เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 166

Divine King Of All Directions - 166

Divine King Of All Directions - 166


Divine King Of All Directions - 166

 

ด้านนอกที่พัก , ผู้คนโดยรอบต่างแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาตามๆกันไม่เพียงเพราะว่าความแข็งแกร่งอันน่าเหลือเชื่อของหลินเทียนแต่มันเป็นคำพูดประโยคสุดท้ายของเขาด้วย

"ให้เจียงเหลินเหวินมาหาเขาเอง ? "

"นี่......"

"นี่มันบ้าเกินไปแล้ว ! "

หลายๆคนได้แต่กลืนน้ำลายของตัวเองกลับไป

ชื่อเสียงของเจียงเหลินเหวินนั้นดังไปทั่วทั้งมองและแม้แต่ทางราชวงยังต้องกลัว , ผู้อาวุโสของทางสำนักยังต้องให้ความเคารพแต่ตอนนี้หลินเทียนกลับพูดแบบนี้มันต้องมีความบ้าบิ่นขนาดไหนกัน ?

เหลียงชิงเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมาขณะที่จ้องมองไปยังใบหน้าของหลินเทียน

"เจ้ามันรนหาที่ตาย ! "

เขาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

หลังเทียนยังคงไม่ได้สนใจอะไรก่อนที่จะเดินเข้าไปหาเขาแล้วยกเท้าถีบออกไป

โครม ! ร่างของเหลียงชิงได้กระเด็นออกไปไกลกว่า 15 เมตร

"อยากจะได้หญ้าวิญญาณสีฟ้าก็ให้เจียงเหลินเหวินมันมาเอาเอง ! "

หลินเทียนได้พูดออกมาอีกครั้ง

แม้ว่าเขาจะไม่เคยพบกับอีกฝ่ายแต่คำพูดของเจียงเหลินเหวินนั้นคำให้เขาไม่พอใจมากๆ ต้องการให้เขาไปพบแล้วยังจะเอาของๆเขาอีก นี่มันคิดว่าตัวเองเป็นจักรพรรดิหรือไงกัน ? สำหรับเขาแล้วจะไม่มีทางไว้หน้าคนอวดดีแบบนี้

"เจ้า........."

เหลียงชิงได้พูดออกมาขณะที่เลือดไหลตามมุมปากด้วยสีหน้าที่โกรธสุดๆ

หลินเทียนได้มองกลับไปทางเขาพร้อมกับพูดว่า

"เรื่องแค่นี้ก็ไม่เข้าใจ ? หรือว่าอยากจะตายอยู่ตรงนี้ ? "

หลังจากนั้นร่างกายของเขาก็ได้ปลดปล่อยจิตสังหารออกมา

จนถึงตอนนี้เขาสังหารคนมานับ 200 กว่าชีวิตแล้วซึ่งจิตสังหารที่เขาปลดปล่อยออกมามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆแม้แต่น้อย แม้แต่เหลียงชิงที่ผ่านประสบการณ์มามากมายยังต้องสั่นสะท้านไป

เขาได้แต่มองไปทางหลินเทียนด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดก่อนที่จะกัดฟันและหันหลังเดินจากไป

พริบตาเดียวเหลียงชิงก็ได้เดินลับสายตาไป

ณ ตอนนี้ด้านหน้าที่พักของหลินเทียนยังคงเต็มไปด้วยศิษย์ตำหนักราชาหลายสิบคนกำลังหมดสภาพอยู่ที่พื้นเพราะว่าก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ยั้งมือเลยแม้แต่น้อย

"ขวางหูขวางตาจริงๆ "

เขาได้ส่งเสียงออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วมือขวาของเขาได้สั่นไหวพร้อมทั้งส่งคลื่นกระบี่สายฟ้ามรกตออกไป

"โครม !"

"โครม !"

"โครม !"

ศิษย์ทั้งหลายที่กองอยู่ตามพื้นต่างปลิวตามคลื่นพายุเหล่านี้ไปพลางส่งเสียงร้องออกมาอย่างดัง

ผู้คนที่กำลังมองไปยังภาพเหล่านี้เองก็ได้แต่สูดหายใจเข้าลึกไปตามๆกัน

"เจ้านี่มันโหดจริงๆ "

หนึ่งในพวกเขาได้พูดออกมา

หลินเทียนได้กวาดตามองกลับไปก่อนที่จะแสดงสีหน้าไม่สนใจแล้วเดินกลับไปยังที่พัก

"พี่เขย ท่านนี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว ! หากว่าข้าเป็นผู้หญิงข้าต้องแต่งกับท่านให้ได้ ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่สรรเสริญ

หลินเทียน

"........."

