เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 183

Divine King Of All Directions - 183

Divine King Of All Directions - 183


Divine King Of All Directions - 183

 

หลินเทียนได้หัวเราะออกมาพร้อมทั้งกวัดแกว่งกระบี่ในมือก่อนที่คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงจะปรากฏออกมา

"ไอ้งูบ้า ข้ามาแล้ว ! "

หลินเทียนได้ส่งเสียงหัวเราะออกมาขณะที่มองไปทางอสรพิษเยือกแข็งด้วยรอยยิ้ม

ว่าก็ว่า, อีกฝ่ายนั้นเป็นถึงสัตว์อสูรที่มีระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้ดังนั้นเขาถึงไม่ประมาทเลยแม้แต่น้อย

อีกฝ่ายได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะส่งคลื่นน้ำเข้าใส่ร่างของหลินเทียน

"สลายไปซะ ! "

หลินเทียนได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะฟาดฟันกระบี่ออกไป

คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้พุ่งทะลุผ่านการโจมตีไปโดยทันที

วิ้ส ! หลินเทียนได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์เพื่อเข้าประชิดร่างของอสรพิษเยือกแข็งก่อนที่จะเหวี่ยงหมัดซ้ายออกไป

"โครม ! "

หมัดนี้อัดแน่นไปด้วยพลังทำลายไม่น้อยดังนั้นถึงได้ส่งผลให้ร่างของสัตว์อสูรจมลงน้ำไปทันที

หลินเทียนไม่ได้ไล่ตามไปขณะที่จ้องมองไปยังร่างของมัน

ในหนึ่งเดือนนี้เขาได้บรรลุทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตแล้วแถมระดับพลังยังอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8 ตอนปลายอีกด้วย , มันเป็นเพราะว่าเขาเคยเข้าไปฝึกในถ้ำข่ายอาคมสังหารหลายครั้งดังนั้นถึงได้สามารถควบคุมการถ่ายพลังฉีได้อย่างคล่องแคล่ว

แน่นอนว่าอสรพิษเยือกแข็งนั้นโกรธจัดเนื่องจากการยั่วยุของหลินเทียนโดยทันที

มันได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะแผดไอความเย็นไปรอบพื้นที่ทำให้ผิวน้ำกลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา

"วิ้ส ! "

เสียงลมดังได้ถูกส่งออกมาพร้อมๆกับการตวัดหางของอีกฝ่าย

"น่ากลัวจริงๆนั่นแหละ "

หลินเทียนได้อุทานออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งส่งหมัดสังหารเข้าปะทะกับหางของอีกฝ่ายทำให้ไอเย็นกระจายตัวออกไปโดยรอบโดยทันที

"โครม !"

"โครม !"

"โครม ! "

มนุษย์และสัตว์อสูรปะทะกันอยู่หลายครั้งและก่อให้เกิดคลื่นพายุออกมาทันที

ในที่นี้มีพลังทำลายของสัตว์อสูร ของเปลวเพลิง ของสายฟ้าปะทะกันไม่หยุด

ไม่นานเวลาก็ได้ล่วงเลยไปกว่า 2 ชั่วโมงเต็ม

หลินเทียนได้ถอยกลับไปด้วยเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยบาดแผล

"เอาล่ะ พอแล้วเจ้างูบ้า "

หลินเทียนได้เปิดปากพูดออกมา

อีกฝั่งเองก็ไม่ได้มีสภาพดีไปกว่าเขานัก ร่างกายของมันต่างเต็มไปด้วยบาดแผลจากกระบี่มากมายแถมนัยน์ตายังเต็มไปด้วยความโกรธ

มันจ้องมองไปทางหลินเทียนพลางอดส่งเสียงคำรามออกมาไม่ได้เพราะมันดันได้รับบาดเจ็บมากมายขนาดนี้จากฝีมือของมนุษย์เนี่ยนะ !

หลินเทียนได้อุดหูตัวเองเอาไว้ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มฝืนๆว่า

"มีพลังแข็งแกร่งอะไรขนาดนั้น แข็งแกร่งยิ่งกว่าสัตว์อสูรเขตแดนผู้รอบรู้ธรรมดาเสียอีก ดูเหมือนว่าข้าจะซวยล่ะ "

เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วเขาก็ได้พยายามพยุงตัวเองขณะที่เก็บกระบี่กลับเข้าไปในแหวนมิติของเขา

"เจ้างูบ้า ข้าไปล่ะ ขอบคุณมากที่เป็นคู่ซ้อมให้กับข้า "

เขาได้หันไปพูดกับอสรพิษเยือกแข็ง

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้เดินออกไปเพราะมันถึงเวลาที่เขาควรจะไปจากที่นี่แล้ว

อสรพิษเยือกแข็งเองก็ได้แต่จ้องมองไปยังแผ่นหลังของหลินเทียนด้วยสีหน้าที่โกรธจัดทว่าหลังจากที่ผ่านไปสักพักมันก็เลือกที่จะไม่ไล่ตามไปเพราะว่ามันสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งของหลินเทียนในตอนนี้และไม่มั่นใจว่าตัวเองจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้

มันได้ส่งเสียงคำรามออกมาอีกครั้งก่อนที่จะดำกลับลงไปใต้น้ำเพื่อจำศีล

................

