เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 146

Divine King Of All Directions - 146

Divine King Of All Directions - 146


Divine King Of All Directions - 146

 

มือของมู่จี่เซียงนั้นได้ถูกจับเอาไว้โดยหลินเทียนดังนั้นถึงได้ยื่นอีกมือออกไปปะทะกับหลินเทียนซึ่งตอนนี้เองที่หลินเทียนได้ยกเท้าขวาขึ้นมาแล้วถีบจนเขากระเด็นออกไปไกล

ศิษย์ที่อยู่รอบข้างเองก็ต่างแสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไปตามๆกัน

"นี่......."

"มู่จี่เซียงนั้นอยู่ในอันดับที่ 1ใน 20 ของศิษย์ตำหนักในเลยนะแต่หลินเทียนนี่กลับสามารถส่งเขากระเด็นออกไปได้ ! ? "

"ร่างกายแข็งแกร่งเกินไปแล้ว ! นี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว ! "

"สะใจจริงๆเลยเพราะเจ้านั่นมันมักจะทำเป็นสอนคนอื่นอยู่เรื่อย "

หลายๆคนได้พูดออกมา

มู่จี่เซียงได้แสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไปออกมาพร้อมกับคำรามว่า

"เจ้ากล้าลงมือกับข้างั้นรึ ! "

"แล้วไง ? ก่อนหน้านี้ไม่ใช่มือของเจ้าที่ยื่นเข้ามาก่อนหรือไง ? "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

มู่จี่เซียงเองก็ได้หันหน้าไปมองที่ซินเชิงหยุนพร้อมกับพูดว่า

"มันไม่ให้ความเคารพคนอื่นในฐานะศิษย์ใหม่ดังนั้นการที่ข้าจะสั่งสอนมันผิดอะไร ? จริงๆแล้วเจ้าเองก็เป็นศิษย์ใหม่เหมือนกันแต่กลับกล้าลงมือกับข้านี่มันทำความผิดยิ่งกว่ามันอีก ทำไมถึงได้ยังไม่ขอโทษ ! "

หลินเทียนเองก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆแต่ก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ดูถูกออกมา

"นี่สมองมีปัญหาหรือว่าอ่านหนังสือมากไป ? "

เขาได้ถามออกมา

"เจ้าว่าอะไรนะ ? "

มู่จี่เซียงได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไป

หลินเทียนได้เดินก้าวออกไปพร้อมกับพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า

"เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกันถึงได้มาชี้นิ้วสั่งนู้นสั่งนี่ ? ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่เพื่อนข้าพูดก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วเจ้ายังมีหน้าบอกอีกหรอว่าอ่านกวีมาตั้งแต่ยังเล็ก ? อย่าคิดว่าจะเอาเรื่องพวกนั้นมาทำให้ตัวเองยิ่งใหญ่นักเลย ! "

ซินเชิงหยุนได้เหยียดหยามต่อว่า

"สมองมีปัญหา ! ไอ้โง่ ! คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาจากไหนกัน ! "

ท่าทางของมู่จี่เซียงเองก็ตกต่ำลงอย่างมากเพราะว่าตั้งแต่ที่เข้าเป็นศิษย์ตำหนักในนั้นเขาก็ได้สั่งสอนศิษย์มาแล้วมากมายแต่ไม่มีใครเลยที่กล้าดูถูกเขาแบบนี้

"ดี ! ดีมาก ! วันนี้ข้าจะสั่งสอนพวกเจ้าอย่างดีเลยแล้วจะทำให้รู้ว่าเป็นผู้บ่มเพาะมันต้องทำตามกฎและมีมารยาท ! "

มู่จี่เซียงได้พูดออกมา

หลินเทียนได้ยิ้มกลับด้วยสีหน้าที่เย็นชาพลางพูดว่า

"ไอ้โง่ "

เขาได้ยกมือขึ้นมาก่อนที่จะก้าวออกไปแล้วปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่ออกมา

"เจ้าทำอะไรกันน่ะ ! "

ตอนนี้เองที่มีเสียงส่งมาจากที่ห่างไกล !