.......

ณ ตอนนี้ที่ตำหนักราชา

ร่างสองร่างกำลังประลองกันอยู่ใจกลางสนามด้วยความเร็วที่สูงมากๆซึ่งพวกเขาต่างอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลายทำให้เกิดเสียงดังทุกครั้งที่พวกเขาปะทะกัน

และตอนนี้เองที่การประลองได้จบลง

"แข็งแกร่งจริงๆเลยนะเจียง อายุ 18 ปีแต่กลับมาได้ถึงขนาดนี้นี่ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเข้าร่วมกับนิกายได้ "

หนึ่งในพวกเขาได้พูดออกมา

ชายคนนี้มีชื่อว่าต๊วนเหวินโปที่ปีนี้มีอายุ 20 ปีและเป็นผู้สืบทอดของ 1 ใน 3 ตระกูลผู้บ่มเพาะของเมืองนี้

เจียงเหลินเหวินที่อยู่ในชุดสีม่วงนั้นมีหน้าตาที่หล่อเหลามากๆแต่ก็ไม่ได้สนใจเรื่องคำชมของต๊วนเหวินโปนัก

"นายน้อยเจียง ! "

ณ ตอนนี้เองที่มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

ด้านล่างของสนามประลองนั้นเหลียงชิงได้รีบวิ่งเข้ามาก่อนแล้วแต่หลังจากที่เห็นว่าพวกเขายังประลองกันอยู่เลยไม่กล้าขัดจังหวะซึ่งเมื่อเห็นว่าพวกเขาประลองกันจบแล้วถึงได้เอ่ยปากออกมา

เจียงเหลินเหวินได้มองไปทางเขาด้วยสีหน้าที่ไม่สนใจพร้อมทั้งพูดว่า

"ว่ามา "

เหลียงชิงได้ก้มหัวพร้อมทั้งพูดว่า

"เราไม่สามารถเอาตัวเจ้าหลินเทียนนั่นมาได้ เขา......... เขาบอกว่า....."

"บอกว่าอะไร "

เจียงเหลินเหวินได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ราบเรียบ

"เขาบอกว่าหากต้องการหญ้าวิญญาณสีฟ้าก็ให้ไปหาเขาเอง "

เหลียงชิงได้พูดออกมาในขณะที่ยังคงก้มหน้า

เมื่อพูดจบแล้วเขาก็อดสั่นไปไม่ได้

ตอนนี้เองที่บรรยากาศโดยรอบได้เงียบสงบไปทันที

เหลียงชิงได้แต่เงยหน้ามองไปยังรอยยิ้มอันชั่วร้ายที่มุมปากของเจียงเหลินเหวิน

เมื่อมองไปยังภาพเหล่านั้นแล้วเขาอดรู้สึกสยดสยองไม่ได้เลยเพราะตัวเขายังจำเรื่องที่มีศิษย์ตำหนักราชามาล่วงเกินเจียงเหลินเหวินเมื่อ 1 ปีก่อนได้ หลังจากนั้นศิษย์คนนั้นได้ถูกตัดแขนตัดขาและกลายเป็นคนพิการไปในที่สุด

"เหลียงชิง เจ้ากับคนกว่า 20คนไม่สามารถเอาตัวเขามาได้ ? "

ต๊วนเหวินโปได้ถามออกมา

เหลียงชิงได้แต่ก้มหัวลงพร้อมทั้งพูดว่า

"นายน้อยต๊วน เจ้านั่นมันแข็งแกร่งมากๆและเราเองก็ไม่ใช่คู่มือของมันเลย "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้แสดงสีหน้าที่หวาดหวั่นออกมา มันไม่ใช่เพราะเขากลัวหลินเทียนแต่เป็นเพราะเขากลัวเจียงเหลินเหวินจะลงโทษเขา

"แข็งแกร่งถึงขั้นที่เจ้าไม่ใช่คู่มือ ? "

ต๊วนเหวินโปไ ้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

"ใช่ ใช่ "

เหลียงชิงได้พูดออกมา

ตั๊วนเหวินโปได้ลูบคางของตัวเองก่อนที่จะยิ้มออกมาแล้วพูดต่อว่า

"ดูเหมือนว่าเจ้าเด็กใหม่นี่มันจะมีพรสวรรค์จริงๆเลยนะ เพิ่งเข้ามาใหม่แท้ๆแต่กลับแข็งแกร่งขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่กล้าลงมือสังหารน้องชายของเหล็งเฟิงไปต่อหน้าผู้คน อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าครั้งนี้เขาจะประเมินตัวเองสูงไปหน่อยที่กล้าขัดคำสั่งของเจ้า "

