- หน้าแรก
- ราชาเทวะจักรกลแห่งวันสิ้นโลก
- 3 - ปรอทพลวงออกไซด์
3 - ปรอทพลวงออกไซด์
3 - ปรอทพลวงออกไซด์
3 - ปรอทพลวงออกไซด์
“... ติ๊ดๆ... ติ๊ดๆ... หยอดเหรียญเปิดประตูด้วยครับ... ติ๊ดๆ...”
เสียงแตรแต่เช้าตรู่ปลุกเซี่ยงเฉียนตื่น เขาแง้มผ้าม่านดู เห็นจ้าวหมิงบีบแตรอยู่หน้าบ้าน ปากก็ตะโกนโหวกเหวก
เซี่ยงเฉียนขยี้ตา ซุก M3-A ไว้ใต้ผ้าห่ม สวมเสื้อผ้าเดินไปเปิดประตู
“ตะโกนหาพระแสงอะไรแต่เช้า โทรศัพท์ไม่มีรึไง ดีนะแถวนี้บ้านนอกไม่มีคน ไม่งั้นได้กินตีนตั้งแต่เช้า” เซี่ยงเฉียนเปิดประตูบ่นอุบ
“โทรศัพท์พ่องดิ ฉันก็อยากโทรนะ แต่นายเปิดเครื่องรึเปล่าล่ะ” จ้าวหมิงขับรถเข้ามา บ่นสวนกลับบ้าง ใครจะอารมณ์ดีไหว ตะโกนอยู่หน้าบ้านเป็นสิบนาที
เซี่ยงเฉียนปิดประตูไม่สนใจ เดินกลับไปล้างหน้าแปรงฟัน จ้าวหมิงคุ้นเคยกับบ้านเขาดีอยู่แล้ว
“มื้อเช้าวางไว้บนโต๊ะนะ ฉันขอยืมคอมเล่นเน็ตหน่อย” จ้าวหมิงตะโกนบอก แล้ววิ่งเข้าห้องทำงานไป
สักพัก เซี่ยงเฉียนจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ คว้าซาลาเปาเดินไปห้องทำงาน
เห็นจ้าวหมิงจ้องหน้าจอ บ่นพึมพำ คลิกรัวๆ แล้วก็บ่นอีก
“เป็นไร ใครเหยียบหางแต่เช้า” เซี่ยงเฉียนถามขำๆ
“มาดูนี่ดิ กระทู้เรื่องโลกหลุดวงโคจร กับเรื่องวงโคจรดาวเคราะห์ในทางช้างเผือกปั่นป่วน หายเกลี้ยงเลย ตอนนี้ในเน็ตปั่นกระแสว่าเป็นแค่ภาพลวงตาทางดาราศาสตร์
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าแสงในอวกาศถูกรบกวน กล้องดูดาวทั่วไปเลยเห็นภาพเพี้ยน ถ้าใช้กล้องเลเซอร์จะเห็นปกติ บอกไม่ต้องตื่นตูม
ตลกตายห่า ใครจะมีกล้องเลเซอร์ติดบ้านวะ พูดมาได้ว่าต้องกล้องฮับเบิลถึงจะเห็นของจริง คิดว่าคนโง่รึไง” จ้าวหมิงหัวเสีย
“อ้อ ปกติ” เทียบกับจ้าวหมิง เซี่ยงเฉียนนิ่งกว่าเยอะ ชาติที่แล้วเขาก็เคยเป็นหนึ่งในคนโง่พวกนั้น รู้ซึ้งดี
“ปกติบ้านนายสิ! ถ้าวงโคจรโลกกับดาวหางฮัลเลย์ซ้อนกัน โลกโดนอุกกาบาตถล่มเละแน่ ปิดข่าวแบบนี้มันได้อะไร อีกแค่ครึ่งเดือนฝนดาวตกก็จะมาแล้ว บอกให้คนเตรียมตัวไม่ดีกว่าเหรอวะ”
“ฮ่าๆ... เตรียมตัวเหรอ เตรียมยังไง ตอนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ญี่ปุ่นรั่ว แค่ข่าวลือคนยังแห่ซื้อเกลือจนขาดตลาด ถ้าบอกความจริงตอนนี้ ได้จลาจลกันพอดี นายจะหาข้าวกินมื้อต่อไปได้รึเปล่ายังไม่รู้เลย” เซี่ยงเฉียนแค่นหัวเราะ
“...ก็ไม่ควรโกหกป่ะวะ รัฐบาลเสียเครดิตหมด แล้วจะทำไงเนี่ย พอฝนดาวตกมา คนคงตายเป็นเบือ...”
