เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 134

Divine King Of All Directions - 134

Divine King Of All Directions - 134


Divine King Of All Directions - 134

 

จริงๆมันไม่ใช่รถม้านะ แอดไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไรอะ มันเป็นที่นั่งที่คนรับใช้แบกไปไหนมาไหนที่จะเห็นได้ในหนังจีนงะ

.......................................................................................................................................................................................

ภายในป่าลึกนั้นเสียงคำรามของสายฟ้าได้ถูกส่งออกมาไม่หยุดขณะที่หลินเทียนผู้ซึ่งกำกระบี่เอาไว้ในมือยังคงฝึกทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตของเขา

"!"

"!"

"!"

คลื่นสายฟ้าได้ถูกส่งออกมาจากร่างกายของเขาก่อนที่จะห่อหุ้มเอาไว้เหมือนดั่งเทพสายฟ้า

หลินเทียนได้เคลื่อนไหวก่อนที่จะกวัดแกว่งกระบี่ออกไปเหมือนเป็นการส่งสายฟ้าลงมายังพื้นโลก

แกร๊ง ! ต้นไม้เหี่ยวที่อยู่ห่างออกไปได้ระเบิดออกเป็นผุยผงก่อนที่โคนของมันจะถูกเผาจนเกรียมเหมือนโดยฟ้าผ่า

เขาได้ลืมตาขึ้นมาก่อนที่จะสูดหายใจเข้า

แม้ว่ามันเป็นเพียงการฟาดฟันธรรมดาๆแต่เมื่อมองไปยังผลลัพธ์ตรงหน้าแล้วก็ทำให้เขาพอใจอย่างมาก

"มาต่อกันเลย"

เขาได้พูดออกมาก่อนที่คลื่นกระบี่ของเขาจะรุนแรงขึ้น

ทุกการฟาดฟันของเขาทำให้พื้นที่มืดๆจุดประกายขึ้นมาเหมือนกระแสไฟฟ้าที่ส่งแรงกดดันที่น่าเกรงขามออกมา

"สะบั้นแรก ! "

ทั้งสองมือได้กำกระบี่เอาไว้พร้อมทั้งฟาดฟันออกไปอย่างจัง

ในสถานที่แห่งนี้เขาไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรดังนั้นถึงได้ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อมีพลังเต็มเปี่ยมเขาก็จะลุกขึ้นมากวัดแกว่งกระบี่อย่างบ้าคลั่ง เมื่อหิวเขาก็จะเดินไปหยิบเอาเนื้อของสัตว์อสูรมาปิ้งทาน เมื่อเหนื่อยเขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลด้วยซ้ำว่าจะมีสัตว์อสูรเข้ามาจู่โจมเขา

และมันก็เป็นอยู่อย่างนั้นกว่าครึ่งเดือน

........

และตอนนี้ในเวลาเช้าตรู่นั้นศิษย์ใหม่ทั้งหลายก็ได้พากันออกมาจากภายในป่า

ชายวัยกลางคนที่รับหน้าที่ดูแลการทดสอบนี้ได้มองไปยังเหล็งเฟิงและศิษย์เก่าคนอื่นๆ

"ดีมาก "

เขาได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ชายคนนี้มีชื่อว่าฮานเฮอเป็นผู้อาวุโสของสำนักเป่ยหยาน

ณ ตอนนี้มีผู้คนมากมายยืนรออยู่โดยรอบป่า หลายๆคนมาเพื่อดูสถานการณ์ต่างๆแต่ที่มุมๆหนึ่งนั้นมีรถม้าคันหนึ่งจอดอยู่ซึ่งสายตาของจี่หยูได้แต่จับจ้องไปในป่าอย่างราบเรียบเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง

"เหล็งเฟิง น้องชายเจ้าออกมาแล้ว"

ชายข้างๆเขาได้พูดขึ้น

เหล็งเฟิงเองก็ได้มองไปทางเหล็งอี้ทงอย่างไม่แยแสนัก

เหล็งอี้ทงได้ยิ้มออกมาพร้อมกับมองไปทางรถม้าก่อนที่จะเดินไปทักทายโดยทันที

"หยูเอ๋อ มาทำอะไรงั้นรึ ? "

เหล็งอี้ทงได้พูดออกมา

"รอ "

จี่หยูได้ตอบกลับไป

"ใคร ? "

หัวใจของเขารู้สึกเย็นยะเยือกก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"ข้างั้นรึ ? เป็นเกียรติจริงๆ "