ต๊วนเหวินโปนั้นเป็นลำดับที่ 2 ในตำหนักราชาแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าของเจียงเหลินเหวินนั้นก็ยังระมัดระวังอย่างมาก

สำหรับเจียงเหลินเหวินแล้วไม่ได้ใส่ใจการประจบของอีกฝ่ายแม้แต่น้อยและได้แต่แสดงสีหน้าที่เย็นชาออกมา

"ทำลายผู้มีพรสวรรค์ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจเหมือนกัน "

เจียงเหลินเหวินได้พูดออกมาด้วยท่าทางไม่แยแส

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ก้าวลงมาจากสนามประลองก่อนที่จะเดินออกไปด้านนอกตำหนักอย่างรวดเร็ว

"มีเรื่องสนุกให้ดูแล้วสิ "

ต๊วนเหวินโปได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะรีบตามไป

เหลียงชิงเองก็ได้แสดงสีหน้าที่โล่งใจออกมาพร้อมทั้งเดิมตามหลังพวกเขาอย่างระมัดระวัง

.........

หลินเทียนยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในที่พักของตัวเองด้วยสีหน้าที่สงบ

"นี่พี่เขย ท่านพูดจริงหรือว่าเจียงเหลินเหวินจะมาที่นี่ ? "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

"มาแน่ "

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างไม่แยแส

เขาคนเดียวจัดการกับศิษย์ตำหนักราชาไปทั้งหมด 27 คนแล้วซึ่งมันเป็นการกระทำที่หยามศักดิ์ศรีของอีกฝ่ายและตัวเขามั่นใจว่ามันต้องมาที่นี่เพื่อฆ่าเขาอย่างแน่นอน

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางกระวนกระวายว่า

"แล้วทำไมพี่ถึงได้ดูสงบแบบนี้ล่ะ ?! "

"ทำไมจะไม่ได้ ? "

หลินเทียนได้ถามกลับไป

"นั่นน่ะเจียงเหลินเหวินเลยนะ ! เขาอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลาย ! มันสัตว์ประหลาดที่ได้เข้าร่วมกับนิกายเลยนะ ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้น

"แล้วไง ? "

"ก็......."

ซินเชิงหยุนเองก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อดีเพราะดูเหมือนว่าต่อให้พูดอะไรไปแต่หลินเทียนก็คงไม่สนใจอยู่ดี ต่อให้ท้องฟ้าถล่มลงมาก็เชื่อว่าหลินเทียนยังคงนิ่งอยู่ได้เหมือนเดิม

ซินเชิงหยุนได้แค่คิดจนจะบ้าก่อนที่จะดึงผมของตัวเอง

"ไม่ต้องกังวลไปหรอก เจียงเหลินเหวินมันทำอะไรไม่ได้หรอก "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแส

"เจียงเหลินเหวิน ? "

ซินเชิงหยุนได้จ้องมองไปทางหลินเทียนพร้อมกับพูดว่า

"ขอโทษนะ พี่เขย เจ้านั่นน่ะขนาดทางราชวงยังกลัวเลยนะ ! แต่พี่กลับพูดแบบนั้นได้ไง ? "

"แล้วไง ? นอกจากที่มันเข้าร่วมกับนิกายแล้วมีอะไรที่มันมีอีก ? "

"พรสวรรค์ระดับ 9 ดารา !"

"ข้าก็มีเหมือนกัน "

"เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ตอนปลาย ! "

"แค่นั้นยังไม่พอจะสังหารข้า "

ซินเชิงหยุน

"................."

เมื่อฟังจากคำพูดของหลินเทียนแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อดี

"แกร๊ง ! "

ตอนนี้เองที่เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นก่อนที่ประตูหน้าที่พักของหลินเทียนจะถูกทำลายลง

คลื่นลมอันรุนแรงได้ส่งผลให้ซินเชิงหยุนได้แต่ถอยร่นออกไป

"นี่ นี่มัน....."

