เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 182

Divine King Of All Directions - 182

Divine King Of All Directions - 182


Divine King Of All Directions - 182

 

เขาพบว่ามีบางอย่างถูกฝังอยู่ใต้กองดินที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลซึ่งผิวด้านนอกของมันสะท้อนแสงออกมาทำให้เขาเกิดความสงสัยอย่างมากถึงได้เดินเข้าไปเพื่อขุดมันขึ้นมา , หลังจากนั้นเขาก็พบว่ามันคือหยกที่ถูกฝังเอาไว้

"นี่มัน ?! "

ทันใดนั้นเองที่นัยน์ตาของเขาได้หดเล็กลงโดยทันที

มันให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างมากไม่ต่างกับที่พบภายในแหวนมิติของตระกูลโม่ก่อนหน้านี้เลยด้วยซ้ำ

ณ ตอนนี้หยกนั่นสลักความรู้ของทักษะกระบี่สายฟ้ามรกตเอาไว้ !

หลินเทียนได้หยิบมันขึ้นมาก่อนที่จะมองมันภายใต้แสงอาทิตย์และทำให้เขายิ้มออกมาอย่างมีความสุขโดยทันทีเพราะว่าตัวอักษรเล็กๆที่สลักอยู่บนผิวของมันนั้นเป็นความรู้เกี่ยวกับทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกต !

หลังจากที่เขาได้อ่านข้อความแต่ละบรรทัดจบแล้วเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ตื่นเต้นกว่าเดิม

"อีก 40% ที่เหลือ ! "

เขาได้แต่กำมันไว้ในมือด้วยใบหน้าที่มีความสุขอย่างมาก

ตอนนี้เขาเชี่ยวชาญทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกต 60% ซึ่งในหยกชิ้นนี้ได้สลักความรู้ส่วนที่เหลืออีก 40%เอาไว้ !

หลังจากที่ตั้งสติแล้วเขาก็เริ่มปรับสภาพอารมณ์กลับมา

"มันเป็นชะตาสวรรค์แน่ๆ ! เจียงเหลินเหวินและคนอื่นๆ พวกเจ้ารอข้าก่อนเถอะ ! "

หลินเทียนได้ส่งเสียงแสยะออกมาทันที

เขาได้ยืนขึ้นก่อนที่จะกวาดตามองรอบๆพลางเรียกกระบี่ออกมาโดยทันที เขาไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสได้เจอส่วนที่เหลือของทักษะนี้ถึงได้ตัดสินใจว่าจะอยู่ที่นี่เพื่อฝึกมัน

"แกร๊ง ! "

เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นขณะที่มือของเขาได้กวัดแกว่งออกไป

หลินเทียนได้ปฏิบัติตามความรู้ที่ถูกจาลึกเอาไว้และหลังจากนั้นไม่นานก็พบว่าเมื่อฝึกไม่นานก็สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาได้เยอะมาก

"แกร๊ง !"

"แกร๊ง !"

"แกร๊ง ! "

เสียงกระบี่คำรามออกมาอย่างดังขณะที่การโจมตีนี้ส่งผลให้อากาศโดยรอบถึงกับขดตัว

..........

พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปถึงครึ่งเดือน

ที่ด้านนอกของเขตป่าอสูรนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนอยู่พร้อมทั้งจับจ้องเข้าไปภายในผืนป่าด้านหน้า

"ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าตายไปแล้ว ด้วยความโดดเด่นของเจ้ามันจะตายลงได้อย่างไรกัน "

หญิงสาวคนนั้นได้กัดริมฝีปากของตัวเองเอาไว้

เมื่อมองจากจุดที่ห่างออกไปนั้นจะพบว่าหญิงสาวที่ดูเปราะบางคนนี้คือจี่หยู

ฤดูหนาวได้มาถึงขณะที่หิมะสีขาวโผลนโปรยปรายลงมาจากผืนฟ้า

ชายชราที่อยู่ห่างออกไปได้เดินเข้ามาพร้อมกับพูดว่า

"นายหญิง ท่านรออยู่ตรงนี้กว่าครึ่งเดือนแล้วนะขอรับ กลับกันเถอะ "

ชายชราคนนี้มีชื่อว่าหลุยเหวิน , เขาได้แต่จ้องมองเข้าไปในป่าโดยที่อดถอนหายใจออกมาไม่ได้เพราะเขาเป็นคนที่ดูแลจี่หยูมาตั้งแต่ยังเล็กซึ่งไม่ได้ต่างไปจากหลานสาวของตัวเองแม้แต่น้อย , ตอนนี้หลังจากที่เห็นว่านางกำลังเสียใจมันถึงได้ทำให้เขารู้สึกไม่ต่างกัน , นายหญิงของเขาเป็นคนที่ฉลาด สุขุมและโดดเด่นซึ่งไม่เคยแสดงท่าทางโศกเศร้าขนาดนี้มาก่อน