ในช่วงฤดูหนาวนี้หิมะต่างปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า

หลินเทียนได้เดินออกมาจากเขตป่าสัตว์อสูรอย่างรวดเร็ว

อากาศในตอนนี้หนาวมากๆแต่หลินเทียนที่สวมชุดบางๆกลับแสดงท่าทางเหมือนความเย็นนี้ไม่มีผลกับเขาแม้แต่น้อย

"เป็นพลังไฟสินะ "

เขาได้พูดกับตัวเอง

หลังจากที่เดินออกมาแล้วก็ยังคงเหยียบย่ำอยู่บนพื้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะหนาซึ่งรอยเท้าของคนอื่นๆได้ถูกลบเลือนหายไป

เขาเดินออกไปก่อนที่จะหยุดลงเล็กน้อยพร้อมกับมองออกไปยังที่นั่งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล , แม้ว่าชั้นหิมะจะหนามากๆแต่กลับไม่สามารถปกคลุมที่นั่งนี้ได้ทั้งหมดซึ่งขณะที่เขากำลังจ้องมองไปทางมันก็ทำให้เขานึกถึงเรื่องราวครั้งก่อนที่มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งรอเขาอยู่ตรงนั้นกว่าหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ

ไม่รู้ว่าทำไมแต่ตอนนี้ความกังวลได้ทะลักออกมาจากทรวงอกของเขา

เขาได้ส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนที่จะถอนสายตากลับมาแล้วเดินไปทางเมืองหลวง

หลังจากที่ใช้เวลาไปประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วเขาก็ได้ไปถึงที่หน้าประตูทางเข้าก่อนที่จะเดินเข้าเมืองไป

ถนนภายในเมืองกลับสะอาดเป็นอย่างมากและตัวเขาเองก็ไม่รู้สึกแปลกใจนักเพราะว่าทางราชวงคงไม่ปล่อยให้ถนนเหล่านี้ปกคลุมไปด้วยชั้นหิมะถึงได้ส่งคนมาตักมันออกเรื่อยๆ

"พรุ่งนี้มันเป็นวันเดินขบวนแล้ว เห้อ........"

"ไม่คิดเลยนะว่าท่านแม่ทัพจะมีแผนการกบฏน่ะ "

"มันเป็นความเห็นของทางราชวงฝ่ายเดียวเท่านั้น ข้าไม่เชื่อหรอก ! "

"ใครมันจะอยากเชื่อบ้างล่ะ ? อย่างไรก็ตามหลักฐานมันชัดเจนมากๆ มีคนพบข้อมูลที่ท่านแม่ทัพร่วมมือกับฝ่ายศัตรูอยู่นะ "

"นี่มัน....."

"ทางคฤหาสน์แม่ทัพเองก็ถูกกวาดล้างจนสิ้น เห้อ "

ผู้คนทั้งหลายต่างแสดงความคิดเห็นกันตลอดทาง

เมื่อได้ยินเสียงสนทนาเหล่านั้นแล้วถึงกับทำให้หลินเทียนหยุดเท้าลงโดยทันที

ปึ้ก , คนๆหนึ่งที่เดินไปชนกับเขาเองก็อดสบถออกมาไม่ได้ว่า

"ทำอะไรน่ะ อยู่ๆหยุดทำไม ! "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็คนนั้นก็ได้กุมหน้าผากตัวเองพร้อมทั้งเดินออกไปอีกทาง

หลินเทียนในตอนนี้ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางหิมะเหมือนว่าโลกใบนี้ได้เงียบสงบลง

ชายวันกลางคนหลายๆคนที่กำลังพูดถึงเรื่องนี้นั้นอยู่ห่างออกไป , ตอนนี้เองที่เขาเริ่มก้าวเดินเข้าไปหาคนเหล่านั้น

"มีอะไรงั้นรึเจ้าหนุ่ม ? "

หลังจากที่เห็นว่าหลินเทียนเดินเข้ามาหาพวกเขาก็ได้ถามออกมา

"เกิดเรื่องอะไรกับคฤหาสน์แม่ทัพ ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

ชายวัยกลางคนทั้งหลายเองก็ได้แต่มองไปที่กันและกันด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจพลางถามว่า

