เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 196

Divine King Of All Directions - 196

Divine King Of All Directions - 196


Divine King Of All Directions - 196

 

 

เลือดสาดกระจายไปทั่วขณะที่ร่างของชายชราได้ลอยเคว้งออกไปไกลแถมยังมีรูโหว่อยู่กลางหน้าอก

 

ชายชราได้กระอักเลือดออกมาอย่างหนักพร้อมทั้งหน้าอกที่ชุ่มไปด้วยกองเลือดจนดูน่ากลัว

 

"นี่..........."

 

ผู้คนถึงกับมีดวงตาเบิกกว้างไปตามๆกัน

 

หลินเทียนที่กำลังถือกระบี่อยู่เองก็ยังคงก้าวเดินออกไปด้วยสีหน้าที่ไม่แยแสเช่นเคย

 

มันเป็นอย่างที่ชินเฟิงว่าเอาไว้ เขาเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 4 แถมยังฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับสูงอย่างหนึ่งวิญญาณสวรรค์ทำให้พลังวิญญาณของเขาไม่ต่างอะไรไปกับจิตสัมผัสของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้เลยแม้แต่น้อย

 

เมื่อมองไปยังหลินเทียนที่กำลังก้าวเข้ามาแล้วชายชราก็ได้แต่สั่นสะท้านพร้อมกับก้าวถอยหลังไป

 

"แกร๊ง ! "

 

เสียงกระบี่คำรามดังขึ้นขณะที่หลินเทียนได้ยกมือขวาขึ้นมาแล้วฟาดฟันออกไป

 

พุฟฟฟ ! แขนซ้ายของชายชราได้ถูกตัดขาดไปอีกข้าง

 

"อ๊ากก ! "

 

ชายชราได้โห่ร้องออกมาอย่างน่าสังเวชพร้อมทั้งก้าวถอยกลับไปก่อนที่จะคุกเข่าลงกับพื้น

 

ในเวลาไม่นานแขนทั้งสองข้างของเขาถูกกุดจนไม่เหลือ

 

หลินเทียนยังคงก้าวเดินออกไปด้วยสีหน้าที่เย็นชาพร้อมทั้งยกกระบี่ในมือขึ้นอีกครั้ง

 

"หยุดนะ ข้า......."

 

"พุฟฟ ! "

 

กระบี่นี้ได้ฟันผ่านลำคอของชายชราจนศีรษะของเขาหลุดออกไปทันที

 

หลายๆคนได้แต่มีสีหน้าเปลี่ยนไปตามๆกัน

 

"เป็นไปได้ไงกัน ! "

 

"นั่นน่ะผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้เลยนะ ! แต่กลับ......."

 

"นี่......"

 

หลายๆคนได้แต่มองไปที่กันและกัน

 

ชินเฟิงและคนอื่นๆเองก็ได้เหลือบมองไปทางหลินเทียนเล็กน้อยพร้อมกับพูดออกมาว่า

 

"เจ้าหนูนี่....."

 

แน่น่อนว่าพวกเขาไม่มีใครคาดคิดเลยว่าหลินเทียนจะแข็งแกร่งขนาดนี้

 

จูเจียนฉีและบรรพบุรุษคนอื่นๆเองก็มีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก ชายชราคนนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญรับเชิญของจักรวรรดิแต่กลับถูกสังหารลงโดยฝีมือของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะนี่มันเป็นเรื่องที่น่าอับอายมากๆ !

 

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ไร้อารมณ์ออกมาเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมทั้งก้าวข้ามศพของชายชราไปหาจูหวูเต๋า

 

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาของหลินเทียนแล้วจูหวูเต๋าก็ได้แต่สั่นสะท้านไปพลางมองไปทางเจียงเหลินเหวิน

 

"ป้องกันไว้ ! "

 

หนึ่งในแม่ทัพได้ออกคำสั่งอย่างดัง

 

ทันใดนั้นเองที่ทหารทั้งหลายต่างวิ่งมาขวางหน้าหลินเทียนเอาไว้

 

"ฆ่า ! "

 

แม้ทหารทั้งหลายอาจจะกลัวแต่ก็ยังคงปฏิบัติตามเพราะว่ากฎของราชวงนั้นไร้ความปราณีถึงไม่กล้าขัดคำสั่ง

 

เมื่อจ้องมองไปยังคนเหล่านี้แล้วหลินเทียนก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ดุร้ายออกมา

 

"ไสหัวไปซะ ! "

 

คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงได้ถูกส่งออกไปโดยรอบ

 

"พุฟฟ ! "

 

"พุฟฟฟ !"

 

"พุฟฟ !"

