เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 147

Divine King Of All Directions - 147

Divine King Of All Directions - 147


Divine King Of All Directions - 147

 

เหล็งเฟิงนั้นเป็นศิษย์ตำหนักราชาภายในสำนักนี้แถมยังอยู่ติด 1 ใน 3 ของตำหนักด้วย , ระดับพลังของเขาในตอนนี้นั้นอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7 ซึ่งวันนี้ที่เหล็งเฟิงมาที่นี่ก็เพื่อหลินเทียนโดยเฉพาะเพราะเขาต้องการจะดูว่าหลินเทียนจะอยู่ในระดับไหนกันเพราะว่าหลินเทียนมันเป็นคนที่ลงมือสังหารน้องชายของเขา

"สายตาของเจ้านี่มันเย็นชามากๆเลยแหะ "

ซินเชิงหยุนได้ส่งเสียงกระซิบออกมา

หลินเทียนได้มองตามไปยังทางที่ซินเชิงหยุนพูดก่อนที่จะพบกับเหล็งเฟิงที่กังจ้องมองมาทางเขาด้วยสายตาที่เย็นยะเยือก

"เหอะ "

หลินเทียนได้แสยะออกมาอย่างเย็นชาพร้อมทั้งจ้องมองกลับไปด้วยสายตาเดียวกัน

เขาจะต้องฆ่ามันอย่างแน่นอน !

ณ ตอนนี้มีเสียงฮือฮาดังขึ้นกว่าตอนที่เหล็งเฟิงมาถึงที่นี่มาก

"จี่หยู ! หญิงงามมากความสามารถคนนี้มาที่นี่ด้วย ! "

หลายๆคนได้พูดออกมาพลางมองไปทางเดียวกัน

หลินเทียนก็ได้หันหน้ากลับไปพร้อมพบกับหญิงสาวในชุดสีขาวกำลังเดินมา

จี่หยู !

ทางสำนักนี้ห้ามมิให้คนภายนอกเข้ามาอย่างเด็ดขาดทว่าจี่หยูนั้นอยู่เหนือกฎเกณฑ์นี้และทางสำนักเองก็อยากจะให้นางเข้าๆออกๆที่นี่ทุกวันด้วยซ้ำเพราะต้องรู้ก่อนนะว่ามีผู้อาวุโสในสำนักหลายคนได้ขอร้องให้นางเข้าเป็นศิษย์ที่นี่

จี่หยูที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้กวาดสายตามองเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่างก่อนที่จะพบกับหลินเทียนพร้อมทั้งยิ้มออกมาอย่างน่ารักแล้วโบกมือให้กับเขา นางรู้ว่าวันนี้เป็นวันทดสอบดังนั้นถึงได้มาที่นี่ด้วยตัวเองเพื่อที่จะดูว่าหลินเทียนจะมีความสามารถระดับไหนกัน

หลินเทียนก็ได้แต่ผงะไปและตระหนักได้ว่านางมาที่นี่เพื่อเขา

"ดูๆแล้วบรรยากาศแบบนี้มันแปลกๆพิกลแหะ "

เขาได้พูดกับตัวเอง

เขารู้ดีว่ามารยาทของเขาคงไม่ได้น่าหลงใหลขณะทำให้หญิงงามอันดับ 1 ของเมืองหลวงยอมสยบให้กับเขาแต่เพราะอะไรเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน , ดูเหมือนว่านางจะปฏิบัติต่อเขาต่างจากคนอื่นและมันทำให้เขารู้สึกแปลกๆมาก

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยความตื่นเต้นโดยทันทีว่า

"พี่เขย ! พี่เขย ! นั่นหลานสาวของท่านแม่ทัพ ! นางกำลังมองมาทางข้า ! แถมยังโบกมือให้ข้าด้วย "

หลินเทียน

"................"

