- หน้าแรก
- เศรษฐีใหม่ในแดนลับ พลิกนรกเก็บค่าเช่าอสูร
- บทที่ 6: คนงาม
บทที่ 6: คนงาม
บทที่ 6: คนงาม
บทที่ 6: คนงาม
"จากการตรวจร่างกาย ไม่มีอะไรร้ายแรงครับ คนไข้แค่พักผ่อนไม่เพียงพอและมีภาวะขาดสารอาหารนิดหน่อย นอกนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร..."
"คนงาม!"
พลั่ก
"โอ๊ย"
"ซี๊ด~"
เสียงปะทะกันดังสนั่นตามมาด้วยเสียงร้องด้วยความตกใจ จางเยี่ยนเห็นดาววิบวับเต็มหัว ส่วนหมอหนุ่มในชุดกาวน์ขาวก็แว่นกระเด็นจนเบี้ยว จมูกแดงก่ำขึ้นมาทันตา
ห้องผู้ป่วยในโรงพยาบาลตกอยู่ในความเงียบกริบ
"อะแฮ่ม เสี่ยวเยี่ยน ฟื้นแล้วเหรอ? รู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม?" สารวัตรหลี่กระแอมไอแก้เก้ออยู่ข้างเตียงเพื่อทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัด
"ฉันสบายดีค่ะ?" จางเยี่ยนทำหน้าเหรอหรา "ที่นี่โรงพยาบาลเหรอคะ? ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? คุณหมอคะ ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ" พอเห็นคุณหมอยังคงลูบจมูกป้อยๆ จางเยี่ยนก็รีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
"ไม่เป็นไรครับ ในเมื่อคนไข้ฟื้นแล้ว หมอขอตัวก่อนนะครับ ถ้ามีอาการอะไรเรียกหมอได้ตลอดเลย" คุณหมอขยับแว่นให้เข้าที่ หันไปพูดกับสารวัตรหลี่ประโยคหนึ่ง แล้วเดินถือชาร์ตคนไข้จากไป
"ลุงหลี่คะ?" พอเห็นสารวัตรหลี่มองตามหลังคุณหมอไป แล้วหันกลับมามองเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จางเยี่ยนก็เริ่มใจคอไม่ดี
เธอจำได้ว่าเธอเจอ 'คนงาม' ที่บันไดชั้นสิบ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมาตื่นที่โรงพยาบาลได้ล่ะ?
หรือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จะเป็นแค่ความฝัน?
"เสี่ยวเยี่ยน บอกมาตามตรง เธอขึ้นไปทำอะไรที่ชั้นสิบ? แล้วทำไมถึงไปเป็นลมอยู่ที่บันไดหนีไฟ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?" สายตาของสารวัตรหลี่คมกริบ ราวกับพยายามจะจับผิดอะไรบางอย่างบนใบหน้าของจางเยี่ยน
"พวกคนเช่าในกลุ่มไลน์เขาคุยกันว่าชั้นเก้ากับชั้นสิบมีอะไรแปลกๆ ฉันเลยกะว่าจะขึ้นไปดูให้เห็นกับตาว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ส่วนทำไมถึงเป็นลมไป ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ลุงหลี่คะ แล้วลุงรู้ได้ยังไงว่าฉันไปที่ชั้นสิบ?" จางเยี่ยนพูดความจริง แต่ในเมื่อเธอไม่แน่ใจว่าเรื่องราวระหว่างนั้นมันเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เธอจึงเลือกที่จะไม่พูดถึงมัน
"ลูกน้องฉันไปหาเธอที่ห้องแล้วไม่เจอ ปู่หวังคนเฝ้าประตูก็บอกว่าเธอไม่ได้ออกไปไหน เราเลยไปเช็คกล้องวงจรปิด ก็เห็นเธอเป็นลมนอนกองอยู่ที่ชั้นสิบนั่นแหละ" สารวัตรหลี่ตอบตามตรง สายตายังคงจับจ้องจางเยี่ยนอย่างพินิจพิเคราะห์
"อย่างนั้นเหรอคะ?" จางเยี่ยนขมวดคิ้ว ถ้าสารวัตรหลี่กับคนอื่นๆ เจอเธอที่ชั้นสิบจากการดูกล้องวงจรปิด แล้วพวกเขาเห็น 'คนงาม' ที่ปรากฏตัวที่นั่นด้วยหรือเปล่า?
