- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก เมื่อเหล่าตัวร้ายอ่านใจฉันได้ ก็พากันตุนเสบียงแบบบ้าคลั่ง
- บทที่ 2 ในเมื่อฉันมาอยู่ที่นี่แล้ว เธออย่าหวังว่าจะได้อะไรไปสักอย่างเลย!
บทที่ 2 ในเมื่อฉันมาอยู่ที่นี่แล้ว เธออย่าหวังว่าจะได้อะไรไปสักอย่างเลย!
บทที่ 2 ในเมื่อฉันมาอยู่ที่นี่แล้ว เธออย่าหวังว่าจะได้อะไรไปสักอย่างเลย!
บทที่ 2 ในเมื่อฉันมาอยู่ที่นี่แล้ว เธออย่าหวังว่าจะได้อะไรไปสักอย่างเลย!
หลินหลานแสร้งทำหน้าตาเหมือนถูกรังแก "เปล่านะคะ คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น และฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าของพวกนี้เป็นของล้ำค่าประจำตระกูลของคุณ"
เย่จิงเหยียนพูดแทรกขึ้นมา "ไม่ว่าเธอจะรู้หรือไม่รู้ แต่การเอาของไปโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการลักทรัพย์ และฉันสามารถส่งเธอไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย"
เย่หลิงพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วยอยู่ข้างๆ "ใช่แล้ว พวกเราส่งเธอไปกินข้าวแดงในคุกได้เลยนะ"
หลินหลานถึงกับหน้าเหวอ ทำไมสถานการณ์ถึงได้ตาลปัตรไปจากที่เธอคิดไว้ล่ะ?
พ่อบ้านไม่ชอบขี้หน้าหลินหลานมาตั้งนานแล้ว หากไม่ใช่เพราะคุณหนูชอบเล่นกับเธอ ยัยคนนี้คงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวผ่านประตูตระกูลเย่เข้ามาด้วยซ้ำ
เขาจับตัวหลินหลานไว้แล้วกระชากลูกประคำคืนมา "คุณหลิน จะขัดขืนไปทำไมครับ? คุณหลอกล่อให้คุณหนูมอบลูกประคำให้ พวกเราสามารถโทรเรียกตำรวจมาจับคุณได้ทุกเมื่อนะครับ"
ขอบตาของหลินหลานแดงก่ำ เธอมองไปที่เย่หลิงด้วยสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจ
เธอสงสัยว่าเย่หลิงจอมงี่เง่าคนนี้เป็นอะไรไป? เมื่อก่อนยัยนี่ไม่เคยยอมให้พวกพี่ชายเข้ามาจุ้นจ้านเรื่องของพวกเธอเลย และไม่มีทางทำกับเธอแบบนี้แน่ หรือว่ายัยนี่ก็กลับชาติมาเกิดเหมือนกัน?
พอคิดได้ดังนั้น หัวใจของเธอก็กระตุกวูบ ถ้ายัยนั่นย้อนเวลากลับมาจริงๆ แผนการของเธอก็พังพินาศหมดน่ะสิ
ในวินาทีนี้ เธอรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่สวมลูกประคำเส้นนี้มา
ลูกประคำเส้นนี้ไม่ใช่ของธรรมดาแน่ๆ สัญชาตญาณบอกเธอว่ามันมีความสำคัญกับเธอมาก
เธอยังไม่ทันจะได้ศึกษามันให้ดีก็ถูกแย่งกลับไปเสียแล้ว
เย่หลิงลุกขึ้นยืน รับลูกประคำจากมือพ่อบ้านมาสวมไว้ที่ข้อมือตัวเอง
เธอส่งสัญญาณให้พ่อบ้านปล่อยตัวหลินหลาน จากนั้นก็เห็นหลินหลานมองมาที่เธอด้วยน้ำตานองหน้า "หลิงหลิง ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมจู่ๆ เธอถึงทำกับฉันแบบนี้ แต่ฉันไม่โกรธเธอหรอก ในเมื่อมันเป็นของล้ำค่าประจำตระกูล คราวหน้าคราวหลังเธอก็อย่าพูดว่าไม่ชอบมันอีกนะ คนอื่นเขาจะเข้าใจผิดเอาได้"
เย่หลิง: "..."