"โอ้พี่เขย ท่านไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือไง ? ดูสินางกำลังมองมาทางข้า ! ท่านว่านางสนใจข้าหรือเปล่า ? นี่.............. นี่คือสิ่งที่เรียกว่าตกหลุมรักในตำนานสินะ ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความเขินอาย

หลินเทียนได้แต่หมดคำพูดไปพร้อมกับพูดว่า

"ไอ้หนู อายุเท่าไหร่กัน ? กล้าพูดเรื่องความรักนี่ได้ไปส่องกระจกดูบ้างไหม ? "

ซินเชิงหยุนได้ตอบกลับด้วยท่าทางหงุดหงิดโดยทันทีว่า

"พี่เขย ! ท่านพูดแบบนี้ไม่ถูกนะเพราะท่านเองก็แก่กว่าข้าไม่กี่เดือนเท่านั้นเพราะฉะนั้นไม่สามารถเรียกข้าว่าเด็กได้ ข้าเองก็เชื่อมั่นในหน้าตาของตัวเองมากๆไม่จำเป็นต้องส่องกระจกหรอก ดูตั้งแต่หัวจรดเท้าข้านี่มันหล่อจริงๆ หญิงคนไหนไม่ตกหลุมรักบ้าง ! "

หลินเทียน

"ไปไกลๆเลยไป ! "

เหล็งเฟิงที่อยู่ห่างออกไปเองก็ได้มองไปทางจี่หยูด้วยสายตาที่เย็นชากว่าเก่า มันเป็นเพราะผู้หญิงคนนี้ถึงได้ทำให้น้องชายของเขาได้เป็นศัตรูกับหลินเทียน ทำให้เขาต้องไล่ล่าหลินเทียนและสุดท้ายน้องชายของเขาก็ตกตายลงด้วยเงื้อมมือของหลินเทียน

"หลินเทียน !"

เหล็งเฟิงได้แต่กัดฟันพูดออกมาด้วยท่าทางเย็นชา

ณ ตอนนี้เองที่รอบๆพื้นที่ได้มีเสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง

"ดูสิๆ นั่นมู่จี่เซียง เซ่าฉีซี่ เต็งซิงและหลุยเก่าหยาน พวกเขาทั้ง 4 ที่เป็นศิษย์ตำหนักในมาที่นี่ด้วย ! "

"พวกเขาเป็น 1 ใน 20 อันดับของตำหนักใน !"

"สุดยอดไปเลย !"

หลายๆนได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนและซินเชิงหยุนได้มองออกไปและพบว่ามันมีมู่จี่เซียงก็จริงๆแต่อีก 3 คนที่เหลือนั้นอยู่ห่างจากเขาอยู่ระยะหนึ่ง

"ดูเหมือนไอ้โง่นั่นมันจะไปสร้างเรื่องเอาไว้มากมายนะถึงได้ไม่มีใครอยากคบ "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่สะใจ

หลินเทียนได้พยักหน้าออกมาเพราะสำหรับเขาแล้วคนที่ชอบติเตียนคนอื่นอย่างมู่จี่เซียงนั้นมันเป็นไอ้โง่ที่ไม่มีใครอยากจะเป็นเพื่อนด้วยอยู่แล้ว

ณ ตอนนี้ตรงหน้าหอคอยได้มีเจ้าหน้าที่ดูแลของทางสำนักยืนอยู่

ชายคนนั้นเป็นชายวัยกลางคนที่อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 6 และหลังจากที่กวาดตามองไปที่ผู้คนแล้วเขาก็ได้พูดออกมาว่า

"การทดสอบจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้ ให้เข้าไปรอบละ 20 คนซึ่งคนที่ต้องการจะทดสอบก็ให้เตรียมตัวได้แล้ว ! "

หลังจากที่เสียงของเขาได้จบลงก็มีคนก้าวออกมาทันที

มู่จี่เซียงเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น

"ไม่รู้เลยว่าครั้งนี้จะดูใครดี "

"แต่หลายๆคนก็เลื่อนระดับทุกครั้งนะ ดูเหมือนจะแข็งแกร่งดีด้วย "

ศิษย์เก่าหลายๆคนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

หลินเทียนและซินเชิงหยุนอดไม่ได้ที่จะส่ายศีรษะออกมาเพราะว่าเจ้ามู่จี่เซียงนี่มันโด่งดังจริงๆ

จะว่าไปแล้วมู่จี่เซียงก็ไม่ได้เป็นคนชั่วช้าอะไรเพียงแต่แค่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่กว่าคนอื่นเท่านั้นถึงได้กล้าติเตียนคนไปทั่วถึงได้ทำให้ทุกคนมองเขาด้วยสายตาที่รังเกียจและไม่สบอารมณ์

"เอาล่ะ เริ่มการทดสอบได้ "

