- หน้าแรก
- วางยาศิษย์พี่หญิงจนเรื่องแดง ความเทพที่ซ่อนไว้เลยแตก
- บทที่ 6 น้ำแกงไก่มาแล้ว
บทที่ 6 น้ำแกงไก่มาแล้ว
บทที่ 6 น้ำแกงไก่มาแล้ว
บทที่ 6 น้ำแกงไก่มาแล้ว
คาดว่านางคงส่ง 'ไก่เทวะจื้อหยาง' ตัวนี้มาเพื่อขจัดไอเย็นที่กัดกินร่างและเสริมเติมปราณหยางเป็นแน่
เมื่อคิดได้ดังนั้น ซูเสี่ยวไป๋ก็ก้าวออกมาข้างหน้า
"เอาล่ะ ข้าจะลงมือตุ๋นน้ำแกงไก่เทวะจื้อหยางหม้อนี้เอง พวกเจ้าไปทำอย่างอื่นเถอะ" เขากล่าวสั่งการ
"หา? ผู้ดูแลซู ท่านจะลงมือทำอาหารเองเลยหรือขอรับ!?" เหล่าลูกมือในหอโภชนาต่างอุทานด้วยความประหลาดใจ
"ทำไม? หรือฝีมือการทำอาหารของข้ามันแย่มากนักหรือไง?" ซูเสี่ยวไป๋ถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
"ไม่ใช่นะขอรับ! ไม่ใช่แบบนั้น!" เหล่าลูกมือรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธพัลวัน ใบหน้าฉายแววตื่นเต้น "ก็ฝีมือของผู้ดูแลซูนั้นเลิศรสจนหอมตลบอบอวลไปทั่วเลยต่างหากล่ะขอรับ! ว่าแต่... หลังจากทำเสร็จแล้ว พวกข้าขอชิมน้ำแกงไก่ฝีมือท่านบ้างได้หรือไม่ขอรับ?"
สายตาของเหล่าลูกมือที่มองมาเต็มไปด้วยความเว้าวอน
"ไม่ได้! ศิษย์พี่หญิงตงฟางจำเป็นต้องบำรุงร่างกาย น้ำแกงไก่ต้องมีความเข้มข้น หากแบ่งให้พวกเจ้าคนละคำ ข้าก็ต้องเติมน้ำเพิ่มลงไปอีกทัพพี รสชาติดั้งเดิมของไก่เทวะจื้อหยางก็จะเสียหมด"
ซูเสี่ยวไป๋ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
เหล่าลูกมือได้แต่คอตกยอมแพ้และไม่กล้าเอ่ยปากเซ้าซี้อีก
อีกด้านหนึ่ง ซูเสี่ยวไป๋เริ่มลงมือปรุงอาหาร
เขาตวัดมีดด้วยความชำนาญ หั่นไก่เทวะจื้อหยางเป็นชิ้นขนาดพอเหมาะ เติมเหล้าปรุงอาหาร ขิง และกระเทียมลงไปเพื่อลวกดับคาว
"ต้าจวง ไปถอน 'หญ้าสุริยันแจ้ง' ของผู้อาวุโสรองมาสักสองสามต้น!"
"เอ๋อหนิว ไปเอา 'เก๋ากี้บำรุงไต' ที่ข้าซ่อนไว้ในตู้โชว์ออกมา!"
"เถี่ยจู้ ไปเฉือนเศษ 'เห็ดหลินจือพันปี' ที่ท่านเจ้าสำนักเพิ่งส่งมาให้หน่อย!"
"แล้วก็..."
ซูเสี่ยวไป๋ออกคำสั่งแจกจ่ายงานให้ทุกคน
"ขอรับ!"
ทุกคนขานรับและแยกย้ายไปทำงานทันที
วัตถุดิบเสริมที่ซูเสี่ยวไป๋เลือกใช้นั้นล้วนอุดมไปด้วยธาตุหยาง ซึ่งสามารถข่มไอเย็นในกายของตงฟางเชียนเยว่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นางครอบครอง 'รากวิญญาณเหมันต์พิสุทธิ์' ทุกครั้งที่ทะลวงด่านพลัง ไอเย็นจะแผ่ซ่านออกมาจนทำให้ยอดเขาจิตเหมันต์ทั้งลูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ดูงดงามตระการตายิ่งนัก
ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่การทะลวงด่านธรรมดา หากแต่เป็นการก้าวข้ามจาก 'ขอบเขตจินตาน' สู่ 'ขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด'!
ผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกกำเนิดนั้นถือเป็นเสาหลักแห่งความแข็งแกร่งในมหาทวีปฮวง ไม่ว่าจะสังกัดสำนักใดก็สามารถดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสภายในได้สบายๆ
และนางเพิ่งจะมีอายุเพียงยี่สิบปีเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ที่น่าตื่นตะลึง
อย่างไรก็ตาม การทะลวงด่านครั้งนี้ย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงมหาศาล เพราะไอเย็นที่สะสมในกายของนางนั้นน่ากลัวเกินไป การยกระดับพลังจะทำให้ไอเย็นทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า
แม้แต่ร่างกายของนางเองก็แทบจะรับไม่ไหว จึงจำเป็นต้องเติมเต็มปราณหยางเพื่อเข้าไปปรับสมดุลและสลายไอเย็นเหล่านั้น
และวัตถุดิบที่ซูเสี่ยวไป๋คัดสรรมา ก็ไม่ได้มีดีแค่มีปราณหยางเข้มข้นเพียงอย่างเดียว
พวกมันยังเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกัน ทำให้ปราณหยางที่ได้จากการผสมผสานมีประสิทธิภาพสูงกว่าการใช้แยกกันหลายเท่าตัว!
ครึ่งชั่วยามต่อมา
น้ำแกงไก่จื้อหยางที่เคี่ยวจนข้นคลั่กส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายจนแทบอดใจไม่ไหวก็เสร็จสมบูรณ์
ก่อนที่จะข้ามภพมา ซูเสี่ยวไป๋เคยเป็นถึงเชฟในโรงแรมระดับห้าดาว ทักษะการทำอาหารจึงเรียกได้ว่ายอดเยี่ยมหาตัวจับยาก
เมื่อมาอยู่ที่นี่ เขาจึงได้เป็นผู้ดูแลหอโภชนาด้วยฝีมือปลายจวักอันเลื่องชื่อ
แน่นอนว่าในชาติก่อน เขาเป็นคนมีความสามารถรอบด้านและผ่านงานมาหลากหลายอาชีพ
"เอื๊อก~"
เหล่าลูกมือที่ยืนดูอยู่ด้านข้างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"เท่านี้ก็น่าจะพอสลายไอเย็นในกายของนางได้แล้วกระมัง?" ซูเสี่ยวไป๋พึมพำกับตัวเอง
ว่าแล้วเขาก็ตักน้ำแกงไก่จื้อหยางใส่ถ้วยใบเล็กแล้วยกขึ้นซดเอง
"อ่าห์~ สมกับเป็นน้ำแกงที่ยอดเชฟผู้นี้ลงมือปรุง รสชาติช่างล้ำเลิศ!"
ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขและความภาคภูมิใจ
"หัว... หัวหน้า... ท่านบอกว่านี่เป็นของศิษย์พี่หญิงตงฟาง ห้ามแอบกินไม่ใช่หรือขอรับ?"
ลูกมือคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ
เมื่อเห็นซูเสี่ยวไป๋ซดน้ำแกงไก่ พวกเขาก็อยากลิ้มลองบ้าง
"พวกเจ้าจะไปรู้อะไร! ข้าเหนื่อยกว่านางตั้งเยอะ เข้าใจไหม? กินน้ำแกงบำรุงร่างกายสักหน่อยจะเป็นไรไป!"
