เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 4 -- โจร

ตอนที่ 4 -- โจร

ตอนที่ 4 -- โจร


ตอนที่ 4 ------ โจร

 

เซฟ ไอน์สไตน์

 

เลเวล 1

 

เวทย์ [สีแดง] เลเวล : 2

 

เวทย์ [สีน้ำเงิน] เลเวล : 2

 

เวทย์ [สีเขียว] เลเวล : 5

 

เวทย์ [ท้องฟ้า] เลเวล : 4

 

เวทย์ [วิญญาณ] เลเวล : 0

 

หลังจากล่าบลูเซลรอบๆเมืองมาหนึ่งสัปดาห์ เลเวลของผมก็เพิ่มขึ้นอย่างที่เห็น

 

เหตุผลที่เวทย์ [วิญญาณ] เป็นสายเดียวที่ยังเป็นศูนย์นั่นเพราะ เวทย์นี้จำเป็นต้องใช้หินเวทย์มนต์เป็นสื่อกลางในการร่ายเวทย์นี้

 

นั่นคือสาเหตุที่มันยังไม่สามารถฝึกได้ในตอนนี้

 

บลูเซลนั้นปรากฎตัวรอบๆเมืองนานามิเท่านั้น

 

บลูเซลถือเป็นปีศาจที่อ่อนแอมาก

 

ตอนนี้ผมสามารถจัดการได้แค่ปีศาจตัวเล็กๆเท่านั้น ดังนั้นค่าประสบการณ์ที่ได้จึงไม่ค่อยมากเท่าไหร่

 

มันเลยต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะเพิ่มเลเวลได้

 

เมื่อพวกมันเข้ามาใกล้ผมก็จะใช้พลองไม้ตี แต่เมื่อมันอยู่ไกล ก็จะถล่มมันด้วยกรีนบอล, นี่คือวิธีที่ผมใช้จัดการพวกมันในตอนนี้

 

ช่าย นี่คือหนทางที่มั่นคงในการแข็งแกร่งขึ้น

 

ก่อนที่ผมจะรู้ตัว บลูเซลอีกตัวหนึ่งก็เริ่มก่อร่างขึ้นใต้เท้าของผม

 

บลูเซลตัวนี้มีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของปกติ

 

มันจับผมไว้ โดยผมพยายามสลัดตัวออก แต่ว่ามันแข็งแกร่งเกินไป

 

ขาของผมถูกระยางค์มัดไว้และผมถูกดึงห้อยหัวลง

 

ส่วนปลายยอดของมันเปิดออก และกำลังจะยัดผมลงไป

 

บลูเซลมันกำลังจะกินผม!

 

….อย่ามาสะเออะกับผม

 

ผมชี้มือไปที่ปากของบลูเซลแล้วรวบรวมพลังเวทย์

 

“เรดแครช!” (Red Crash)

 

ในตอนที่ผมปล่อยเวทย์ออกมา เปลวเพลิงระเบิดก็ถูกยิงออกมาจากมือของผมและเผาทำลายบลูเซล

 

ผมร่วงลงบนพื้นตรงใจกลางที่มีเศษชิ้นส่วนของบลูเซลหลงเหลืออยู่

 

เสื้อผ้าของผมมอมแมมจากกองโคลนกับน้ำ

 

“ให้ตายสิ แม่จะต้องโกรธผมแน่ๆ”

 

ผมใช้พลังเวทย์ทั้งหมดไปกับเวทย์นั้น

 

มันเป็นเวทย์ที่จะเผาทำลายในพื้นที่แคบๆด้วยเพลิงระเบิด มันกินพลังเวทย์เป็นจำนวนมากในการใช้ แต่ว่าพลังทำลายของมันก็สมเหตุสมผลดี

 

ทำให้มันมีประโยชน์มากเมื่อศัตรูเข้ามาใกล้

 