จี่หยูเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อพร้อมทั้งหันหน้าไปมองที่ป่าอีกครั้ง

หลายๆคนก็ได้แต่จ้องมองมาทางนาง

"งดงามจริงๆ ! "

"นี่หญิงงามอันดับที่ 1 มารอนายน้อยเหล็งด้วยตัวเองเลย ? "

"สุดยอดไปเลย หากว่าข้าได้เกิดในตระกูลมีอำนาจแบบนั้นบ้างก็ดีสินะ "

"ต่อให้อายุขัยลดลง 20 ปีข้าก็ยอม "

"ไปไกลๆเลนไป "

หลายๆคนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันออกมาขณะที่จ้องมองไปยังรถม้า

แน่นอนว่าไม่มีใครเดินออกมาจากป่าอีกแล้ว

239 คนที่เข้าไป มี 221 คนที่รอดออกมา

"เอาล่ะ น่าจะได้เวลาแล้ว "

ฮานเฮอได้พูดออกมา

จี่หยูเองก็ได้แต่มองเข้าไปในป่าจนถึงช่วงที่ผ่านไปได้กว่า 2 ชั่วโมงก็ยังไม่เห็นร่างของหลินเทียน

"เขา ? "

จี่หยูได้ถามออกมา

"ใคร ? "

เหล็งอี้ทงได้พูดออกมาด้วยความจงใจ

"หลินเทียนไง เจ้าก็น่าจะรู้ "

ในหัวใจของเขารู้สึกไม่มีความสึกอย่างมากแต่ก็ไม่ได้แสดงอะไรออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

"แค่พวกกระโปกจากบ้านนอกเท่านั้น ข้าว่าน่าจะตายอยู่ในป่าแล้วล่ะ "

"เขาแข็งแกร่งกว่าเจ้า ในเมื่อเจ้ายังอยู่ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะตาย "

จี่หยูได้ตอบกลับไป

ประกายตาของเหล็งอี้ทงได้เปลี่ยนเป็นเย็นชาพร้อมกับกำหมัดแน่น

"ใครจะรู้กันล่ะ บางทีอาจจะไปเผชิญเข้ากับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งก็เป็นได้ "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้หันหลังแล้วเดินจากไปทันที

ฮานเฮอเองก็ได้สั่งให้ศิษย์ใหม่ทั้งหลายกลับไปที่สำนักซึ่งเหล็งอี้ทงนั้นก็เป็นหนึ่งในศิษย์ใหม่ถึงไม่สามารถขัดคำสั่งได้

"ขอแสดงความยินดีด้วยที่ได้เป็นศิษย์ของสำนักเรา อีก 8 วันจะถึงวันวัดระดับความแข็งแกร่งของพวกเจ้า มันเป็นเพราะว่าหลังจากนี้อันดับจะเป็นตัวแบ่งจำนวนทรัพยากรบ่มเพาะที่พวกเจ้าแต่ละคนจะได้รับ "

ฮานเฮอได้พูดอธิบายออกมา

ศิษย์ใหม่ทั้งหลายได้แต่กำหมัดแน่น ตอนนี้หลังจากที่เพิ่งออกมาจากป่านั้นพวกเขายังรู้สึกมุ่งมั่นอย่างมาก

"เอาล่ะ วิ่งกลับไปที่สำนักเราได้แล้ว "

ฮานเฮอได้ตะโกนออกมาอย่างดัง

"ขอรับ ! "

ศิษย์ใหม่ทั้งหลายพากันวิ่งออกไปทิ้งไว้เพียงเศษฝุ่น

"เด็กหนุ่มเหล่านั้นจะเป็นเสาหลักของเราในอนาคต "

"221 คนที่เป็นผู้มีพรสวรรค์ น่าอิจฉาจริงๆ "

เมื่อจ้องมองไปยังศิษย์ใหม่ทั้งหลายแล้วชาวบ้านก็ได้แต่แสดงดวงตาที่เปล่งประกายออกมา

แน่นอนว่าหลังจากนั้นกลุ่มคนก็เริ่มแยกย้ายกันไปจนทำให้พื้นที่นี้เงียบสงบลงมาก

ณ ตอนนี้มีเพียงจี่หยูเท่านั้นที่ยังคงจ้องมองไปในป่าลึกด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

"แม่นาง เราจะกลับกันเลยไหม ? "

คนรับใช้ได้ถามออกมา

ชายชราคนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งมากๆ เขามีชื่อว่าหลุยเหวินซึ่งอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 7

"ลุงหลุย ท่านกลับไปก่อนเถอะ "

จี่หยูได้ส่ายศีรษะของนาง

..........