"ข้าต้องรอเขาเหมือนครั้งก่อน ข้าจะรอจนเขาออกมา "

จี่หยูได้ส่ายศีรษะของนาง

แม้ว่าภายในดวงตาของนางจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแต่กลับมั่นคงยิ่งกว่าเก่า

หลุยเหวินได้ลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"แต่ว่าองค์จักรพรรดิได้สวรรคตลงด้วยอาการป่วยและวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันขึ้นครองราชย์ขององค์ชายซึ่งท่านและท่านแม่ทัพได้รับเชิญ , หากว่าท่านไม่เข้าร่วมมันก็ดูไม่เหมาะสมนะขอรับ "

จี่หยูได้แต่เงียบไปก่อนที่จะมองเข้าไปในป่าด้วยสายตาที่อ่อนลง

"หากว่าพบกันครั้งหน้าข้าจะไม่ปิดบังความในใจของข้าอีกแล้ว ข้าจะบอกเจ้าว่าหัวใจของข้าได้กลายเป็นของเจ้านานแล้ว "

นางได้หันหลังแล้วเดินจากไป

และยังคงเชื่อว่าหลินเทียนนั้นยังคงมีชีวิตอยู่ !

หลุยเหวินได้มองกลับไปทางป่าพร้อมทั้งอดถอนหายใจออกมาอีกครั้งไม่ได้ , ชายหนุ่มมากด้วยความสามารถมีอยู่เยอะแยะเต็มเมืองหลวงแต่ใครที่สามารถเข้าตานายหญิงของเขาได้บ้าง ? ขนาดองค์ชายก็ยังทำไม่ได้ทว่าตอนนี้ชายหนุ่มธรรมดาๆกลับเป็นตัวเปลี่ยนทุกสิ่ง ตัวเขาไม่คิดเลยว่านายหญิงของเขาจะเปลี่ยนไปเพราะชายหนุ่มได้ถึงขนาดนี้

"เจ้าหนุ่ม หากว่าสัมผัสถึงความรู้สึกได้ก็รีบๆกลับมาได้แล้ว "

เขาได้ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินจากไป

...............

ราชวัง

"การเตรียมการสำหรับการขึ้นครองราชย์เสร็จสิ้นแล้วขอรับ "

เสียงถูกส่งออกมาจากด้านนอกของประตู

ภายในห้องแห่งนี้มีจูหวูเต๋าที่เป็นองค์รัชทายาทและชายหนุ่มอีก 3 คนซึ่งก็คือ เจียงเหลินเหวิน ต๊วนเหวินโปและเหล็งเฟิง

"แล้วเรื่องนั้นล่ะ "

จูหวูเต๋าได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ก็เรียบร้อยแล้วเช่นกันขอรับ "

เสียงตอบกลับมาจากด้านนอกประตู

"ดี"

จูหวูเต๋าได้ตอบกลับไป

เหล็งเฟิงได้ได้มองไปทางจูหวูเต๋าด้วยสีหน้าที่ครุ่นคิด

จูหวูเต๋าตระหนักได้ถึงจุดนี้ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"เหล็งเฟิง เจ้ามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนั้น ? "

หลังจากที่ขึ้นครองราชย์แล้วเขาจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทั้ง 3 ตระกูลผู้บ่มเพาะซึ่งเหล็งเฟิงเองก็เป็นผู้สืบทอดของตระกูลเหล็งดังนั้นเขาถึงได้สุภาพกับอีกฝ่ายมากๆ

เหล็งเฟิงได้พยักหน้าพร้อมกับขมวดคิ้วพลางพูดว่า

"องค์เหนือหัวคิดจะชิงตัวจี่หยูและล้างบางคฤหาสน์แม่ทัพจริงๆ ? หากว่าทำแบบนั้นแล้วจี่หยูจะทำไง ? แล้วท่านแม่ทัพจะยินยอม ? เราไม่สามารถส่งกองกำลังไปล้อมคฤหาสน์ไว้ได้แถมสถานะของจี่หยวนฉานก็จะสูงขึ้นเพราะว่าได้เป็นพ่อตาของท่าน "

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วต๊วนเหวินโปก็ได้แต่พูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"เป็นไปไม่ได้เลยที่จี่หยวนฉานจะตกลง "

ต๊วนเหวินโปได้พูดออกมา

"อื้ม แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่ยินยอมมอบนางให้กับข้า "

จูหวูเต๋าได้พูดด้วยสายตาที่ลึกซึ้งต่อว่า

"แถมจี่หยวนฉานเองก็ยังอยู่ในกองทัพมากว่าหลายสิบปีดังนั้นแม้เขาจะลาออกไปแล้วแต่ก็ยังมีเส้นสายอยู่เยอะมากๆดังนั้นยังถือว่าเป็นภัยคุกคาม "

"เดี๋ยวก็ตาย "

เหล็งเฟิงได้แสยะออกมา

.............