ผู้ดูแลได้ส่งเสียงออกมา

ทันใดนั้นเองที่มู่จี่เซียงและศิษย์อีก 19 คนก็ได้ก้าวเข้าไปภายในข่ายอาคมสังหารโดยทันที

ภายในนั้นถูกวางข่ายอาคมสังหารขนาดใหญ่เอาไว้ซึ่งแต่ละคนก็จะถูกส่งไปคนละมิติกันซึ่งในมิติเหล่านั้นก็จะมีสัตว์อสูรตั้งแต่ระดับ 1 – 6 และหลังจากที่ฆ่าพวกมันแล้วก็จะคำนวณออกมาเป็นลำดับซึ่งเรียกได้ว่ามันคำนวณจากความเร็ว จำนวน ความแข็งแกร่ง จิตสัมผัส พลังฉีและปัจจัยอื่นๆรวมกัน

ด้านนอกหอคอยได้ส่องแสงออกมาพร้อมๆกับศิษย์ที่เข้าไปเหตุผลก็เพราะถ้าไม่ตายด้านในก็พลังฉีหมดแต่สรุปแล้วคนเหล่านี้ก็ไม่สามารถยืนหยัดอยู่ภายในหอคอยได้เป็นเวลานานดังนั้นอันดับที่พวกเขาทำได้ก็จะไม่สูงมาก

"อย่างไรก็ตามพวกเขาก็เป็นเพียงศิษย์ใหม่ล่ะนะ "

"อื่มใช่ "

ศิษย์เก่าหลายคนได้พูดออกมา

การทดสอบรอบแรก 20 คนนั้นนอกจากมู่จี่เซียงและศิษย์เก่าอีก 3 คนแล้วที่เหลือก็เป็นศิษย์ใหม่ทั้งหมด

หลังจากที่ผ่านไปได้ 30 นาทีนั้นศิษย์ใหม่ก็ได้ถูกส่งออกมาทั้งหมด

"เหลือ 4 คนเท่านั้น ! "

"แม้ว่าพวกนี้จะดูน่ารังเกียจแต่ก็แข็งแกร่งนะ "

"อื้ม "

หลายๆคนได้พูดออกมา

การทดสอบยังคงดำเนินต่อไปขณะที่ได้ผ่านการทดสอบรอบที่ 2 ไปแต่ลำดับของเซ่าฉีซี่ เต็งซิงและหลุยเก่าหยานทั้ง 3 คนก็ยังคงไม่เพิ่มแถมเซ่าฉีซี่เองก็ยังตกลงมาอยู่ลำดับที่ 46 จาก 45 ด้วย

มู่จี่เซียงที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลได้ส่ายศีรษะพร้อมกับพูดว่า

"เป็นเพราะความเกียจคร้านถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไงล่ะ "

"เจ้าว่าอะไรนะ ! "

เซ่าฉีซี่นั้นไม่ได้อ่อนแอดังนั้นเขาสามารถได้ยินสิ่งที่มู่จี่เซียงพูดได้อย่างชัดเจน

มู่จี่เซียงได้แสยะออกมาพร้อมกับพูดว่า

"ก็บอกว่าเจ้าที่มีความแข็งแกร่งนิดหน่อยกลับไม่พยายามให้มากขึ้นข้าพูดผิดตรงไหนกัน ? เจ้ามักจะไปที่ร้านนางบำเรอเพื่อเที่ยวเล่นอยู่ตลอดถึงไม่ได้บ่มเพาะดังนั้นจึงตกอันดับมาแล้วข้าแซงไปไงล่ะ ข้าเตือนเพราะหวังดีเท่านั้น"

"เจ้า ! "

เซ่าฉีซี่ได้โกรธจัดไปและอยากจะคว้าเอากระบี่ออกมาอย่างมากแต่ก็ถูกห้ามเอาไว้โดยคนที่เหลือซึ่งพวกเขานั้นอยู่ในลำดับที่ 48และ49

"ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก "

"ไปกัน "

เมื่อมองไปยังมู่จี่เซียงแล้วเซ่าฉีซี่ก็ได้เดินออกไปพร้อมๆกับเต็งซิงและหลุยเก่าหยานอย่างรวดเร็ว