ให้ตายเถอะ ขนาดเวลาแบบนี้ ยัยนี่ก็ยังไม่วายเสี้ยมให้พี่น้องแตกคอกันอีกนะ
หลินหลานปาดน้ำตาแล้วถามด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร "เมื่อคืนเธอสัญญาว่าจะไปงานอนิเมะกับฉันวันนี้นี่นา เรายังจะไปกันอยู่ไหม?"
"เฮ้ๆๆ มาทำสายตาหวานหยาดเยิ้มใส่ฉันก็ไม่มีประโยชน์หรอกนะ ฉันชอบผู้ชายย่ะ!"
เย่หลิงก้าวไปขวางหน้าหลินหลานแล้วถลึงตาใส่ "โอ้โฮ เมื่อกี้เพิ่งจะหว่านเสน่ห์ใส่ฉัน ตอนนี้หันไปยั่วจวนพี่ชายฉันแล้วเหรอ? ฉันไม่ยอมหรอกนะ!"
พี่ชายทั้งห้าคนก้มหน้าลงพร้อมกันเพื่อซ่อนรอยยิ้มในแววตา
เปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ด้วย
เย่หลิงคนก่อนไม่มีทางออกโรงปกป้องพวกเขาแบบนี้แน่ ยัยนั่นมักจะทำตัวเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจเสมอ
พวกเขารู้สึกตื่นเต้นนิดๆ หวังว่าน้องสาวตัวน้อยที่พวกเขาเฝ้าถวิลหาจะกลับมาแล้วจริงๆ
เย่หลิงจ้องหน้าหลินหลานตรงๆ "ไม่ ฉันไม่ไป เธอไปคนเดียวเถอะ คุณปู่พ่อบ้านคะ ช่วยส่งแขกด้วยค่ะ คราวหน้าอย่าปล่อยให้ใครหน้าไหนเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพวกเราอีกนะคะ"
"รับทราบครับคุณหนู"
"เชิญครับ"
หลินหลานก้มหน้ากัดริมฝีปาก ไม่อยากจะเดินออกไปเลย
เป้าหมายของเธอยังไม่สำเร็จเลย
วันสิ้นโลกจะมาถึงในอีกสิบวัน วันนี้เธอต้องเอากำไลหยกมาให้ได้ แล้วจะได้ไปกว้านซื้อเสบียงกับพี่เสิ่น
ประสบการณ์ในชาติก่อนมันน่ากลัวเกินไป เธอไม่อยากกลับไปเผชิญหน้ากับมันอีกแล้ว
พี่ห้าเย่เยี่ยนหลิงเห็นอีกฝ่ายเอาแต่อิดออดไม่ยอมไป น้ำเสียงของเขาจึงเริ่มแข็งกร้าว "คุณหลิน ตั้งแต่นี้ไป รบกวนแสดงบัตรเชิญเวลามาที่บ้านเราด้วยนะครับ ขนาดพ่อของคุณยังไม่กล้าเหยียบเข้ามาในตระกูลเย่โดยไม่ได้รับเชิญเลย"
พ่อบ้านเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาเชิญตัวหลินหลานออกไปอย่างสุภาพ
เย่หลิงมองตามหลังหลินหลานที่ถูกเชิญออกไปพลางแค่นเสียงฮึดฮัด "ฉันไม่ได้เอาหัวใจเหมันต์ปาใส่เธอ หัวใจพฤกษาก็ทวงคืนมาแล้ว กำไลหยกมิติก็ไม่ได้ให้ไป คราวนี้มาดูกันซิว่าเธอจะเอาปัญญาที่ไหนมาผยอง"
"ทีนี้ก็ถึงตาฉันกักตุนเสบียงบ้างล่ะ! แต่ด้วยวิสัยทัศน์และทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ฉันจะตุนได้สักแค่ไหนกันเชียว?"
"เพราะงั้น เรื่องแบบนี้ยังไงก็ต้องพึ่งพี่ใหญ่กับคนอื่นๆ พวกเขาเป็นถึงบอสใหญ่จอมเผด็จการ เป็นผู้มีอิทธิพลล้นฟ้า ให้พวกเขาจัดการเรื่องเสบียงย่อมต้องครอบคลุมกว่าฉันทำเองแน่ๆ แต่จะใช้ข้ออ้างอะไรหลอกให้พวกเขากักตุนเสบียงดีล่ะ?"
