เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 พาพี่ใหญ่เข้าไปในมิติ

บทที่ 3 พาพี่ใหญ่เข้าไปในมิติ

บทที่ 3 พาพี่ใหญ่เข้าไปในมิติ


บทที่ 3 พาพี่ใหญ่เข้าไปในมิติ

หลังจากเย่หลิงพูดจบ เธอก็มองไปที่เย่จิงเหยียน "พี่ใหญ่ ทุกอย่างที่หนูเล่าให้ฟัง หนูเห็นมันในความฝัน และมันก็รู้สึกเหมือนจริงมากๆ เลยค่ะ"

เย่จิงเหยียนมองเธอด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน "แค่ความฝันอย่างเดียวมันยากที่จะเชื่อได้ แต่ในเมื่อเธอคือหลิงหลิง พี่ก็เลือกที่จะเชื่อเธอ"

ภายใต้สายตาที่ยากจะคาดเดานั้น หัวใจของเย่หลิงพลันสั่นสะท้าน เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงมองเธอแบบนั้น หรือว่าเธอเผลอเผยพิรุธออกไปแล้ว?

แต่คำพูดต่อมาของเขาก็ทำให้เธอแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"【แค่พี่ใหญ่เชื่อก็พอแล้ว ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ช่างปะไร?】"

เย่จิงเหยียนถามเธอ "เมื่อกี้เธอเพิ่งบอกว่าพื้นที่ของเราก็อยู่ในเขตแผ่นดินไหว และเมืองทั้งเมืองจะหายไปงั้นเหรอ?"

เย่หลิงพยักหน้า

เขาถามต่อ "แล้วภูมิภาคไหนในประเทศของเราที่ยังปลอดภัยล่ะ?"

"เมืองหลวง เมืองเจ และบางส่วนของที่ราบภาคกลางค่ะ หลังจากนั้นก็เป็นเมืองหลวงของมณฑลข้างเคียง ที่นั่นจะไม่ได้รับผลกระทบหนักมากและสามารถอพยพไปได้ แต่ว่าเมืองนั้นอยู่ใกล้กับแม่น้ำแยงซีเกียง ดังนั้นพอเกิดสึนามิก็จะได้รับผลกระทบไปด้วยเหมือนกัน"

เย่จิงเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดกับเธอว่า "เธอไปเดินเล่นก่อนเถอะ พวกพี่มีเรื่องต้องคุยกันนิดหน่อย พอพี่จัดการธุระเสร็จแล้ว เราค่อยออกไปข้างนอกด้วยกัน"

"ตกลงค่ะ งั้นหนูกลับห้องก่อนนะ"

เธอผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ โบกมือให้พวกเขา แล้วก้าวฉับๆ ออกไป

"【โอ้โห ทักษะการแสดงของฉันมันเนียนขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย? หลอกพวกเขาได้สนิทใจเลย!】"

"【ถ้ารู้ว่ามีพรสวรรค์ด้านการแสดงขนาดนี้ ฉันน่าจะลองไปเสี่ยงดวงที่สตูดิโอถ่ายทำหนังตั้งแต่แรก เผื่อมีผู้กำกับคนไหนตาถึง ฉันอาจจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์คนต่อไปก็ได้!】"

"【...ตื่นเถอะเย่หลิง เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว เอาเวลาไปคิดเรื่องมิติเก็บของดีกว่า ถ้าฉันสามารถกระตุ้นพลังมิติได้ ฉันก็จะยอมเปิดอกคุยกับพวกเขาตรงๆ เกาะขาคนใหญ่คนโตไว้ ยังไงก็มีเนื้อให้กิน】"

พี่ชายทั้งห้าคน: "..."