เจ้าหน้าที่ลงทัณฑ์ของทางสำนักได้พบว่าเกิดเหตุผิดปกติขึ้นตรงนี้ถึงได้รีบมาทันที

หลายๆคนที่อยู่โดยรอบเองก็ได้แต่ผงะไปพร้อมทั้งรีบแยกย้ายอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้กวาดตามองไปยังมู่จี่เซียงเล็กน้อยพร้อมทั้งหันหลังแล้วเดินจากไป

"ไปกันเถอะ "

เขาได้พูดออกมากับซินเชิงหยุน

ซินเชิงหยุนได้พยักหน้าตอบพร้อมทั้งมองไปทางมู่จี่เซียงแล้วพูดว่า

"ไอ้โง่ "

ดวงตาของมู่จี่เซียงได้ลุกเป็นไฟขณะที่มองไปยังร่างของซินเชิงหยุนและหลินเทียนที่กำลังเดินจากไป , เจ้าหน้าที่ลงทัณฑ์ได้มาแล้วดังนั้นเขาถึงไม่สามารถทำอะไรได้และได้แต่จ้องมองไปยังร่างของหลินเทียนพลางแสยะออกมาแล้วเดินจากไป

"ในที่สุดก็มีคนกล้าหือกับไอ้เจ้านั่นสักที ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้าเข้ามาใหม่ๆข้าคิดว่าเจ้านั่นมันดูเป็นศิษย์พี่ที่ดีมากๆแต่ท้ายที่สุดกลับมาสั่งสอนคนอื่นไปทั่ว"

"แค่นั้นมันอะไรกันล่ะ ข้านี่ถูกมันตบปลิวไปแถมยังด่าซ้ำอีก "

"ไอ้สองคนนั่นมันบ้าชัดๆ ดูเหมือนว่าสมองจะมีปัญหานะ "

"แต่วันนี้สะใจจริงๆ ในที่สุดก็ได้เห็นวันที่ไอ้เจ้านั่นหน้าเสียบ้าง "

"ใช่ ๆ เจ้าหลินเทียนนี่มันน่าสนใจจริงๆ เป็นคนที่โดดเด่นมากๆ "

ศิษย์หลายๆคนได้พากันพูดออกมา

.....

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้เข้าไปยังทะเลทรายบ้าคลั่งพร้อมกับซินเชิงหยุนขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับพายุเม็ดทรายที่รุนแรงจากทุกทิศทาง

"รู้สึกอย่างไร ? "

หลินเทียนได้เอ่ยปากถามออกมา

ซินเชิงหยุนรู้ว่าหลินเทียนถามเรื่องก่อนหน้านี้ถึงได้ตอบกลับไปว่า

"สะใจจริงๆ ! หากว่าข้าเป็นเหมือนพี่เขยที่สามารถเตะมันปลิวไปไกลได้ข้าว่าน่าจะดีกว่านี้ ! "

"งั้นก็แข็งแกร่งขึ้นซะ"

หลินเทียนได้พูดต่อว่า

"หลังจากนี้ข้าจะลดความสามารถของม่านพลังลงอย่างช้าๆซึ่งหมายความว่าข้าจะค่อยๆเลิกคุ้มกะลาหัวเจ้าในนี้แล้วเจ้าต้องอาศัยพละกำลังของตัวเองเพื่อพยายามปรับสภาพให้เข้ากับที่นี่ให้ได้ แน่นอนว่าข้าจะเป็นคนควบคุมให้ว่าเจ้าสามารถทนได้มากแคต่ไหน "

"ได้เลยพี่เขย "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมกับถอนเอาพลังฉีกลับมาเล็กน้อย

ร่างกายของซินเชิงหยุนได้สั่นสะท้านไปทันทีขณะที่รู้สึกได้ว่าเหมือนกำลังมีหินก้อนใหญ่ถูกวางเอาไว้ที่หัวไหล่และขาของเขาก็หนักขึ้นมากเหมือนกำลังเดินอยู่ภายในตะกั่วและยังมีพายุทรายที่พัดเข้าใส่หน้าเขาจนทำให้รู้สึกเจ็บปวด

ณ ตอนนี้เองที่เสียงคำรามได้ดังขึ้นก่อนที่สัตว์อสูรจะโผล่ออกมา

แกร๊ง !

เสียงคลื่นกระบี่ได้ดังขึ้นขณะที่หลินเทียนได้ส่งกระบี่สายฟ้ามรกตออกไปสังหารสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายขึ้นไปทั้งหมดและที่เหลือก็เก็บเอาไว้ให้ซฺนเชิงหยุนจัดการ

ซินเชิงหยุนได้คำรามออกมาอย่างดังพร้อมทั้งใช้ทักษะเขตแดนชีพจรเทวะเข้าใส่ฝูงสัตว์อสูรขณะที่ทนอยู่กับพายุทรายในเวลาเดียวกัน ขั้นตอนเหล่านี้ดูอันตรายอย่างมากแถมยังได้รับบาดแผลมาแต่หลินเทียนก็ยังคงสังเกตการณ์อย่างสบายใจ

"ขีดจำกัดที่ข้าจะช่วยเจ้าได้ลดลงแล้วและหลังจากที่เจ้าตัดผ่านไปยังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ได้ ข้าจะผ่านขีดจำกัดนี้ไปดังนั้นก็ตั้งเป้าไว้ตรงนี้แล้วกัน ตั้งใจเข้าล่ะ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

"ขอรับท่านพี่เขย !"