ใบหน้าของซินเชิงหยุนได้เปลี่ยนเป็นซีดเผือดไปทันที

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะเดินออกมาจากห้อง

เมื่อมองออกไปแล้วจะพบกับชายหนุ่ม 3 คนซึ่งตรงกลางของพวกเขาเป็นชายหนุ่มชุดสีม่วงที่หน้าตาหล่อเหลาแถมกลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมาก็ไม่ธรรมดา , เห็นเช่นนี้แล้วเขาไม่ต้องเดาเลยก็รู้ว่าอีกฝ่ายคือเจียงเหลินเหวินอย่างแน่นอน

เมื่อมองไปยังเจียงเหลินเหวินแล้วหลินเทียนก็ยังสัมผัสได้ถึงเจตจำนงแห่งกระบี่ที่ยังคลุ้งอยู่ในอากาศ

แน่นอนว่าการโจมตีเมื่อครู่เป็นของมันอย่างแน่นอน

"พ่อแม่ไม่สั่งสอนให้เคาะประตูหรือไง ? หรือว่าไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอนกัน ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแส

ผู้คนรอบข้างต่างสูดหายใจเข้าลึกไปตามๆกัน

"เขา....กล้าที่จะดูถูกเจียงเหลินเหวิน !"

"บ้าไปแล้ว ! นี่มันบ้าชัดๆ ! "

"แม่เจ้า ! เพิ่งเคยเห็นคนบ้าขนาดนี้เป็นครั้งแรก ! นี่มัน......ไม่รู้ว่าควรจะเรียกว่าอะไรแล้ว "

หลายๆคนได้แต่ขนหัวลุก

เจียงเหลินเหวินได้มองไปทางหลินเทียนด้วยดวงตาที่หรี่ลงเหมือนดั่งสัตว์ร้ายที่แฝงไปด้วยความดุร้าย

ต๊วนเหวินโปที่อยู่ข้างๆเองก็ได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางที่สนใจอย่างมาก

"หยาบคาย !"

เหลียงชิงที่อยู่ข้างๆอดที่จะคำรามออกมาไม่ได้

หลินเทียนได้กวาดตามองเขาพร้อมทั้งพูดว่า

"ในเมื่อเจ้านายยังไม่ได้พูด สุนัขอย่างเจ้าควรจะหุบปากไว้"

"เจ้า....."

เหลียงชิงได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่โกรธจัดก่อนที่จะกำหมัดแน่น

ณ ตอนนี้เจียงเหลินเหวินเองก็ได้พูดออกมาว่า

"เขาพูดถูกแล้ว ไสหัวไปไกลๆ "

หลังจากนั้นเขาได้โบกมือก่อนที่คลื่นกระบี่จะกระแทกกับร่างของเหลียงชิงและส่งเขาลอยออกไปไกล

โครม ! เหลียงชิงได้ลอยไปกระแทกกับที่พักหนึ่งก่อนที่จะกระอักเลือดออกมาพลางพยุงตัวเองขึ้นแล้วพูดว่า

"ต้องขออภัยนายน้อยเจียงด้วย "

หลินเทียนได้กวาดตามองไปพร้อมกับพูดว่า

"เป็นไงล่ะ น่าสนใจไหม ? "

เหลียงชิงได้แต่มองกลับไปทางหลิยเทียนด้วยสีหน้าที่โกรธจัด

หลินเทียนหันสายตากลับมาจดจ่ออยู่ที่เจียงเหลินเหวินก่อนที่จะตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายเองก็แข็งแกร่งอย่างแท้จริง !

เจียงเหลินเหวินได้มองไปทางหลินเทียนพลางพูดอย่างไม่แยแสว่า

"เอาหญ้าวิญญาณสีฟ้าของข้ามา "

"มันเป็นของที่ข้าค้นพบในป่า เจ้าพูดว่าของเจ้างั้นรึ ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

เจียงเหลินเหวินได้ยักไหล่ของเขาพร้อมกับพูดว่า

"ข้าพูดไปแล้ว งั้น.."

"งั้น ? "

หลินเทียนได้ถามกลับไป

เจียงเหลินเหวินได้พูดต่อด้วยท่าทางที่ราบเรียบว่า

"จะเลือกฆ่าตัวตายหรือว่าตายด้วยเงื้อมมือของข้า "

หลินเทียนได้ยิ้มตอบไปด้วยสีหน้าที่ดูถูกอย่างมาก

เขาได้ยกกระบี่ขึ้นมาชี้ไปทางเจียงเหลินเหวินพร้อมทั้งพูดว่า

"ลองดูสิว่าจะมีความสามารถพอสังหารข้าหรือไม่ "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 166

คัดลอกลิงก์แล้ว