ซูเสี่ยวไป๋ตวัดสายตามองค้อนใส่ทุกคนจนพวกเขารีบหุบปากเงียบกริบ
ฮึ่ม! ตลอดกระบวนการนั้น นางเอาแต่หลับตาเสพสุข ส่วนข้าต้องเป็นคนชักนำพลังปราณเพื่อบำเพ็ญคู่ ข้าเป็นแค่ไก่อ่อนระดับกลั่นลมปราณ ตอนนั้นแทบจะหมดแรงตายคาอกนางอยู่แล้ว!... ซูเสี่ยวไป๋บ่นอุบอิบในใจ
จากนั้นเขาก็หันกลับมาละเลียดน้ำแกงไก่ในถ้วยต่อ
เหล่าลูกมือรอบข้างทำได้เพียงมองด้วยความอิจฉาตาร้อน ขณะที่ซูเสี่ยวไป๋ซดน้ำแกงอย่างไม่เกรงใจใคร
"เอาล่ะ พอแค่นี้ก่อน ขืนกินมากกว่านี้เดี๋ยวเลือดลมจะตีกลับ"
ซูเสี่ยวไป๋ดื่มไปเพียงถ้วยเล็กๆ เพราะตอนนี้เขาอยู่เพียงขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่ห้า แต่น้ำแกงหม้อนี้เตรียมไว้สำหรับผู้ที่จะทะลวงสู่ระดับวิญญาณแรกกำเนิด
พลังงานที่อัดแน่นอยู่ภายในนั้นมหาศาลเกินกว่าที่เขาจะรับไหว
แค่ถ้วยเล็กๆ ก็ถึงขีดจำกัดแล้ว ขืนดื่มมากกว่านี้ ร่างกายเขาคงระเบิดเป็นจุน!
"เอ้า ยกไปให้ศิษย์พี่หญิงตงฟางได้แล้ว"
ซูเสี่ยวไป๋สั่งการลูกน้อง
"ขอรับ!"
น้ำแกงไก่จื้อหยางถูกนำส่งไปยังยอดเขาจิตเหมันต์อย่างรวดเร็ว
ส่วนซูเสี่ยวไป๋ก็นั่งทานอาหารมื้อใหญ่ในหอโภชนา เพราะหลังจากตรากตรำทำงานหนักและได้ซดน้ำแกงไปเพียงไม่กี่คำ ท้องไส้เขาก็เริ่มร้องประท้วงด้วยความหิวโหย
...
ณ ยอดเขาจิตเหมันต์
ในยามนี้ ปรากฏการณ์ประหลาดบังเกิดขึ้นบนท้องฟ้า
เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาอย่างเงียบเชียบ ปกคลุมยอดเขาที่เคยเขียวขจีจนกลายเป็นสีเงินขาวโพลน
ภายในห้องลับ
หญิงงามในชุดคลุมสีฟ้านั่งขัดสมาธิ ใบหน้าอันงดงามของนางถูกเคลือบไว้ด้วยเกล็ดน้ำแข็งบางๆ
คิ้วเรียวขมวดแน่น ราวกับกำลังอดกลั้นต่อความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส
ข้างกายหญิงชุดฟ้า มีสตรีในชุดนางวังสีขาวใบหน้าสงบนิ่งกำลังเดินไปเดินมาด้วยความร้อนรน คิ้วของนางขมวดมุ่นเผยให้เห็นความกังวลและตึงเครียดอย่างปิดไม่มิด
"จะทำอย่างไรดี? การทะลวงด่านของเยว่เอ๋อร์เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป ข้าเตรียมการไม่ทันเลย!"
เมื่อเห็นไอเย็นทะลักออกมาจากร่างของลูกศิษย์จนแทบจะกลั่นตัวเป็นก้อนน้ำแข็ง แววตาของ 'ปิงหลิง' ก็ฉายแวววิตกกังวล
เดิมทีนี่เป็นสัญญาณแห่งความลึกล้ำในการฝึกวิชาเหมันต์ แต่ในยามนี้ มันกลับกลายเป็นพิษร้ายที่พร้อมจะปลิดชีพนาง
"เป็นความผิดของอาจารย์เองที่ไม่ได้คาดการณ์สถานการณ์นี้ไว้ และไม่ได้เตรียมโอสถสลายไอเย็นไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นเจ้าคงไม่ต้องมาทนทรมานเช่นนี้"
หญิงชุดขาวกล่าวด้วยความรู้สึกผิด
ตงฟางเชียนเยว่กำลังถูกไอเย็นในกายกัดกินอย่างหนัก
หากปล่อยไว้เช่นนี้ ไม่เพียงแต่นางจะพลาดโอกาสในการก้าวสู่ระดับวิญญาณแรกกำเนิดภายในหนึ่งก้านธูป แต่อาจเกิดผลสะท้อนกลับจนทำให้ระดับพลังลดฮวบลงได้
"มะ... ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์... แค่ระดับพลังลดลง... ศิษย์... ศิษย์ค่อยฝึกกลับมาใหม่ได้..."
ตงฟางเชียนเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น พยายามปลอบใจผู้เป็นอาจารย์
"ท่านประมุขยอดเขา! น้ำแกงไก่เทวะจื้อหยางมาแล้วเจ้าค่ะ!"
ทันใดนั้น เสียงตะโกนอย่างเร่งรีบของสาวใช้ก็ดังมาจากหน้าประตู
ปิงหลิงรู้สึกยินดีขึ้นมาทันที นางสะบัดมือวูบหนึ่ง โถน้ำแกงไก่ก็ลอยออกจากมือสาวใช้พุ่งเข้ามาอยู่ตรงหน้า
นางรีบตักน้ำแกงใส่ถ้วยและส่งให้ตงฟางเชียนเยว่
"เยว่เอ๋อร์ ไก่เทวะจื้อหยางเป็นสัตว์ธาตุหยางสุดขั้ว ในตัวมันเปี่ยมไปด้วยปราณหยางมหาศาล บางทีมันอาจจะช่วยสลายไอเย็นในตัวเจ้าได้"
ตงฟางเชียนเยว่ลืมตาขึ้นมองน้ำแกงไก่ในถ้วย พลางถอนหายใจในใจอย่างจนปัญญา
นางรู้จักไก่เทวะจื้อหยางดี แม้มันจะมีปราณหยางมาก แต่หากคิดจะใช้มันสลายไอเย็นระดับนี้ในกายของนาง ก็คงเป็นได้แค่ฝันเฟื่อง
ทว่านางก็ยังฝืนจิบเข้าไป นางรู้ว่านี่เป็นฟางเส้นสุดท้ายของอาจารย์ และนางไม่อยากทำลายความหวังดีนั้น
การทะลวงด่านครั้งนี้กะทันหันเกินไป ไม่เพียงอาจารย์ที่ไม่ได้เตรียมตัว แม้แต่ตัวนางเองก็คาดไม่ถึง
นางจิบน้ำแกงเข้าไปคำเล็กๆ แต่เพียงคำเดียวนี้กลับทำให้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตะลึง
นี่... น้ำแกงไก่นี่มันอร่อยเกินไปแล้ว!
และที่สำคัญที่สุด นางสัมผัสได้จริงๆ ว่าไอเย็นในกายเบาบางลงเล็กน้อย
หากดื่มหมดทั้งหม้อนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะสลายไอเย็นในกายได้จริงๆ!
"ยังมีความหวัง!"
ตงฟางเชียนเยว่ไม่ลังเลอีกต่อไป นางยกถ้วยขึ้นดื่มน้ำแกงจนหมดเกลี้ยง
และเป็นจริงดังคาด ไอเย็นในกายลดลงอย่างรวดเร็ว
ห้านาทีต่อมา
นางจัดการน้ำแกงไก่ทั้งหม้อจนเกลี้ยง แม้แต่ไก่เทวะจื้อหยางก็เหลือแต่โครงกระดูก
"เอิ๊ก~"
ตงฟางเชียนเยว่นั่งแปะอยู่กับพื้น เรอออกมาด้วยความอิ่มเอม นางลูบหน้าท้องที่ป่องออกมาเล็กน้อยด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข
"ฮิฮิ..." ปิงหลิงมองภาพลูกศิษย์ที่ดูน่ารักน่าเอ็นดูนั้นแล้วอดไม่ได้ที่จะยกมือปิดปากหัวเราะออกมาเบาๆ