หลินเทียนที่อยู่ภายในป่าเองก็ยังคงกวัดแกว่งกระบี่ของเขาต่อไปอย่างบ้าคลั่ง

"แกร๊ง ! "

กระบี่ของเขาได้ส่งคลื่นสายฟ้าออกไปก่อนที่พื้นดินจะถูกเชือดเฉือนออก

เขาได้พยายามฝึกฝนอย่างตั้งใจโดยที่ลืมไปแล้วว่าเวลามันผ่านไปนานแค่ไหน

ในเวลาครึ่งเดือนนี้เขาสามารถบรรลุทักษะได้ถึง 55% และทุกการฟาดฟันของเขาจะนำพามาซึ่งลมพายุที่รุนแรง

"เกือบจะได้ครบ 60% แล้ว "

เขาได้พูดอยู่กับตัวเอง

มือขวาของเขาได้สั่นเล็กน้อยก่อนที่จะส่งเสียงคลื่นสายฟ้าออกมาอีกครั้ง

พริบตาเดียวก็ผ่านไปได้ถึง 7 วัน

ช่วงเช้าตรู่เขาได้หยุดการฝึกฝนเพราะในที่สุดเขาก็สามารถบรรลุทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตได้ทั้ง 60% แล้วและหลังจากนั้นจุดชีพจรเทวะจุดที่ 4 ของเขาก็ขาดอยู่เพียงแค่เสี้ยวเดียวเท่านั้น

หลังจากที่เก็บกระบี่แล้วเขาก็ได้มองออกไปทางป่าใหญ่

"ถึงเวลาต้องไปแล้วสิ"

เขาได้พูดอยู่กับตัวเองแล้วก้าวออกไปทันที

เมื่อเดินออกมาจากเขตป่าพิษแล้วเขาก็เดินกลับไปทางเก่าและพบว่ามันระงมไปด้วยเสียงคำรามของสัตว์อสูรโดยที่ไม่มีแม้แต่เงาของคน

"โฮ๊ก ! "

สัตว์อสูรระดับ 4 ตอนปลายได้กระโจนเข้าใส่เขาซึ่งร่างกายของมันสูงถึง 10 เมตรพร้อมทั้งอ้าปากกว้างเพื่อจะกัดเขา

หลินเทียนได้แหงนหน้ากลับไปมองพร้อมทั้งเหวี่ยงหมัดออกไปปะทะ

มันได้ส่งเสียงร้องออกมาก่อนที่จะลอยออกไปไกล

"พอดีเลย การทดสอบต้องฆ่าสัตว์อสูรระดับ 4 ตอนปลายด้วยสิ "

เขาได้พุ่งออกไป

หลังจากนั้นไม่กี่ลมหายใจสัตว์อสูรก็ตายลงก่อนที่เขาจะชำแหละเอาแก่นอสูรออกมาแล้วเดินออกไปที่ทางออกของป่า

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้พบกับพื้นที่โล่งกว้างอยู่ตรงหน้า

"ดูเหมือนว่าจะลืมเวลาไปแล้วแหะ "

เขาได้คิดอยู่ภายในใจ

เขาไม่ได้โง่ดังนั้นถึงได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้ออกมาก่อนเวลาแน่นอน

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก ทางสำนักบอกว่าให้อยู่ครึ่งเดือนเท่านั้นไม่ได้บอกว่าห้ามเกินกว่านั้น

เมื่อคิดถึงจุดนี้แล้วเขาก็ได้เดินมุ่งหน้าไปทางเมืองหลวงโดยทันที

"หลินเทียน "

น้ำเสียงที่คุ้นเคยได้ดังขึ้น

หลินเทียนได้แต่ชะงักไปก่อนที่จะมองออกไปยังหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงพื้นที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

จี่หยู

"เจ้า........"

เขาได้มองไปที่นางด้วยท่าทางที่ประหลาดใจ

อย่างไรก็ตามเขาได้ระลึกถึงบางสิ่งก่อนที่จะรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างมาก

"เจ้ารออยู่นี่นานแค่ไหนแล้ว ? "

เขาได้ถามออกไป

"ไม่นานหรอก แค่อาทิตย์เดียวเอง "

จี่หยูได้เดินเข้ามาหาเขา

หลินเทียนได้แต่ฝืนยิ้มออกมา อาทิตย์นึงเต็มๆยังบอกว่าไม่นาน ? หากว่ามีคนรู้เข้าว่าเขาปล่อยให้สาวงามอันดับ 1 ของเมืองรอเขากว่าอาทิตย์นี่คงจะโดนคนรุมกระทืบจนตาย

