เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 122

Divine King Of All Directions - 122

Divine King Of All Directions - 122


Divine King Of All Directions - 122

 

ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นภายในหรือภายนอกตระกูลโม่นั้นต่างเงียบสงัดจนสามารถได้ยินเสียงหายใจของคนรอบข้างได้อย่างชัดเจน

"ตระกูลโม่..........สูญสิ้นแล้ว "

หนึ่งในชาวบ้านได้พึมพำออกมา

เมื่อมองไปยังร่างไร้วิญญาณมากมายที่กองอยู่ที่พื้นพร้อมๆกับสิ่งก่อสร้างที่พังทลายนั้นมันดูโหดเหี้ยมอย่างมาก

ตระกูลผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่งถูกกวาดล้างโดยเด็กหนุ่มอายุ 16 เพียงคนเดียว !

"บ้าไปแล้ว ! นี่มันบ้าชัดๆ !"

หลายๆคนได้แต่ชะงักไปพร้อมกับคิดว่าโลกนี้มันตาลปัตรหมดแล้ว

หลินเทียนได้เก็บกระบี่ของเขากลับไปพร้อมทั้งหยิบเอาแหวนมิติและอาวุธวิญญาณของผู้นำตระกูลโม่มาก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินออกไปทางหน้าประตูทางเข้า เมื่อเขาเดินไปถึงตรงนั้นแล้วผู้คนโดยรอบต่างถอยห่างออกไปเหมือนเปิดทางให้กับปีศาจ

ซูชูวได้รีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับพูดด้วยท่าทางหงุดหงิดว่า

"เจ้านี่มันทำอะไรไร้เหตุผลจริงๆ ! "

"อะไรกัน ? ข้าออกจะรอบคอบในทุกๆเรื่อง "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

"แหวะ ! เจ้าไปรอบคอบตอนไหนกัน ! "

ซูชูวได้พูดออกมา

ณ ตอนนี้มู่ชิง ฉีดง พูชิและซินเหยาได้เดินเข้ามาทักทายกับเขาโดยทันที

"น้องชายนี่เปิดประสบการณ์ให้เฒ่าคนนี้จริงๆ "

พูชิได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ชายคนเดียวกลับกวาดล้างทั้งตระกูลนี่มันเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลยแต่สิ่งที่เขาสนใจคือกลุ่มคลื่นกระบี่มากมายซึ่งเขามั่นใจว่ามันเป็นข่ายอาคมและความสามารถระดับนี้มันทำให้เขาได้แต่ตกตะลึงอย่างมาก

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับตอบกลับไปว่า

"พูก็พูดเกินไป "

ซินเหยาได้รีบเดินเข้ามาใกล้เขาพร้อมกับกอดแขนแล้วพูดว่า

"สมแล้วที่เป็นน้องชายของพี่ ! ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ! "

"ทำอะไรน่ะ !!! "

ซูชูวได้จ้องมองไปทางซินเหยาโดยทันที

ซินเหยาได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

"แม่นางอิจฉางั้นหรอ ? หากว่าใช่พี่สาวจะปล่อยให้ทันทีเลยล่ะ "

ใบหน้าอันงดงามของซูชูวได้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำโดยทันทีพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยท่าทางมีน้ำโหว่า

"ใครอิจฉากัน !!! "

"หน้าแดงแล้วน่ะ "

ซินเหยาได้พูดออกมาพลางหัวเราะคิกๆ

"เจ้า......."

ซูชูวได้แต่ขบฟันพร้อมทั้งจ้องมองไปที่นางอย่างไม่พอใจ

หลินเทียนในตอนนี้เองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่อับอายออกมาเพราะว่าเขาไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้เลยด้วยซ้ำ

พูชิได้กระแอมออกมาพลางพูดว่า

"แม่นาง !! "

มู่ชิงและฉีดงเองก็ได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

"ไม่เป็นไรก็ดีแล้วแต่นี่มันบ้าบิ่นเกินไปหน่อยนะ "

"ต้องขออภัยที่ทำให้ท่านผู้อาวุโสเป็นห่วง "

หลินเทียนได้พูดออกมา

เขารู้ดีว่าที่คนเหล่านี้แห่กันมาที่นี่ก็เพราะว่าเป็นห่วงเขาและเขาเองก็รู้สึกซาบซึ้งมากๆ

"ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว "

มู่ชิงได้โบกมือของเขา

หลินเทียนและคนอื่นๆได้จากไปอย่างรวดเร็ว

มีเพียงต๊วนหยานและทหารเท่านั้นที่ยังอยู่เพราะว่าพวกเขาต้องเก็บกวาดซากศพของผู้คนตระกูลโม่ให้เรียบร้อย

"รู้ทั้งรู้อยู่แล้วว่าท่านผู้นั้นถือครองตราแม่ทัพแต่ยังกล้าส่งคนไปลอบสังหารนี่มันบ้าจริงๆ "

"รนหาที่ตายเอง !"