“พอๆ เลิกห่วงชาวบ้านแล้วห่วงตัวเองเหอะ รัฐบาลเขามีแผนแหละ วันนี้ว่างก็ไปซื้อของซะ เอารถกระบะนายไปขน พยายามซื้อให้จบในวันเดียว อีกไม่กี่วันของคงหาซื้อยากแล้ว” เซี่ยงเฉียนตัดบท ไม่อยากฟังเพื่อนบ่น
จ้าวหมิงหยุดบ่น หันมาถามจริงจังว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง เขาคิดมาทั้งคืน วันนี้เลยรีบมาปรึกษา
เซี่ยงเฉียนยัดซาลาเปาคำสุดท้ายเข้าปาก นั่งลงหน้าคอมฯ พิมพ์รายการของ
“...ถามหน่อย ข้าวสารต้องเท่าไหร่ สองร้อยตันพอไหม แล้วพวกผักเนื้อ อาหารกระป๋อง... เฮ้ย ฟังอยู่ป่ะเนี่ย พิมพ์อะไรนักหนา” จ้าวหมิงเห็นเซี่ยงเฉียนเอาแต่พิมพ์ ไม่สนใจที่เขาพูดเลย
เซี่ยงเฉียนหยุดมือ หันมามองเพื่อนอย่างเอือมๆ “ข้าวสารสองร้อยตัน? อยากตายรึไง รับรองถ้านายซื้อขนาดนั้น ไม่เกินสามวันไปเฝ้ารากมะม่วงแน่ อีกอย่างไม่ต้องซื้อเยอะขนาดนั้น สิบกว่ากระสอบพอให้พ้นหน้าหนาวก็พอ ปีหน้าใครเขากินข้าวกัน เรามีของดีกว่านั้น... เอาไว้ค่อยคุย เดี๋ยวปริ๊นต์รายการให้ ไปซื้อตามนี้”
ซื้อข้าวสองร้อยตันนี่ระเบิดเวลาชัดๆ ข้าวสาร 200 ตัน คือ 8,000 กระสอบ ต้องใช้โกดังเก็บ ซื้อตอนนี้เท่ากับประกาศให้โลกรู้ว่า "ฉันมีเสบียง"
ยุควันสิ้นโลกข่าวไวจะตาย คนมีอำนาจเส้นสายเยอะแยะ พวกที่ตุนเสบียงเป็นร้อยตันก่อนวันสิ้นโลกมีจริง แต่สุดท้ายก็โดนยึดเรียบ ต่อให้ใหญ่มาจากไหน เจอกองทัพที่หิวโซก็เละ ทหารเองยังไม่มีจะกิน ขืนปล่อยให้นายเก็บข้าวไว้ขึ้นรา ไม่จัดการนายแล้วจะจัดการใคร
“เหรียญ... นี่นายให้ฉันไปซื้ออะไรเนี่ย กินได้เหรอวะ กะจะให้อดตายรึไง” จ้าวหมิงโดนด่ายังไม่พอ มาเจอรายการของยิ่งงงหนัก
เซี่ยงเฉียนบอกว่ากินได้ แล้วพิมพ์ต่อ สมองประมวลผลเร็วรี่ว่าขาดอะไรอีกไหม
สักพักเขาก็ปริ๊นต์รายการยื่นให้ “สังกะสี แคดเมียม ทองแดง นิกเกิล โคบอลต์ บิสมัท ดีบุก ปรอท ตะกั่ว... หาซื้อมาให้ได้มากที่สุด ไม่ครบไม่เป็นไร แต่มีอยู่อย่างนึงที่ต้องเอามาให้ได้ เท่าไหร่ก็ต้องจ่าย อย่างน้อยหนึ่งกิโลฯ”
“ปรอทพลวงออกไซด์? (Red Mercury) อิหยังวะ ไม่เคยได้ยิน ซื้อมาทำไม กินก็ไม่ได้” จ้าวหมิงบ่นอีกรอบ
“ของที่นายไม่รู้จักมีอีกเยอะ ข้าวสารต้องให้บอกมั้ยว่าซื้อที่ไหน ไปยืมลูกน้องพ่อมาช่วยขนสิ คนละสิบกระสอบ สองตันก็เหลือเฟือแล้ว ส่วนลิสต์นี้ไปหามาเอง โดยเฉพาะไอ้ปรอทพลวงออกไซด์นี่ สำคัญมาก นายคอนเนคชั่นเยอะ ลองถามๆ ดู” เซี่ยงเฉียนกำชับ