ซินเชิงหยุนได้ตอบกลับอย่างดัง

หลินเทียนได้มองไปทางเขาก่อนที่จะพยักหน้าออกมาเพราะว่าดูเหมือนเจ้านี่จะไม่มีท่าทางกลัวในการบ่มเพาะเลยแม้แต่น้อย

หลังจากที่ผ่านมาได้ประมาณ 4 ชั่วโมงแล้วซินเชิงหยุนก็ดูจะทนไม่ไหวดังนั้นเขาถึงได้เดินออกมาด้วยกัน

"เป็นไง ? "

หลินเทียนได้ถามออกมา

ซินเชิงหยุนได้ยื่นมือออกมาพร้อมกับพูดว่า

"รู้สึกชาและปวดมากๆแต่ประโยชน์ที่ได้มาก็ไม่น้อยเหมือนกัน ! "

ในดินแดนทะเลทรายบ้าคลั่งนั้นเขาต้องเผชิญหน้ากับฝูงสัตว์อสูรและพายุทรายพร้อมๆกันดังนั้นถึงได้ทำให้ความสามารถของเขาเพิ่มขึ้น

หลินเทียนได้พยักหน้าตามเพราะเขาสัมผัสได้ว่าซินเชิงหยุนแข็งแกร่งขึ้นจริงๆดังนั้นถึงได้พูดต่อว่า

"งั้นช่วงนี้ก็พักในสำนักก่อนแล้วกัน ข้าจะใช้ข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณเพื่อช่วยให้เจ้าหล่อหลอมอวัยวะภายในจะได้ตัดผ่านไปยังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 ได้เร็วขึ้น "

ข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณนั้นไม่ถือว่าเป็นอะไรสำหรับเขาเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่พริบตาเขาก็สามารถสร้างมันได้แล้ว

"ข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณ ?! มันเป็นพวกของที่สามารถเร่งความเร็วในการบ่มเพาะ ? "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

"ใช่แล้ว "

เจ้านี่เป็นน้องชายของซินเหยาดังนั้นถึงไม่แปลกที่เขาจะปฏิบัติต่ออีกฝ่ายอย่างดีและข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณก็ไม่ได้เป็นข่ายอาคมที่สุดยอดอะไร

"ได้ ! ขอบคุณท่านพี่เขย ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่มีความสุข

เขารู้เรื่องที่หลินเทียนนั้นเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมดีถึงได้ไม่แปลกใจอะไรนัก

ในวันเดียวกันนั้นหลินเทียนได้หยิบเอาวัตถุดิบออกมาจากแหวนมิติก่อนที่จะเริ่มทำการสร้างข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณให้กับซินเชิงหยุนแล้วพูดว่า

"ในช่วงนี้ก็ไม่ต้องไปบ่มเพาะที่ลานฝึกแล้วกัน แต่ละครั้งที่เปิดการทำงานของข่ายอาคมก็หล่อหลอมร่างกายและอวัยวะภายในไปซะและเมื่อตัดผ่านไปยังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8แล้วเราค่อยกลับไปที่ดินแดนทะเลทรายบ้าคลั่งกัน "

"ได้ท่านพี่เขย "

ซินเชิงหยุนได้พยักหน้าอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้น 2 ชั่วโมงซินเชิงหยุนก็ได้อยู่ในการบ่มเพาะพลังของเขาซึ่งหลังจากที่ได้เปิดการทำงานของข่ายอาคมแล้วพลังฉีมากมายก็ได้ถาโถมเข้ามาภายในห้องนี้จนทำให้สีหน้าของอีกฝ่ายต้องเปลี่ยนไปทันทีเพราะว่าความเข้มข้นของพลังฉีนี้มันมากกว่าปกติเป็นเท่าตัว !

"ทำจิตใจให้สงบแล้วเริ่มตั้งใจซะ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

"ได้ ! "

ซินเชิงหยุนได้เรียกสติกลับมาก่อนที่จะสงบลง

การที่สามารถอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7 ด้วยวัยเพียง 17 นั้นถือว่าพรสวรรค์ของซินเชิงหยุนไ ่ได้แย่และน่าจะเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 5 ดารา , หลังจากที่เขาได้สงบอารมณ์แล้วกลิ่นอายก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นอย่างช้าๆและแน่นอนว่าในขั้นตอนนี้จะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ทนทุกข์ออกมา

