน ดอกไม้ในลานแห้งเหี่ยวตายจนหมดสิ้น ขยะมูลฝอยถูกทิ้งเกลื่อนกราดไปทั่ว
"เธอยืนรอตรงนี้"
อวี้จิ่งถิงเห็นซุ่ยจือยืนเหม่ออยู่หน้าประตู คิดว่าเธอกลัวแม่เลี้ยง
ตอนแต่งงานได้สามวัน เธอกลับมาเยี่ยมบ้านแล้วร้องไห้ฟูมฟายราวกับแม่ตาย ทำให้อวี้จิ่งถิงรู้ทันทีว่าความสัมพันธ์ของเธอกับแม่เลี้ยงไม่ดีเอาเสียเลย
"มีคุณอยู่ทั้งคน ฉันจะกลัวอะไร ไปกันเถอะ!" ซุ่ยจือสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอไม่ใช่เด็กสาวซื่อบื้อที่มีปัญหาแล้วเอาแต่ร้องไห้อีกต่อไปแล้ว
"หึ ทีนี้รู้ฤทธิ์ผัวตัวเองแล้วล่ะสิ" คำชมของเธอทำเอาอวี้จิ่งถิงยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ จนหางแทบจะกระดิกชี้ฟ้า เขาพองตัวด้วยความลำพองใจ
เขายกเท้าถีบประตูรั้วสุดแรง
ปัง!
ประตูไม้เก่าคร่ำครึส่งเสียงครวญครางครั้งสุดท้ายก่อนจะแตกออกเป็นสองเสี่ยง
ซีกหนึ่งห้อยต่องแต่งจวนเจียนจะหลุดแหล่มิหลุดแหล่ อีกซีกร่วงลงไปกองกับพื้นประกาศจุดจบของมัน
"หลิวล่าเหมย ไสหัวออกมาหาพ่อเดี๋ยวนี้!" อวี้จิ่งถิงตวาดลั่น เสียงทุ้มกังวานดังก้อง
เสียงตวาดก้องทำเอาความเศร้าหมองของซุ่ยจือหายวับไปกับตา เธอกลั้นขำจนไหล่สั่น สายตาไวของเธอเหลือบไปเห็นลูกชายสองคนของบ้านสกุลหลี่ที่อยู่ถัดไปอีกหลัง กำลังแทะเมล็ดแตงโมชะโงกหน้ามามุงดูเรื่องสนุกอย่างออกรส
"ไอ้นักเลงบ้านอวี้มันเป็นบ้าอะไร วิ่งมาอาละวาดบ้านพ่อตา ฮ่าๆๆ"
"แถมยังสั่งให้น้องเมียออกมาเรียกตัวเองว่าพ่อ... นี่มันผิดผีชัดๆ"
สองหนุ่มดูเหตุการณ์อย่างสนใจใคร่รู้ จนกระทั่งพี่ใหญ่บ้านหลี่เดินออกมาลากคอเสื้อน้องชายทั้งสองกลับเข้าไปคนละข้าง
"กล้าดูเรื่องของอวี้เถี่ยเกินเหรอ ไม่กลัวโดนมันถีบตกแม่น้ำหรือไง" พี่ใหญ่ผู้สุขุมเอ่ยขู่น้องชายทั้งสอง
อวี้จิ่งถิงที่กำลังตั้งท่าหาเรื่อง หูผึ่งได้ยินบทสนทนานั้นพอดี เขาหันไปตะโกนด่ากราดใส่บ้านสกุลหลี่
"หุบปากไปเลยนะ! กูไม่ได้ชื่ออวี้เถี่ยเกินแล้วโว้ย! ถ้าได้ยินใครเรียกชื่อนี้อีก พ่อจะทุบหน้าต่างบ้านพวกเอ็งให้เละ!"
ประตูบ้านสกุลหลี่ปิดลงอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซุ่ยจือถอนหายใจเบาๆ
"อย่าไปดุพวกเขาเลย พี่ใหญ่บ้านหลี่เคยดีกับฉันนะ"
อวี้จิ่งถิงหูผึ่ง ดีเหรอ? ดีแบบไหน?! หรือมันคิดจะเคลมเมียเขา?