 

เมื่อต้องเผชิญกับคลื่นกระบี่ที่รุนแรงเหล่านี้แล้วต่อให้เป็นทหารที่อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 เองก็ยังไม่สามารถต้านทานเอาไว้ได้ดังนั้นนับประสาอะไรกับทหารธรรมดาๆ , ครั้งนี้กองทหารหลายสิบคนได้แต่นอนจมกองเลือดของตัวเองหลังจากที่ถูกคลื่นกระบี่กลืนไป

 

หลินเทียนในตอนนี้เปรียบเสมือนดั่งเทพเจ้าสายฟ้าเปลวเพลิงแห่งความตายที่จุติมาเกิดใหม่ ทุกก้าวย่างของเขาพร้อมบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่าง หากว่ามองในมุมกว้างแล้วจะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่คลื่นกระบี่ถูกส่งออกมานั้นเหล่าทหารธรรมดามากมายล้วนทรุดลงจมกองเลือดอยู่กับพื้นเต็มลานไปหมด

 

"ดูเหมือนว่ายังไงวันนี้ที่นี่ก็ต้องชโลมไปด้วยเลือด"

 

ชินเฟิงได้พูดออกมา

 

จูเจียนฉีและคนอื่นๆเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมาเพราะตั้งแต่ก่อตั้งจักรวรรดิมานั้นไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก่อน !

 

"ไอ้สิ่งโสมม ! "

 

จูเจียนฉีได้ส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธพร้อมทั้งพยายามพุ่งเข้าหาหลินเทียน

 

น่าเสียดายที่ผู้อาวุโสจินได้พุ่งออกไปปะทะด้วยฝ่ามือพลางพูดต่อว่า

 

"รีบร้อนอะไรกัน ? อยากจะปกป้องลูกหลานอกตัญญูก็ต้องจ่ายอย่างสมน้ำสมเนื้อ "

 

"เจ้า ! "

 

จูเจียนฉีได้แต่จ้องมองออกไปด้วยสีหน้าที่โกรธจัด

 

"การกระทำของจักรพรรดิองค์ใหม่ถูกลิขิตให้จบอย่างอนาถอยู่แล้ว"

 

ผู้อาวุโสจินได้พูดออกมาอย่างไม่เกรงกลัว

 

คลื่นกระบี่ได้พุ่งออกไปโดยรอบขณะที่หลินเทียนยังคงก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางที่ชโลมไปด้วยเลือด

 

"จูหวูเต๋า ! "

 

เขาได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังพร้อมทั้งฟาดฟันกระบี่ออกไป

 

โครม ! คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงพุ่งออกไปเป็นห่าฝน

 

จูหวูเต๋าได้รีบเรียกเอากระบี่ของตนออกมาตอบโต้และแน่นอนว่ามันเป็นอาวุธสมบัติระดับสูงเช่นกัน , อย่างไรก็ตามคลื่นกระบี่ของหลินเทียนนั้นรุนแรงเกินไปและต่อให้เขาใช้ประโยชน์จากอาวุธก็ยังถูกดีดปลิวออกไปกระแทกกับเสาหลักที่อยู่ห่างออกไปจนกระอักเลือดออกมาคำโต

 

สีหน้าของเจียงเหลินเหวินเองก็ไม่สู้ดีนักขณะที่ฟาดฟันกระบี่ออกไปตรงหน้า

 

เขาฝึกฝนทักษะกระบี่วิญญาณเยือกแข็งของตระกูลเจียงได้กว่า 90% แล้วดังนั้นพลังทำลายของมันถึงได้สูงมาก

 

"ไสหัวไปซะ"

 

คลื่นกระบี่ของเจียงเหลินเหวินได้ถูกทำลายลงด้วยการฟาดฟันของหลินเทียนก่อนที่จะส่งร่างของเขาลอยออกไปไกล

 

หลินเทียนยังคงก้าวเดินขึ้นบันไดสีขาวไปขณะที่ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างเข้มข้น

 

พริบตาเดียวเขาก็ได้เดินเข้าไปถึงห้องโถงด้านใน

 

"นางอยู่ที่ไหน ! "

 

เขาจ้องมองไปทางจูหวูเต๋าด้วยสีหน้าที่ดุร้ายอย่างมาก

 

"เจ้า........."

 

"แกร๊ง ! "

 

คลื่นกระบี่ได้ส่งให้ร่างของจูหวูเต๋าลอยเคว้งออกไปอีกครั้ง

 

"ข้าถามเจ้าว่านางอยู่ไหน ! "

 

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

 

ทุกครั้งที่นึกถึงข้อความในสมุด อารมณ์ของเขาก็มักจะปั่วป่วนและคลั่งโดยทันที

 

"องค์เหนือหัว ! "

 

กลุ่มทหารได้พุ่งเข้ามา

 

หลินเทียนได้ฟาดฟันคลื่นกระบี่กลับไปโดยที่ไม่หันไปมองด้วยซ้ำ

 

"พุฟฟ !"