มู่จี่เซียงที่มองออกไปก็ได้แต่ส่ายศีรษะพร้อมทั้งพูดว่า

"ไม่รู้จักความหวังดีก็อยู่ไปแบบนั้นแล้วกัน"

ศิษย์หลายๆคนก็ได้แต่ตีตัวออกห่างจากจุดของมู่จี่เซียงอย่างรวดเร็ว

"พี่เขย เจ้านี่มันสุดๆจริงๆ "

ซินเชิงหยุนได้แต่แข็งค้างไป

หลินเทียนในตอนนี้กำลังแสดงสีหน้าที่อับอายออกมาเพราะว่าดูเหมือนสมองเจ้านี่มันจะมีปัญหาแล้วจริงๆ

"คนที่จะทดสอบรอบ 3 ให้ก้าวออกมา "

ชายวัยกลางคนได้ส่งเสียงออกมา

หลินเทียนคิดอยู่ก่อนที่จะไม่ลังเลเลยที่จะก้าวออกไป

"ข้าไปล่ะ "

หลินเทียนได้พูดออกมากับซินเชิงหยุน

"ได้ท่านพี่เขย "

ซินเชิงหยุนได้รีบพยักหน้าตอบ

หลังจากที่ได้อยู่ด้วยกันมาหลายวันแล้วเขาก็เริ่มชินกับชื่อเรียกนี้ไปแล้วถึงไม่จำเป็นต้องให้ซินเชิงหยุนแก้ไขอะไร เขาได้ก้าวเดินออกไปก่อนที่จะหันกลับไปมองทางจี่หยู

จี่หยูที่เห็นว่าหลินเทียนกำลังมองมาทางนางเองก็ได้ยิ้มออกมาและขยับปากเหมือนพูดอะไรบางอย่าง

หลินเทียนอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 ดังนั้นถึงสามารถอ่านปากของนางออกได้ว่า 'สู้ๆนะ', เขาได้แต่ตบศีรษะตัวเองก่อนที่จะก้าวเดินออกไปทันที

มู่จี่เซียงที่กำลังจะเดินจากไปเองก็ได้หยุดเท้าลงหลังจากทีเห็นหลินเทียนก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"ไอ้หนูที่ไม่รู้จักกฎการปฏิบัติ , ข้าเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าเจ้าจะไปได้ถึงไหนกัน "

"เริ่มได้ ! "

หลังจากที่ชายวัยกลางคนได้ส่งเสียงออกมานั้นหลินเทียนและศิษย์อีก 19 คนที่เหลือก็ได้ก้าวออกไปทันที

เมื่อก้าวเข้ามาแล้วภาพตรงหน้าของเขาได้เปลี่ยนไปโดยทันที , ณ ตอนนี่หลินเทียนพบว่าตัวเองกำลังอยู่ท่ามกลางสัตว์อสูรนับฝูงที่กำลังจ้องมองมาทางเขา

"โฮ๊ก ! "

มันได้ส่งเสียงร้องออกมาก่อนที่สัตว์อสูรนับโหลจะกระโจนเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว

"ดูเหมือนจริงเลยแหะ "

เขาได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

หลังจากที่พูดกับตัวเองแล้วก็ได้ฟาดฟันออกไปด้วยกระบี่ในมือของเขา

กระบี่นี้คมอย่างมากแต่มันเป็นเพียงกระบี่ธรรมดาๆเท่านั้น มันเป็นเพราะว่าวันนี้เป็นการทดสอบดังนั้นต้องเท่าเทียมถึงได้ให้ศิษย์ทั้งหมดใช้อาวุธระดับเดียวกันที่ทางสำนักเตรียมไว้ให้

"พุฟฟฟ ! "

เลือดได้สาดกระจายออกมาขณะที่สัตว์อสูรได้ถูกปาดคอพร้อมทั้งทรุดลงกับพื้น

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ก็ไม่ได้ทำให้สัตว์อสูรตัวที่เหลือถอยหนีไปแต่ยังคงกระโจนเข้าใส่เขา , สัตว์อสูรพวกนี้มันเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยข่ายอาคมสังหารดังนั้นถึงไม่มีสติปัญญาและไม่รู้จักความกลัว ความโกรธและความสุข พวกมันไม่ได้ต่างอะไรไปจากหุ่นเชิดด้วยซ้ำ

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 147

คัดลอกลิงก์แล้ว