เย่จิ่นเหยียนมองตามแผ่นหลังของเธอไป แววตาของเขาฉายแววอ่อนโยนอย่างที่หาดูได้ยาก

เย่จิงเหยียนลุกขึ้นยืน "ตามพี่ไปที่ห้องหนังสือ"

ภายในห้องหนังสือ เย่จิงเหยียนต่อสายหาคุณลุงเป็นคนแรก น้ำเสียงที่คุยโทรศัพท์นั้นกระชับฉับไว "คุณลุงครับ"

"อืม"

"ผมได้รับข่าวมาว่าในอีกสิบวันข้างหน้า จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทั่วโลก ขนาด 10 ถึง 12 แมกนิจูด และจะมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาในระดับ 6 ถึง 8 เมืองครึ่งประเทศของเราจะหายไปในเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ และหลังจากนั้นก็จะมีสึนามิขนาดยักษ์ตามมาด้วยครับ"

"นอกจากนี้ หลังจากแผ่นดินไหวจะมีสิ่งมีชีวิตประหลาดปรากฏตัวขึ้น ส่วนจะเป็นตัวอะไรนั้น ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดครับ"

"...เชื่อถือได้แค่ไหน?"

"เชื่อถือได้แน่นอนครับ"

"คนของคุณงั้นเหรอ?"

"ครับ"

ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนที่น้ำเสียงหนักแน่นและทรงอำนาจจะดังขึ้นอีกครั้ง "ลุงเข้าใจแล้ว ถ้ามีข่าวอะไรคืบหน้า รายงานลุงทันที"

"แล้วก็ ลุงอยากให้พวกหลานทุกคนมารวมตัวกันที่เมืองหลวงภายในสามวัน ที่นี่มีฐานหลบภัยที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกอยู่"

"เข้าใจแล้วครับคุณลุง อย่าลืมตุนเสบียงไว้ด้วยนะครับ สวัสดีครับ"

เขาวางสายแล้วหันไปมองน้องชายคนอื่นๆ "สรุปสั้นๆ เลยนะ มีความเป็นไปได้สูงมากที่หลิงหลิงจะกลับมาแล้ว ทั้งพฤติกรรม ท่าทาง ความคิด นิสัยใจคอ และอื่นๆ ในตอนนี้ของเธอ ล้วนคล้ายคลึงกับตอนที่เธอยังเด็กมาก แต่พวกเรายังต้องคอยสังเกตการณ์ต่อไปเพื่อยืนยันให้แน่ใจว่าใช่เธอจริงๆ หรือเปล่า"

"น้องรอง เดี๋ยวแกไปที่บ้านใหญ่ตระกูลเย่แล้วแจ้งให้พวกเขาเตรียมตัวอพยพ ถ้าพวกเขาไม่ยอมก็ไม่ต้องไปบังคับ จากนั้นให้ส่งคนไปกว้านซื้อเสบียง เลือกซื้อจากเมืองระดับหนึ่งและระดับสอง ทยอยซื้อเป็นล็อตๆ อย่าซื้อทีเดียวเยอะเกินไป"

"อีกไม่นานทางรัฐบาลจะต้องเคลื่อนไหวแน่ เวลาของเรามีจำกัด ซื้อมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนสถานที่จัดส่ง ตอนนี้ให้ใช้ที่อยู่นี้ไปก่อน"

"น้องสาม จองตั๋วเครื่องบินไปเมืองหลวงเดี๋ยวนี้เลย แล้วหาคนมาต่อเติมกำแพงบ้านพักของพวกเรา รวมถึงห้องใต้ดินด้วย"

"น้องสี่ จองตั๋วเครื่องบินไปรัสเซีย ไปกว้านซื้อเสื้อผ้ากันหนาว ยานพาหนะ และอาหารกระป๋องที่ดีที่สุดมา เลือกที่อยู่จัดส่งเป็นบ้านพักที่เมืองหลวง"

"น้องห้า ติดต่อพ่อค้าอาวุธทันที ยิ่งได้อาวุธมาเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี..."