ภายในป่าสัตว์อสูร

"แกร๊ง ! "

เสียงคำรามของสายฟ้าดังไปทั่วพื้นที่

พื้นดินปกคลุมไปด้วยหิมะหนากว่า 3 ฟุต

หลินเทียนยังคงก้าวเดินบนพื้นหิมะขณะที่กวัดแกว่งกระบี่ในมือของตนไปโดยรอบ , หลังจากนั้นคลื่นสายฟ้าและเปลวเพลิงได้ถูกส่งออกมาเป็นคลื่นกระบี่อันรุนแรง

"กระบี่สายฟ้าเปลวเพลิง ! "

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมา

แกร๊ง ! , คลื่นกระบี่ได้ถูกส่งออกมาจากปลายกระบี่ก่อนที่จะปะทะเข้ากับหินก้อนยักษ์ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

หลังจากนั้นหลินเทียนก็ได้หยุดมือลง

"ดีมาก ! "

เมื่อจ้องมองออกไปแล้วเขาก็ได้แต่แสดงรอยยิ้มที่พึงพอใจออกมา

เวลากว่าครึ่งเดือนทำให้เขาสามารถเรียนรู้ได้กว่า 20% จาก 40%ที่จาลึกเอาไว้แถมคลื่นกระบี่ของเขายังเกิดจากการผสมผสานกัน ของเปลวเพลิงและสายฟ้าทำให้แม้เขาจะอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 8 แต่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าระดับ 9 ตอนปลายแม้แต่น้อย

"ไปฝึกทักษะกับเจ้านั่นดีกว่า "

เขาได้คิดอยู่ภายในใจ

หลังจากนั้นดวงตาของเขาก็เปล่งประกายออกมาพร้อมกับมองไปทางแอ่งน้ำที่อยู่ห่างออกไป

เขาได้ยิ้มพร้อมกับเคลื่อนไหวโดยทันที

ไม่นานหลินเทียนก็เคลื่อนตัวไปถึงที่แอ่งน้ำก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่อันเปล่งประกายลงไปใต้ผืนน้ำ

"ไอ้งูบ้า ออกมาสู้กัน ! "

เขาได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

ผิวน้ำได้กระเพื่อมไม่หยุดเหมือนคลื่นใต้ทะเล

หลังจากนั้นอสรพิษเยือกแข็งตัวใหญ่ได้โผล่ออกมาพลางจ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยดวงตาที่เย็นยะเยือก

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับฟาดฟันกระบี่ออกไปเข้าใส่มันทันที

มันเป็นสัตว์อสูรระดับ 7 ซึ่งหลังจากที่เห็นการยั่วยุขนาดนี้แล้วก็ทำให้มันโกรธถึงขีดสุดพร้อมทั้งอ้าปากกว้างแล้วพ่นไอเย็นออกมาทำให้ผิวน้ำกลายเป็นน้ำแข็งในทันที

หลินเทียนได้เคลื่อนตัวหลบไปด้านข้างก่อนที่จะฟาดฟันออกไปอีกครั้ง

"มาอีก ! "

เขาได้พูดออกมาก่อนที่จะพุ่งออกไปอีกครั้ง

ตอนนี้อสรพิษเยือกแข็งโกรธถึงขีดสุดแล้วดังนั้นถึงอดไม่ได้ที่จะฟาดหางเข้าใส่ร่างของหลินเทียนอย่างจัง

หลินเทียนถึงกับผงะไปทันทีเพราะว่าพลังทำลายนี้มันน่ากลัวอย่างมาก

เขาได้กำหมัดด้วยมือซ้ายพร้อมทั้งส่งหมัดสังหารออกไปปะทะอย่างรุนแรง

"โครม ! "

ลำแสงได้พุ่งออกมาจากหมัดของเขาก่อนที่จะปะทะเข้ากับหางขนาดใหญ่ของอสรพิษเยือกแข็ง

มันได้ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะอ้าปากแล้วพ่นไอเย็นเข้าใส่หลินเทียนอีกครั้งและทำให้สีหน้าของเขาต้องเปลี่ยนไปทันที

"แกร๊ง ! "

คลื่นกระบี่สายฟ้าเปลวเพลิงได้ถูกส่งออกไป

การปะทะกันอย่างรุนแรงนี้ได้ส่งเสียงดังออกมาก่อนที่ร่างของหลินเทียนจะลอยเคว้งออกไปไกลพร้อมทั้งกระอักเลือดออกมาคำโต

"เจ็บจะตายแล้วโว้ย ! "