แม้จะไม่รู้ว่าจะเอาไปทำไม แต่เห็นเซี่ยงเฉียนจริงจัง จ้าวหมิงก็พยักหน้า เพื่อนคนนี้ถ้าเอาจริงไม่เคยพลาด
“เออ เดี๋ยวไปจัดให้” จ้าวหมิงคว้าใบรายการจะเดินออกไป
“เดี๋ยว จะไปไหน เงินพอเหรอ เอานี่ไป รหัสวันเกิดฉัน” เซี่ยงเฉียนยัดบัตร ATM ให้
“เฮ้ย แค่นี้ต้องใช้เงินนายเหรอ” จ้าวหมิงไม่ยอม
“รับไปเถอะ เงินในบัญชีนายน่ะไม่พอหรอก ปรอทพลวงออกไซด์โลนึงอย่างต่ำก็ห้าแสน ถ้าโดนโก่งราคาเป็นล้านก็ต้องจ่าย ต้องเอามาให้ได้ไม่ว่าจะราคาเท่าไหร่”
จ้าวหมิงอึ้ง แพงบรรลัยขนาดนี้เชียว มองเพื่อนด้วยสายตาเปลี่ยนไป มั่นใจแล้วว่างานนี้ซีเรียสจริง
“วางใจเถอะ เรื่องช็อปปิ้งนี่งานถนัดพี่เลย” จ้าวหมิงรับบัตรแล้วเดินออกไป
พอลับหลังเพื่อน เซี่ยงเฉียนปีนขึ้นหลังคาไปดูลาดเลา
บ้านเขาอยู่เขตชนบทเจียงผู่ ห่างแม่น้ำฉางเจียงไม่ถึงสามโล ที่ดินสองไร่หลังบ้านก็ของเขา รอบข้างคนย้ายออกไปเกือบหมด เงียบสงบเหมาะแก่การกบดาน
ในความทรงจำ ที่นี่รอดพ้นอุกกาบาตสองลูกแรก ปลอดภัยดีในช่วงปีแรก แต่หลังจากนั้นก็ต้องย้าย
แต่ตอนนี้ที่นี่คือทำเลทอง ถ้ามีเวลาเตรียมตัวสักปี เขาจะมีทุนรอนพอสำหรับยุคใหม่
พอได้ภาพฐานทัพในหัว เซี่ยงเฉียนก็ลงมาห้องนอน อุ้ม M3-A เตรียมลงไปสร้างของ แต่เห็นมือถือข้างหมอนเลยหยิบติดมือมาด้วย
“ฝาไห่เจ้าไม่เข้าใจความรัก...” เสียงเรียกเข้าดังอีกแล้ว
“ว่าไงเสี่ยวหมิง มีไร”
“มีอะไรแม่แกสิ! ปรอทพลวงออกไซด์มันเป็นวัตถุดิบนิวเคลียร์นะเว้ย ซื้อขายส่วนตัวผิดกฎหมาย นี่นายกะจะสร้างหัวรบนิวเคลียร์รึไง!” จ้าวหมิงตะโกนลั่นสาย
“มันผิดกฎหมายอยู่แล้ว แต่โลกจะแตกแล้วจะมาสนกฎหมายอะไรอีก เอามาทำอะไรเดี๋ยวนายก็รู้ แต่รับรองไม่ใช่หัวรบนิวเคลียร์ ฉันยังไม่บ้าขนาดนั้น อีกอย่างมีแค่นี้มันสร้างไม่ได้หรอก” เซี่ยงเฉียนตอบเสียงเรียบ
เขาจะเอามาทำแบตเตอรี่นิวเคลียร์ฟิวชั่นชีวภาพผ่านเจ้า M3-A ต่างหาก ส่วนระเบิดนิวเคลียร์ปรอทแดงนั่นเอามาทำซากอะไร ฝังไว้ฆ่าตัวตายเหรอ?
“เออๆ แต่แม่งแพงฉิบหาย โลละแปดแสน ต้องจ่ายก่อนด้วย โคตรเสี่ยงโดนโกง”
“แปดแสนถือว่าถูก ถ้าเขามีเยอะ เหมามาสักห้าโล”
“เคๆ รอฟังข่าว แค่นี้นะ”
เซี่ยงเฉียนเก็บมือถือ ยักไหล่ เดินเข้าห้องทำงานพร้อม M3-A
……………..