กล้องตัวหนึ่งที่ชั้นสิบส่องตรงมาที่ทางเดิน ถ้ามีใครเดินผ่านโถงทางเดินหรือปากทางเข้าบันไดหนีไฟ ยังไงก็ต้องติดกล้องแน่ๆ ถ้าสารวัตรหลี่กับคนอื่นๆ ดูกล้องแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เห็น
จางเยี่ยนรีบคลำหาของข้างตัว "ลุงหลี่คะ โทรศัพท์เครื่องใหม่ของฉันอยู่ไหนคะ?"
"อยู่นี่ ตอนเจอเธอ โทรศัพท์มันปิดเครื่องวางอยู่ข้างตัวเธอนั่นแหละ" สารวัตรหลี่หยิบโทรศัพท์ของจางเยี่ยนออกมาจากกระเป๋าส่งให้เธอ
จางเยี่ยนรับโทรศัพท์มาแล้วรีบเปิดดูวิดีโอที่บันทึกไว้และอัลบั้มรูปทันที แต่มันกลับว่างเปล่า
"เป็นอะไรไป? มีปัญหาอะไรเหรอ? หลังจากเปิดเครื่องแล้ว ฉันไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับข้อมูลข้างในเลยนะ" พอเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของจางเยี่ยน สารวัตรหลี่ก็อดถามไม่ได้
ใบหน้าของจางเยี่ยนซีดเผือด "เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร ลุงหลี่คะ ตอนดูกล้องวงจรปิด ลุงเห็นอะไรน่าสงสัยบ้างไหม? ทำไมจู่ๆ ฉันถึงเป็นลมไปได้?"
สารวัตรหลี่มองจางเยี่ยนอย่างสงสัย "ฝ่ายเทคนิคของเราดูภาพจากกล้องแล้ว ไม่เจออะไรผิดปกติเลยนะ เห็นแค่เธอยืนอยู่ที่บันได เงยหน้ามองขึ้นไป แล้วก็ล้มพับไปดื้อๆ"
จางเยี่ยนมีคำถามมากมายเต็มหัวไปหมด แต่ไม่รู้จะเริ่มถามยังไง ถ้าเธอบอกว่าเจอ 'คนงาม' ที่ชั้นสิบ ลุงหลี่จะหาว่าเธอประสาทหลอนหรือเปล่า?
ขนาดในกล้องวงจรปิดยังไม่เห็นอะไรเลย
"อย่าคิดมากเลย หมอบอกว่าร่างกายเธอปกติดี แค่พักผ่อนไม่พอแล้วก็ขาดสารอาหารนิดหน่อย กลับไปก็พักผ่อนให้เยอะๆ กินของที่มีประโยชน์หน่อยแล้วกัน" สารวัตรหลี่เข้าใจว่าเธอกังวลเรื่องสุขภาพ จึงพูดปลอบใจไป
จางเยี่ยนพยักหน้ารับอย่างแกนๆ แต่ในใจกลับมีคำถามผุดขึ้นมาไม่หยุด
ทำไมกล้องวงจรปิดถึงไม่จับภาพ 'คนงาม' คนนั้น?
ลุงหลี่โกหกเธอหรือเปล่า?
ถึงแม้จะวูบไปกะทันหัน แต่เธอก็สบายดีจริงๆ พอร์ตื่นมาก็เลยทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลทันที
"เรื่องผู้เช่าของเธอ ฉันให้ตำรวจเข้าไปสอบปากคำแล้ว อะไรที่ช่วยได้ฉันจะช่วยเคลียร์ให้ อย่าให้คนอื่นขึ้นไปเพ่นพ่านบนชั้นเก้ากับชั้นสิบ แล้วตัวเธอเองก็พยายามอย่าขึ้นไปแถวนั้นด้วย" ระหว่างทางกลับ สารวัตรหลี่ไม่ลืมกำชับ
"ลุงหลี่คะ ลุงเชื่อเรื่องสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจเข้าใจได้ไหมคะ?" จู่ๆ จางเยี่ยนก็ถามขึ้น
สารวัตรหลี่นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง "ฉันไม่รู้หรอกว่าสิ่งเหล่านั้นมีจริงไหม แต่ฉันเชื่อคำโบราณคำเดียว: 'คนตรงไม่กลัวเงาเอียง'"
จางเยี่ยนพยักหน้า เธอรู้อยู่แล้วว่าลุงหลี่ต้องพูดแบบนี้
"งั้นลุงหลี่คะ ลุงคิดว่าคนที่หน้าตาดีที่สุดในโลก จะหน้าตาเป็นยังไงคะ?" จางเยี่ยนถามคำถามใหม่อีกครั้ง
คราวนี้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสารวัตรหลี่ "ฉันว่าคนที่หน้าตาดีที่สุดในโลก ก็คือคนแบบป้าของเธอนั่นแหละ"
โดนยัดเยียดอาหารหมาเข้าไปเต็มปาก จางเยี่ยนถึงกับหน้ามืดครึ้ม แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรเลยได้ไหมเนี่ย?