สายตาที่จ้องมองหน้าต่างบ้านสกุลหลี่เริ่มดุดันขึ้นมาทันที เขานับนิ้วคำนวณดูแล้ว สงสัยหน้าต่างบ้านนั้นคงจะอยู่ไม่สุขแน่
"ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดหรอก หลี่อิงที่แต่งงานออกไปเป็นรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน ตอนเด็กๆ เราวิ่งเล่นด้วยกันบ่อยๆ"
ได้ยินดังนั้นอวี้จิ่งถิงถึงได้ละสายตาจากการคำนวณค่าเสียหายของหน้าต่าง หน้าต่างบ้านสกุลหลี่จึงรอดพ้นหายนะไปได้ชั่วคราว
เฉินข่ายเต๋อผลักประตูออกมา พอเห็นลูกเขยตัวดีถีบประตูบ้านพังยับเยิน ความดันโลหิตก็พุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง
"นี่แกทำบ้าอะไรเนี่ย!"
"ใครก่อกรรมก็ต้องชดใช้ ถอยไปซะ ให้หลิวล่าเหมยโผล่หัวมารับความตายเดี๋ยวนี้! ให้มันกับแม่ใจดำของมันมาโขกหัวขอขมาเมียผมสามที ไม่งั้นเรื่องนี้ไม่จบแน่!"
เฉินข่ายเต๋อโกรธจนหัวตื้อ อยากจะด่ากลับแต่ก็ไม่กล้ามีเรื่องกับนักเลงขาใหญ่ประจำหมู่บ้าน ได้แต่กัดฟันพูดว่า
"ล่าเหมยก็เป็นน้องสาวแกนะ จะมาขู่ฆ่าแกงกันแบบนี้ได้ยังไง"
อวี้จิ่งถิงชะงักไปเล็กน้อย หันไปมองหน้าซุ่ยจือ
ซุ่ยจือกัดริมฝีปากกระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน "ไม่ต้องไปฟังเขา"
เมื่อได้คำบัญชาจากภรรยา เขาก็ไม่มีอะไรต้องเกรงใจอีก
สายตาเฉียบคมของซุ่ยจือเห็นหลิวล่าเหมยแอบมองผ่านกระจกหน้าต่าง... เธอกระทุ้งศอกใส่อวี้จิ่งถิงแล้วพยักพเยิดหน้าไปทางนั้น
อวี้จิ่งถิงหรี่ตาลง ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม ความโหดเหี้ยมแผ่ซ่านออกมา ก่อนจะสาวเท้าก้าวยาวๆ บุกเข้าไปในตัวบ้าน
เฉินข่ายเต๋อไม่รู้ว่าหลิวล่าเหมยไปทำเรื่องงามหน้าอะไรไว้ถึงไปกระตุกหนวดเสือเข้า รังสีอำมหิตของอวี้จิ่งถิงทำเอาเข่าเขาอ่อนยวบ อยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล
ซุ่ยจือมองท่าทางขลาดเขลาของพ่อบังเกิดเกล้าด้วยสายตาเย็นชา
ตาแก่นี่ดีกับหลิวล่าเหมยมากกว่าลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองเสียอีก ชาติก่อนเธอคงเสียใจและไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงลำเอียงขนาดนี้ แต่ตอนนี้เธอเห็นแจ้งแล้วว่า เขาไม่ได้ดีกับหลิวล่าเหมยนักหรอก เขาแค่เป็นคนไร้ความรับผิดชอบ
ตาแก่นี่รักแต่ตัวเอง พอมีภัยก็วิ่งเร็วยิ่งกว่ากระต่าย
หวังเฟินฟางเห็นเฉินข่ายเต๋อพึ่งพาไม่ได้ จึงรีบวิ่งออกมาผลักหลังสามี
"คุณเป็นพ่อตานะ พูดอะไรบ้างสิ! ถ้ามันตียัยหนูล่าเหมย ฉันจะพาลูกกลับบ้านเดิม ทิ้งให้คุณอยู่คนเดียวเลยคอยดู!"
พูดบ้าอะไร! ไม่เห็นหรือไงว่าขาเขาก็สั่นพั่บๆ อยู่เนี่ย?! เฉินข่ายเต๋อกลัวจนแทบสิ้นสติแต่ก็ไม่กล้าขัดใจเมียใหม่ ได้แต่จำใจพูดออกไปว่า
"ค่อยพูดค่อยจากันดีกว่า อย่าให้ชาวบ้านเขาหัวเราะเยาะเอาเลย เอะอะโวยวายอายเขาเปล่าๆ"
ซุ่ยจือที่ยืนดูสถานการณ์อยู่ผลักอวี้จิ่งถิงไปด้านข้างแล้วก้าวออกมาเผชิญหน้า
"หัวเราะเยาะอะไร? หัวเราะเยาะผัวฉัน หรือหัวเราะเยาะลูกสาวตัวดีของคุณ? ถ้ามันไม่หลอกพาฉันไปทำแท้งที่โรงพยาบาล ผัวฉันจะโกรธขนาดนี้ไหม ไปลากตัวหลิวล่าเหมยออกมา อย่ามุดหัวเป็นเต่าหดอยู่ในกระดอง!"