"สมแล้วล่ะที่จบลงแบบนี้ !"

ทหารหลายคนได้ก่นด่าออกมา

ชาวบ้านโดยรอบตระกูลโม่นั้นไม่ได้มีอยู่น้อยๆและหลายๆคนก็ได้แต่จ้องมองด้วยท่าทางที่ดูไม่ดีเท่าไหร่

"ดูเหมือนว่าแนวทางของเมืองนี้จะเปลี่ยนไปอีกแล้วสินะ "

บางคนได้พูดออกมา

ก่อนหน้านี้ขุมกำลังที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้คือตระกูลโม่ ตระกูลเสี่ยวและตระกูลชินแต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงตระกูลชินตระกูลเดียวแล้ว

บางคนก็พอจะเดาออกว่าตระกูลเสี่ยวเองก็ล่มสลายไปเพราะว่าฝีมือของหลินเทียนเพราะถึงอย่างไรก็ตามเขาสามารถกวาดล้างได้แม้กระทั่งตระกูลโม่แล้วทำไมถึงต้องยกธุรกิจต่างๆไปให้ตระกูลชินดูแล ? แน่นอนว่าตระกูลชินเป็นเครื่องบังหน้าเท่านั้นส่วนคนที่กวาดล้างตระกูลเสี่ยวจริงๆก็คือหลินเทียน

........

หลังจากที่กลับจากบ้านหลักตระกูลโม่แล้วหลินเทียนและซินเหยาก็ได้แยกทางกันไปก่อนที่จะไปถึงสำนักพร้อมๆกับมู่ชิงและคนอื่นๆ

"อีกแปดวันจะถึงวันรายงานตัวที่สำนักเป่ยหยานแล้ว เจ้าจะออกเดินทางวันไหน ? "

ซูชูวได้ถามออกมา

หลินเทียนได้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกลับไปว่า

"อีกสามวัน "

"โอ้ "

ซูชูวได้พยักหน้าช้าๆ

"อะไรงั้นหรอ ? "

"เปล่า "

หลินเทียนได้กวาดตามองดูนางด้วยสีหน้าแปลกๆพร้อมทั้งไม่ได้ถามอะไรต่อ

ทั้งสามคนได้แยกทางกันก่อนที่หลินเทียนจะกลับไปถึงที่พักอย่างรวดเร็ว

ณ ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงช่วงค่ำดังนั้นหลังจากที่เขาอาบน้ำแล้วก็ได้กลับขึ้นไปบนยอดโดยทันที

"มาดูกันหน่อยแล้วกันว่ามีของดีอะไรบ้าง"

หลินเทียนได้พูดกับตัวเองก่อนที่จะหยิบเอาแหวนมิติของผู้นำตระกูลโม่ออกมาเพราะว่ามันน่าจะมีของดีอยู่บ้าง

หลังจากที่ถ่ายพลังเข้าไปแล้วเขาก็พบว่าภายในมีพื้นที่ประมาณ 15 ตารางเมตรซึ่งกว้างกว่าของเขาอยู่ประมาณ 5 เท่าและมันส่งผลให้ดวงตาของเขาเปล่งประกายโดยทันที แหวนมิติวงนี้มีมูลค่าอย่างน้อยๆก็ 9 ล้านเหรียญและเมื่อคิดถึงจุดนี้แล้วเขาก็คิดว่าสมแล้วที่เป็นถึงตระกูลใหญ่ในเมือง

หลังจากที่เรียกสติกลับมาแล้วเขาก็ได้หยิบเอาของทุกอย่างออกมาจากแหวนมิติซึ่งหลังจากที่ตรวจสอบแล้วก็พบว่ามันมีบัตรเงินสดซึ่งตีเป็นยัง 5 ล้านเหรียญ ยาที่ใช้สำหรับบ่มเพาะซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้มีราคาอะไรมาก