แต่เพราะมันใช้เวลาในการร่ายสักพัก ผมจึงตัดสินใจใช้เมื่อจำเป็นจริงๆเท่านั้น, เหมือนกับตอนนี้ที่บลูเซลยักษ์ปรากฎตัว

 

ไม่นาน พวกบลูเซลปกติก็เริ่มปรากฎออกมาอีกครั้ง แต่ผมยังฟื้นฟูพลังเวทย์ไม่พอที่จะร่ายกรีนบอลเลย

 

ในขณะที่ถอยผมก็เพิ่งสมาธิ

 

-เข้าฌาณ

 

โคจรพลังเวทย์ที่เหลืออยู่ไปทั่วร่างผ่านทางเส้นมนตรา คือเทคนิคที่ทำให้การฟื้นพลังเวทย์เร็วขึ้นกว่าปกติในช่วงเวลาสั้นๆ

 

การเข้าฌาณมักจะทำได้เมื่อนั่งกับที่ แต่ผมสามารถทำมันได้ในขณะที่ยืน, เดิน และเหนือไปกว่านั้นคือผมสามารถทำได้แม้ว่ากำลังต่อสู้อยู่

 

ร่ายกรีนบอล แล้วฟื้นฟู

 

ร่ายกรีนบอล แล้วฟื้นฟู

 

หลังจากทำซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง ผมก็สามารถจัดการบลูเซลได้ทั้งสองตัว

 

“ว้าว”

 

หลังจากจัดการพวกบลูเซลจนผมด ผมก็เจอบลูเจม

 

“นี่มันบลูเจม….”

 

หลังจากเอาชนะมอนส์เตอร์ได้ พลังเวทย์ที่อยู่ในร่างของมันกับพลังเวทย์จากพื้นโลกจะหลอมรวมกันแล้วสร้างเป็นไอเท็มขึ้นมา

 

แม้ว่าสิ่งนี้จะเป็นไอเท็มขยะก็ตาม

 

ผมคงไม่ได้เงินมากเท่าไหร่จากการขายมันในร้าน

 

ผมเก็บบลูเจมไใส่กระเป๋าเสื้อแล้วตัดสินใจยุติการล่าในวันนี้ หลังจากเข้าฌาณ

 

“....ผมต้องรีบกลับบ้าน”

 

การต่อสู้ในตอนค่ำนั้นเสี่ยงเกินไป

 

อีกอย่างผมต้องเตรียมตัวสำหรับอย่างอื่นอีก

 

“แม่กำลังโกรธผมอยู่แน่ๆ”

 

ในระหว่างทางกลับบ้าน ตอนที่ผมกำลังเข้าฌาณ ก็มีรถม้ารีบวิ่งไปที่เมือง

 

มันคือกองคาราวานขนาดกลาง

 

ถ้ามันเป็นของพ่อค้าเร่ ผมก็อยากจะดูว่าพวกเขามีไอเท็มเวทย์มนต์หายากหรือเปล่า แต่ว่าผมไม่มีเงินเลย

 

ตอนนี้กลับบ้านก่อนดีกว่า

 

เมื่อผมมองไม่เห็นกองคาราวาน ผมกลับได้ยินเสียงกรีดร้องมาจากที่ไกลๆ

 

เมื่อผมหันไปยังทางที่ได้ยินเสียงเด็กสาวกรีดร้อง ผมก็เห็นควันไฟกำลังลุกจากรถม้า

 

ผมมองเห็นไม่ถนัดเพราะว่าอยู่ห่างเกินไป แต่ดูเหมือนจะมีการต่อสู้หรืออะไรสักอย่าง

 

ปีศาจรอบๆนี่คงทำอะไรแบบนี้ไม่ได้แน่

 

นั่นหมายความว่า…

 

“นักผจญภัยที่พวกนั้นจ้างหักหลังสินะ”

 

บางทีพวกนั้นอาจเป็นโจรในคราบนักผจญภัยตั้งแต่ต้นก็ได้

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตอนนี้ถือว่าเป็นโชคร้ายสำหรับคนในกองคาราวาน แต่ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผม

 

ถ้าผมช่วยพวกนั้นในตอนนี้ พวกนั้นน่าจะให้ไอเท็มแพงๆกับผมเป็นรางวัลก็ได้

 

แต่ด้วยพลังเวทย์ของผมในตอนนี้ ผมก็ยังอ่อนเกินไป

 

เหมือนอย่างการแบ่งเกรดของนักผจญภัยยังไงยังงั้น

 

แต่ผมก็ไม่อาจทนโดยไม่ทำอะไรเลยได้

 

ในตอนที่กำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดี เด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็ขี่ม้าตรงมาทางผม

 

ดูเหมือนเธอจะหนีมาจากการต่อสู้

 

เธอหยุดลงตรงหน้าผมด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว

 

“นี่เธอ! หนีเร็ว! ฉันจะรีบไปแจ้งในเมือง ดังนั้นไปซ่อนตัวเร็ว!”

 

หลังจากพูดออกมา ทันใดนั้นลูกธนูก็พุ่งออกมาจากอกของเธอ

 

เด็กสาวก้มลงมองหัวธนูที่เปราะไปด้วยเลือด แล้วไอเป็นเลือดออกมา

 

ในขณะที่แววตาของเธอกำลังมืดลง เธอกลับพูดมาที่ผมสองคำ

 

“หนี….ไป….”

 

ผมสงสัยว่าทำไม

 

ผมเดินไปยังเด็กสาวที่แม้แต่ลมหายใจสุดท้ายก็ยังกังวลเรื่องผม แล้วปิดตาเธอลงเบาๆ

 

ในขณะที่ผมเลื่อนสายตาจากเด็กสาวไปยังกองคาราวาน โจรในคราบนักผจญภัยสองคนก็ี่ม้า...ตรงมาทางนี้

 

พวกมันคนหนึ่งลดธนูลงแล้วยิ้ม จากนั้นก็เริ่มหัวเราะมาทางผม

 

มันค่อยๆหยิบลูกธนูออกมาจากกระบอกลูกธนูแล้วค่อยๆขึ้นสาย

 

มันตั้งใจทำแบบนั้นให้ช้าที่สุด เพราะว่ามันอยากจะเห็นสีหน้ากลัวตายของผม

 

เมื่อรู้แบบนี้ ผมคงต้องขอบคุณไอ้โจรมันจริงๆ

 

เมื่อโจรคนนั้นค่อยๆง้างสายธนูจนสุด ผมก็ร่ายแบล็คช็อต(Black Shot)

 

ด้วยพลังที่ไม่ด้อยกว่าลูกธนู กระสุนเวทย์มนต์แห่งลม ก็เจาะทะลุหัวของโจรทั้งสองในครั้งเดียว

 

เมื่อโจรทั้งสองตกลงจากม้า พวกโจรคนอื่นๆก็สังเกตเห็นผม

 

พวกมันดูไม่ค่อยสบอารมณ์ที่เห็นพรรคพวกสองคนถูกฆ่าโดยนักเวทย์เด็ก

 

แต่ผมกลับใจเย็นอยู่

 

ผมมีอารมณ์เล็กน้อยก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ผมสงบใจได้แล้ว

 

คนจำพวกนี้ไม่สมควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้

 

ผมจำไม่ได้แล้วว่าชีวิตก่อนฆ่าไอ้พวกเลวแบบนี้ไปเท่าไหร่

 

ฉลาดและมีประสิทธิภาพ นั่นคือคติประจำใจของผม

 

ดังนั้น….

 

“ผมจะล่าไฮยีน่าอย่างพวกแกเอง!”

 

==========

 

อุทิศให้คุณพ่อยุทธนา ศิริพัฒนานันทกูร

 

==========

 

ติดตามผลงานได้ที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

จบบทที่ ตอนที่ 4 -- โจร

คัดลอกลิงก์แล้ว