 

"พุฟ!"

 

"พุฟฟฟ ! "

 

ทหารทั้งหลายที่กรูกันเข้ามาต่างตกตายลงและย้อมขั้นบันใดเป็นสีแดงฉาน

 

สีหน้าของจูหวูเต๋าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดขณะที่พยุงตัวเองขึ้นด้วยกระบี่ของเขา

 

หลินเทียนในตอนนี้มันแข็งแกร่งเกินไป !

 

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าที่ดุร้ายออกมากว่าเก่าพร้อมทั้งห่อหุ้มร่างกายตัวเองเอาไว้ด้วยพลังสายฟ้าและเปลวเพลิงพลางปลดปล่อยแรงกดดันออกมาอย่างบ้าคลั่งจนก่อเกิดเป็นลมกระโชกที่รุนแรง

 

เขายังคงจ้องมองไปทางจูหวูเต๋าขณะที่ก้าวเท้าออกไปทีละก้าว

 

จิตสังหารของเขาถาโถมเข้าไปทางอีกฝ่ายเหมือนเกลียวคลื่นลูกยักษ์

 

"โอหังนักนะ ! จักรวรรดิของข้าปั่นป่วนไปหมด ! "

 

เสียงหนึ่งได้ถูกส่งออกมา

 

ร่างๆหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของจูหวูเต๋าซึ่งเขาเป็นชายชราสภาพเหมือนคนกำลังจะตาย

 

หลังจากที่เห็นร่างของชายคนนี้แล้วท่าทางของหลายๆคนได้เปลี่ยนไปทันที

 

ณ ตอนนี้หลายๆคนสามารถสัมผัสได้เลยว่าชายคนนี้แข็งแกร่งอย่างมาก !

 

"ท่านบรรพบุรุษที่ 1 "

 

จูหวูเต๋าได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่มีความสุขพลางปาดรอยเลือดที่มุมปากของตัวเองอย่างรวดเร็ว

 

ชินเฟิงที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาว่า

 

"จูหยุนเชิง ไอ้แก่อย่างเจ้ายังมีชีวิตอยู่อีกงั้นรึ ? จะ 130 ปีแล้วนะ !"

 

"มันเป็นเพราะว่าท่านบรรพบุรุษตัดผ่านไปได้ 2 ระดับจนถึงเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 9 จากระดับ 7 และอีกไม่นานก็จะตัดผ่านไปยังเขตแดนจักรพรรดินภาได้แล้ว แน่นอนว่าอายุขัยของท่านต้องเพิ่มขึ้นแน่นอน ! เหอะ ! คิดว่าอะไรถึงได้ทำให้เราสามารถควบคุมจักรวรรดิได้ ? ก็เพราะว่าท่านบรรพบุรุษไง ! ไม่มีใครสามารถแตะต้องจักรวรรดิของเราได้ ! "

 

จูเจียนฉีได้พูดออกมาอย่างดัง

 

ชินเฟิงเองก็ได้แต่ยิ้มออกมาโดยที่ไม่ได้พูดอะไร

 

จูหยุนเชิงที่อยู่ตรงหน้าจูหวูเต๋านั้นมีสภาพเหมือนคนกำลังจะลงโลงแต่กลับส่งกลิ่นอายที่รุนแรงออกมาทำให้หลินเทียนถึงกับไม่สามารถก้าวต่อไปได้

 

"เป็นผู้มีพรสวรรค์แต่น่าเสียดายจริงๆ "

 

จูหยุนเชิงได้ส่ายศีรษะของเขา , มันไม่แปลกที่เขาจะสัมผัสถึงระดับพลังของหลินเทียนได้เพราะตัวเขาอยู่ในเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 9

 

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ก้าวเดินเข้าไปทางหลินเทียนทีละก้าวแต่ตอนนี้เองที่มีร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างๆหลินเทียนถึงได้ทำให้เขาต้องหยุดเท้าลงแล้วถามออกมาว่า

 

"ท่านเป็นใคร ? "

 

"สมองของจักรพรรดิองค์ใหม่นี่หนักเอาการถึงได้คิดว่าตัวเองควบคุมจักรวรรดินี้ ? "

 

ร่างนั้นได้พูดออกมาอย่างไม่แยแส

 

หลินเทียนได้หันหน้าไปมองชายชราที่อยู่ข้างๆเขา , ชายคนนี้ดูมีอายุราวๆชินเฟิงแต่กลิ่นอายที่ส่งออกมานั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าจูหยุนเชิงเลยแม้แต่น้อยทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขาสัมผัสได้ว่าชายคนนี้มีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งมากๆซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะอยู่ประมาณระดับที่ 6 ดังนั้นเขาถึงได้พอเดาสถานะของอีกฝ่ายได้ทันที

 

จูหยุนเชิงได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่เย็นยะเยือกว่า

 