"นี่เจ้าไม่รู้ ? "

หลินเทียนได้แต่ส่ายศีรษะของเขาเพราะเขาเพิ่งจะกลับออกมาจากป่าสัตว์อสูรได้ไม่นาน จะไม่รู้ได้ไงกัน

หนึ่งในพวกเขาเองก็รีบพูดออกมาว่า

"เมื่อ ระมาณครึ่งเดือนก่อนหลังจากที่ทางองค์รัชทายาทได้ขึ้นครองราชย์นั้นก็ได้มีความประสงค์จะครอบครองจี่หยู, แล้วเจ้าคิดว่าท่านแม่ทัพจะยอม ? "

"หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดคือมีคนพบกับจดหมายลับระหว่างท่านแม่ทัพและศัตรูเพื่อแย่งชิงอำนาจ มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดฝันเลยด้วยซ้ำว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ โอ้............ "

หลินเทียนได้แต่กำหมัดแน่นพร้อมกับพูดออกมาว่า

"จี่หยวนฉาน , จี่หยู "

หลายๆคนได้เห็นว่าท่าทางของหลินเทียนได้แปลกแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรพลางเล่าต่อว่า

"ทางคฤหาสน์แม่ทัพถูกล้อมและทุกคนที่เกี่ยวข้องถูกสังหารจนสิ้นยกเว้นจี่หยวนฉานและจี่หยู , ตอนนี้ดูเหมือนว่าท่านแม่ทัพจะถูกขังเอาไว้ในคุกและจะถูกกุดหัวในวันเดินขบวนที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้ส่วนจี่หยูนั้นถูกขังไว้ในราชวัง โอ้ ! องค์เหนือหัวเองก็ยังอุส่าคิดถึงเรื่องที่จะไว้ชีวิตจี่หยูอีกทั้งๆที่เกิดเรื่องแบบนี้ "

"โครม ! "

กำแพงที่อยู่ด้านข้างได้พังทลายลงก่อนที่จะส่งผลให้ผู้คนโดยรอบต่างตกตะลึง

ประกายตาของหลินเทียนนั้นเย็นชาอย่างมากขณะที่ปลดปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างบ้าคลั่ง

"ฉ่า ~ "

"ฉ่า ~ "

"ฉ่า ~ "

พายุเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง

"นี่มันอะไรกัน ? "

ผู้คนโดยรอบต่างแสดงสีหน้าที่หวั่นวิตกออกมา

หลินเทียนได้หันหลังพร้อมทั้งเดินจากไปทันที

หลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมงเขาก็ได้ไปถึงด้านหน้าคฤหาสน์แม่ทัพ

เมื่อมองเข้าไปแล้วจะพบว่าสิ่งก่อสร้างทั้งหลายได้พังทลายลงแถมด้านหน้ายังมีทหารยามเฝ้าเอาไว้กว่า 10 คนซึ่งแต่ละคนเองก็แข็งแกร่งไม่ใช่น้อย

หลินเทียนได้เดินมาถึงตรงนี้ทีละก้าวๆ

"อื้ม ? ใครน่ะ หยุดนะ ! "

หนึ่งในทหารยามได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

แกร๊ง ! คลื่นกระบี่ที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายเย็นยะเยือกได้ถูกส่งออกมาก่อนที่จะส่งผลให้ทหารคนนี้นอนจมกองเลือดของตัวเอง

ตอนนี้เองที่ทหารยามทั้งหลายถึงกับมีท่าทางเปลี่ยนไปอย่างมากพร้อมทั้งเดินเข้าไปล้อมหลินเทียนไว้อย่างรวดเร็ว

"เจ้าเป็นใครกัน ! "

"กล้านักนะที่กล้าบุกมาที่นี่ รนหาที่ตาย !"

"จับมันไปซะ !"

ทหารเหล่านี้ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนที่กำลังถือกระบี่อยู่เองก็ได้กวัดแกว่งกระบี่ในมือก่อนที่จะส่งเสียงคำรามของสายฟ้าออกรอบทิศทาง

"พุฟฟ !"

"พุฟฟ !"

"พุฟ !"