เมื่อได้ยินดังนั้น พี่น้องทั้งสี่คนก็เริ่มลงมือจัดการตามหน้าที่ของตัวเองทันที

หลังจากที่เย่หลิงวิ่งกลับมาถึงห้องของเจ้าของร่างเดิม เธอก็ไม่สามารถสงบจิตสงบใจลงได้เลย

"【ว้าว—นี่สินะห้องนอนของคุณหนูตระกูลเศรษฐี?】"

"【เตียงเจ้าหญิงนี่น่าจะกว้างสักสามเมตรได้ ว้าว~ นุ่มเด้งนอนสบายสุดๆ】"

"【ตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอินโคลเซตนี่น่าจะกว้างเป็นร้อยตารางเมตรเลยล่ะมั้ง ดูผนังกระเป๋าพวกนี้สิ สวยๆ ทั้งนั้นเลย】"

"【คุณพระช่วย อ่างอาบน้ำนี่จะใหญ่เกินไปแล้วนะ ลงไปแช่พร้อมกันสิบคนยังได้เลยมั้งเนี่ย】"

เย่หลิงเดินสำรวจรอบห้องไปหนึ่งรอบ แล้วก็ได้ข้อสรุปว่าเธอคงไม่มีวาสนาได้ใช้ชีวิตหรูหราแบบนี้หรอก

เธอทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของคุณหนูไฮโซ แต่ยังไม่ทันจะได้เสวยสุขให้หนำใจ ภัยพิบัติทางธรรมชาติก็จะมาเยือนซะแล้ว แถมเธอยังเป็นแค่บทตัวประกอบที่พร้อมจะไปเฝ้ายมบาลได้ทุกเมื่ออีกต่างหาก

ช่างเถอะ มาดูมิติเก็บของกันดีกว่า

เธอไปยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบใบมีดสะอาดๆ ขึ้นมาสะกิดที่ปลายนิ้ว พอเลือดซึมออกมา เธอก็รีบหยดมันลงบนกำไลหยกทันที พลางพึมพำว่า "นี่คือของวิเศษที่สืบทอดกันมาในตระกูลเย่ มันจะต้องแสดงพลังออกมาสิ

ถึงแม้ฉันจะไม่ใช่คนของตระกูลเย่ แต่เจ้าของร่างเดิมก็เติบโตมาในตระกูลเย่ ก็นับว่าเป็นคนตระกูลเย่ครึ่งหนึ่งแล้ว ขอให้บรรพบุรุษคุ้มครองด้วยเถิด"

เย่จิงเหยียนเดินมาถึงหน้าห้องของเย่หลิงและกำลังจะเคาะประตู แต่เขากลับได้ยินเสียงหัวร้องอย่างบ้าคลั่งดังทะลุออกมาจากข้างใน "ฮ่าๆๆๆๆ สำเร็จแล้ว! มันใช้ได้จริงๆ ด้วย!!!"

มุมปากของเย่จิงเหยียนยกขึ้นเล็กน้อย ของชิ้นนี้เดิมทีก็เป็นของเธออยู่แล้ว จึงไม่แปลกอะไรที่เธอจะสามารถเปิดมันได้

อย่างไรก็ตาม ห้องนี้เก็บเสียงได้ดีมาก เสียงกรีดร้องที่เขาได้ยินจึงน่าจะเป็นเสียงในใจของเธอต่างหาก

เขาเคาะประตู เย่หลิงรีบวิ่งมาเปิดประตูก่อนจะคว้านิ้วเขาแล้วลากเข้ามาในห้องอย่างตื่นเต้น "พี่ใหญ่ หนูเจอของวิเศษด้วยล่ะ ถ้าพี่เห็นแล้วจะต้องตกใจแน่ๆ"

เย่จิงเหยียนเดินตามเธอเข้ามา แววตาของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม "ของวิเศษอะไรล่ะ?"

เย่หลิงลากเขาเข้าไปในห้องแต่งตัว ชี้ไปที่ผนังซึ่งเต็มไปด้วยกระเป๋าหรู ขยิบตาอย่างมีเลศนัยแล้วพูดอย่างซุกซนว่า "ดูให้ดีๆ นะคะ"

"เก็บ"

กระเป๋าทั้งหมดตรงหน้าอันตรธานหายไปในพริบตา

เย่จิงเหยียนเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะเห็นเย่หลิงจับมือเขาไว้แน่นแล้วส่งยิ้มให้ "เข้าไป"

วินาทีต่อมา ทั้งสองคนก็มาปรากฏตัวอยู่บนพื้นดินสีดำสนิท

"เป็นไงคะ? สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ?"