เธอเผลอกัดเล็บตัวเองโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็ลอบมองพี่ใหญ่และคนอื่นๆ แล้วก็เห็นว่าพวกเขาทุกคนกำลังจ้องมองมาที่เธอ ทำเอาเธอสะดุ้งตกใจจนรีบเอามือลงแทบไม่ทัน
"ทำไมพวกเขาถึงจ้องฉันแบบนั้นล่ะ? หรือว่าความแตกแล้ว?"
เย่จิ่นเหยียนมองเธอด้วยสายตาล้ำลึก เย่หลิงที่อยู่ตรงหน้าเขาแสดงความคิดทุกอย่างออกมาทางสีหน้าจนหมด ใครก็ตามที่มีไหวพริบสักหน่อยก็มองทะลุเจตนาของเธอได้ปราดเดียว
ภาพนี้ทำให้เขารู้สึกเหม่อลอยไปชั่วขณะ
พี่สี่เย่เทียนเฟยโบกมือเรียกเธอ เย่หลิงจึงรีบวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหา
"พี่สี่เรียกฉันเหรอคะ"
"พี่สี่เย่เทียนเฟย พ่อคนงามผู้บ้าคลั่ง หลังจากที่เจ้าของร่างเดิมถูกนางเอกฆ่าตาย เขาก็สติแตก เขาสร้างระเบิดขึ้นมาแล้วไปดักซุ่มรอนางเอก หวังจะระเบิดยัยนั่นให้แหลกเป็นจุณ น่าเสียดายที่รอบตัวนางเอกมีคนคอยคุ้มกันเยอะเกินไป เขาเลยเข้าไม่ถึงตัว"
"เขาไม่รู้เลยว่าพระเอกปลุกพลังจิตขึ้นมาได้แล้ว พระเอกจับสัมผัสได้ตอนที่เขาดักซุ่มอยู่ ทั้งพระเอกและหลินหลานปั่นหัวพี่สี่เล่น ปล่อยให้พี่สี่ซุ่มรออยู่ตรงนั้นข้ามวันข้ามคืน สุดท้ายพระเอกก็เรียกพวกนักโทษมารุมรังแกเขา"
"มีหรือที่พี่สี่จะยอมให้พวกมันสมหวัง? เขาใช้ระเบิดพลีชีพตายตกไปตามกันกับพวกมันเลย"
เย่เทียนเฟย: "..."
เดี๋ยวนะ ในหนังสือเขาโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ?
เขาจะแก้แค้นให้เย่หลิงแน่ แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีนี้ มีวิธีแก้แค้นตั้งมากมาย ทำไมเขาถึงต้องเลือกวิธีที่โง่เง่าที่สุดด้วยล่ะ?
ถึงขั้นลงมือทำระเบิดเองเลยเนี่ยนะ แล้วพวกโดรน หมาหุ่นยนต์ กับหุ่นยนต์รบของเขามีไว้ตั้งโชว์หรือไง? ทำไมถึงไม่ส่งพวกมันไปถล่มพวกรกโลกนั่นล่ะ?
...ช่างเถอะ มีเรื่องให้บ่นเยอะแยะไปหมด ขี้เกียจจะใส่ใจแล้ว
เขายื่นมือไปจิ้มหัวฟูๆ ของเธอ "ไม่มีอะไรอยากจะบอกพวกเราหน่อยเหรอ?"
"มีสิคะ"
"แต่มันเยอะมากเลยนะ ฉันกลัวว่าพวกพี่จะไม่เชื่อกันน่ะสิ"
เย่เทียนเฟย: "...งั้นก็เล่ามาสิ พวกเราฟังอยู่"
"เอ่อ..."
เธอหันไปมองพี่ชายคนอื่นๆ แล้วพูดว่า "จู่ๆ ฉันก็ตาสว่างขึ้นมาน่ะค่ะ ว่าหลินหลานเป็นคนที่เสแสร้งเก่งมาก ฉันเลยไม่อยากเล่นกับเธออีกแล้ว"
เย่จิ่นเหยียนพยักหน้าบางๆ "อืม ถือว่ามีพัฒนาการ แล้วมีอะไรอีกไหม?"