แต่ความสัมพันธ์ของลุงหลี่กับป้าหลี่ก็น่าอิจฉาจริงๆ นั่นแหละ
"เสี่ยวเยี่ยน วันนี้เธอดูพูดเก่งผิดปกตินะ" สารวัตรหลี่เหลือบมองจางเยี่ยนด้วยหางตา "เมื่อก่อนถามคำตอบคำไม่ใช่หรือไง?"
หัวใจของจางเยี่ยนกระตุกวูบ หรือลุงหลี่จะจับผิดอะไรได้?
"สารภาพมาซะดีๆ มีแฟนแล้วใช่ไหม? ถ้ามีก็พามาให้ลุงดูตัวหน่อย แต่ลุงไม่สนับสนุนให้หาแฟนทางเน็ตนะ พวกคนในเน็ตไว้ใจไม่ค่อยได้" สารวัตรหลี่ถามจางเยี่ยนด้วยน้ำเสียงของผู้ที่ผ่านโลกมามาก
ในความทรงจำของเขา จางเยี่ยนแทบไม่สุงสิงกับใคร ถ้าจะมีแฟน ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะเจอในโลกออนไลน์
จางเยี่ยนยิ่งรู้สึกอึดอัดเข้าไปใหญ่ จะให้เธอบอกลุงหลี่ได้ยังไงว่าเธอตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบกับคนที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีตัวตนอยู่จริงไหม?
"วัยรุ่นมีความรักไม่ใช่เรื่องเสียหาย ไม่ต้องอายหรอก ถ้ามีคนที่ชอบจริงๆ ก็พามาให้ลุงดู ลุงจะช่วยสแกนให้ ถ้าไม่มีใครคอยดูแลเธอ ลุงก็อดห่วงไม่ได้จริงๆ"
เห็นจางเยี่ยนเงียบไป สารวัตรหลี่ก็ทึกทักเอาเองว่าเธอคงเขิน ประสาเด็กสาวหน้าบางเป็นธรรมดา
แต่สารวัตรหลี่ก็แปลกใจไม่น้อยที่วันนี้เธอคุยกับเขาได้เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้
ดูท่าอานุภาพแห่งความรักจะยิ่งใหญ่จริงๆ
จางเยี่ยนหัวเราะแห้งๆ หน้าตาแทบจะแข็งค้าง เธอยังไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมีตัวตนจริงไหม แต่ลุงหลี่คิดไปไกลถึงขั้นจะให้พามาดูตัวแล้ว
แต่พอลองคิดดูอีกที อารมณ์ของจางเยี่ยนก็หม่นหมองลง
เธอยังดูไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่า 'คนงาม' ที่เห็นเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย!
ถ้าเกิดเป็นผู้หญิงล่ะ?
รสนิยมทางเพศของเธอก็ปกติดีนะ ต่อให้หน้าตาดีแค่ไหน เธอก็ไม่เบี่ยงเบนหรอก
แล้วยังมีจุดน่าสงสัยใหญ่อีกเรื่อง
เพิ่งเกิดคดีฆาตกรรมที่ชั้นเก้า และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงตามล่าหาตัวคนร้าย ถ้า 'คนงาม' จู่ๆ มาโผล่ที่ชั้นสิบ เป็นไปได้ไหมว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีที่ชั้นเก้า?
ถ้าเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมจริงๆ งั้นตัดใจตั้งแต่เนิ่นๆ น่าจะดีกว่า