"【ฮ่าๆๆๆๆ ความรู้สึกนี้มันโคตรเจ๋งเลย! เมื่อก่อนตอนอ่านนิยาย ฉันก็มักจะจินตนาการอยากมีมิติวิเศษแบบนี้มาตลอด ไม่คิดเลยว่าเย่หลิงคนนี้จะได้มาจริงๆ!】"

"【หึ ถึงเป็นแค่ตัวประกอบแล้วไงล่ะ? ฉันก็มีนิ้วทองคำเหมือนกันนั่นแหละ มีมิติเก็บของซะอย่าง ไม่เชื่อหรอกว่าจะตายง่ายขนาดนั้น?】"

เย่จิงเหยียนเอื้อมมือไปลูบหัวเธอเบาๆ ก่อนจะมองสำรวจมิติที่อยู่ตรงหน้า

พวกเขายืนอยู่ท่ามกลางผืนดินสีดำซึ่งกะคร่าวๆ น่าจะกว้างประมาณสองหมื่นตารางเมตร สุดปลายของผืนดินสีดำถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาว

ทางด้านซ้ายมือด้านหน้าเป็นน้ำพุวิญญาณ พื้นที่ไม่ได้กว้างขวางนักแต่ก็ล้อมรอบไปด้วยดอกไม้และต้นไม้นานาพันธุ์

เขาจูงมือเย่หลิงเดินไปหยุดอยู่ที่ขอบบ่อน้ำพุวิญญาณ

น้ำพุวิญญาณใสแจ๋ว ความลึกน่าจะประมาณสองเมตร

ต้นกำเนิดของสายน้ำถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกสีขาว ทำให้มองเห็นรูปร่างที่แท้จริงไม่ชัดเจนนัก

ส่วนปลายอีกด้านของน้ำพุวิญญาณก็ถูกซ่อนอยู่ในหมอกสีขาว ทำให้ยากที่จะมองเห็นเช่นกัน

ในน้ำพุวิญญาณมองไม่เห็นปลาเลยสักตัว แต่กลับมีหินหยกที่สวยงามและสิ่งของอื่นๆ มองเห็นได้อย่างชัดเจน

"【สวยจัง น้ำพุวิญญาณนี่น่าจะดื่มได้ใช่ไหมเนี่ย...】"

"พี่ใหญ่ ได้กลิ่นหอมสดชื่นหวานๆ ไหมคะ? หนูว่าน่าจะมาจากน้ำพุวิญญาณกับดอกไม้พวกนี้แหละ หนูอยากลองดื่มน้ำนี่จัง"

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า "อย่าเพิ่งดื่มเลย พวกเรายังมีธุระต้องทำ เอาไว้คืนนี้กลับมาค่อยลองดูก็แล้วกัน"

เย่หลิงพยักหน้าเห็นด้วย

เย่จิงเหยียนยังคงสังเกตสภาพแวดล้อมรอบๆ ต่อไป

นอกจากผืนดินสีดำกับน้ำพุวิญญาณแล้ว ก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก

อุณหภูมิในมิติอยู่ที่ประมาณ 20 องศาเซลเซียส เป็นอุณหภูมิที่กำลังเย็นสบาย

แม้ว่ามิติแห่งนี้จะถูกรายล้อมไปด้วยหมอกสีขาว แต่กลับไม่ได้รู้สึกชื้นแฉะเลยสักนิด ช่างน่ามหัศจรรย์จริงๆ

เขาก้มลงมองเย่หลิงที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดข้างๆ แล้วพูดขึ้นว่า "มันมหัศจรรย์มากจริงๆ มิติแห่งนี้มีประโยชน์มาก แต่พวกเราคงต้องทำการทดลองอะไรสักหน่อย"

"อื้อ พี่ใหญ่ หนูอยากซื้อพวกต้นกล้าผลไม้ เมล็ดผัก แล้วก็พวกสัตว์เลี้ยงเอามาไว้ในนี้จังเลยค่ะ"

เย่จิงเหยียนพยักหน้ารับ "พวกเราต้องเตรียมของอีกเยอะเลยล่ะ ออกไปข้างนอกกันก่อนเถอะ"

จบบทที่ บทที่ 3 พาพี่ใหญ่เข้าไปในมิติ

คัดลอกลิงก์แล้ว