เลือดสาดกระจายไปทั่วขณะที่ทหารยามทั้ง 10 คนต่างนอนจมกองเลือดของตัวเองทั้งหมด

แม้ว่าผู้คนโดยรอบจะไม่กล้าเข้าใกล้สถานที่แห่งนี้ทว่าหลายๆคนก็ยังหันมองมาทางนี้ดังนั้นแต่ละคนถึงได้แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาตามๆกัน

"นี่มันใครกัน ? กล้าบุกมาที่คฤหาสน์แม่ทัพนี่ได้ไง ? "

"ขนาดทหารของราชวงยังกล้าลงมือสังหารเลย ! "

"พระเจ้า นี่มัน..... "

หลายๆคนได้แต่แข็งค้างไป

หลินเทียนยังคงก้าวเดินออกไปอย่างราบเรียบโดยที่ไม่สนใจสีหน้าคนผู้คนรอบข้างแม่แต่น้อย เขาได้ทำลายประตูทางเข้าก่อนที่จะเดินเข้าไปถึงหน้าประตูคฤหาสน์ที่อยู่ด้านใน

ประตูได้ถูกเปิดออกก่อนที่กลิ่นคาวเลือดจะโชยมาเตะจมูกของเขา

เมื่อมองออกไปโดยรอบแล้วจะพบว่าภายในต่างเต็มไปด้วยร่างไร้วิญญาณมากมายซึ่งเขาคุ้นเคยกับหลายคนในนั้น , หนึ่งในพวกเขาคือทหารยามสองคนที่มักจะหยอกล้อเขาตรงหน้าคฤหาสน์ , เมื่อแหงนหน้าไปด้านข้างแล้วก็จะพบกับชายชราที่เป็นคนรับใช้ของจี่หยูซึ่งตอนนี้มีหอกหลายเล่มแทงอยู่ทั่วร่างกายของเขาและกำลังจะถูกหิมะปกคลุม , เมื่อมองออกไปอีกเขาก็จะพบกับแม่บ้านหลายๆคนที่เขาเคยพบตอนที่เข้ามาเยี่ยมที่นี่และคนเหล่านี้ก็มักจะจ้องมองมาทางเขาเสมอ

เขาได้แต่นิ่งไปด้วยสีหน้าที่ตกต่ำ

หลังจากที่ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจเขาก็ก้าวเดินออกไปเพื่อเข้าไปยังส่วนลึกของตัวคฤหาสน์

ไม่นานเขาก็ไปถึงห้องๆหนึ่งที่เป็นของจี่หยู , หลังจากที่หยุดอยู่พักหนึ่งเขาก็ได้ผลักประตูเพื่อเดินเข้าไปก่อนที่จะได้กลิ่นหอมจางๆและเมื่อมองออกไปทางหน้าต่างแล้วจะพบกับแจกันที่มีดอกไม้ถูกประดับเอาไว้

ดวงตาของเขาได้หดเล็กลงเพราะเขาพบว่ามันเป็นของขวัญที่เคยมอบให้นาง

"นางไม่ได้ดูดกลืนมัน "

เขาได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

ดอกหยุนซิงฮัวนั้นมีสรรพคุณทำให้หญิงสาวยังคงความอ่อนเยาว์และมันจำเป็นต้องทานมันลงไป แล้วทำไมหลังจากที่นางได้รับมันมาถึงไม่ได้ดูดกลืนมัน ?

เขาได้เดินเข้าไปตรงหน้าต่างก่อนที่จะพบกับกองหนังสือซึ่งมีลายมือที่สะอาดและงดงามถูกเขียนเอาไว้มากมายเหมือนมาจากมือของหญิงสาว , เขาได้หยิบมันขึ้นมาก่อนที่จะหยุดนิ่งไปพร้อมทั้งเปิดหน้าแรกเพื่ออ่านมันและพบว่ามันเป็นเหมือนกับสมุดบันทึกชีวิตประจำวัน

เมื่อเปิดอ่านไปเรื่อยๆแล้วร่างกายของเขาอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านไปด้วยดวงตาที่หดเล็กลง

"วันนี้ข้าพบกับใบหน้าในความทรงจำซึ่งเป็นของคนที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ในเมืองเฟิงเจียน ท่านปู่ไม่ได้บอกข้าว่าเขาช่วยชีวิตข้าไว้อย่างไรแต่ข้าเห็นเขาแก้ผ้าข้าแถมยังลูบไล้ไปตามร่างกายของข้า........... อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้ว่าข้ารู้ว่าเขาช่วยชีวิตข้าอย่างไรและตัวเขาเองก็ไม่รู้เพราะว่าตอนนั้นเขาหลับตาเอาไว้ด้วยสีหน้าที่ดูเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก วันนี้เขามาแล้วเมื่อข้าได้ออกไปเดินชมเมืองกับเขาแล้วก็พบว่าเขาเป็นบุรุษที่ซื่อบื้อมากๆแต่ข้าก็ชอบเขามาก เขาเป็นชายคนแรกที่ได้เห็นเลือนร่างของข้าและก็น่าจะต้องรับผิดชอบชีวิตของข้าส่วนข้าเองก็ควรที่จะต้องชอบเขา มันแปลกมากๆ ทำไมข้าถึงรู้สึกมีความสุขอยู่ภายในใจแบบนี้ "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 183

คัดลอกลิงก์แล้ว