คำว่า 'ผัวฉัน' ทำเอาอวี้จิ่งถิงฟินจนตัวลอย เขาเคี้ยวคำนี้ซ้ำไปซ้ำมาอย่างอารมณ์ดี
"อย่ามาใส่ร้ายกันนะ! ลูกสาวฉันหวังดีพาแกไปโรงพยาบาลเพราะแกทะเลาะกับไอ้เถี่ยเกินจนจะแท้งต่างหาก ตลอดทางแกยังด่าผัวให้ล่าเหมยฟังอยู่เลย กลัวไอ้เถี่ยเกินมันจะซ้อมตายหรือไงถึงต้องมาโยนความผิดให้ล่าเหมยของพวกเรา?!"
หวังเฟินฟางหลบอยู่หลังเฉินข่ายเต๋อ พ่นวาจาเหน็บแนมซุ่ยจือ พยายามโยนความผิดทั้งหมดให้เธอ แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
ทางที่ดีที่สุดคือให้ไอ้นักเลงนี่ลากตัวนังซุ่ยจือกลับไปซ้อมให้ตายคามือ
อวี้จิ่งถิงหลุดจากภวังค์ เขาไม่ได้ยินประโยคอื่นเลยนอกจากคำว่า 'อวี้เถี่ยเกิน'
คิ้วเข้มขมวดมุ่น ชี้หน้าด่ากราด "นังแก่! ใจดำ ปากเน่า ตูดเน่า แล้วสมองยังจะเน่าอีกเรอะ? กูเปลี่ยนชื่อตั้งนานแล้ว! วันนั้นกูประกาศไปทั่วหมู่บ้านแล้วนะว่าใครกล้าเรียกกูว่าอวี้เถี่ยเกินอีก กูจะกระทืบไม่เลี้ยง! นี่เห็นว่าตัวเองขี้เหร่แล้วกูจะไม่กล้าตีหรือไง?!"
หวังเฟินฟางโกรธจนตาเหลือก หันไปผลักเฉินข่ายเต๋อ
"ดูมันพูดเข้าสิ! มันน่าฟังไหมเนี่ย? ฉันเป็นแม่เลี้ยงเฉินหานซุ่ยนะ ลูกเขยประสาอะไรมาด่าแม่ยายปาวๆ แบบนี้?"
"อวี้จิ่งถิง! แกไม่เห็นหัวพ่อตาอย่างฉันเลยใช่ไหม? เฉินหานซุ่ย อย่าคิดว่าแต่งงานแล้วจะปีกกล้าขาแข็งนักนะ! ทำไมถึงพาผัวกลับมาอาละวาดถึงบ้านเดิม อยู่บ้านก็ทำตัวเหลวไหล แต่งออกไปแล้วยังจะไร้มารยาทอีก!"
เฉินข่ายเต๋องัดเอาสถานะพ่อตามากดดันอวี้จิ่งถิง แต่เพราะไม่กล้าไปแหยมกับอวี้จิ่งถิงตรงๆ เลยหันไปด่าลูกสาวตัวเองแทน
ตอนแรกก็ยังพอทน แต่พอด่าหานซุ่ย เลือดในกายอวี้จิ่งถิงก็เดือดพล่าน
"ลุงเฉินหลบไป! อย่ามาขวางกูตีนังแพศยาหลิวล่าเหมย!"
ถ้าไม่ให้เรียกว่าพ่อ ก็ไม่ต้องเรียก เขาไม่สนอยู่แล้ว
ในคอมมูนตระกูลหวังแห่งนี้ ไม่มีใครที่อวี้จิ่งถิงไม่กล้าตี ไม่ว่าหญิงหรือชาย แก่หรือเด็ก รุ่นใหญ่แค่ไหน ถ้ากล้ามาหาเรื่องเมียเขา หรือด่าเมียเขา... พ่อจะฟาดให้ยับ ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น!