"แล้วก็..."
เธอเขี่ยตัวนิ้วตัวเองอย่างประหม่าแล้วกระซิบเสียงแผ่ว "ถ้าฉันบอกว่าฉันฝันสมจริงมากๆ แล้วในฝันมันบอกว่าวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้ แล้วพวกเราทุกคนก็ตายลงหลังจากวันสิ้นโลกมาเยือนได้ไม่นาน พวกพี่จะ... เชื่อฉันไหมคะ?"
พี่ชายทั้งห้า: "..."
นี่คือข้ออ้างเดียวที่เธอคิดออกงั้นเหรอ?
ถ้าไม่ได้ยินเสียงในใจของเธอ ขืนมาอ้างแบบนี้ ใครที่ไหนจะไปเชื่อว่าวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง?
เย่จิ่นเหยียนพยายามตะล่อมถามอย่างใจเย็น "วันสิ้นโลกแบบไหนล่ะ? แบบมีซอมบี้เหมือนในหนังน่ะเหรอ? หรือว่าอากาศหนาวจัด? หรือเอเลี่ยนบุกโลก?"
ดวงตาของเย่หลิงเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าพี่สามเชื่อคำพูดของเธอจริงๆ
เธอรีบวิ่งกลับไปที่นั่งของตัวเอง กระแอมไอเล็กน้อย แล้วมองพวกเขาด้วยสีหน้าจริงจัง "ไม่ใช่ซอมบี้ค่ะ แต่เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ ในอีกสิบวันข้างหน้า จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทั่วโลก ระดับ 10-12 ริกเตอร์ และมีอาฟเตอร์ช็อกระดับ 6-8 ตามมา ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนั้น ประเทศที่อยู่ใกล้ภูเขาและชายฝั่งทะเลแทบจะหายไปจากแผนที่โลกเลยล่ะค่ะ"
ในที่สุดเย่จิงเหยียนกับคนอื่นๆ ก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์เมื่อได้ยินเช่นนั้น
เย่หลิงนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ใบหน้าเล็กๆ ของเธอก็ซีดเผือดลง "เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของเมืองในประเทศเราจะหายวับไป และเมือง S ก็คือหนึ่งในนั้น ที่น่ากลัวก็คือหลังจากแผ่นดินไหวแล้วจะมีสึนามิตามมาค่ะ
ภูมิภาคที่ราบภาคกลางของประเทศเราจะได้รับผลกระทบจากสึนามิทั้งหมด ไม่ต้องพูดถึงพื้นที่ติดชายฝั่งเลยค่ะ หลังจากสึนามิผ่านพ้นไป ก็จะเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง อุณหภูมิในบางพื้นที่จะลดต่ำสุดถึงลบ 75 องศาเซลเซียส ส่วนพื้นที่ส่วนใหญ่ในประเทศเราจะอยู่ที่ลบ 45 ถึง 65 องศาเซลเซียส
ความหนาวเหน็บนี้จะกินเวลานานถึงหนึ่งปี หลังจากผ่านไปหนึ่งปี คลื่นความร้อนจะเข้าจู่โจม อุณหภูมิสูงสุดจะพุ่งทะยานถึง 65-70 องศาเซลเซียส และพื้นที่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 50 องศาเซลเซียส ผู้คนล้มตายไปมากมายตั้งแต่ระลอกแรกที่เป็นแผ่นดินไหวแล้วค่ะ
พอมาถึงระลอกที่สี่ มนุษยชาติก็แทบจะสูญพันธุ์ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากแผ่นดินไหวก็จะมีสิ่งมีชีวิตประหลาดโผล่ออกมา พวกมันปรากฏตัวขึ้นมาจากไหนก็ไม่รู้ ฆ่ามนุษย์ได้อย่างง่ายดายเหมือนกับที่เราฆ่าเป็ดฆ่าไก่เลยล่ะค่ะ และมีมนุษย์เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่ปลุกพลังพิเศษขึ้นมาได้"