หลินเทียนได้กวาดตามองไปที่หยกขนาดเท่าๆกับฝ่ามือพร้อมทั้งพบว่ามันน่าจะเป็นของโบราญแต่มันให้ความรู้สึกดึงดูดเขามากๆดังนั้นด้วยความสงสัยเขาถึงได้ยื่นมือออกไปหยิบมันขึ้นมาตรวจสอบอย่างตั้งใจ

ทันใดนั้นเองที่ท่าทางของเขาได้เปลี่ยนไปทันที

"นี่มัน !! "

มันมีตัวอักษรสลักเอาไว้ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กจนผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะไม่สามารถมองเห็นได้แต่มันเป็นเพราะว่าเขาฝึกฝนเคล็ดวิชาหนึ่งวิญญาณสวรรค์ดังนั้นถึงได้มองเห็นอย่างชัดเจน เมื่อมองไปแล้วเขาก็อดที่จะแสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาไม่ได้เพราะว่ามันเป็นเศษเสี้ยวของทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกต !

หลังจากที่ตั้งสติแล้วเขาก็พบว่าหากเขาทำความเข้าใจเนื้อหาหมดแล้วก็จะสามารถสำเร็จทักษะได้อีก 30%

"เป็นอย่างนั้นจริงๆด้วย ! "

หลินเทียนได้พึมพำออกมาด้วยท่าทางที่ตื่นเต้นมากๆ

เขาพบว่านี่เป็นเนื้อหา 30 % ของทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตจริงๆ !

งั้นตอนนี้เขาก็มีทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตอยู่ในมือกว่า 60 % แล้ว !!

เรื่องแบบนี้ทำให้เขาประหลาดใจเอามากๆ

"ไม่คิดเลยว่าจะมีของแบบนี้ด้วย "

หลินเทียนรู้สึกมีความสุขยิ่งกว่าได้รับเงินและของต่างๆภายในแหวนมิติที่เหลือเสียอีก

หลังจากที่ตั้งสติอีกครั้งเขาก็ได้ดึงเอาของใช้ภายในแหวนมิติอันเก่าถ่ายเข้าไปในแหวนมิติของผู้นำตระกูลโม่แล้วสวมแหวนใหม่แทนเพราะว่ามันมีพื้นที่ภายในถึง 15 ตารางเมตรซึ่งวงเก่าของเขามีเพียง 3 ตารางเมตรเท่านั้น

หลังจากนั้นเขาก็ได้กลับลงมาพร้อมทั้งเข้าไปยังสันเขาชิงเฟิงแล้วตรงไปในอาณาเขตสัตว์อสูรระดับที่ 4 อย่างรวดเร็ว

"แกร๊ง !! "

เสียงคำรามของกระบี่ได้ดังขึ้นพร้อมๆกับม่านสายฟ้า

ทันใดนั้นเองที่สัตว์อสูรได้ถูกหลินเทียนสังหารไปภายใต้คลื่นกระบี่สายฟ้ามรกต

"จริงๆด้วย ! "

เนื้อหาที่สลักอยู่ภายในก้อนหยกนั้นเป็นอีก 30 % ของทักษะนี้จริงๆ หลังจากที่ฝึกฝนอยู่ครู่หนึ่งก็พบว่าพละกำลังของตัวเองเพิ่มขึ้นมากเนื่องจากพลังทำลายที่เพิ่มขึ้นของทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกต

"มาต่อ !"

หลินเทียนได้พูดอยู่กับตัวเอง

ภายในสันเขาชิงเฟิงนั้นหลินเทียนก็ยังคงฝึกฝนต่อไปซึ่งทุกการฟาดฟันของเขาเหมือนว่ามันแฝงไปด้วยกระแสไฟฟ้ามากมาย

สำหรับเรื่องที่ว าทำไมผู้นำตระกูลโม่ถึงได้มีเนื้อหาอีก 30 % ที่เหลือของทักษะนี้นั้นเขาก็เดาไม่ออกเหมือนกันเพราะถึงอย่างไรก็ตามตัวอักษรเหล่านั้นก็เล็กมากๆและต่อให้เห็นจริงๆก็ไม่สามารถฝึกฝนได้อยู่ดีเพราะต้องฝึกทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกต 30 % แรกมากก่อน

ดวงอาทิตย์ยังคงเปล่งรังสีความร้อนออกมาขณะที่หลินเทียนได้กวัดแกว่งกระบี่ของเขาต่อไปเรื่อยๆ

ศิษย์ภายในที่เข้ามาขัดเกลาตัวเองภายในอาณาเขตนี้เองถึงกับแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาตามๆกันเมื่อต้องเผชิญกับภาพเหล่านี้

"นั่นมัน หลินเทียน !"