หลังจากที่เงียบไปเขาก็ได้ถามออกมาว่า

"การทดสอบจบไปอาทิตย์นึงแล้ว ? "

จี่หยูได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

"แล้วทำไมเจ้าออกมาช้าจัง ? "

อาทิตย์ก่อนฮานเฮอได้สั่งให้ศิษย์ใหม่ทุกคนกลับไปที่สำนักซึ่งนางเองก็เชื่อว่าหลินเทียนไม่มีทางตายแน่นอนถึงได้รออยู่ที่นี่และตอนนี้หลังจากที่ได้เห็นว่าเขายังปลอดภัยนั้นนางก็มีความสุขเป็นอย่างมากแต่มันก็ผสมไปด้วยความสงสัยมากมายเช่นกัน

"พอดีว่าไปเจอเรื่องบางอย่างเขาถึงได้.........ลืมเวลาไปน่ะ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางแปลกๆ

จี่หยูได้แต่ชะงักไปและอดไม่ได้ที่จะกรอกตาพลางพูดว่า

"มีที่ไหนกัน ฝึกฝนจนลืมเวลาน่ะ ! "

เมื่อ ห็นนางแสดงท่าทางแบบนั้นแล้วเขาก็ได้แต่ชะงักไป เขาเป็นชายหนุ่มและเมื่อต้องเผชิญกับหญิงงามแบบนี้จะให้ไม่รู้สึกอะไรเลยก็เป็นไปไม่ได้

"มองอะไร ? "

จี่หยูได้กระพริบตาวิ้งๆ

"เปล่า "

หลินเทียนได้รีบหลบสายตาทันที

จี่หยูได้หัวเราะคิกๆออกมาพร้อมกับพึมพำว่า

"เจ้าคนซื่อบื้อ !"

หลินเทียนที่เดินออกมาจากป่าแล้วจึงมุ่งหน้าไปทางสำนักโดยทันที หลังจากที่ผ่านไปประมาณ 4 ชั่วโมงแล้วเขาก็ได้หยุดส่งจี่หยูที่หน้าคฤหาสน์แม่ทัพ

"ข้าไม่ไปส่งเจ้าที่สำนักนะ เดินทางระวังๆด้วยล่ะ "

จี่หยูได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ด้วยความที่นางเป็นหลานสาวของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แถมยังมีพรสวรรค์ที่สูงส่งทำให้ทางสำนักเชิญนางไปร่วมเป็นศิษย์หลายครั้งแต่น่าเสียดายที่นางปฏิเสธไป เหตุผลก็เพราะว่านางไม่ชอบแต่ถึงอย่างไรนางก็ไม่ได้อ่อนแอเลย แม้ว่านางจะเป็นหญิงงามอันดับที่ 1 แต่ความแข็งแกร่งในตารางสายลมและหมู่เมฆของนางนั้นอยู่สูงถึงอันดับที่ 6

"อื้ม ขอบคุณมาก "

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

จี่หยูได้โบกมือให้กับเขาอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะเดินเข้าไปในคฤหาสน์

ทหารยามเองก็ได้กวาดตามองไปยังนายหญิงพร้อมกับจ้องไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่เร่าร้อน

"."

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าอึดอัดออกมาก่อนที่จะกระแอมแล้วรีบเดินไปทางสำนักอย่างรวดเร็ว

คฤหาสน์แม่ทัพและสำนักเป่ยหยานนั้นอยู่ห่างกันไกลพอประมาณ หลังจากที่ผ่านไปได้ 2 ชั่วโมงแล้วหลินเทียนก็ได้ไปถึงที่หน้าประตูทางเข้าซึ่ง ณ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยฝูงชนเพราะว่ามันเป็นวันประลองจัดอันดับศิษย์ใหม่ แน่นอนว่าผู้ชมเองก็มีทั้งศิษย์เก่าและอาจารย์มากมาย

"เหล็งเฟิง เหล็งอี้ทง ข้าหลินเทียนคนนี้กลับมาแล้ว ! "

เขาได้ยิ้มออกมาอย่างเย็นยะเยือก

หลังจากที่หยิบตราสัญลักษณ์ออกมาส่งให้ทหารแล้วหลินเทียนก็ได้เดินเข้าไปภายในอย่างราบเรียบเพียงแต่สายตาในตอนนี้ของเขาเย็นยะเยือกเหมือนคมกระบี่

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 134

คัดลอกลิงก์แล้ว