เขาได้ปาดเลือดที่มุมปากก่อนที่จะสบถออกมา

เมื่อจ้องมองออกไปยังอีกฝ่ายแล้วเขาก็อดไม่ได้เลยที่จะคิดว่าสัตว์อสูรระดับ 7 นี่มันน่ากลัวจริงๆ

ณ ตอนนี้มันได้ส่งเสียงคำรามออกมาอีกครั้งก่อนที่จะอ้าปากงับมาทางหลินเทียน

"หนีก่อนแล้วกัน ! ไอ้งูบ้า ไว้มาเล่นกันวันหลัง ! "

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ออกมาพร้อมทั้งพุ่งหายไปอย่างรวดเร็ว

อสรพิษเยือกแข็งได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังแต่มันเป็นเพราะว่าหลินเทียนนั้นมีความเร็วสูงเกินไปและเมื่อมันไล่ตามไปได้ไม่กี่ร้อยเมตรก็พบว่าร่างของหลินเทียนได้เลือนหายไปแล้ว , มันได้แต่ส่งเสียงคำรามออกมาอีกครั้งก่อนที่จะทำให้หินก้อนยักษ์ที่อยู่ข้างๆกลายเป็นก้อนน้ำแข็งไปด้วยความโกรธ

หลินเทียนได้กลับไปยังที่ฝึกกระบี่ก่อนหน้านี้พร้อมทั้งหอบไม่หยุด

หลังจากนั้นไม่นานการหายใจของเขาก็กลับมาเป็นปกติพร้อมด้วยสายตาที่เปล่งประกาย

"เหลือเพียงแค่ 20% สุดท้ายแล้วเท่านั้น ต้องฝึกต่อไป ! หากว่าข้าสามารถบรรลุทักษะนี้ได้ทั้งหมดแถมยังมีการผสานของสายฟ้าและเปลวเพลิงก็คงจะสร้างความเสียหายให้กับอสูรระดับ 7 นั้นได้บ้างถึงอาจจะไม่สามารถสังหารมันลงได้ก็เถอะ "

เขาได้พูดอยู่กับตัวเอง

หลังจากที่ตั้งสติอีกครั้งแล้วเขาก็เริ่มการหมุนวนของเคล็ดวิชาซือจี่เพื่อฟื้นฟูพลังฉีของตัวเอง

ไม่นานก็ผ่านไปอีก 8 วัน

ตอนนี้เขาเรียนรู้มาได้อีก 30% จากทั้งหมด 40% ของทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตแล้ว

เขาได้กลับไปถึงพื้นที่แอ่งน้ำอย่างรวดเร็ว

"ไอ้งูบ้า ! ออกมาเล่นกัน ! "

เขาได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

แน่นอนว่าในขณะที่กำลังพูดนั้นเขาก็ได้ส่งคลื่นกระบี่ออกไปเช่นกัน

อสรพิษเยือกแข็งได้พุ่งออกมาเหนือผิวน้ำก่อนที่จะพ่นไอเย็นพร้อมทั้งตวัดหางอันใหญ่ยักษ์เข้าใส่หลินเทียนในเวลาเดียวกัน

"ทำร้ายจิตใจกันจริงๆ !"

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้พุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว

การต่อสู้ของมนุษย์และสัตว์อสูรดำเนินต่อไปสักพักก่อนที่หลินเทียนจะเป็นผู้แพ้เช่นเคยแต่ก็แน่นอนว่าครั้งนี้เขาพัฒนาขึ้นกว่าครั้งก่อนมาก , ตอนนี้เขาสามารถสร้างความเสียหายให้กับอีกฝ่ายได้ถึงหลายจุด

เขาได้หนีกลับไปยังจุดที่ฝึกกระบี่เพื่อฟื้นฟูพลังโดยใช้เวลาไปกว่าหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะเริ่มฝึกทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตอีกครั้ง

มันเป็นอยู่อย่างนี้อีก 8 วัน

ในวันนี้เขาได้ตกลงหน้าผามากว่า 1 เดือนเต็มแล้วและเขาสามารถบรรลุทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตได้อย่างสมบูรณ์แล้วด้วย

"พี่งู ข้ามาแล้ว ! "

หลินเทียนได้ส่งเสียงออกมาอย่างดัง

ครั้งนี้เขาไม่จำเป็นต้องส่งการโจมตีลงไปแล้ว , อสรพิษเยือกแข็งได้กระโจนออกมาด้วยสีหน้าที่โกรธจัดเพราะมันเป็นสัตว์อสูรที่มีภูมิปัญญาถึงได้รู้ดีว่าไอ้มนุษย์ตนนี้มันเลวร้ายเป็นอย่างมาก ! มันอยากจะพักผ่อนแต่มนุษย์ตนนี้ก็ยังคงมารบกวนมันอยู่เรื่อยๆ

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 182

คัดลอกลิงก์แล้ว