"เป็นเจตจำนงแห่งกระบี่ที่แข็งแกร่งจริงๆ ! ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมสามารถล้มล้างตระกูลโม่ได้ "

"น่ากลัวมากๆ "

คนเหล่านี้ได้แต่พึมพำออกมา

เรื่องที่หลินเทียนได้กวาดล้างตระกูลโม่นั้นแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองภายในไม่กี่ชั่วโมงดังนั้นศิษย์เหล่านี้จึงรู้ตั้งแต่ก่อนที่จะเข้ามาภายในสันเขานี้แล้ว

หลินเทียนเองก็ตระหนักถึงพวกเขาดีแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรพลางกวัดแกว่งกระบี่อย่างบ้าคลั่ง ในตอนนี้เองที่ทุกการฟาดฟันของเขาสามารถให้พลังทำลายได้พอๆกับทักษะระดับต่ำเขตแดนชีพจรเทวะเลยก็ไม่ปาน

หลังจากที่ผ่านไปสักพักจนถึงช่วงที่อาทิตย์จะลับขอบฟ้านั้นหลินเทียนก็ได้เก็บเจตจำนงแห่งกระบี่ของตัวเองกลับมาพร้อมทั้งหยุดมือ

"ตอนนี้เราฝึกฝนได้ 40% จาก 60% แล้ว "

เขาได้พูดกับตัวเอง

หลังจากนั้นเขาก็ได้เก็บกระบี่กลับไปแล้วเดินไปที่ประตูทางเข้าสำนักอย่างรวดเร็ว

เวลาในช่วงนี้ผ่านไปไวมากๆ

เช้าวันรุ่งขึ้นเขาได้ลุกขึ้นจากเตียงพร้อมกับอาบน้ำแล้วเดินไปหาหลินซี่

"ซี่เอ๋อ พี่มีเรื่องจะปรึกษาเจ้าน่ะ "

เมื่อมองไปที่ใบหน้าของนางแล้วเขาก็ได้พูดออกมาด้วยเสียงกระซิบ

เขาได้อธิบายเรื่องที่เขาต้องไปที่เมืองหลวงให้กับนางฟังทั้งหมดและฝากซูชูวให้เป็นคนดูแลนางแทน

มันน่าแปลกใจมากที่นางได้แต่พยักหน้าอย่างฉลาดและไม่ขัดอะไรแม้แต่น้อย

นี่มันทำให้เขามีความสุขและละอายใจในเวลาเดียวกัน

หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้บ่มเพาะต่อแต่นำหลินซี่ออกไปเที่ยวด้านนอกสำนักแทน ไม่ว่านางอยากจะไปที่ไหนเขาก็จะพาไป ตัวเขาเองก็อยากจะชวนซูชูวมาเช่นกันแต่ดูเหมือนว่านางกำลังยุ่งอยู่ถึงหาตัวนางไม่เจอดังนั้นถึงได้แต่นำหลินซี่มาคนเดียว

ในช่วงนี้เขาได้นำหลินซี่ไปพบกับพูชิ ซินเหยา เก้อเจิ้งและคนอื่นๆที่เขารู้สึกว่าไว้ใจได้และหวังว่าคนเหล่านั้นจะช่วยดูแลน้องสาวแทนเขาตอนที่เขาไม่อยู่ที่นี่ แน่นอนว่าเขาได้นำนางไปพบกับมู่ชิงและฉีดวงด้วยเช่นกัน

ไม่นานก็ผ่านไปอีกสามวัน

ในวันนี้เป็นวันที่หลินเทียนได้เก็บของหมดแล้วและเตรียมที่จะออกเดินทาง

ที่หน้าประตูเมืองนั้นมีมู่ชิง ฉีดง พูชิ ซินเหยา เก้อเจิ้งและคนอื่นๆที่คุ้นหน้าคุ้นตาตามมาส่งเขา

แน่นอนว่ารวมถึงหลินซี่ด้วย

"หลินเทียน !!! "

เสียงหนึ่งได้ดังขึ้นขณะที่ซูชูวได้เดินเข้ามาพร้อมๆกับจูงม้านิลมังกรมาด้วยแล้วส่งเชือกให้หลินเทียนพลางพูดว่า

"จากที่นี่ไปเมืองหลวงมันไกลมากๆดังนั้นเจ้าขี่มันไปแล้วกันนะ "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 122

คัดลอกลิงก์แล้ว