"พูดแบบนี้หมายความว่าไง ? "

 

"จี่หยวนฉานอุส่าพยายามอย่างหนักเพื่อจักรวรรดิโดยที่ออกไปสู้รบในสมรภูมิกว่าหลายสิบปีแถมลูกหลานเองก็ตายไปหลายคนจนแทบจะสูญสิ้นทว่าจักรพรรดิองค์ใหม่กลับให้ร้ายว่าเขาเป็นกบฏพร้อมทั้งสั่งฆ่าล้างคฤหาสน์แม่ทัพแถมยังจับหลานสาวของเขาเอาไว้อีก การกระทำของเจ้านี่ไม่คิดว่ามันเกินไปหน่อย ? "

 

ร่างๆนั้นได้พูดออกมา

 

จูหยุนเชิงได้ขมวดคิ้วของเขาพร้อมกับพูดว่า

 

"เรื่องนี้ข้ารู้แล้วและข้าจะลงโทษจักรพรรดิองค์ใหม่เองเพื่อทำขวัญให้กับจี่หยวนฉาน "

 

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้มองไปทางหลินเทียนพลางพูดว่า

 

"ส่วนเขาที่กล้าสร้างความปั่นป่วนถึงขนาดนี้ต้องประหาร ! "

 

"จะประหารเขา ? "

 

ร่างๆนั้นได้ส่งเสียงออกมา

 

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ปลดปล่อยแรงกดดันอันรุนแรงของเขตแดนผู้รอบรู้ระดับ 9 ตอนปลายออกมา

 

แรงกดดันนี้ผสมผสานไปด้วยกลิ่นอายอื่นที่ต่างออกไป

 

จูหยุนเชิงได้แต่ผงะไปพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปว่า

 

"นี่มัน.........พลังวิญญาณ ? ระดับ 6 เป็นอย่างน้อย !"

 

ตรงนี้เองที่เขาได้หันไปมองชินเฟิงและคนอื่นๆพร้อมทั้งพูดด้วยน้ำเสียงดุร้ายว่า

 

"เจ้าเป็นจ้าวสมาคมปรมาจารย์ด้ายข่ายอาคมของเมืองนี้ นี่พวกเจ้าทั้งสมาคมต้องการจะเริ่มสงครามงั้นรึ ! "

 

บรรพบุรุษคนอื่นๆเองก็ได้แต่มีสีหน้าเปลี่ยนไปโดยทันที

 

สมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นมีอำนาจอย่างมากแต่จ้าวสมาคมกลับไม่เคยเปิดเผยตัวตนออกมาต่อหน้าสายตาผู้คนดังนั้นหลังจากที่จูหยุนเชิงเปิดเผยสถานะของชายคนนี้แล้วคนอื่นๆก็ถึงกับมีท่าทางเปลี่ยนไปทันที สถานะของจ้าวสมาคมนั้นเพียงพอที่จะให้จักรพรรดิต้องโค้งคำนับเลยด้วยซ้ำ !

 

ร่างๆนั้นได้พูดออกมาโดยไม่สนใจคำพูดของจูหยุนเชิงว่า

 

"เจ้าหนุ่มนี่ไม่ใช่เพียงปรมาจารย์รับเชิญของเราเท่านั้นแต่เป็นผู้มีพรสวรรค์ไร้ที่ติของเรา จักรวรรดิของเจ้าไม่สามารถแตะต้องเขาได้ ! "

 

แรงกดดันที่รุนแรงกว่าเก่าได้ปะทุออกมาขณะที่พูดอย่างราบเรียบว่า

 

"พูดก็พูดแล้วก็น่าจะรู้ว่าฝั่งไหนถูกฝั่งไหนผิดแล้วยังกล้ามาโทษอีก ? "

 

สีหน้าของจูหยุนเชิงได้เปลี่ยนเป็นเย็นชาโดยที่ไม่รู้ว่าจะตอบโต้กลับไปอย่างไร

 

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้เคลื่อนไหวอีกครั้งพร้อมทั้งส่งคลื่นกระบี่สายฟ้าออกไปทางจูหวูเต๋า

 

"บังอาจ ! "

 

จูเชิงหยุนยกมือขึ้นมาจับไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางที่เย็นชา

 

"วันนี้สมาคมของข้าจะช่วยจักรวรรดิประหารลูกหลานอกตัญญูเองแล้วกัน พวกเจ้าควรจะรู้สึกขอบคุณพวกเราด้วยซ้ำ "

 

หลังจากที่พูดจบแล้วเจ้าสมาคมได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วก่อนที่จะขวางทางของจูหยุนเชิงเอาไว้

 

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่คลื่นกระบี่ของหลินเทียนได้พุ่งไปทางจูหวูเต๋าโดยทันที

 

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 196

คัดลอกลิงก์แล้ว