หลินเทียนได้แต่ยิ้มออกมาพร้อมกับเดินจากไป

เมื่อช่วงกลางวันได้จากไปแล้วก็ตกกลางคืนอย่างรวดเร็วก่อนที่จะกลับมาเช้าอีกครั้ง

เวลาหนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในช่วงนี้หลินเทียนได้ไปที่วังน้ำวนเพื่อฝึกฝนทุกวันและเมื่อตกเย็นมาแล้วก็จะกลับมาบ่มเพาะพลังโดยอาศัยข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณเพื่อก่อจุดชีพจรเทวะที่ 5 , ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นมากและน่าจะเริ่มฝึกทักษะหมัดสังหารได้แล้วแต่เขาก็ยังไม่รีบร้อยเพราะคิดว่าจะรอให้ร่างกายแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ก่อนแล้วค่อยฝึกฝนอีกที

หลังจากนั้น 3 วันก็มีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งได้ปะทุออกมาจากที่พักของเขา

"พี่เขย !!! ข้าตัดผ่านเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8ได้แล้ว ! "

ซินเชิงหยุนได้รีบวิ่งออกมาด้วยสีหน้าที่มีความสุข

"อื่ม ดี "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ซินเชิงหยุนได้พูดต่อด้วยดวงตาที่เปล่งประกายว่า

"นี่พี่เขย แล้วเราจะไปที่ดินแดนทะเลทรายบ้าคลั่งอีกไหม ? "

หลินเทียนเข้าใจอารมณ์ของอีกฝ่ายได้ในทันทีว่าต้องการจะลองของหลังจากที่เพิ่งตัดผ่านเขตแดนใหม่มาได้

"ได้ ไปกันเลย "

เขาได้พยักหน้า

.........

หลังจากวันนี้พวกเขาก็กลับมาบ่มเพาะเหมือนเดิมไม่ต่างจากตอนที่อยู่ในสำนักจิ่วหยาง

ไม่นานเวลาก็ผ่านไปกว่า 1 เดือน

และวันนี้มันเป็นวันที่คึกคักเป็นพิเศษเพราะว่ามันเป็นวันของการทดสอบ

ที่ภูเขาด้านหลังสำนักนั้นเป็นที่โล่งกว้างซึ่งตรงใจกลางมีหอคอยสูงตั้งอยู่ซึ่งมันเป็นขอคอยสังหารสำหรับการทดสอบทุกๆ 2 เดือนซึ่งด้านนอกหอคอยเองก็มีแผ่นศิลาหินที่แสดงชื่อและลำดับเอาไว้

ณ ตอนนี้มีผู้คนมากมายรายล้อมอยู่ในพื้นที่นี้ซึ่งหลายๆคนเองก็เป็นศิษย์ใหม่ที่กำลังแสดงสีหน้าที่ตื่นเต้นออกมาไม่หยุดเพราะถึงอย่างไรนี่เป็นการทดสอบทั้งสำนัก !

"พี่เขย ท่านว่าข้าควรจะยอมแพ้ในการทดสอบนี้ไหม ? "

ซินเชิงหยุนได้ถามออกมา

แม้ว่าทางสำนักจะจัดการทดสอบขึ้นทุกๆ 2 เดือนแต่การจะเข้าร่วมนั้นอยู่ที่ตัวของศิษย์สำนักเองและมีหลายๆคนที่ไม่ได้คิดจะเข้าร่วมการทดสอบนี้โดยยกตัวอย่างเช่นในพื้นที่ห่างออกไปไม่ไกลนั้นมีคนหลายคนซึ่งไม่มีทางที่สถานะของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงและหลายๆคนเองก็ยังคิดว่าระดับพลังของตัวเองยังไม่เพียงพอและไม่สามารถเลื่อนระดับได้ดังนั้นถึงเลือกที่จะไม่ทดสอบ

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่สงสัยออกมาพร้อมกับพูดว่า

"ทำไมล่ะ ? "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่อึดอัดว่า

"ก็มันเป็นเพราะว่าข้าอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 เท่านั้น หากว่าไม่สละสิทธิ์ข้าก็ต้องอยู่ที่โหล่แน่นอนเพราะถึงอย่างไรก็ตามคนที่เข้าร่วมสำนักด้วยเขตแดนระดับเดียวกับข้าก็มีอยู่น้อยมากๆ หากว่าเจ้าพวกคนแบบนั้นสละสิทธิ์แล้วข้าก็ต้องอยู่ที่โหล่ ? เสียหน้าจะตาย !"

หลินเทียน

"..........."

เออ ที่เจ้านี่พูดมันก็มีเหตุผลแหะ !

ทันใดนั้นเองที่มีเสียงฮือฮาดังขึ้นในฝูงชนและต่างจ้องมองไปทางชายหนุ่มชุดสีฟ้าด้วยสายตาเดียวกัน

"พี่เขย นั่นมันเหล็งเฟิง ! "

ซินเชิงหยุนได้พูดออกมาด้วยเสียงกระซิบ

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 146

คัดลอกลิงก์แล้ว